10 กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ประเทศไทยปี 2012 (Thailand E-marketing Trend 2012)

ต้องยอมรับว่าในปี 2012 การตลาดออนไลน์จะเริ่มเข้ามาบทบาทกับการทำธุรกิจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก หรือธุรกิจขนาดใหญ่แค่ไหนก็ตาม เพราะ "การสื่อสารของคนไทย ได้เริ่มเปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว" ปีนี้ 3G จะเริ่มเข้ามาบทบาทกับคนไทยมากขึ้น และจะทำให้คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ช่องทางการสื่อสารทางออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกันเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น เดียวนี้หลายคนเลิกส่ง SMS แล้วหันไปใช้โปรแกรมส่งข้อความแบบ WhatsApp หรือ Line ที่เป็นโปรแกรมส่งข้อความแบบฟรี บนมือถือรุ่นใหม่ๆ เกือบทุกรุ่น, หลายคนติดตามเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ว่าเค้าทำอะไรกันอยู่ผ่านทางโปรแกรม Facebook บนมือถือ หรือแม้แต่โปรแกรมตัวใหม่อย่าง Path ก็ทำให้คุณติดตามและสื่อสารกับเพื่อนและคนที่สนิทได้ไม่ยากอีกต่อไป  หรือเดียวนี้หากคุณอยากจะซื้อของอะไร คุณแทบไม่เปิดสมุดหน้าเหลืออีกต่อไปแล้ว คุณมักจะค้นหาสินค้าที่คุณต้องการผ่าน Search Engine อย่าง Google ทันที, คุณดูละครเมื่อวานไม่ทัน แต่เช้าอีกวันคุณสามารถดูละครเรื่องนั้นผ่านทาง Youtube ได้ทันที เห็นไหมครับว่ารูปแบบการสื่อสารและรับรู้ข้อมูลของคนไทยเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้นนักการตลาดและผู้ที่ต้องการจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าของคุณ "คุณต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไป" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มาดูกันว่าในปี 2012 การตลาดรูปแบบใดกำลังจะ "มา" และเริ่มเป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มีศักยภาพมากขึ้น มาดูกันครับ

10 อันดับแบรนด์และธุรกิจของประเทศไทย ในโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ (Thailand Top Brand on Social Network 2011)

ทางเว็บไซต์ ZocialRank.com เว็บไซต์จัดอันดับการใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ของประเทศไทย ประกาศผล 10 อันดับสูงสุดของแบรนด์และธุรกิจของประเทศไทย ในโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์  โดยอันดับ 1. ได้แก่ค่ายหนัง GTH 2. ค่ายหนังเครือเมเจอร์ซินิเพล็กซ์ 3. ค่ายหนัง เอสเอฟซินิม่า 4. กลุ่มบริษัท โออิชิ และ 5. เครื่องดื่มเป็ปซี่  เห็นได้ชัดว่าจากผลของอันดับ กลุ่มธุรกิจค่ายหนัง ถือเป็นกลุ่มที่มีการใช้กลยุทธ์และการตลาดผ่านทางโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์มากที่สุด โดยทั้ง 1-3 อันดับล้วนเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับภาพยนต์ทั้งสิ้น เห็นได้ชัดว่าในปี 2011 ที่ผ่าน เป็นปีที่เริ่มมีหลายธุรกิจและแบรนด์ของไทย เข้ามาใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิกร์อย่าง Facebook หรือ Twitter เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงคนไทยมากขึ้น โดยในปี 2011 ประเทศไทยมีคนใช้ Facebook สูงถึง 13 ล้านคน หรือคิดเป็น 20% ของประชากรไทยทั้งประเทศ มากเป็นอันดับ 16 ของโลกนี้ ซึ่งแนวโน้มการใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ในปี 2012 จะมีการเปลี่ยนแปลงไป เพราะเริ่มมีบริการโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ใหม่ๆ เกิดขึ้น  อีกทั้งการบริการเหล่านี้เริ่มขยายเข้าไปยังบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งการเปิดให้บริการ 3G อย่างเต็มที่ในประเทศไทย จะเป็นตัวกระตุ้นให้คนไทยหันมาใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิรก์มากขึ้นอย่างมากในปีหน้า


 

