japan

เที่ยวต่างประเทศให้สนุก ประหยัด ลดค่าใช้จ่ายกับ Smart Phone เครื่องเดียว

สำหรับคนที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ วันนี้ผมมีคำแนะนำในการใช้โทรศัพท์ประเภทสมารท์โฟนให้คุ้มค่ากับการเดินทางไปต่างประเทศเนื่องจากเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา (Jul 2 - 10, 2011) ที่ผ่านมาผมไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น และบอกได้เลยว่าผมสามารถใช้ความสามารถของสมารท์โฟนได้อย่างเต็มที่ มาดูกันว่าโทรศัพท์สมารท์โฟนมันสามารถช่วยอะไรคุณได้บ้าง เวลาคุณไปอยู่ต่างประเทศ 

อุปกรณ์และสิ่งที่ต้องมี  (Devices)

  1. โทรศัพท์มือถือสมารท์โฟน ประเภท Android (ผมใช้ HTC Desire-S) และ HTC Flyer Tablet ในการเดินทางไปครั้งนี้ 
  2. ซิมโทรศัพท์ ผมใช้เบอร์ของ AIS อยู่แล้ว และได้เปิดบริการโรมมิ่งข้อมูล (Internet Data Roaming) สามารถรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตไม่จำกัด (Unlimited Data)  โดยผมเปิดแพ็กเก็จ 5 วัน เหมารวม 2,000 บาท (เฉลี่ยวันละ 400 บาท) เป็นแพ็กเก็จที่เปิดให้บริการ ณ.ช่วงเวลาที่ผมไป
  3. ที่ชารต์แบ็ตแบบพกพา [จำเป็นมากๆ เพราะแบ็ตก้อนเดียวเอาไม่อยู่ครับ]

แอบมอง Mobile Commerce ที่ญี่ปุ่นแล้วหันกลับมามองเมืองไทย

ช่วงนี้ผมมาที่ญีปุ่น (31/8/10) และพบว่า Mobile Commerce ที่ญี่ปุ่นโตมากๆ โดยตอนนี้เว็บไซต์ E-Commerce ของญี่ปุ่นหลายๆ แห่งเริ่มค้าขายกันผ่านโทรศัพท์มือถือกันมากขึ้น โดยบางเว็บมีรายได้มากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (35 ล้านบาท) ต่อเดือน หรือบางแห่งมีรายได้ผ่านช่องทางการขายสินค้าทาง M-Commerce มากกว่า 70% เลยทีเดียว

กลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจของกลุ่ม Mobile Commerce คือกลุ่มวัยรุ่นในญี่ปุ่น เพราะกลุ่มเหล่านี้ ไม่ค่อยมีเวลาเข้าถึง Internet ผ่านคอมพิวเตอร์ซักเท่าไร จึงนิยมใช้ Internet ผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก ดังนั้นจึงมีผู้ให้บริการ E-Commerce หลายๆ แห่งเริ่มทำแคมเปญ หรือการสื่อสารผ่านไปยังกลุ่มวัยรุ่นผ่านโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะ ซึ่งผลที่ได้คือยอดขายที่มากมายมหาศาลผ่านกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้

วิเคราะห์กระแส E-Commerce ในไทยและทั่วโลก ปี 51- ปี 52

ช่วงนี้ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุคของเศรษฐกิจถดถอยกันทั่วหน้า ไม่ว่าจะเป็นจากอเมริกา หรือในยุโรป ซึ่งรวมถึงเข้ามาในประเทศไทย ที่หลายๆ คนบอกว่า "กำลังซื้อ" กำลังจะเริ่มลดลงเพราะหลายๆ คนเริ่มเก็บเงินและไม่กล้าจับจ่าย เพราะต้องการประหยัดและเก็บเงินเอาไว้เตรียมตัวรับสภาพของการหดตัวของเศรษฐกิจ หลายๆ คนเริ่มตั้งคำถามว่า การหดตัวของเศรษฐกิจและการลดการซื้อของ ของผู้บริโภคจะกระทบกับ การซื้อ-ขายหรือการทำการค้าในโลกออนไลน์ หรือ E-Commerce หรือไม่? วันนี้ผมจะมาให้คำตอบเรื่องนี้กัน

    จากตัวเลขของการซื้อของออนไลน์ ในประเทศอเมริกาในปี 2007 ที่ผ่านมาโดย comScore บอกว่า ในอเมริกามีการซื้อขายผ่าน E-Commerce มากถึงเกือบ 4 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว ($123 พันล้านบาท) ซึ่งตัวเลขการซื้อขายออนไลน์นี้ยังไม่รวมการซื้อขายผ่านการประมูลสินค้าและการซื้อของบริษัทองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งหากมีการรวมตัวเลขเข้าไปน่าจะมีเพิ่มมากขึ้นอีกหลายพันล้านเลยทีเดียว
 

Syndicate content (C01 _th3me_)