ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ 5 ขั้นของมาร์ชโลว์ (Maslow’s Hierachy of Needs)

images (7)

ลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow’s hierarchy of needs) เป็นทฤษฎีทางจิตวิทยา ที่เสนอโดย อับราฮัม มาสโลว์ ในรายงานเรื่อง “A Theory of Human Motivation” ปี 1943หลังจากนั้นมาสโลว์ยังไปขยายแนวคิดไปรวมถึงข้อสังเกตของเขาเกี่ยวกับความอยากรู้อยากเห็นแต่กำเนิดของมนุษย์ ทฤษฎีของเขาคล้ายกับทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาการหลาย ๆ ทฤษฎี ซึ่งทั้งหมดเน้นที่การเติบโตของมนุษย์ในระยะต่าง ๆ Like this:Like Loading…

เจาะพฤติกรรมคนไทยกับโซเชี่ยลมีเดียและการซื้อสินค้าออนไลน์

thailand social

ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสทำการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก พฤติกรรมการใช้ Social Media จากงาน Thailand Zocial Award 2013 และพฤติกรรมการซื้อสินค้าทางออนไลน์ของคนไทย โดยข้อมูลจาก TARAD.com ซึ่งผมว่ามันน่าสนใจเลยทีเดียวสำหรับคนที่ทำงานด้านออนไลน์ ลองมาดูครับว่าพฤติกรรมของคนไทยในโลกออนไลน์ เปลี่ยนไปยังไงบ้าง Like this:Like Loading…

ผู้บริหารและหัวหน้ารุ่นเก๋า อ่านตรงนี้หน่อย.! วิธีทำให้องค์กรคุณเติบโตในยุคนี้

executive-recruiter-interviews-candidate

ปัจจุบันนี้คนไทยเราเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับ-ชม-ข่าวสาร และสื่อต่างๆ ไปอย่างมาก ไม่เฉพาะคนกรุงเทพหรือตามหัวเมืองใหญ่เท่าไร คนต่างจังหวัดเองก็เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมไปแล้วเช่นเดียวกัน เช่น หลายๆ คนติดตามเพื่อนๆ ว่าทำอะไรผ่าน เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือต้องค้นหาข้อมูลหรือปัญหาที่ตัวเองต้องการทันทีผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือดูละครและรายการทีวีต่างๆ ทางยูทูป สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไปแล้วสำหรับคนไทย แต่สำหรับธุรกิจแและกิจการต่างๆ ผมต้องถามคุณว่า “คุณปรับตัวเองเข้ากับพฤติกรรมคนไทยที่เปลี่ยนไปแล้วหรือยัง?” บางคนบอกว่าตัวเองไม่ได้ใช้ แต่ลองสังเกตุคนรอบๆ คุณสิ ว่าเค้าใช้หรือเปล่า? Like this:Like Loading…

ยกระดับการสื่อสารกับลูกค้า จากธรรมดาๆ สู่ความผูกพันและสร้างความหลงไหล (Customer Engagement)

images (9)

ผมใช้คำศัพท์คำว่า “Engagement” มานาน และหาคำแปลภาษาไทยดีๆ ไม่ได้ซักที จนมาเจอบทความของ อ.วิเลิศ ที่จุฬาฯ พูดถึงเรื่องนี้ไว้ได้ดีมากๆ ครับ เค้าใช้คำว่า “ความผูกพัน” พออ่านปุ๊ป เออ.. ใช่เลย เพราะเมื่อลูกค้าเกิดความผูกพันกับแบรนด์ หรือสินค้า เมื่อเค้าจะซื้อ เค้าก็จะนึกถึงเราก่อนเป็นอันแรกๆ เพราะเค้าผูกพัน (Engage) กันแบรนด์ของเราแล้ว เลยอยากจะเอามาให้อ่านกันครับ Like this:Like Loading…

ข้อมูลพฤติกรรมคนไทย และคนเอเซีย (น่าสนใจมาก)

ไปเจอ slide นึงพูดถึงพฤติกรรมของการใช้งานอินเทอร์เน็ต มือถือ E-Commerce  รวมถึง Social Network ของคนเอเซีย เลยอยากนำมารวบรวมเอาไว้ เพราะผมว่าเป็นประโยชน์มากๆ เลยครับ ดูด้านล่างเลย We Are Social’s Guide to Social, Digital and Mobile in Asia (2nd Edition, Oct 2012) from We Are Social Singapore Like this:Like Loading…

