Pawoot Diary Blog - E-Marketing
รายการงานการใช้ Social Network ของบริษัท Top 100 Fortune จากทั่วโลก
Submitted by pawoot on Thu, 11/03/2010 - 02:34ล่าสุดทาง Burson-Marsteller ได้ออกรายงานผลสำรวจของ Top 100 ของบริษัที่ติดอันดับในนิตยสาร Fortune ในปี 2010 เกี่ยวกับการใช้ Social Network ขององค์กรต่างๆ ชื่อว่า "Global Social Media Check Up" โดยสำรวจดูว่า องค์ใหญ่ๆ ระดับโลกมีการใช้ Social Network หลักๆ 4 ตัวได้แก่ Facebook, Twitter, Youtube, และ Corporate Blog กันมากน้อยแค่ไหน ซึ่งดูจาก Report แล้วประเทศจาก Asia-Pacific ก็ไม่น้อยหน้าในโซนอื่นๆ นะครับ แต่ถ้าดูภาพรวมแล้ว องค์กร บริษัทต่างๆ นิยมใช้ Twitter กันมากสุด รองลงมา Facebook Fan Page, Youtube และ Blog ขององค์กรตัวเอง

ดู slide ทั้งหมได้ที่นี่ Burson Marsteller 2010 Global Social Media Check Up Report
- Add new comment
- 346 reads
ไปออกรายการช่างคุย (Changkui.com) คุยเรื่องอนาคตของวงการเว็บไซต์ไทย เป็น Podcast
Submitted by pawoot on Wed, 24/02/2010 - 07:41ผมได้เจอกับพี่ภาสกร เจ้าของเว็บช่างคุย (www.Changkui.com) ที่ร้านกาแฟ วาวี #wawee ที่พบปะของชาว twitter มาหลายๆ ครั้งแล้ว และวันนึงผมก็เขียนบทความเรื่อง "วิเคราะห์อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยปี 2009 แบบไม่เกรงใจใคร" ขึ้นมา ซึ่งหลังจากนั้นพี่ภาสกรก็ติดต่อเข้ามา อยากคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ ลองมาผมกับพี่เค้าคุยเรื่องนี้กันดีกว่าครับ ว่าหากเรามองดูวิเคราะห์อุตสหกรรมเว็บไซต์ไทยของเรา มันเป็นอย่างไร และคนทีทำงานด้านอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ควรทำอย่างไรครับ...
>> ฟังกันได้ที่นี่ครับ
(หากมี ipod หรือ iphone จะยัดลงไปฟังตอนเดินทางในรูปแบบ podcast ก็ได้นะครับ)
- Add new comment
- 122 reads
เปิดโลกการค้าอนาคต "รู้ตำแหน่งและผสานโลกเสมือน" กับ TARAD.com (Location + Augmented Reality E-Commerce)
Submitted by pawoot on Thu, 18/02/2010 - 02:05เมื่อเราก้าวเข้าสู่ยุคของ social network และยุคที่เทคโนโลยีสามารถระบุตำแหน่งของเราได้ไม่ยาก จากเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หรือเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ทำให้เมื่อการรู้ตำแหน่งของคุณ ณ.ขณะนั้นมาผนวกเข้ากับเว็บไซต์ ทำให้การให้บริการของเว็บไซต์ ซึ่งจากเดิมจะเป็นบริการที่ให้แบบโดยรวมๆ ทั่วๆ ไป เปลี่ยนมาสามารถนำเสนอ ข้อมูลสินค้าและข้อมูลได้แม่นยำมากขึ้น โดยใช้ตำแหน่งพื้นที่ของคนที่เข้ามา เป็นตัวเลือกข้อมูลมานำเสนอให้เหมาะสมกับคนๆ นั้นได้
ล่าสุด TARAD.com ได้พัฒนาระบบ "ค้นหาสินค้าอัจฉริยะ (Product Search Engine)" ที่ http://search.tarad.com ทึ่สามารถค้นหาสินค้าที่คุณต้องการได้ จากแหล่งข้อมูลสินค้านับล้านๆ รายการ โดยล่าสุดระบบค้นหาสินค้านี้ได้มีการ นำระบบการระบุตำแหน่งของคุณเข้าไปเชื่อมโยงกับผลลัพย์ของการค้นหาสินค้า ทำให้ผลลัพย์สินค้าที่ได้มีความแม่นยำ และเป็นสินค้าที่อยู่ใกล้กับผู้ที่ค้นหา ณ. ขณะนั้นได้ทันที
รู้ตำแหน่ง (Location) ผู้ใช้แล้วดียังไง?
วิธีการทำงานง่ายๆ ของระบบนี้คือ เช่น ผมอยู่แถว ตลิ่งชั่น ผมค้นหาโทรศัพท์ "iphone" เมื่อผมค้นหา ระบบของ http://search.tarad.com ก็จะทำการค้นหา iphone ที่อยู่ใกล้ๆ ตำแหน่งผมมานำเสนอได้ทันที ทำให้ผมสามารถเลือกซื้อ iphone ได้กับ ร้านค้าที่ขายอยู่ใกล้ๆ ซึ่งจะทำให้ผมสามารถซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น และง่ายมากขึ้น ในด้านการเดินทาง และรู้ตำแหน่งของผู้ขายอีกด้วย นี้คือข้อดีของการใช้ตำแหน่ง (Location) มาช่วยทำให้การขายสินค้า (E-Commerce) เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากขึ้น
![]() |
ทำอย่างไร เรารู้ข้อมูล?
เนื่องจากสินค้าที่มาค้าขายส่วนใหญ่ ผู้ขายบางคนจะมีการระบุตำแหน่งของร้านค้าของตัวเองเอาไว้ เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถมาหา และรู้จักร้านค้าได้ง่าย เมื่อเราเอาตำแหน่งของผู้ขายสินค้า มาผนวก (Mashup) กับเทคโนโลยีของ Google Map และ ตำแหน่งของผู้ใช้เว็บไซต์ ณ.ขณะนั้น ก็จะทำให้การทำงานของ "การค้าขายตอบสนองตำแหน่งผู้ซื้อ" Location Base E-Commerce เป็นเรื่องที่เป็นไปได้
มองเห็นสินค้าออนไลน์ ในโลกเสมือนจริง ด้วย Augmented Reality E-Commerce
หากคุณเคยอ่าน การ์ตูน Dragon Ball คุณอาจจะเคยเห็น ดราก้อนเรดาห์ ที่เอาไว้ค้นหาลูกดราก้อนบอล โดยจะเป็นเรดาห์ ที่สามารถค้นหาและบอกตำแหน่งของๆได้ ซึ่งตอนนี้เทคโนโลยีนี้ เกิดขึ้นจริงๆ แล้วโดยทางทีมงาน TARAD.com ได้นำเทคโนโลยี Augmented Reality (อ่านว่า อ๊อกเมนเต็ด เรียลลิตี้ หรือ AR) มันคือการผสมผสานระหว่างโลกจริงๆ กับโลกเสมือน โดยเมื่อเทคโนโลยีนี้ มาผนวกกับ การค้าออนไลน์ หรือ E-Commerce ทำให้เกิดรูปแบบของการค้ารูปแบบใหม่ ที่ผมเรียกว่า "การค้าขายผสานโลกเสมือนจริง (Augmented Reality E-Commerce)" ที่จะทำให้ผู้ซื้อ สามารถค้นหาสินค้าที่ตัวเองต้องการ โดยสามารถรู้ตำแหน่งของสินค้าว่าอยู่ที่ไหน? ทิศทางไหน และอยู่ไกลเท่าไร จากตำแหน่งที่เค้าอยู่ โดยเพียงแค่มองผ่านโทรศัพท์มือถือ ที่ลงโปรแกรม ลายาร์ (Layar)
![]() |
(Layar คือโปรแกรมบราวเซอร์รูปแบบใหม่ ที่มีผสมผสานเทคโนโลยี Augmented Reality เข้าไปอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้เราสามารถมองเห็น การผสมผสานของโลกแห่งความจริงๆ กับโลกออนไลน์เสมือนจริงเข้าด้วยกันอย่างน่าตกใจ สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมนี้ในโทรศัพท์ระบบ Andriod หรือ iphone ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.Layar.com )
วิธีการเข้าสู่โลกการค้าแบบใหม่
เพียงคุณลงโปรแกรม Layar ในโทรศัพท์มือถือ Andriod (Download ฟรีได้จาก Android Market) หรือ iphone (Download ฟรีได้จาก AppStore) คุณเลือกที่แถบเมนู "Local" หรือ จะค้นหา (Search) โดยใช้คำว่า TARAD เพียงเท่านี้ ระบบ "Product AR Search by TARAD.com" ก็จะแสดงออกมาให้คุณเห็น
