ใครคือ ภาวุธ?

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ จบการศึกษา ปริญญาโทใบแรกจาก มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญด้าน Internet & E-Commerce จบปริญญาโท ใบทีสองที่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และจบปริญญาตรีจาก มหาวิทยาลัยรังสิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีความถนัดในด้าน Digital technology & Marketing, E-Commerce 

       ในวัยเด็ก ภาวุธ เป็นคนที่ชอบเกมส์คอมพิวเตอร์ โดยคลุกคลีเล่นเกมส์มาตั้งแต่ยุคแรกๆ จนเริ่มเข้าสู่การใช้คอมพิวเตอร์

      ปี 1998 : ในระหว่างที่เรียนอยู่ที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ภาวุธได้เริ่มนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการ เรียนและการออกแบบ โดยโปรเจ็กจบ (Thesis) โครงการ Hua Lum Phong Transit Mall ได้มีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการออกแบบ ซึ่งปีนั้นเป็นปีแรกที่ทางคณะฯ อนุญาติให้มีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ทำงานส่งได้ ทำให้ได้นำผลงานไปแสดงที่ งานสถาปนิก ภายในปีนั้น

      ปี 1999 หลังจากจบการศึกษาได้ร่วมกับเพื่อนเปิดเว็บไซต์ www.ThaiSecondhand.com ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ โดยในตอนนั้นทุกคนตั้งใจจะทำเป็น เพียงแค่งานอดิเรกสนุกๆ เท่านั้น และได้เข้าทำงานในตำแหน่ง Web Creative ของบริษัท Pantheon รับออกแบบเว็บไซต์ หลังทำอยู่ช่วงหนึ่ง ได้ลาออกมาเริ่มต้นทำเว็บไซต์ ThaiSecondhand.com อย่างจริงๆ จังๆ กับเพื่อนๆ โดยอาศัย พื้นที่ภายให้ห้องเล็กๆ ของสำนักงานของ บริษัทของคุณอา ย่านถนนรัชดา ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ ธุรกิจดอทคอม กำลังบูมมากในต่างประเทศ และมีการเข้าซื้อเว็บไซต์ www.Sanook.com ในประเทศไทย ทำให้ธุรกิจการทำเว็บไซต์ เป็นที่หมายปองของ บรรดาธุรกิจยักษ์ใหญ่ต่างๆ ในช่วงนั้นเอง ภาวุธ ได้มีโอกาสพบกับ บรรดาเจ้าของธุรกิจต่าง ๆ มากมายที่สนใจจะมาซื้อเว็บไซต์ และร่วมทำธุรกิจด้วย

      ในช่วงนี้ก็ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในกลุ่มของบริษัท ชินวัตร โดยเข้าไปทำในส่วนของอินเทอร์เน็ต บริษัท AD Venture ทำหน้าที่ Webmaster และ Business Development โดยทำหน้าที่ดูแลเว็บไซต์ด้าน B2B ของทางกลุ่มนี้ โดยในระหว่างการทำงานนี้ ภาวุธ ได้เข้าร่วมชมรม ผู้ดูแลเว็บไทย (Thai Webmaster Club) ซึ่งเป็นกลุ่มการรวมตัวของคนทำเว็บทั่วประเทศไทย โดยเริ่มเข้าไปคลุกคลี และช่วยงานชมรม อยู่อย่างเสมอมา และในปีนี้ ภาวุธ ได้เข้าศึกษาต่อ ทางด้านปริญญาโท ทางด้าน Internet & E-Commerce ที่มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ (ABAC) โดยทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วย