10 กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ประเทศไทยปี 2012 (Thailand E-marketing Trend 2012)

images (4)

ต้องยอมรับว่าในปี 2012 การตลาดออนไลน์จะเริ่มเข้ามาบทบาทกับการทำธุรกิจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก หรือธุรกิจขนาดใหญ่แค่ไหนก็ตาม เพราะ "การสื่อสารของคนไทย ได้เริ่มเปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว" ปีนี้ 3G จะเริ่มเข้ามาบทบาทกับคนไทยมากขึ้น และจะทำให้คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ช่องทางการสื่อสารทางออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกันเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น เดียวนี้หลายคนเลิกส่ง SMS แล้วหันไปใช้โปรแกรมส่งข้อความแบบ WhatsApp หรือ Line ที่เป็นโปรแกรมส่งข้อความแบบฟรี บนมือถือรุ่นใหม่ๆ เกือบทุกรุ่น, หลายคนติดตามเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ว่าเค้าทำอะไรกันอยู่ผ่านทางโปรแกรม Facebook บนมือถือ หรือแม้แต่โปรแกรมตัวใหม่อย่าง Path ก็ทำให้คุณติดตามและสื่อสารกับเพื่อนและคนที่สนิทได้ไม่ยากอีกต่อไป  หรือเดียวนี้หากคุณอยากจะซื้อของอะไร คุณแทบไม่เปิดสมุดหน้าเหลืออีกต่อไปแล้ว คุณมักจะค้นหาสินค้าที่คุณต้องการผ่าน Search Engine อย่าง Google ทันที, คุณดูละครเมื่อวานไม่ทัน แต่เช้าอีกวันคุณสามารถดูละครเรื่องนั้นผ่านทาง Youtube ได้ทันที เห็นไหมครับว่ารูปแบบการสื่อสารและรับรู้ข้อมูลของคนไทยเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้นนักการตลาดและผู้ที่ต้องการจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าของคุณ "คุณต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไป" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มาดูกันว่าในปี 2012 การตลาดรูปแบบใดกำลังจะ "มา" และเริ่มเป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มีศักยภาพมากขึ้น มาดูกันครับ

เจาะลึกกลยุทธ์ธุรกิจยุคใหม่ ทำยังไงถึงเติบโตระดับโลก?

 ตอนนี้สิ่งที่เห็นได้ชัดของแนวโน้มที่เกี่ยวข้องธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะธุรกิจอินเทอร์เน็ตหลายแห่ง ทั่วโลกต่างเติบโตกันอย่างรวดเร็วมาก ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี บริษัทหน้าใหม่ ก็สามารถแซงหน้าบริษัทยังษ์ใหญ่ที่เปิดมาสิบๆปีอย่างสบายๆ ทั้งมูลค่ายอดขาย และมูลค่าของแบรนด์ขององค์กรหรือสินค้า ยกตัวอย่างเช่น Google สร้างบริษัทมาเพียง 12 ปี มูลค่าของแบรนด์ 55,317 ล้านเหรียญ (1.7 ล้านล้านบาท) แซงหน้าบริษัทยักษใหญ่ที่มีอายุร้อยกว่าปีอย่าง GE ได้ หรือ Apple กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากมากถึง 324.3 พันล้านเหรียญ (10 ล้านล้านบาท) อะไรคือปัจจัยทีทำให้บริษัทหน้าใหม่เหล่านี้ สามารถเติบโตได้อย่างติดจรวด และเราจะสามารถเรียนรู้และนำกลยุทธนี้มาใช้กับธุรกิจของเราได้หรือไม่? เรามาเจาะเรื่องนี้กันครับ

 

AirAsia กับ Blue Ocean Strategy (BOS)