![]() หน้าจอตอนเปิดโปรแกรม layar ขึ้นมา |
![]() หน้าจอตอนเลือกโมดูล การใช้งานของ TARAD.com ในส่วนของ Local |
![]() หน้าจอเลือก Module การใช้งานในส่วนของการค้นหา |
เมื่อกดเข้าสู่ระบบ "Product AR Search by TARAD.com" คุณก็จะหน้าจอ "Filter Settings" ที่หน้านี้คุณสามารถ เลือกได้ว่า "คุณจะค้นหาสินค้าอะไร?" เลือกขอบเขตของการค้นหา จากตำแหน่งของคุณตอนนี้ว่าจะค้นหาไกลออกไปกี่กิโลเมตร โดยค้นหาได้ไกลสูงสุด 10 กิโลเมตร และนอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกหมวดหมู่ของสินค้าที่คุณต้องการเลือกได้อีกด้วย ว่าคุณจะค้นหาในหมวดไหน เพื่อผลลัพย์ที่ออกมาได้แม่นยำมากขึ้น และก็กด Apply
![]() หน้าจอตอนที่คูณเลือกว่าจะค้นหาสินค้าอะไร? อาณาเขตกว้างไกลเท่าไร? และ หมวดหมู่สินค้าอะไร? |
หลังจากนั้น ระบบก็จะทำการ "ค้นหาสินค้าที่คุณได้ทำการเลือกเอาไว้ ในขอบเขตๆ รอบๆตัวตัวของคุณ" ว่ามีสินค้าอะไรบ้าง ที่อยู่รอบตัวคุณตอนนี้ อย่างเช่นผมค้นหา "ipod" จากผลลัพย์ จะเห็นว่า ด้านมุมขวาด้านบนของหน้าจอในโทรศัพท์จะมีเรดาห์ขึ้นมา และจุดๆ ที่เราเห็นคือตำแหน่งของ ipod ที่อยู่ในทิศทางนั้น ซึ่งเมื่อเราหมุดโทรศัพท์ไปในทิศทางที่จุดนั้นอยู่ ภาพก็จะเปลี่ยนไปตามตำแหน่งที่เราเลื่อนกล้องของโทรศัพท์ไป
![]() หน้าแสดงข้อมูลสินค้าที่ค้นหาออกมา จุดสีขาวๆ กลางจอคือตำแหน่งของสินค้า และมุมขวาบน คือเรดาห์ของตำแหน่งของสินค้าที่ค้นหาเจอ |
และเมื่อกดที่ปุ่มสีขาว หรือข้อมุลด้านล่าง ระบบก็จะแสดงข้อมูลของสินค้าชิ้นนั้นออกมา พร้อมตำแหน่งของสินค้าชิ้นนั้น และยังสามารถเลือกได้ว่ากดเพื่อไปดู
![]() เมื่อกดดูข้อมุลสินค้า จะมีรายละเอียดที่เราสามารถดูเพิ่มเติมได้ |
- ข้อมูลของเว็บไซต์ร้านค้าร้านค้า (Link to Shop) จะเปิดไปที่หน้าเว็บของร้านค้าๆน้ัน
- ข้อมูลของเว็บไซต์หน้าสินค้าชิ้นนั้นที่คุณค้น (Link to Product) จะเปิดไปที่หน้าของสินค้าชิ้นน้ันๆ
- พาฉันไปที่ตำแหน่งสินค้านี้หน่อย (Take me there) ระบบจะพาคำนวนเส้นทางของคุณในปัจจุบัน และคำนวนหาวิธีการเดินไปหาสินค้าชิ้นนั้นๆ ให้
![]() การให้ระบบพาฉันไปที่ตำแหน่งสินค้านี้หน่อย (Take me there) |
![]() ข้อมูลของเว็บไซต์หน้าสินค้าชิ้นนั้นที่คุณค้น (Link to Product) |
มีหลายวิธีการดูตำแหน่งสินค้า
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
- ดูผ่านกล้องของโทรศัพท์ (Augment Reality)
วิธีนี้จะดูผ่านกล้องขอโทรศัพท์ ซึ่งคุณอยากรู้ว่าตำแหน่งสินค้าอยู่ที่ไหน คุณก็แค่เอากล้องในโทรศัพท์กวาดไปในทิศทางที่สินค้าอยู่
![]() |
| 2. ดูแบบแผนที่ (Map) คุณสามารถรู้ตำแหน่งของสินค้าที่ อยู่รอบๆ ตัวคุณจากแผนที่ ![]() |
3. ดูเป็นรายการ (list) เป็นการแสดงรายการสินค้าเป็น รายการๆ ลงมา ![]() |
ทั้งหมดนี้เป็นการผสมผสานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ากับเทคโนโลยีทางการค้าในโลกออนไลน์ หรือ E-Commerce เข้ามาบรรจบกัน ซึ่งส่วนตัวผมมองว่าเทคโนโลยี Augmented หรือ Location เป็นเทคโนโลยีที่สามารถพัฒนาได้แล้วไม่ยาก ซึ่งทีมงานของ TARAD.com ได้พัฒนาออกมาให้เห็นกันแล้ว นี้คือ บริการแรก Location + Augmented Reality E-Commerce อันแรกของเมืองไทยเลยในตอนนี้ สำหรับผมนี้คือแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ผมเชื่อว่าคนไทยหลายๆ น่าจะเห็นตัวอย่างจริงๆ กันแล้ว แล้วทีก็ต้องตาคุณแล้วละครับ ว่าคุณจะนำเทคโนโลยี Location หรือ Augemented มาใช้กับธุรกิจหรืองานของคุณยังไงได้บ้าง?
ปล.
- ขอบคุณคุณ @thangman22 @ifew ที่เป็นส่วนหนึ่งในการพลักดันให้เทคโนโลยีเกิดขึ้นได้จริงๆ
- ขอบคุณณัฐวัชร์ ผู้บริหาร HTC ประเทศไทย ที่สนับสนุน การพัฒนา Android ของไทย
- ขอบคุณงานจิบกาแฟคนทำเว็บ (Webpresso) ตอน "Location-based service ต่อยอดความคิดสู่เว็บยุคใหม่" ที่ทำให้ผมและทีมงานเราได้ไอเดียดีๆ จากงานนี้
- 2 comments
- 973 reads
เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ
Submitted by pawoot on Mon, 15/02/2010 - 17:44ในปัจจุบันโซเชียลเน็ตเวิรก์ อย่างเช่น Facebook, Twitter เริ่มค่อยๆ เข้ามาบทบาทกับสังคมและธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของธุรกิจ หรือนักธุรกิจหลายๆ เริ่มนั่งงงๆ อยู่ว่ามันจะเอามาใช้กับงานหรือธุรกิจเราได้ยังไง? หรือหลายคนหนักกว่านั้น ยังไม่รู้จัก? หรือยังไม่เคยใช้พวกนี้เลย ซึ่งแน่นอนหลายๆ คงต้องถามว่า "ใช้แล้วผมหรือธุรกิจได้อะไร จาก Social Network?" แหม.! เป็นคำถามที่ดีมากเลยครับ ที่ผมเชื่อว่าเป็นคำถามยอดฮิตของคนทำธุรกิจในตอนนี้ งั้นเรามาดูกัน
Social Network คืออะไรงะ? (เห็นคนพูดกันมานานแล้ว งง วุ้ย.!)
หลายๆคนคงรู้จัก Social Network เว็บไซต์กันอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้คำอธิบายง่ายๆ สั้นๆ ของ Social Network มันก็คือ เว็บไซต์หรือบริการทางอินเทอร์เน็ตที่ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อ หรือติดต่อพูดคุย (Communicate) กับเพื่อนเก่าๆ สมัยมัธยม, มหาวิทยาลัย หรือที่ทำงานเก่าๆ ได้ง่ายๆ และยังสามารถหาเพื่อนใหม่ๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถ เล่นเกมส์ (Games) หรือ ทำอะไรหลายๆ ที่คุณไม่เคยทำมาก่อนได้ เช่น ขโมยผักเพื่อน, เลี้ยงสัตว์กับเพื่อนๆ ของคุณได้ โดยกิจกรรมที่ทำ ทั้งหมดล้วนอยู่บนพื้นฐานของการ "ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนของคุณเท่านั้น" หากจะยกตัวอย่าง Social Network มีหลายแห่งที่ดังๆ เช่น Linkedin.com หรือ Myspace.com แต่ตัวที่ดังๆ จริงๆ ในเมืองไทยตอนนี้หลักๆ คงได้แก่ Facebook.com และ Twitter.com ส่วนตัวอื่นๆ ก็เริ่มๆ เอาท์ๆ กันไปแล้วอย่างเช่น hi5.com เป็นต้น
เออ... แล้ว Social Network มันมาช่วยอะไรธุรกิจเราได้บ้าง(วะ)?