      ปี 2000 ภาวุธ ตัดสินใจลาออกจากบริษัทของกลุ่มชินวัตร เริ่มออกมาเปิดบริษัทเป็นของตนเอง ร่วมกับเพื่อนๆ และน้อง รวมกัน 4 คน โดยใช้ชื่อบริษัทว่า "บริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด" โดยตั้งอยุ่ที่อาคารเดิมแต่ขยายพื้นที่เต็มหนึ่งห้อง โดยมีแนวทางในการดำเนินการธุรกิจทางด้าน E-Commerce ภายในเมืองไทย โดยในปีนั้นได้เริ่มมีการจัดสร้างเว็บไซต์ www.TARAD.com ขึ้นเพื่อเป็นตลาดกลาง (E-Marketplace) ของประเทศไทยและเพื่อเชื่อมโยง ธุรกิจการค้ากับเว็บไซต์ ThaiSecondhand.com และในปีนี้ ภาวุธ ได้เข้าร่วมสมัครเป็นกรรมการของ ชมรมผู้ดูแลเว็บไทย และได้ผ่านการเลือกตั้งของสมาชิกชม และทำงานให้กับสมาคมฯ

      ปี 2001 ภาวุธ ได้เข้าไปมีส่วนในการร่างและผลักดันให้เป็น ชมรมผู้ดูแลเว็บไทย เปลี่ยนเป็น สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย เพื่อขยายรูปแบบของการทำงานของชมรมฯ และปีนี้เป็นปีที่ กลุ่มทางบริษัท โมโนเทคโนโลยี ได้เข้าร่วมทุนกับบริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด เพื่อขยายธุรกิจการให้บริการออกไป ภายหลังจากมีการเจรจาเพื่อตกลงการทำธุรกิจร่วมกันมาตลอด 1 ปี (ช่วงแรกเป็นการเจรจากับทางกลุ่ม แจ้สมิน เทเลคอม แต่ภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็นโมโนเทคโนโลยี) โดยการเข้าร่วมลงทุนนี้ทำให้บริษัทตลาดดอทคอม มีการขยายธุรกิจออกไปมาก ขึ้น และได้มีการย้ายบริษัทจาก ถนนรัชดา ไปอาคารซีมิก ทาวเวอร์ ย้ายถนน อโศก สุขุมวิท
ในปีเดียว ภาวุธ ได้เข้าร่วมทำงานกับทาง บริษัท Hutchison CAT Wireless Multimedia หรือ Hutch ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการด้านโทรคมนาคม จากทางฮ่องกง ร่วมทุนกับ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือ Brand Hutch โดยทำตำแหน่ง Assistant Manager : M-Commerce & Portal ดูแลงานด้าน Product & Service สำหรับกลุ่มธุรกิจ (Corporate) โดยงานที่บริษัทตลาดดอทคอม ให้เพื่อนในทีมเป็นคนดูแล โดยภาวุธ จะดูแลจากภาพรวมของบริษัทฯ

      ปี 2002 ภาวุธ ได้รับเลือกให้เป็น เลขาธิการ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (Thai Webmaster Association) และได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของทางสมาคมฯ ไปพร้อมกับการทำงานที่ Hutch และบริษัทตลาดดอทคอม และนอกจากนี้ยังเริ่มไปเป็นวิทยากรรับเชิญ ด้าน Internet & E-Commerce ให้กับสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศ และได้เป็น อาจารย์สอนด้าน E-Marketing ให้กับสถาบัน Net Design


      ปี 2003 ภาวุธ เริ่มงานเขียนบทความ โดยเริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับการค้าบนโทรศัพท์มือถือ (M-Commerce) ให้กับหนังสือ Micro Computer และหลังจากนั้นก็เริ่มเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ Telecom Journal ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของวงการโทรคมนาคมของไทย และปลายปี 2003 ภาวุธ ตัดสินใจลาออกจาก Hutch เพื่อกลับมาดูแลงานของ บริษัทตลาดดอทคอม ต่อ โดยเริ่มมีการปรับปรุงโครงสร้างการทำงานในบริษัทใหม่ และย้ายอาคารสำนักงานจาก ซีมิก ทาวเวอร์ ย่านอโศก มาอาคารแถวรัชดาเพื่อ รอการเปิดตัวของรถไฟฟ้าใต้ดิน และเพื่อความเป็นสัดเป็นส่วนในการทำงานมากขึ้น