วิธีการวัดผลของการจัดอันดับ

เนื่องจากโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ที่คนไทยนิยมมากที่สุดในปี 2011 ได้แก่ Facebook และ Twitter เราจึงได้ทำการวัดผลด้วยวิธีการ นำตัวเลขของจำนวนคน “ชอบ (Likes)” และจำนวน “คนตาม (Follower)” ของธุรกิจและแบรนด์ต่างๆ ของประเทศไทย ที่จัดอันดับอยู่ในเว็บไซต์ www.ZocialRank.com มารวมกัน โดยเก็บข้อมูล ณ.เดือน ธันวาคม 2011 เพราะตัวเลขทั้งสองตัวถือเป็นตัวชี้วัดให้เห็นถึง จำนวนคนที่สนใจและติดตาม แบรนด์และธุรกิจผ่านทางโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ และยังสะท้อนถึงการ ใช้กลยุทธ์และกิจกรรมทางการตลาดผ่านทางช่องทางนี้อีกด้วย

 

** หมายเหตุ : การจัดอันดับครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้น จากทีมงานของ ZocialRank.com เป็นการวัดผลตามแนวความคิดของทีมงาน  โดยหลักการในการจัดอันดับ ได้มาจากข้อมูลที่เก็บได้จริง จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ในโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ เพื่อต้องการให้เกิดการกระตุ้นและการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจและประเทศ

Captcha Advertising อันนี้เจ๋งแหะ

 ไปค้นๆ ดูเห็นอันนี้ เจ๋งดี ยังไม่มีใครทำในไทย เป็นระบบ Captcha ที่ต้องการให้ระบุตัวตนว่าเป็นคนจริงๆ โดยการกรอก ตัวเลขหรือตัวอักษรลงไปยืนยัน แต่เร่ิมมีคนคิดต่อว่า หากมันจะเอาแบรนด์หรือโฆษณาใส่ลงไป ก็น่าจะทำให้คนจดจำได้ดียิ่งขึ้น คุณเห็นด้วยไหม?

เจาะลึกกลยุทธ์ธุรกิจยุคใหม่ ทำยังไงถึงเติบโตระดับโลก?

 ตอนนี้สิ่งที่เห็นได้ชัดของแนวโน้มที่เกี่ยวข้องธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะธุรกิจอินเทอร์เน็ตหลายแห่ง ทั่วโลกต่างเติบโตกันอย่างรวดเร็วมาก ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี บริษัทหน้าใหม่ ก็สามารถแซงหน้าบริษัทยังษ์ใหญ่ที่เปิดมาสิบๆปีอย่างสบายๆ ทั้งมูลค่ายอดขาย และมูลค่าของแบรนด์ขององค์กรหรือสินค้า ยกตัวอย่างเช่น Google สร้างบริษัทมาเพียง 12 ปี มูลค่าของแบรนด์ 55,317 ล้านเหรียญ (1.7 ล้านล้านบาท) แซงหน้าบริษัทยักษใหญ่ที่มีอายุร้อยกว่าปีอย่าง GE ได้ หรือ Apple กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากมากถึง 324.3 พันล้านเหรียญ (10 ล้านล้านบาท) อะไรคือปัจจัยทีทำให้บริษัทหน้าใหม่เหล่านี้ สามารถเติบโตได้อย่างติดจรวด และเราจะสามารถเรียนรู้และนำกลยุทธนี้มาใช้กับธุรกิจของเราได้หรือไม่? เรามาเจาะเรื่องนี้กันครับ

 

เค้าวัดผลจากการมองได้อย่างไร? Eyes tracking และ Heat Map Tracking

 เคยเห็นการวัดผลเชิงการมองไหมครับ? (Eyes Tracking) โดยเป็นการวัดว่าคนส่วนใหญ่จะมองตรงไหน ของสื่อโฆษณาหรือหน้าเว็บไซต์ วันนี้ผมบังเอิญไปเจอเค้ามีเครื่องมือในการวัดผลว่าคนส่วนใหญ่มองอย่างไร? จากVDO 