อ่านๆ ดูแล้วมันเป็นการเชื่อมโยงระหว่างเพื่อนกับเพื่อนหรือคนกับคน แล้วธุรกิจหรือการค้าจะเอาไปใช้อะไรได้บ้าง ตอนนี้นักการตลาดยุคใหม่ "เริ่มเปลี่ยนวิธีการสื่อสารกับลูกค้าตรงๆ เริ่มเปลี่ยนมาเป็นสื่อสารให้คนอื่นพูดถึงสินค้าแทน ในช่องทางโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์แล้ว เพราะได้ผลมากกว่าการโฆษณาตรงๆ" ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น "ระหว่างมีร้านมาโฆษณาบอกว่า โดนัทร้านเค้าอร่อย กับ เพื่อนสนิทของคุณบอกว่า โดนัทร้านนี้อร่อย คุณจะเชื่อใครมากกว่ากัน.!" แน่นอนครับ แทบทุกคนต้องบอกว่า "เชื่อเพื่อนบอกมากกว่าโฆษณาบอก" นี้คือหลักการง่ายของการตลาดผ่าน Social Network คือ "ให้คนอื่นพูดถึงสินค้าหรือบริการของคุณแทนคุณบอกเอง" แต่ต้องบอกในทางที่ดีนะครับ
วิธีการง่ายๆ ทำให้องค์กรคุณเป็นองค์กร Social Network
- สร้างตัวตนขององค์กรคุณใน Social Network
วิธีการนี้ง่ายมากๆ เพียงแค่เข้าไปสมัครใน Social Network แต่ละแห่งแล้วเริ่มนำข้อมูลสินค้า หรือบริการบอกให้ข้อมูลผ่านทางช่องทางนี้ แต่ต้องใช้ทักษะการบอกผ่านในช่องทางนี้ อย่างแยบยล และ "ควรจะสื่อสารสิ่งที่ลูกค้าอยากฟัง" ไม่ใช่เอาแต่พูดแต่เรื่องของสินค้าของคุณ "ควรจะพูดในมุมว่าสินค้าหรือบริการของคุณจะไปช่วยทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้นอย่างไรได้" เช่นผมขาย "ไดร์เป่าผม แทนที่จะบอกว่าผมขายไดร์เป่าผม ก็เปลี่ยนวิธีสื่อสารใหม่ เช่น "เพิ่มความสวยให้แต่วันทำงาน ด้วยไดร์เป่าผมของคุณ" สิ่งที่คุณพูดออกไปก็จะมีคนใจมากกว่า
- หาคนรับผิดชอบให้ชัดเจน
การระบุคนหรือทีมที่ชัดเจนในการดูแล Social Network ขององค์กรก็จะเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะสามารถโฟกัสในสิ่งที่ทำได้ โดยส่วนใหญ่ หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านนี้ คือฝ่ายการตลาด เพราะสามารถใช้เป็นอีกช่องทางนึงในการสื่อสารได้อย่างเต็มที่พร้อมๆ บางองค์กรผู้บริหารระดับสูงก็เข้ามาใช้ Social Network นี้เอง อย่างเช่น คุณพาที สารสิน CEO ของนกแอร์ (http://twitter.com/patee122) เฮียฮ้อของ RS (http://twitter.com/HereHorRS) หาก CEO หรือผู้บริหารคนไหนสนใจจะเริ่มต้นทำ Social Network ลองอ่านที่ "6 เหตุผลที่ผู้บริหารควรเอาตัวเองเข้าไปกระแทก Social Network" หรือหากองค์กรของคุณไม่มีคนรับผิดชอบ ก็สามารถอาจจะให้บริษัทมืออาชีพที่ทำงานด้านนี้มาช่วยดูแลแทนก็ได้
- ให้คนในองค์กรมีส่วนร่วมในการสร้าง Social Network
ผมเชื่อว่าในองค์กรของคุณ อาจจะมีคนอยู่หลายคนเลยทีเดียวที่ใช้ Social Network อย่างเช่น Facebook หรือ Twitter แต่ส่วนใหญ่เราจะพบว่าคนส่วนใหญ่ที่ใช้ "มักใช้ในเรื่องส่วนตัว" แต่หากเราสามารถปรับและกระตุ้นให้คนในองค์กร มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ Social Network มาเพิ่มศักยภาพของแบรนด์หรือสินค้าขององค์กร ให้ผ่านไปยังเครือข่าย Social Network ของเพื่อนๆ เค้าออกไป ยกตัวอย่างง่ายๆ หากองค์กรคุณมีคน 20 คนที่ใช้ Social Network แต่ละคนมีเพื่อนอยู่ใน Network 100 คน และใน 100 คนก็บอกต่อไปหาเพื่อนอีก 100 คน ลองคิดดูง่ายๆ ว่า "หากทั้ง 20 คนในองค์กร ช่วยกันพูดถึง สินค้าและบริการของคุณออกไป วันละ 1 ครั้ง เราจะมีคนเห็นสินค้าหรือบริการของคุณผ่านออกไปมากถึง 2 แสนคน/วันเลยทีเดียว" และที่สำคัญข้อความเหล่านี้ จะน่าเชื่อถือมากกว่าข้อความปกติ เพราะถูกส่งผ่านไปยังในรูปแบบ "เพื่อนบอกเพื่อน"
ทั้งหมดนี้่เป็นเพียงขั้นตอนง่ายๆ ที่องค์กรของคุณ สามารถปรับตัวเองเข้าสู่โลกของ Social Network ได้ไม่ยากครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป รีบสมัครเลยครับ ลองมาหาวิธีการนำ Social Network มาใช้ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับองค์กรของคุณดีกว่า จะปล่อยให้พนักงานหรือคนในองค์กรของคุณปลูกผักหรือเปิดร้านขายอาหารไปวัน ๆใน Facebook ไปทำไม อ่านจบแล้วก็คิดวิธีการทำได้เลย... จะรออะไรอยู่ละ.!