      ปี 2004 ภาวุธ ได้เริ่มขยายการให้บริการของเว็บไซต์ ThaiSecondhad.com และ TARAD.com มากขึ้น และได้มีโอกาสเข้าร่วมทำงานและเป็นที่ปรึกษาให้กับทาง กรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับงานด้าน E-Commerce รวมถึงการเริ่มงานเขียนบทความด้าน E-Commerce และ E-Marketing มากขึ้น โดยเขียนให้กับ หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ Biz Week , นิตยสาร E-Commerce และได้เริ่มเปิดเว็บไซต์ www.pawoot.com อย่างเป็นทางการเพื่อเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความงานเขียนของตัวเองและ ความรู้ด้าน E-marketing ไว้ภายในเว็บไซต์แห่งนี้

      ปี 2005 ภาวุธ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับวงการ E-Commerce ในประเทศไทยมากขึ้น โดยได้รวมตัวกับกลุ่มผู้ประกอบการ E-Commerce และองค์กรรัฐและเอกชน จัดตั้ง ชมรม E-Commerce ไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางของ E-Commerce ในเมืองไทย และได้รับให้เป็นประธานชมรม ภายหลังจัดตั้งชมรมได้ 4 เดือนก็ได้ ร่วมก่อตั้ง "สมาคมผู้ประกอบการ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย" และได้รับเลือกให้เป็น อุปนายกสมาคมฯ และในช่วงปลายปี จากเว็บบอร์ดห้องSearch Engine Marketing ในเว็บ www.Pawoot.com ได้เริ่มเป็นแหล่งรวมของผู้ที่ชื่นชอบการทำ Search Engine Marketing ภาวุธจึงได้มีการร่วมกับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบในด้านนี้ เปิดเว็บไซต์ www.SEO.in.th โดยเป้าหมายเป็นเว็บไซต์ รวมแหล่งความรู้ของการทำการตลาดโดยใช้ Search Engine Marketing แห่งแรกของเมืองไทย

      ปี 2006 ภาวุธได้รับเลือกให้เป็น ที่ปรึกษาส่วนตัวของ ผู้ว่าราชการจังหวัด กาญจนบุรี ในด้านการร่วมวางแผน ยทุธศาสตร์จังหวัด และได้สอบผ่านการอบรมโครงการ พัฒนาที่ปรึกษาธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) หรือ APEC - IBIZ รุ่น 4 จัดโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เพื่อเป็นที่ปรึกษาธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในเมืองไทย โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือของประเทศในกลุ่ม APEC หรือกลุ่มความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเซียแปซิฟิก 17 ประเทศ และเริ่มต้นการเป็นที่ปรึกษาธุรกิจเต็มรูปแบบ โดยได้รับความไว้วางใจในการ เป็นที่ปรึกษาให้แก่บริษัทต่างๆ เช่น ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท ริชมอนเด้ (บางกอก) เป็นต้น และได้ย้ายที่ทำการบริษัท ตลาดดอทคอม จากย่านลาดพร้าว มาอยู่ที่ อาคาร SM Tower บริเวณต้นถนนพหลโยธิน

    และปีนี้เป็นปีที่ได้เริ่มกลุ่มธุรกิจด้านการศึกษา โดยมีการจัดทีมเพื่อมาดูด้านการศึกษาชื่อทีม TARADedu.com และ Pocket Book ด้าน E-Commerce และ E-Marketing เพื่อครอบคลุมบริการด้าน E-Commerce ให้ครบทุกด้านในการบริการแก่ลูกค้า ปลายปีในเดือนตุลาคม ภาวุธตัดสินใจบวช เพื่อศึกษาธรรมะ ที่วัดท่าเรือ และ วัดสุนัทวนาราม จังหวัดกาญจนบุรี และเป็นปีเดียวกันที่ภาวุธ และกลุ่มคนที่ชื่นชอบ Search Engine Marketing รวมตัวกันตั้ง ชมรม Search Marketing ขึ้นมาเพื่อขยายองค์ความรู้ของสื่อประเภทนี้ ให้เติบโตในประเทศไทยมากขึ้น