วิธีการ Track ของ Head Map + Eyes tracking


เทคโนโลยีของ tobii สามารถวัดผลทางตาได้
 


ตัวอย่างการวัดจากมุมมอง ของการไปซื้อของใน Super Market


 อันนี้ Track กับโฆษณาทางทีวีก็ได้นะ 

เจาะลึก-วิเคราะห์คู่แข่งคุณทางโซเชียลมีเดียผ่าน ZocialRank.com

 ต้องยอมรับว่าเดียวนี้หลายๆ ธุรกิจเริ่มมีการใช้โซเชี่ยลมีเดีย มาเป็นเครื่องมือในการทำการตลาด การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าของตัวเอง รวมถึงมีการสร้างกลยุทธในการดึงลูกค้าให้เข้ามาเป็นสมาชิกผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดียมากขึ้น ทั้ง Facebook และ Twitter หลายธุรกิจประสบความสำเร็จมากในการใช้ช่องทางนี้ ยกตัวอย่างเช่น Facebook ของคุณตัน อิชิตัน ตอนนี้มีสมาชิกทะลุ 1 ล้านคนไปแล้ว นั้นหมายถึงการสื่อสาร การพูดคุยกับคน 1  ล้านจะเป็นเรื่องที่ง่ายๆ และทำได้ทันที ฟรีอีกต่างหาก ดังนั้นตอนนี้จึงมีคนและธุรกิจไทยเข้าไปสร้างหน้าใน Facebook (Facebook Pages) มากกว่า 3 หมื่นแห่งแล้ว เราจึงสามารถวิเคราะห์ กลยุทธการตลาด การสื่อสารของธุรกิจและแบรนด์ต่างๆ รวมถึงคุณแข่งของธุรกิจคุณได้ผ่านช่องทางนี้ วิธีการง่ายๆ ทำได้ไม่ยากเพียงแค่เข้าไปที่ ZocialRank.com ครับ

เว็บ www.ZocialRank.com เป็นเว็บไซต์ที่รวมรวมข้อมูลการใช้งานโซเชียลมีเดียของเมืองไทย ทั้ง Facebook และ Twitter มีการจัดอันดับของธุรกิจและแบรนด์ว่าใครเป็นอันดับที่ 1 ในการใช้โซเชี่ยลมีเดียในการสื่อสารกับลูกค้า อีกทั้งคุณยังสามารถวิเคราะห์ลงลึกไปแต่หน้า Facbook ของแบรนด์หรือธุรกิจที่คุณสนใจในเมืองไทย ว่าเค้ามีกลยุทธและเทคนิคอย่างไร และทำอะไรบ้าง รวมถึงยังเปรียบเทียบกับ Facbook ของคุณได้ทันที ลองมาดูกันลึกๆ กันว่าเว็บนี้บอกอะไรคุณได้บ้าง

 

เผยเทคนิคทำให้ทีมงานทำงานได้ทุกที่ทั่วโลกธุรกิจไม่หยุด แม้น้ำจะท่วมจดมิดออฟฟิศ

ในช่วงที่ประเทศไทยน้ำท่วมหนัก ผมเองเป็นคนหนึ่งที่กระทบกับเหตุการณ์นี้ด้วยเช่นกัน ทั้งบ้านและทีทำงานโดนน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ จึงต้องย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด รวมถึงทีมงานผมแต่ละคนก็แยกย้ายกระจัดกระจายไปทั่วประเทศไทย แต่จากการคาดการณ์ว่าน้ำท่วมครั้งนี้น่าจะนานหลายอาทิตย์ ผมเองก็ไม่อยากให้ธุรกิจและงานหยุดหรือปิดไปตามออฟฟิศ จึงได้มีการวางแผน การให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานที่บ้านได้ โดยมีการนำเครื่องมือทางออนไลน์ เข้ามาช่วยในการทำให้การเชื่อมต่อ สื่อสารกับคนภายในออฟฟิศเให้สามารถทำงานได้เหมือนอยู่ที่ ออฟฟิศเลยทีเดีย มาดูกันผมใช้เครื่องมือตัวไหนบ้าง

รู้จักรูปแบบสื่อ ที่คุณสร้างเอง และสื่อที่คนอื่นสร้างให้คุณ (Owned and Earned Media)

ไปอ่านบทความหนึ่งที่พูดถึงเรื่องรูปแบบของสื่อ ซึ่งสอนคล้องกับสื่อ Social Media อย่างมาก โดยเราสามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ด้วยกันคือ 

 