- 2 comments
- 366 reads
6 เหตุผลที่ผู้บริหารควรเอาตัวเองเข้าไปกระแทก Social Network
Submitted by Anonymous on Mon, 15/02/2010 - 17:28** บทความนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารที่ไม่รู้ค่อยรู้เรื่อง Internet และหากคุณเป็นลูกน้องต้องการอัพเดทกบาลหัวหน้าหรือผู้บริหารของคุณ ลอง Print หน้านี้ออกไปวางไว้บนโต๊ะให้เค้าอ่านสิครับ
อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังถึง "เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ" ตอนนี้ก็เริ่มมีหลายๆ องค์กรเริ่มนำ Social Network เข้ามาใช้ในธุรกิจ หลายแห่งก็ยังไม่ได้ทำ แต่สำหรับผู้บริหารหรือหัวหน้าที่ยังไม่ได้เอาตัวเองเข้าไปใช้ Social Network หรือผมเรียกว่า "เอาตัวเองเข้าไปกระแทก" นั้น มาดูกันว่า ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดการใช้ Social Network ซึ่ง Social Network ในที่นี้ผมขอเน้นไปที่ Facebook.com และ Twitter.com นะครับ
1. ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่เร็วและ แร๊ง..งง
ด้วยรูปแบบของการใช้ Social Network ที่ผู้บริหารสามารถควบคุมและดูแลได้ด้วยตัวเอง ทำให้สามารถส่งข้อความ ที่ตัวเองต้องการส่งได้เมื่อไรก็ได้ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเราได้ทันที และยังสามารถสื่อสารออกไปในวงกว้างได้อีกด้วย จึงถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพมากในยุคของสื่ออินเทอร์เน็ตเช่นนี้
2. แนบชิดกับลูกค้า และคนในองค์กร
ผู้บริหารสามารถความเป็นกันเองกับ ลูกค้า หรือคนในองค์กรของคุณ ด้วยการใช้ Social Network โดยไม่จำเป็นต้องส่งเฉพาะเรื่องงานเข้าไปเท่านั้น การส่งเรื่องส่วนตัว หรือกิจกรรมต่างๆ ของตนในแต่ละวัน ก็จะทำให้ผู้รับข้อมูลรู้สึกเป็นกันเอง และรู้สึกใกล้ชิดกับผู้บริหารมากขึ้น ทำให้เกิดความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งระหว่างคุณกับลูกค้าหรือแม้แต่กับคนในองค์กรของคุณ และนอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องมือทำให้คุณรู้ว่า คนในองค์กรของคุณตอนนี้เค้าคิดหรือทำอะไรอยู่บ้าง ทำให้คุณสามารถเข้าใจคนในองค์กรของคุณได้ดีมากขึ้น นอกเหนือจากมุมมองด้านการงานเพียงอย่างเดียว
3. ลดการนินทาว่าร้ายจากคนในองค์กร
เมื่อคุณอยู่ในโลก Social Network เดียวกับคนในองค์กรของคุณ และทำให้คนในองค์กรคุณที่รู้ว่าคุณอยู่ในนี้เช่นเดียวกันจะ "มีการระมัดระวังการพูดจาหรือกล่าวร้ายต่อองค์หรือตัวคุณได้" เพราะมีหลายๆ ครั้งที่คนในองค์กรมักจะเขียนอะไรที่ไม่ดีต่อองค์กรที่ตนทำงานอยู่ หรือ ผู้บริหารที่ได้ทำงานด้วย เพราะส่วนใหญ่มักคิดว่า เขียนไปแล้ว ผู้บริหารหรือองค์กรจะไม่มีทางมาเจอข้อมูลเหล่านี้ และบางครั้งมักเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งการที่คุณอยู่ใน Social Network เดียวกับเค้า จะช่วยลดเหตุการณ์แบบนี้ลงไปได้มากๆ เลยทีเดียว
4. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กร
ตอนนี้หากผู้บริหารมีการใช้ Social Network เป็นช่องทางในการสื่อสารอีกวิธีหนึ่ง สื่อหรือสังคมก็จะเริ่มให้ความสนใจกับ การพัฒนาของผู้บริหารที่มีการนำเทคโนโลยีรูปแบบใหม่มาใช้กับการสื่อสาร ทำให้ภาพลักษณ์ของผู้บริหารและองค์กรมีความทันสมัย และภาพลักษณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น
5. ช่องทางกระจายองค์ความรู้
ผู้บริหารหลายๆ คนมักเป็นคนเก่ง แต่มักไม่มีโอกาสในการถ่ายทอดความรู้ หรือเทคนิคอะไรดีๆ ดังนั้นการมี Social Network จะทำให้ผู้บริหารสามารถใช้เป็นช่องทางในการ กระจายความรู้ที่ตัวเองแก่คนทั่วไป และคนในองค์กรได้อีกด้วย เพียงทิปเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณสื่อสารออกมา อาจจะะเป็นความรู้สิ่งใหม่สำหรับคนอื่นๆ ได้อย่างมากเลยทีเดียว
6. สร้างความได้เปรียบในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆ
หลากครั้งที่ผู้บริหารมักไม่เข้าใจ เรื่องของ Internet และเทคโนโลยีใหม่ๆ การเอาตัวเองเข้ามาอยู่ในโลกของ Social Network จะทำให้คุณได้เปิดโอกาสการเรียนรู้สิ่งใหม่ ที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผ่าน Social Network และ Internet ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารมีมุมมองที่กว้างไกลมากขึ้น เมื่อคุณสามารถเข้าใจเทคโนโลยี และรู้จัก รวมถึงการนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้
ทั้งหมดนี้สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปสมัครใช้บริการของ Social Network ต่างๆ อย่าง Facebook.com หรือ Twitter.com ส่วนตัวผมขอแนะนำ Twitter.com เพราะสามารถใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และสามารถใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับคนที่สนใจจะใช้ Twitter ลองอ่านที่นี่ครับ (http://www.pawoot.com/twitter) อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อย่าลังเลครับ รีบเปิดแล้วเข้าไปสมัครเว็บ Twitter.com หรือ Facebook.com เลยครับ อย่าปล่อยให้โอกาสของการเปลี่ยนแปลงขององค์กรของคุณผ่านไปครับ....
หากมี twitter กันแล้ว ก็ add ผมมาได้เลยนะครับ http://www.twitter.com/pawoot
- Add new comment
- 1034 reads
วิเคราะห์ Foursquare และอนาคตในไทยต่อจากนี้
Submitted by pawoot on Sun, 07/02/2010 - 23:22เมื่อตำแหน่งของคุณ (Location) ถูกผสานเข้ากับ สังคมโครงข่ายออนไลน์ (Social Network) เรื่องปาฏิหาญบางอย่างก็เกิดขึ้น ครั้งแรกที่ผมรู้จักกับ Foursquare.com ก็พบว่ามันเป็นอีกก้าวของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ มันแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า หลังจากจากที่ผมได้รู้จัก และได้เขียน Blog เกี่ยวกับ Foursquare ที่ www.pawoot.com/foursquare เพียงไม่ถึงเดือน กระแสของ Foursquare ก็โด่งดังอย่างรวดเร็วมากๆ ตัวเลขของคนที่เข้ามาใช้บริการของ Foursquare ในเมืองไทย เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งปัจจุบันน่าจะมีคนใช้หลายพันคนแล้ว (ณ.เดือนกุมภา 2010) จากเพียงเวลาเพียงเดือนกว่าๆ และจำนวนของสถานที่ check-in ใน Foursquare เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก เพราะคนที่ใช้บริการในไทยหลายๆ คนเริ่มเพิ่ม สถานที่ใหม่ๆ เข้าไป และ check-in สื่อหลายๆ สื่อให้ความสนใจกับ Foursquare เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ หนังสือพิมพ์ งานสัมมนา หรือแม้แต่แม็กกาซีนที่อยู่ในมือของคุณตอนนี้ ต้องยอมรับว่า กระแสของ Social Network รูปแบบใหม่ หากเข้ามาแล้วถูกหรือเข้ากับกลุ่มคนใช้กับคนที่ใช้ Social Network เดิมอยู่ ก็จะเติบโต ขึ้นอย่างอย่างจนน่าตกใจ โดยดูอย่าง Foursquare เป็นตัวอย่างได้
สิ่งทีน่าสนใจของ Foursquare.com ผมขอแบ่งออกเป็น 3 มุมมอง
1. มุมมองคนทั่วไป
ผมมีช่องทางใหม่ในการใช้บอกกับเพื่อนผ่านทาง Social Network ผ่าน Foursquare ได้ง่ายมากขึ้น เพราะ Foursquare สามารถเชื่อมโยงกับ Twitter และ Facebook ได้ง่าย อีกทั้งยัง มีระบบการเก็บคะแนน และยังสามารถสร้างความเป็นตัวตนได้ง่ายผ่าน Social Network ของ Foursquare
2. มุมของธุรกิจ
ธุรกิจออฟไลน์ ที่มีหน้าร้านค้า สามารถนำ Foursquare ไปใช้เป็นเครื่องมือสร้างความจงรักภักดี หรือสร้าวความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้ หรือบางแห่งนำไปใช้เป็นเป็นเครื่องมือสะสมแต้มได้ง่ายๆ และยังสามารถเช็กหรือติดตามว่าใครคือ ลูกค้าที่เป็นลูกค้าจริงๆ ของเรา
3. มุมนักพัฒนา
แนวทางการพัฒนาของ Foursquare ถือเป็นวิธีการที่น่าสนใจมากๆ โดยมีการนำ Social Network มาใช้ร่วมกับ Location ได้อย่างลงตัว โดยใช้วิธีการ เก็บคะแนน (Point) และการได้ป้าย (Badge) พิเศษ เป็นตัวกระตุ้นให้คนเข้ามาใช้บริการ รวมถึงยังมี ให้บริการหลายๆ Device Platform เช่น iphone, Android, Blackberry ซึ่งทำให้กลุ่มคนใช้สามารถเข้าถึงบริการของ Foursquare ได้ง่ายมากขึ้น และยังมีระบบ API ที่ทำให้เกิดการเชื่อมโยงของเว็บนี้ไปยังเว็บอื่นๆ ได้ง่ายมากขึ้น
ทั้งหมดนี้เป็นวิธีการคิดและการวางรูปแบบการให้บริการเว็บไซต์ที่แยบยลมากๆ ซึ่งทำให้เว็บ Foursquare สำเร็จได้ไม่ยากเลย ซึ่งวิธีการนี้ ผมอยากให้นักพัฒนา นำไปใช้และดูเป็นแนวทาง
อนาคตของ Foursquare ในไทย?