      ปี 2007 ภาวุธ ได้เริ่มขยายธุรกิจออกไปมากขึ้น จำนวนพนักงานในบริษัท ตลาด ดอท คอม ขยายขึ้นเป็น 50 กว่าคน และได้ขยายธุรกิจออกไปในหลายๆ ด้าน และยังได้ เป็นที่ปรึกษาของ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ โดยเป็นที่ปรึกษาให้กับ บริษัทต่างๆ ในด้าน e-Commerce และ e-Business และยังได้เขียน หนังสือ e-Commerce ออกมาเพื่อให้ความรู้ด้าน e-Commerce แก่ผู้ที่สนใจ และนอกจากนี้ยังตัดสินใจ ศึกษาปริญญาโท ต่ออีกใบ ที่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเสริมความรู้ด้านการบริหารจัดการ และภายในปีนี้ ภาวุธ ได้เปิดบริษัทอีก 2 บริษัท ในเดือนตุลาคม ตลาดดอทคอม ได้ขยายเปิดบริษัทใหม่ ชื่อ TARADnet โดยเป็นบริษัทที่เกี่ยวกับระบบ Internet Infrastructure (Hosting, Domain) ขึ้นมาเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ e-Commerce และปีนี้เองเป็นปีที่เริ่มมีการลงทุนในระบบคอมพิวเตอร์ Server หลายล้านบาท เพื่อขยาย และเพิ่มศักยภาพในการให้บริการของ TARAD Dot Com และ บริษัท TARADb2b.com ให้บริการด้านตลาดกลางค้าส่งแห่งแรกของเมืองไทยที่เป็นภาษาไทย และบริษัทนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก BOI อีกด้วย โดยในปีนี้ ได้มีการขยาย สำนักงานไปที่ อาคารเลิศปัญญา (ซอยรางน้ำ) อีกแห่งเพื่อเป็นสำนักงานแห่งที่ สอง ที่ขยายเพื่อรองรับจำนวนพนักงานที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงการขยายการตลาดออกไปยังต่างจังหวัดด้วย และเป็นปีที่ TARADedu.com เริ่มขยายทีม และจัดทำหนังสือด้าน eCommerce และ eMarketing ออกมาสู่ตลาดหนังสือเมืองไทยหลายเล่ม โดยได้รับความสนใจและตอบรับจากท้องตลาดดีมาก

   ในช่วงปีนี้ ภาวุธ ได้รับเชิญให้ไปเป็นอาจารย์ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะ ICT เพื่อดูงานจุลนิพนธ์ของนิสิต และยังเป็น คณะอนุกรรมการ กลุ่ม e-Commerce ของ SIPA และ คณะอนุกรรมการของ สถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น และในเดือนกันยายน ภาวุธ แอบเซอร์ไพรซ์ แฟนสาว โดยการ ขอแฟนแต่งงานทางออนไลน์ ผ่านอินเทอร์เน็ตโดยมีสักขีพยายานนับพันคน เป็นครั้งแรกของเมืองไทย รวมถึงจัดงานแต่งงาน โดยถ่ายทอดสดทางออนไลน์อีกด้วย

 

      ปี 2008 เป็นปีที่ภาวุธ เริ่มมีการบุกและขยายธุรกิจด้าน E-Commerce อย่างครบวงจร โดยใช้ Concept คือ "3E" ได้แก่ E-Commerce, E-Solution และ E-Education ก้าวเข้าสู่การผู้ให้บริการ E-Commerce ครบวงจรแห่งแรกของไทย หรือ "อับดุล E-Commerce" (ถามเรื่อง E-Commerce มาเราตอบได้หมด) รวมถึงการขยายบริษัทออกไปเพิ่มมากขึ้น และในปีนี้ภาวุธก็ได้เขียนหนังสือเล่มที่สองออกมา ชื่อ "รวยทางลัด กับ TARAD.com" และในปีนี้ ทีมงาน TARADedu.com ก็เริ่มมีสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของวงการหนังสือ โดยการเปิดตัวหนังสือ ด้าน E-Commerce และ E-Business 15 เล่มรวดภายในต้นปี โดยเป็นสำนักพิมพ์แห่งแรกที่เน้นด้านองค์ความรู้ประเภทนี้ ในเดือนสิงหาคม ภาวุธ ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อที่ Kellogg Business School ที่อเมริกา โดยเป็นหลักสูตรร่วมกับทางศศินทร์ และเป็นเดือนที่ทางภาวุธได้มีการซื้อหุ้นคืนจากทาง กลุ่ม MONO กลับมาทำให้ ภาวุธถือหุ้น 100% ในบริษัท ตลาด ดอท คอม และปีนี้ ภาวุธ ได้มีโอกาสเขียนบทความให้กับนิตยสารหลายเล่ม เช่น Marketeer, SME Today, SME ชี้ช่องรวย เป็นต้น ในเดือน ตุลาคม ก็ได้เริ่มมีการปรับแผนบริษัทในรูปแบบใหม่ โดยมีการปรับตลาดและการทำงานให้เปิดกว้างมากขึ้นจากเดิม