  1. สื่อที่เราสร้างขึ้นเอง (Owned Media) หมายถึง สื่อที่เจ้าของสร้างเอง และสามารถควบคุมการติตต่อสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างทั่วถึง เช่น การพัฒนาเว็บไซต์ บล็อก โซเซียลเน็ตเวิรก์ของตัวเอง หรือ การลงโฆษณาในสื่อต่างๆ (Paid Media) เพื่อใช้ช่องทางในการสื่อสารหลักกับลูกค้าเป้าหมาย 
     
  2. สื่อที่คนอื่นสร้างให้ (Earned Media) หมายถึง สื่อที่ลูกค้าภายนอกเป็นผู้สร้างขึ้นมา โดยพูดถึง สนับสนุนสินค้าและแบรนด์ ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ลูกค้ามีส่วนร่วมและพัฒนาภายใต้ความรู้สึกนึกคิดและอัตตาของตนเอง ถือเป็นช่องทางที่ให้ลูกค้าได้สร้างสรรค์และแสดงทัศนคติต่อแบรนด์อย่างชัดเจน รวมถึงมีปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับแต่ละแบรนด์ดังกล่าวด้วย 

    บางครั้งการวางแผน และกระตุ้นให้ลูกค้าหรือคนอื่นๆ พูดถึงแบรนด์ไปในทางที่ดี ก็จะทำให้เกิดการบอกต่อ (Buzz) ไปยังคนหมู่มากได้ง่ายๆ ผ่านทางโซเชีียลเน็ตเวิรก์อย่าง Facebook, Twitter หรือ Youtube  

ทีนี้คุณเองก็ต้องมาวางแผนละครับ ว่าแบรนด์ของคุณจะสื่อสารกับลูกค้าแบบไหน แต่ถ้าให้ดี คุณต้องสร้างไปทั้งสองแบบ แต่ "สื่อที่คนอื่นสร้างให้ (Earned Media)" จะเป็นสื่อที่ได้รับผลดี และกระจายออกไปในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว 

 

 

เจาะพฤติกรรมการใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิรก์คนไทยในช่วงวิกฤตน้ำท่วม

ช่วงเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมประเทศไทยในเดือน ตุลาคม 2545 นี้พบว่ากระทบกับคนไทยหลายๆ ทั้งเกือบครึ่งประเทศ และสิ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ การสื่อสารของคนไทยเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมคอยแต่รับฟังข่าวสารผ่านทางทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แต่หลังจากเมื่อเราเริ่มมี Social Network มันเริ่มกลายเป็นช่องทางในการสื่อสาร เวลาเกิดเหตุการณ์สำคัญๆ เกิดขึ้น เพราะผู้คนต่างต้องการข้อมูลข่าวสารที่ "เร็ว" ตามทันเหตุการณ์ จะให้ไปนั่งรอฟังข่าวจากทีวีหรือวิทยุก็อาจจะไม่ได้มานั่งเฝ้าสื่อพวกนี้กันทั้งวัน ดังนั้นการติดตามข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วทันทีที่ข่าวหรือเหตุการณ์เกิดขึ้น ช่องทาง Social Network จึงเป็นช่องทางที่คนไทยเริ่มหันไปใช้ และสื่อสารผ่านช่องทางนี้กันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะยิ่งความไม่่ตรงไปตรงมาของ รัฐบาลในการให้ข้อมูลทำให้การรับข้อมูลทางออนไลน์ ยิ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 
ผมเฝ้าสังเกตุจำนวนคนไทย ที่ส่งข้อความผ่านทวิตเตอร์ พบว่าก่อนหน้าเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม คนไทยมีคนส่งข้อความผ่านทางทวิตเตอร์เฉลี่ยวันละ 1.5 ล้านข้อความ แต่ในภายหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม พบว่าจำนวนคนไทยส่งข้อความผ่านทางทวิตเตอร์เพิ่มขึ้นเป็น 2.2 ล้านข้อความ หรือเพิ่มถึง 47% จากช่วงเวลาปกติภายในไม่กี่วัน นับว่าเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่รวดเร็วมาก ส่วนตัวผมเองใช้การค้นหาผ่านทางทวิตเตอร์เพื่อตรวจสอบดูว่า พื้นที่ในกรุงเทพที่ผมสนใจดูว่าน้ำท่วมแล้วหรือยัง จากการพูดคุยของคุณในทวิตเตอร์ ซึ่งเราจะได้ข้อมูลที่รวดเร็วกว่า เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือ แม้แต่การค้นหาผ่าน กูเกิ้ลซึ่งส่วนใหญ่ข้อมูลจากกูเกิ้ลจะใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือเป็นวันๆ เพื่อเก็บมูลจากเว็บต่างๆ เข้ามาในระบนให้คนค้นหาได้ นั้นหมายถึงข้อมูลน้นล้าหลังไปแล้ว ดังนั้นการค้นหาข้อมูลผ่านโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ เป็นการหาข้อมูลรวดเร็วยิ่งการวิธีการใดๆ เพราะเป็นการค้นหาแบบทันที (Real Time) ผ่านการพูดคุยและข้อมูลของคุณที่สื่อสารกัน ทำให้เราสามารถทราบถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ทันที ภายในหลังจากเหตุการณ์ต่างๆ ได้เกิดขึ้นไปเพียงไม่กี่นาที แต่ก็ต้องใช้วิจารณญานให้มากๆ ในการรับ บอกต่อด้วย เพราะมันเป็นสื่อที่มีข่าวลือเกิดขึ้นได้มากมายเช่นเดียวกัน
 