จุดที่น่าสนใจของ Foursquare คือการแข่งขันกับเพื่อนๆ ใน network ของเค้า ซึ่งตอนนี้เกิดขึ้นแล้วในเมืองไทย และคนไทยหลายๆ คนเริ่มแข่งขันในการเก็บคะแนน และการเป็นเจ้าถิ่น (Mayor) ในสถานที่ต่าง แต่ในมุมมองของ ธุรกิจที่จะเริ่มนำ Foursquare เข้าไปใช้ ตอนนี้อาจจะยังไม่เยอะ การที่ Foursquare จะเกิดได้ในเมืองไทยมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น โทรศัพท์มือถือ Smart Phone ที่เติบโตมากขึ้น, การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ, ภาษาที่ส่วนใหญ่ยังเป็นภาษาอังกฤษ เป็นต้น นี้คือปัจจัยบางส่วนของ Foursquare ที่จะเติบโตได้ในเมืองไทยอย่างต่อเนื่องจากนี้ครับ จริงๆ มันสามารถประยุกต์ใช้ได้กับ Application หรือบริการอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน จากมุมของผม
- 3 comments
- 463 reads
เทคนิคอื่นๆ เกี่ยวกับ FourSquare.com
Submitted by pawoot on Sun, 17/01/2010 - 12:21ไม่น่าเชื่อว่า หลังจากที่ผมแนะนำ Foursquare.com ไปไม่นาน จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ ที่คนไทยเริ่มเข้ามาใช้ Foursquare กันอย่างล้นหลาม ทีนี้เรามาดูเทคนิคต่างๆ ในการใช้ FourSquare ให้สนุกหรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานดีกว่าครับ
- นำ Foursquare ไปใส่ใน Calendar
หาก คุณต้องการรู้ว่าคุณไปไหนมาไหนบ้าง ผ่าน Foursquare ลองนำ Foursquare ไปเชื่อมใส่ไว้ใน Calendar (ที่ Support ระบบ iCal เช่น Google Calendar, Outlook, Thunder Bird)- Login เข้าไปที่ foursquare จาก browser ของคุณ
- ไปที่ foursquare feeds
- Copy ลิงค์ (URL) ของ ICS feed
- เข้าไป Calendar ที่เราใช้งานอยู่หาเมนูเพิ่ม Calendar ใหม่ด้วย iCal’s
- วาง ICS URL ที่ได้มาจาก foursquare feeds
- แค่นี้ก็เสร็จแล้ว.

[กดดูภาพขยายของการเชื่อมต่อกับ Google Calendar]
- ดูจัดอันดับในกลุ่มเพื่อนว่าใครได้คะแนนสูงสุด
หน้าเว็บดูการจัดอันดับในกลุ่มคุณว่าใครเป็นอันดับที่เท่าไร (ต้อง login ก่อนถึงเข้าหน้านี้) เป็นหน้าของ mobile version
- สำหรับคนใช้ FireFox - Add On สำหรับใช้ Foursquare
คุณสามารถ Check-in ผ่าน Firefox ได้ง่ายๆ ทันที
เทคนิคการ Check-in สถานที่ให้แม่นยำมากขึ้น
หลากครั้งที่คุณ Check-in ในพื้นที่ของคุณ แต่คุณหาตำแหน่งที่คุณอยู่ไม่เจอ คุณก็เลยใช้วิธีการ "เพิ่มสถานที่ (Add Venue)" แต่ เมื่อคุณกลับมาสถานที่นั้นอีกที พอคุณกลับมา Check-in อีกที คุณกลับหาสถานที่คุณเพิ่มไปครั้งก่อนไม่เจอ ต้องมา "ค้นหา (Search)" เอาทุกครั้ง ถึงจะเจอสถานที่คุณ add ไว้ หรือต้องการ
ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น?เพราะ Foursquare ใช้วิธีการรู้ตำแหน่งของคุณจาก "เสาโทรศัพท์มือถือ (Cell Site)" ที่ โทรศัพท์มือถือคุณเชื่อมต่ออยู่ ซึ่งบางครั้งเกิดความผิดพลาดของการบอกตำแหน่งของเสามือถือของคุณ ทำให้ ตำแหน่งที่คุณ เพิ่มเข้าไป ไปโผล่ที่ตำแหน่งอื่นๆ ไกลๆ แทน ทำให้พอคุณกลับมาในพื้นที่นั้นอีกครั้ง พอคุณ check-in ถึงไม่เจอสถานที่คุณเพิ่มเอาไว้
วิธีการแก้ไข?
คุณต้องแก้ไข โดยการกลับเข้าไปใน Foursquare บนเว็บไซต์
- "ค้นหา" สถานที่ๆ คุณเคยเพิ่มเอาไว้ โดยเมื่อเข้าไปใน สถานที่คุณ Add เอาไว้
- เพิ่มข้อมูลเข้าไปโดยกดปุ่มรูป "ดินสอ" เมื่อกดเข้าไป เราก็จะสามารถแก้ไข ที่อยู่ตำแหน่งนั้นได้
เพิ่มเติมนิดนึงนะครับ คุณจะแก้ไขสถานที่นั้นได้ก็ต่อเมื่อ คุณเป็นคนเพิ่มสถานที่นั้นเข้าไปเอง 2. หรือคุณเป็น super user
คือเราต้อง Check-in ต่างพื้นที่ 50 แห่งขึ้นไป ถึงจะได้เป็น
- เมื่อเข้าไปหน้าแก้ไขข้อมูลแล้ว ให้ระบุตำแหน่ง ของสถานที่ของคุณ โดยอ้างอิงจาก Google Map เพราะ Foursquare ใช้ระบบแผนที่ของ Google Map ดังน้น หากจะให้ตำแหน่งของสถานที่ของเราแม่นๆ เราต้องเข้าไป เช็กตำแหน่งของสถานที่ของเราใน Google Map ก่อน โดยกดคลิกขวา ที่ตำแหน่งที่เราต้องการข้อมูลเลือก "What's here" จากนั้น Google Map ก็จะให้ตำแหน่งของสถานที่ตรงๆ นั้นออกมา แล้วก็นำข้อมูลที่ได้จาก Google Map ไปใส่ใน Foursquare เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ ตำแหน่งของสถานที่ของคุณ ที่แม่นยำมากขึ้นครับ
![]() หน้าแก้ไขข้อมูลหลังจากด รูปดินสอ มาแล้ว |
![]() การระบุตำแหน่งของสถานที่โดยใช้ Google Map |
- 6 comments
- 805 reads
วิเคราะห์อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยปี 2009 แบบไม่เกรงใจใคร
Submitted by pawoot on Mon, 11/01/2010 - 11:21ก่อนอื่น ขอบอก่อนครับว่าข้อความที่จะอ่านต่อจากนี้เป็น เกิดขึ้นตอนสติไม่ค่อยดีเท่าไร (มึนๆ นิดๆ) อาจจะมีภาษาอะไรไม่สุภาพบ้าง ก็ต้องขออภัยมา ณ. ที่นี่ด้วยครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในคือวันที่ 11 มกราคม 2010 เวลา เทียงคืนนิดๆ เป็นข้อความที่รวมมาจาก Twitter ของผม อาจจะไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าไร แต่ก็น่าจะพอได้อะไรบ้างครับ
Pawoot P.