     ปีนี้เป็นปีที่ภาวุธได้มีโอกาสไปศึกษาที่ Kellogg Business School สถาบันการศึกษาด้านการบริหารแนวหน้าของอเมริกา โดยเป็นหลักสูตรร่วมของ สถาบัน ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์ ในเดือน สิงหาคม และเริ่มขยายสาขาของ TARAD.com ออกไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า SMEs ที่อยู่ทางภาคเหนือ และขยาย E-Commerce ให้กระจายออกไปยังจังหวัดอื่นๆ นอกเหนือนจากกรุงเทพฯ

 

       ปี 2009 เป็นการเริ่มต้นปีที่ TARAD.com มีการปรับปรุงแผนงานของบริษัทใหม่ภายใต้ concept 3Es แต่ปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยได้เปิดตัว TARAD.com version ใหม่ (Version 3) ในเดือนมกราคม ภาวุธได้รับเชิญไปเป็นที่ปรึกษาโครงการ Feedback Score ของกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ ในเดือนกุมภาพันธ์ ภาวุธได้เขียนหนังสือ "E-Marketing เจาะเทคนิคการตลาดออนไลน์" ในปลายเดือนกันยายน ภาวุธได้นำบริษัท TARAD Dot Com ร่วมทุนกับ บริษัท Rakuten (www.Rakuten.co.jp) เว็บไซต์ E-Commerce อันดับ 1 ของญี่ปุ่น และเว็บไซต์ใหญ่อันดับ 8 ของโลก เพื่อเพิ่มศักยภาพ E-Commerce ของไทยให้เติบโตมากขึ้น พร้อมกับประกาศว่า "จะขอปฏิวัติวงการ E-Commerce ของไทย" และได้แยกอีกบริษัทหนึ่งชื่อ TARAD Solution ออกมาทำงานด้าน Digital Media and Strategy และ การพัฒนาโปรเจ็กเว็บไซต์ และเป็นปีที่ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรด้าน E-Marketing หรือการตลาดออนไลน์ให้กับสถาบันและองค์กรต่างๆ เป็นอย่างมาก รวมถึงยังได้เข้าร่วมทำงานในคณะทำงานจัดทำข้อเสนอแนะอันเกี่ยวกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ในคณะอนุกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ ของวุฒิสภา และเดือนธันวาคมปีนี้ก็ได้มีโอกาสไปเป็นอาจารย์หลักสูตรด้าน Digital Marketing ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

     ปีนี้เองเป็นปีที่ภาวุธ มีความสุขอย่างมาก เพราะมีบุตรคนแรก (น้องเป็ป) ในวันที่ 9 เมษายน (ถ่ายทอดสดตอนลูกออกมาลืมตาดูโลกครั้งแรก) และสำเร็จการศึกษาปริญญาโทใบที่ 2 จาก สถาบัน ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์ ในเดือน กรกฏาคม และเป็นปีที่ใช้ Twitter เป็นเครื่องมือสื่อสารอย่างจริงๆ จังๆ และศึกษาด้าน Social Network Marketing เพื่อนำมาใช้กับธุรกิจอย่างเต็มที่

 

      ปี 2010 ปีนี้ TARAD.com ได้ย้ายสำนักงานจากตึก SM Tower ตรงสนามเป้า ย้ายมายังอาคารของตัวเอง "อาคาร ตลาด ดอท คอม" ที่ตั้งอยู่ ซ.รัชดาภิเษก 26 เป็นอาคารของตัวเอง 6 ชั้น