รวมเว็บข้อมูลที่จำเป็นต่อเหตุการณ์น้ำท่วม 2011

 ช่วงนี้เหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงมาก สำหรับคนไทย แต่สิ่งหนึ่งทีน่าสนใจคือ ข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นต่อการศึกษาและตรวจสอบดูว่า เหตุการณ์น้ำท่วมเป็นอย่างไรบ้าง จะกระทบกับคุณหรือบ้านคุณไหม ลองมาดูกันครับ ผมรวบรวมเอาไว้ เพื่อให้คุณเข้ามาดูได้ง่ายๆครับ

 

เว็บไซต์ รายละเอียด
http://flood.gistda.or.th เว็บติดตามเหตุการณ์น้ำท่วม มีสรุปและคาดการณ์ตำแหน่งที่น้ำจะท่วม  มีแผนที่น้ำท่วม และข้อมูลมากมาย
http://www.gistda.or.th เว็บของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ดูภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่ประเทศไทยทางอากาศ มีภาพการเดินทางของน้ำท่วม
http://dds.bangkok.go.th เว็บสำนักระบายน้ำกรุงเทพ
  > เช็กระดับน้ำท่วมบนถนนใกล้บ้านคุณ 
   > ตรวจระดับน้ำในคลองใกล้บ้านคุณว่าล้นหรือยัง?
http://hydrology.rid.go.th เว็บกรมชลประทาน ศูนย์วิเคราะห์ประมวลสถานการณ์น้ำ ดูกล้องระดับน้ำปัจจุบัน พยากรณ์ระดับน้ำ ดูระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำท่วมทั่วประเทศ
http://traffic.longdo.com ดูแผนที่กรุงเทพ พร้อมกล้องวงจรปิดบนถนนทั่วกรุงเทพ เช็กสถาพถนนแถวๆ บ้านหรือปลายทางที่คุณจะไปได้ ดูว่าน้ำท่วมหรือรถติดก่อนไปแถวนั้น
http://flood.longdo.com เว็บดูพื้นทีน้ำท่วมจาก Longdo มีข้อมูลหลายๆอย่างน่าสนใจ
http://www.google.org เว็บติดตามเหตุการณ์น้ำท่วมของ Google ร่วมมือกับ Thaiflood มีภาษาอังกฤษด้วย 
http://maps.google.com ใช้ดูแผนที่ได้ดีมากๆ สามารถดกดปุ่ม รูปจุดๆ ใต้วงกลมตรงด้านบนซ้าย มันจะพาไปหาตำแหน่งคุณปัจจุบัน ทำให้ดูตำแหน่งเราได้ง่าย
http://www.bangkokgis.com เว็บติดตามปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร มีข้อมูล
http://zocialrank.com/thaiflood เว็บเช็กข้อมูลน้ำท่วมจากทาง Twitter แบบสดๆ 
http://www.gamling.org/ เว็บแจ้งน้ำท่วมจากคนต่างๆ 
http://thaiflood.com  เว็บของศูนย์เพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีข้อมูล เบอรโืทรติดต่อที่จำเป็นสำหรับผู้ที่ประสบภัย
   

  

 

Syndicate content (C01 _th3me_)