มันเริ่มจาก ฝรั่งเศสเล็งเก็บภาษี เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่
ขอวิเคราะห์ เหตุการณ์ "ฝรั่งเศสเล็งเก็บภาษี เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ Google, Yahoo, Facebook " ผมเองรู้สึกและกำลังจับตามองเรื่องนี้มานานแล้วละครับ อย่างเหตการณ์ในปัจจุบัน เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ในโลกหลายแห่ง กำลังสนุกสนานกับการสร้างรายได้อย่าง "มหาศาล" จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างมากมายในรูปแบบของ Long Tail คือหาโมเดลรายได้เก็บเงินนิดหน่อยๆ แต่เก็บจากคนทั่วโลก ก็สามารถทำให้เกิดรายได้มหาศาล โดยใช้โอกาสให้ผู้ซื้อทั่วโลกสามารถชำระเงินผ่านออนไลน์ ผ่านบัตรเครดิตชำระตรงไปที่ บริษัทเแต่ละแห่งในประเทศนั้นๆ ได้เลย (บริษัทบางแห่งอาจจะมีการวางแผนการรับเงินโดย เปิดบริษัทในประเทศบางประเทศที่มีสิทธิทางด้านภาษี ทำให้เค้าสามารถ ได้ผลประโยชน์ทางด้านภาษีมาก) ทั้งนี้เพื่อให้เกิดกำไรสูงสุด จึงทำให้ปัญหาบางอย่าง เพราะการ "จ่ายเงินตรงและออกไปยังประเทศของบริษัทเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ต่างๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต" ทำให้ เว็บไซต์ใหญ่ๆ ไม่ต้อง "เสียภาษี" ให้กับรัฐบาลของหลายๆ ประเทศทั่วโลก เพราะการชำระเงินผ่านสามารถส่งผ่านอินเทอร์เน็ต ข้ามไปยังประเทศของเค้าเลย ซึ่งจะเห็นได้ว่า หลายๆ ประเทศมีการจ่ายเงินผ่านออกช่องทางออนไลน์ ไปยังประเทศที่บริษัทเว็บไซต์ใหญ่ ๆอยู่ อาจจะมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทหรือพันล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว นี้คือ "ความเสียเปรียบ ของประเทศที่เว็บไซต์ใหญ่ ๆหลายๆ แห่งไม่ได้มีบริษัทตั้งอยู่" เพราะ "การจ่ายเงินตรงออกไปยังประเทศที่บริษัททเว็บไซต์ใหญ่ๆ อยู่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือประโยชน์อะไรกับภาครัฐหรือประเทศที่เว็บไซต์นั้นไม่ได้ตั้งอยู่เลย" ประเทศเหล่านั้นไม่ได้แม้แต่เงินค่าภาษีการจ้างคน ภาษีธุรกิจ ซักบาท เพราะบริษัทเว็บไซต์ใหญ่ๆ จะจ้างคนประเทศนั้นๆ ไปรวมอยู่ประเทศอื่นๆ ใกล้เคียงเอาไว้รวมกัน เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ และประหยัดค่าใช้จ่าย นีื้คือความได้ เปรียบของธุรกิจที่อยู่ในโลกออนไลน์ ที่สามารถ "กำหนดเส้นทางการเดินทางของเงินได้" ไม่ยาก โดยไม่ต้องเสียภาษีให้กับแต่ละประเทศ กลับมามองเมืองไทย ธุรกิจต่างๆ ของไทย "ใช้ความได้เปรียบด้านนี้ น้อยมากๆ" มีเพียงน้อยนิดของธุรกิจออนไลน์ที่ใช้ความได้เปรียบนี้ ส่วนใหญ่ เราจะเป็นผู้ "ซื้อ" มากกว่า ดังนั้นการผมเห็นข่าวของ รัฐบาลฝรั่งเศส จะออกมาเก็บภาษีกับเว็บใหญ่ๆ เช่น Google, Yahoo, Facebook ตามข่าวนี่ ผมเห็นด้วย 100%
วิธีการแก้ปัญหาของเรื่องนี้
ทางออกของวิธีการเก็บภาษี นี้ไม่ยากครับ คือ การผลักดันให้เว็บใหญ่ๆ เปิดสาขาในประเทศที่ไปเปิดให้บริการ กำหนดให้เค้ามีการรับรายได้ผ่านสาขาในประเทศ เมื่อมีการกำหนดให้ มีการเกิดรับรายได้ผ่านสาขาในประเทศนั้นๆ ข้อดีคือ ประเทศนั้นๆ สามารถเก็บภาษีและสามารถช่วยเหลือสนับสนุนท้องถิ่นๆนั้นๆ ได้ แต่คำถามคือ เว็บใหญ่ๆ จะยอมหรือเปล่า?? คำตอบคือ "ยอม" หากภาครัฐ ออกกฏและเข้ามาดูตรงนี้อย่างชัดเจนอย่างที่ รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังจะทำ (ขอให้ +1 สำหรับเค้า) หากเราไม่ทำวันนี้ ต่อๆไป เราจะเสียเปรียบและสูญเสียรายได้ปีนึงหลายพันล้านบาท จากการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านทางออนไลน์ออกไปตรงๆ มีบริษัทเว็บไซต์ ตปท.หลายๆ บริษัทในปัจจุบันที่มีรายได้มหาศาลจากคนไทย แต่ไม่เคยเสียภาษีให้ประเทศไทยเลย เช่น Amazon, Ebay, Google, Yahoo การผลักดันให้บริษัทต่างๆ เหล่านั้นเข้ามา ตั้ง office ในไทยช่วยอะไรได้หลาย ๆ อย่าง เช่น การพัฒนาด้านคน, เทคโนโลยี, การได้ภาษีมาพัฒนาอุตสหกรรมด้านนี้ และอีกมาก ที่่ผ่านมา รัฐบาลจีนยังทำได้.. อย่าไปยอมเค้าสิ โดยวิธีการ Block ปิด หรือหันไปสนับสนุน local web แทนครับ แบบที่หลายปท.ทำ มีคำถามเกิดขึ้นกันว่า หากเราทำแบบนี้แล้ว จะทำให้ผู้บริโภคคือผู้รับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือเปล่า? < ผมเชื่อว่ามันไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้มาก เพราะโครงสร้างด้านราคามันมี Global Standard และ rate คุมเอาไว้อยู่
มองด้านดีของเรื่องนี้.!
แต่อย่ามองแต่ในด้านไม่ดีอย่างเดียวของปัญหานี้ เราก็ต้องมองอีกมุมด้วยว่า การจ่ายเงินออกไปเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ ของต่างประเทศโดยตรง บางครั้งก็นำมาซื้อรายได้ให้กับผู้ประกอบการในประเทศด้วยเหมือนกัน เช่น คนไทยที่ค้าขายใน Ebay อยู่ก็ได้รายเพิ่มมากขึ้น, คนที่ไปลงโฆษณาออนไลน์ในเว็บไซต์ต่างๆ ก็ได้คนเข้ามามากขึ้นเช่นกัน แต่สิ่งที่น่าสนใจ ผู้ประกอบการเหล่านี้ มักจะไม่มีการเสียภาษีให้กับภาครั ซึ่งหากมองมุมมองภาครัฐเราก็คงสูญเสียรายได้ไปบางส่วน ดังนั้นเราคงต้องมา เปรียบเทียบและวิเคราะห์ดูว่า สิ่งเราได้มา กับสิ่งเราเสียไป มันคุ้มกันหรือไม่ นี้คือสิ่งที่ น่าจะพลักดันให้ หน่วยงาน หรือองค์กรไหน หรือใครก็ได้ มาศึกษาและวิเคราะห์ตัวเลขดู น่าทำเน๊อะ
วิเคราะห์อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยอย่างเปิดเผยดีกว่า
แต่สิ่งทีน่าสนใจที่สุดคือ "การสนับสนุนให้เว็บไซต์ไทย เปิดหูเปิดตา ไปออกตลาดโลกบ้าง" อย่างมัวอยู่แต่ในกะลาแบบนี้ ขอโทษนะ หากจะพูดอะไรแรงๆ ออกไป แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ การรวมตัว พื้นฐานของ ธุรกิจเว็บไซต์ในเมืองไทยอ่อนแอมากๆ เรียกว่า "เหลวเป๋วได้เลย" สิ่งที่หลายๆ คนเคยบอกว่า "ภาษาไทย" จะเป็นตัวกั้นให้ ต่างชาติเข้ามาได้ยาก แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว.
ตัวอย่างเจ๋งๆ เช่น Facebook เคสการเข้ามาในเมืองไทยของ Facebook น่าสนใจมาก .. เค้าเข้ามาโดยอาศัย concept ของ "Social Contribution" คือ ให้คนท้องถิ่นช่วยกันแปล Facebook เป็น Version ภาษาท้องถิ่น.. แค่นี้ Facebook ก็สามารถพัฒนา Facebook Version ไทยออกมาได้ดีๆ แล้ว โดยอาศัยคนไทยด้วยกัน "ช่วยกันแปล" เจ๋งมาก +100 สำหรับ Facebook แต่ในมุมกลับกัน คนไทย มั่วแต่พัฒนาเว็บไซต์เพื่อ "ตอบสนองคนไทยอย่างเดียว" มันก็แค่ตลาดเล็กๆ เท่านั้น ผมอยากเปิดตาคนพัฒนาเว็บไซต์ไทย ว่าออกไปสู่ตลาดโลกเหอะ "เมืองไทย เล็กไปสำหรับคนทำเว็บเมืองไทย" มองอะไรกว้างๆ หน่อย... พี่น้อง..!
http://translate.camfrog.com/< ขอบคุณมากครับ นีืคืออีกตัวอย่าง ที่อาศัย "Social Contribution" ที่อาศํยคนในท้องถิ่นที่ช่วยกันของทาง Camfrog
อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยอ่อนแอมากๆ
ปัญหามันอยู่ตรง ที่ "ฐานของอุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทย มันอ่อนแอมากๆ" - เราเป็นผู้เสพมากว่าผู้สร้าง.! เราต้องการ "ผุ้สร้างใหม่ๆ" มากกว่านี้ ท้าเลย.. หากคุณคิดอะไรเกี่ยวกับเว็บไซต์แบบดีๆ เหี้ยๆ ทำเลยครับ... คิดว่าไม่ไหวใช้วิธี "สร้างทีม" และปรึกษาคนเก่งๆ "ทำให้เป็นจริงๆ ให้ได้" คนไทยเก่งๆ เยอะนะ แบบว่า เยอะฉิบหายเลยละ แต่ส่วนใหญ่ "ไม่กล้า ไม่เอาจริง หรือเอาจริงแล้วชอบลุยเดียว" สรุปสุดท้ายก็คือ.. จอดสนิท ผมไม่โทษใครหรอกแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอุตสหกรรมไทยตอนนี้คือ "เราต้องการตัวอย่างดีๆ ที่สำเร็จ ที่เป็นตัวอย่าให้คนอื่นๆ เดินตาม" หากเรามีกลุ่มคนกลุ่มนี้เยอะๆ ผมว่ามันคือการวางรากฐาน และสร้างตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จให้คนอื่นๆ ได้เห็น และสร้างมุมมองดีๆ ว่าเราเองก็ทำได้เช่นกัน
ทางออกของอุตสาหกรรมเว็บไทย
ผมแนะนำเลยนะ สำหรับคนทำเว็บไซต์ ไอเดียดี + ทีมงานดี + Vision ดี + execution ดี ผมว่าคุณสำเร็จได้ไม่ยากเลยครับ ขาดอันไหน หาเติมเอาเลย ไม่ยากแล้วเดียวนี้ อยากให้ทุกคนที่ อ่านอยู่ หลับตา แล้วลองคิดเล่นๆ ว่า "กูอยากทำโปรเจ็กอะไร ให้คนทั่วโลก หรือคนทั่วเอเซียใช้ดีวะ?" ทำให้ตัวเองเห็นมุมมองนี้ก่อน คนทำเว็บไทย "ลองเลิกคิด ว่า กูจะทำเว็บให้คนไทยใช้สิ" เปิดมุมมองออกไปกว้างๆ หน่อยสิ.. เสียดาย เรายังขาดตัวอย่างเจ๋งๆ น่ะ ผมว่าเรามีคนทำเว็บ รุ่นใหม่ อยู่ใน Twitter นี้เยอะ จำคำผมเอาไว้ คิดงานอะไร "คิดเพื่อคนทั่วโลก" แล้วผมเชื่อว่าโอกาสคุณจะเปิดกว้างมั่กๆ เลย อย่าอ่าน tweet ผมเพลินครับ ผมว่า "คุณ" เองก็สามารถมีไอเดียดีๆ ที่สามารถทำให้เว็บไทยโตไปในระดับโลกได้ คิดสิ คิดเว้ย.. อย่าเอาแต่อ่าน เป้าผมตอนนี้ ทำให้ E-Commerce ไทยออกไประดับโลก... แต่ผมคนเดียวคงไม่พอ... ผมอยากเห็นคนไทยอีกหลายๆ ทำอะไรที่แตกต่าง ทีมงานดี ๆมีอยู่รอบตัวครับ.! มีหลายเว็บเปิดโอกาสสร้างทีมได้ อย่ามั่วแต่ RT คำพูดผม ผมว่าไอเดียในหัวคุณ จะสามารถสร้างมุมมองให้คนอื่นๆ คิดได้... งัดมันออกมาเว้ย.! ฮ่าๆ ทำยังไงกันดี อ่าน Tweet ผมแล้ว "คุณมีไฟ" สร้างเป้าหมายของคุณเอาไว้ตอนนี้เลย (ก่อนที่มันจะหายไป) แล้วจับจ้องกับมัน นึกถึงมันในวันต่อๆ ไปแล้วหาทางทำมัน.!
จำคำผมว่า "ถ้าเอาแต่คิด แล้วไม่ได้ทำ ยังไงคุณก็ไม่โตหรอก" คิดแล้วทำ.. พลาดแล้วคือ ประสบการณ์ยังไงคุณก็โต.!
อ่านมาถึงตรงนี้ อย่าคาดหวังว่าประเทศเราจะโตได้อย่างไร หากคุณ "ไม่คิดจะเริ่มจากตัวคุณเอง" คิดแล้วก็ทำ สนุกกับมัน เลิกคิดได้แล้วว่า มันทำไม่ได้ มีอุปสรรคนั้น นู้น เพราะแค่ "คุณคิดว่ามันทำไม่ได้ มันก็ทำไม่ได้ตั้งแต่คุณคิดแล้วละ" เปลี่ยนความคิดแล้วมาคิดกันว่า "จะทำยังไง เพื่อที่จะทำมัน ให้ได้ดีกว่า"
- 9 comments
- 1124 reads
ตะโกนบอกโลกให้รู้ว่าคุณอยู่ไหนกับ foursquare.com - Social Network สายพันธุ์ใหม่
Submitted by pawoot on Sun, 03/01/2010 - 23:04FourSquare คืออะไร?
Foursquare คือ การผสมผสานกันของ Social Network และ สถานที่ (Location) ซึ่งเมื่อทั้งสองอย่างมาร่วมกันเลยเกิดเป็น "Location-Based Social Network" เป็นบริการบนเว็บไซต์ + โทรศัพท์มือถือ ที่เปิดโอกาศให้คนที่เป็นสมาชิกสามารถบอกเพื่อนๆ ใน Network ของเค้าว่า ตอนนี้เค้าอยู่ไหน โดยเราเรียกการแจ้งว่าเราอยู่ไหนผ่านโทรศัพท์มือถือใช้เราเรียกว่าการ "Check-in" โดยทุกครั้งที่คุณ Check-in คุณก็จะได้ แต้ม (Point) เป็นรางวัลในแต่ละครั้งที่ โดยคุณสามารถแจ้งได้ทั้งในวันทำงาน และวันหยุด และยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Social Network ดังๆ ได้อีกด้วย เช่น facebook และ Twitter ฟังดูแค่นี้ก็น่าสนุกแล้วเน้อะมารายละเอียดกัน
![]() |
- 10 comments
- Read more
- 6307 reads
VDO Viral Marketing ใช้มุมมอง Sexy มาเป็นตัวกระตุ้นให้คนสนใจ
Submitted by pawoot on Tue, 29/12/2009 - 07:22ได้มีโอกาสแวะไปอ่าน เว็บคุณบอย พบ VDO อันหนึ่งน่าสนใจดีก็เลยเอามาให้ทุกคนดูกัน เป็นการใช้ sex มาผสมกับการทำ VDO Viral Marketing ซึ่งเป็นการนำเสนอมุมมอง ที่คนทั่วไปสนใจ ผมว่าเจ๋งดีน่ะ เห็นแล้วอยากทำแบบนี้บ้างจัง แต่การทำแบบนี้อาจะต้องระวังเรื่อง Brand หน่อยนะครับ
- 3 comments
- 450 reads
E-Marketing
- วางแผนธุรกิจเริ่มต้นยังไง ? ดาวน์โหลด ฟรี.! เทมเพลท แผนธรุกิจ-การเงิน-การตลาด สำเร็จรูป
- Pawoot Live
- โปรโมทเว็บไซต์ หรือการทำ การตลาดออนไลน์ (e-Marketing, digital marketing) เริ่มยังไงให้ได้ผล
- เทคนิคการวัดผลธุรกิจและเว็บไซต์ ออนไลน์ (Measurement and Metrics)
- E-Mail Marketing ของ Sony (Online ไป Offline)
- สมัครโดเมนฟรี yourname.co.cc
- แอบดูเทคนิคการเชื่อม Offline มายัง Online ของคาสตรอล
- เทคนิคการนำแสดงสินค้า ในงานแสดงสินค้า ออกบูท
- Yahoo เปิดตัวระบบ Web Analytic ชนกับ Google Analytic
- E-Marketing คืออะไร ?
SEM
- 5 เทคนิคง่ายๆ ทำเว็บ E-Commerce ติด Search Engine ได้โดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรมาก
- เพิ่มยอดขายธุรกิจด้วย Search Engine Marketing
- วิธีการหา Keyword ให้กับ Search Engine Marketing ของคุณ
- มารู้จัก Google ทุกมุมมองผ่านรายการ บันทึกโลก ดูเป็น VDO กันเลย
- 10 เทคนิคการออกแบบเว็บให้ Google รู้จัก
- ออกแบบไซต์ให้โดนใจเสิร์ช (เอนจิ้น)
- เมื่อกู.......เกิ้ลลุกขึ้นมาขจัดขยะในเว็บไทย
Technology
- วิเคราะห์อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยปี 2009 แบบไม่เกรงใจใคร
- เจาะโมเดลทำเงินเว็บดังของไทย
- มาใช้ Android กันเถอะ ตอน : 10 โปรแกรมที่คุณควรมีในมือถือ Android
- ฟังสัมภาษณ์เทคนิคการนำไอที เข้ามาช่วยลดต้นทุน-เพิ่มศักยภาพในการทำูธุรกิจของคุณ
- การออกแบบเว็บไซต์ที่ดีทำยังไง?
- แนวโน้ม Internet และเว็บไซต์ ในปี 2009 ของเมืองไทย
- มาใช้ Ubuntu กันเถอะ.!
- หันมาใช้ Software Open Source กันเถอะ ตัวเอง...!
- ลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารในองค์กรด้วยเทคโนโลยีง่ายๆ
- Flickr Architecture แอบดู Flickr.com ทำงานยังไง?
E-Mail Marketing
- เทคนิคการส่ง E-Mail จำนวนมากๆ ผ่าน Microsoft Outlook
- 3 ขั้นตอนการเริ่มติดต่อลูกค้าผ่าน E-Mail Marketing
- แฉ 7 กลลวงสแปมเมลใหม่ ฉลองอีเมลขยะอายุครบ 30 ปี
- สิงคโปร์ฉลุยกม.คุมสแปมเมล เปิดช่องฟ้องข้อความละ25ดอลล์
- 3 ขั้นตอนการเริ่มติดต่อลูกค้าผ่าน E-Mail Marketing
- รวบสองหนุ่มกิมจิตัวแสบส่งเมลขยะ1.6พันล้านครั้ง
- สำหรับ Email Marketer- OPEN RATE / CTR สำคัญขนาดไหน
- 5 เหตุผลที่คุณไม่ควรปฏิเสธ E-Mail Marketing (No Refuse to Email Marketing)
- มาใช้ e-Mail Marketing กันเถอะ
- ตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพ Email Marketing ของคุณ!
EBAY
- อีเบย์ลงดาบธุรกิจค้าสัตว์ป่า เล็งออกกฏห้ามขาย"งาช้าง"
- อีเบย์ทุ่ม310ล.ซื้อเว็บขายตั๋วกีฬาออนไลน์"StubHub"
- ระวังด้านมืด“อีเบย์”
- เรื่องเล่าในตลาด "อีเบย์"
- ล่วงรู้ความลับฟ้าดิน - Terapeak สุดยอดโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดอีเบย์
- สิ่งที่นักขายมือใหม่ 0 Feedback กังวลใจ
- "Trade Me" ความสำเร็จอีกบทหนึ่งของ Internet Auction
- อีเบย์ถอดแผนขายสัตว์บนเว็บ โอดต้องการช่วยมากกว่าทำลาย
- Skype เตรียมตัวผสานเข้า Ebay รุกการสื่อสาร+การค้าที่สมบูรณ์แบบ
- นักเดินทางแห่ง... 'เซียงกงในความทรงจำ' (EBAY)
Social Network
- รายการงานการใช้ Social Network ของบริษัท Top 100 Fortune จากทั่วโลก
- เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ
- 6 เหตุผลที่ผู้บริหารควรเอาตัวเองเข้าไปกระแทก Social Network
- วิเคราะห์ Foursquare และอนาคตในไทยต่อจากนี้
- เทคนิคอื่นๆ เกี่ยวกับ FourSquare.com
- ตะโกนบอกโลกให้รู้ว่าคุณอยู่ไหนกับ foursquare.com - Social Network สายพันธุ์ใหม่
- แอบดู อนาคตของ Social Network?
- 5 เทคนิคการนำ Social Network มาใช้กับการตลาดและธุรกิจ และทำยังไงให้สำเร็จ
- 9 ความลับที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ Social Network Marketing
- สร้างการแข่งขันในโลก Social Network เทคนิคการสร้างความโด่งดังในชั่วข้ามคืน
E-Commerce
- ไปออกรายการช่างคุย (Changkui.com) คุยเรื่องอนาคตของวงการเว็บไซต์ไทย เป็น Podcast
- เปิดโลกการค้าอนาคต "รู้ตำแหน่งและผสานโลกเสมือน" กับ TARAD.com (Location + Augmented Reality E-Commerce)
- เทคนิคการปรับแต่งเว็บไซต์ E-Commerce ให้ประสบความสำเร็จ
- สรุปภาพรวมงาน "ล้วงตับจับกระแส แนวโน้ม E-Commerce 09"
- เปิดเว็บหรือร้านค้าขายซีดีเพลง ซีดีคาราโอเกะ ซีดี DVD หนังของค่ายต่างๆ โปรดระวัง
- ฟังบทสัมภาษณ์ถึงวิธีการเริ่มต้นทำ E-Commerce
- วิธีการหาเงินในอินเทอร์เน็ต
- ฟังประวัติและแนวทางในอนาคต E-Commerce เมืองไทย
- ตลาดดอทคอมเผยยอดอีคอมเมิร์ซ 2551 พุ่งโตสวนกระแสเศรษฐกิจ
- ระวังโดเมนของคุณ กับกลโกงโดเมนเมน (โดนกับตัวเอง)
Case Study
- สรุปภาพรวมของ E-Commerce ปี 2009
- รวบรวม กลโกงออนไลน์ ที่ต้องระวังตัว
- สัมภาษณ์เจ้าของเว็บไซต์เฟอร์นิเจอร์ GengHeng.com ที่มียอดขาย 100% ผ่านเว็บไซต์
- สัมภาษณ์ผู้บริหาร Hotels2Thailand.com
- เทคโนโลยีติดตามพัสดุโฮมเดลิเวอรีในอังกฤษ
- ยอดช้อปปิ้งออนไลน์ในวันหยุดสหรัฐนับล้านล้านบาท
- ลึกล้ำเหนือคำว่า "แลก"
- Gmarket ชุมชนออนไลน์อินเทรนด์
- หนึ่งเดียวใน mai
- อเมซอนกับการแหย่เท้าเข้าสู่ธุรกิจเพลงและภาพยนตร์ดาวน์โหลด
M-Commerce
- ผู้หญิงญี่ปุ่นช๊อปผ่านมือถือกระจาย.!
- มือถือ+เติมเงิน=กระเป๋าเงินในมือถือ
- "จ่าย" ผ่านมือถือ ธุรกรรมไฮเทคที่รอวันพิสูจน์
- Mobile Marketing อย่างง่าย แต่ได้ผล
- ความสำเร็จ "เอ็ม-คอมเมิร์ซ" ในเกาหลี
- Mobile Payment มือถือจ่ายให้ ง่ายจริงหรือ?
- มือถือ ช่องทางใหม่ของคนทำเว็บเมืองไทย
- สร้างเงินกับ SMS และ Mobile Application
- Micro Payment รูปแบบการชำระเงินแห่งอนาคต
- SMS กับช่องทางการหารายได้แบบ Pull Strategy
Online Payment
- เผยตัวเลขการใช้จ่ายเงินในช่องทางต่างๆ ของคนไทยจากธนาคารแห่งประเทศไทย
- ผู้ให้บริการชำระเงินผ่านทางออนไลน์ "ของไทย" ต้องอยู่ภายในการควบคุมของภาครัฐแล้ว
- การ์ตูนขำๆ ที่แนะนำวิธีการชำระเงินออนไลน์
- รวมรายชื่อผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์
- หลอกคนเข้าเว็บเพื่อแอบขโมยข้อมูลด้่วยเทคนิค ตกปลาโง่ (Phishing) - phishing คืออะไร
- Business Innovation : ธุรกรรมการเงินแห่งอนาคต
- มาตรฐาน"เอ็นเอฟซี" แปลงมือถือเป็นกระเป๋าเงิน
- "อี-โก" เอทีเอ็ม บาร์โค้ด จ่ายง่ายๆ ยุคดิจิทัล
- Google เตรียมเปิดตัว Gbuy รองรับการชำระเงินออนไลน์ PayPay สะท้านเตรียมรับมือ!
- ธนาคารไทยกับการชำระเงินออนไลน์
Blog Marketing
Twitter Marketing
- เสก Twitter ให้ทำงานอย่างอัตโนมัติดีกว่า
- ธุรกิจไทยที่ไหนบ้างใช้ Twitter ในการโปรโมทธุรกิจ
- เทคนิคการโปรโมทธุรกิจใน Twitter ด้วย HashTag (#)
- แฉ.! เทคนิคการส่งข้อความผ่าน Twitter ให้ได้ผลมากที่สุด (เทคนิคการเพิ่ม RT ให้มากที่สุด)
- วิธีการวัดผลการตลาดผ่าน Twitter
- เพิ่มยอดขาย กระตุ้นผู้คนด้วย Twitter
- เทคนิคการตลาดผ่าน Twitter (Twitter Marketing) - Twitter คืออะไร ?





















Recent comments
1 hour 30 min ago
4 hours 35 min ago
6 hours 26 min ago
12 hours 58 min ago
1 day 2 hours ago
1 day 6 hours ago
1 day 20 hours ago
3 days 6 hours ago
1 week 5 days ago
1 week 6 days ago