ตัวอย่างของบริษัทที่ใช้ Blue Ocean Strategy ที่ดีคือ Air Asia Air Asia พยายามบังคับให้คนไปใช้บริการที่ไม่ต้องใช้คนมาก โดยการชารจ์ราคาเพิ่มในส่วนที่ใช้คนเข้าไปดู เพื่อลดต้นทุน และบังคับให้คนไปใช้บริการในส่วนที่เป็น automate และสามารถลดต้นทุนได้ เช่น เค้ารู้แล้วว่าคนไปพักโรงแรมต้องการแค่นอน แอร์ ส่วนอะไรหรูหราหรือไม่จำเป็น หากคุณอยากได้คุณก็จ่ายเพิ่มเอาละกัน เช่นผ้าขนหนูเพิ่ม, แปรงสีฟัน ฯลฯ เป็นการจ่ายเท่าที่ใช้ เป็นการคิดนอกกรอบของการทำธุรกิจโรงแรมมาก โดยไอเดียแบบเดียวกับ Low Cost Air Line ของ Air Asia  สโลแกนของโรงแรมนี้คือ 5 Stars Hotel but 1 Star price  (นอนเตียงแบบโรงแรม 5 ดาว แต่จ่ายแค่โรงแรมดาวเดียว) ลองดูวีดีโอนี้ แล้วคุณจะเข้าใจ Model ของ Tune Hotel เป็นการคิดแบบ Blue Ocean Strategy #AECC2011 

จุดเด่นของ Tune Hotels คือมี Partner มาช่วยลดต้นทุ่นเช่น มีธนาคาร CIMB เป็นสาขาที่ ทำให้ลดต้นทุนไปเยอะ ตัวอย่างบริษัทที่ใช้ BOS (Blue Ocean Strategy) Amazon, Zynga, Gilt, instagram, Hulu, TARAD.com (อันหลังนี้ อยากเป็นบ้าง อิอิ)

 

 

แอบดูข้อมุล Internet ของประเทศเกาหลีกัน

 ผมได้มีโอกาสรับเชิญทาง ททท. ไปสอนเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ แต่ครั้งนี้ไม่ธรรมดา คือการตลาดออนไลน์สำหรับบุกไปหาลูกค้าคนเกาหลีครับ ผมเลยนั่งค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับ Internet ของประเทศเกาหลีครับ เอามารวมๆ ไว้แบ่งปันกันครับ

 

  • เกาหลีมีประชากรใช้ Internet  39.44 million คิดเห็น 81.1% ของประชากร (สูงที่สุดในเอเซีย)
  • สัดส่วนการใช้ Search Engine ที่เกาหลี Naver 81%, Daum 12%, Yahoo 5%, Google 2% (ของเมืองไทย Google 99.01% โอ้วแม่เจ้า)
  • การบุกไปตลาดเกาหลี PPC อาจจะไม่ได้ทางออกที่ดีเท่าไรในการทำการตลาด การใช้ social media + viral marketing น่าจะเป็นทางที่ดีกว่า 
  • คนเกาหลีนิยมใช้ IE 97.15%  และ Web App หลายๆ ตัวจะพึ่งการทำงานของ Active X เป็นหลัก หากไม่มี IE จะซื้อของหรือ ใช้ Internet Banking ไม่ได้เลยที่เกาหลี
  • เสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่น มีมูลค่า 17% ของ B2C E-Commerce ที่เกาหลีในปี 2008 ลองลงมาคือ      ท่องเที่ยว 16%
  • ผู้ให้บริการ E-Commerce ของเกาหลีคือ GSshop.com, CJmall.com, Interpark.co.kr และ Gmarket.co.kr
  • เกาหลีใต้มีคนใช้ Facebook 3,482,980 คิดเป็นแค่ 7.16% เป็นอันดับที่ 34 ของโลกนี้ (ถือว่าน้อยมาก) Cyworld.com คือ social network ที่คนใช้เยอะที่สุดในเกาหลี

 

สำหรับการตลาดผ่าน Search Engine Marketing ที่เกาหลี ลองดูวิเคราะห์สรุปของอันนี้นะครับ ว่าดีเลยทีเดียวครับ

แอบดูกลยุทธ์การเชื่อมโยงออฟไลน์มาออนไลน์กลางสยามสแควร์

เมื่อวานได้มีโอกาสไปเดินสยามในวันเสาร์อาทิตย์ในรอบหลายปี พบว่าสยามสแควร์กลายเป็นแหล่งที่นักการตลาดต่าง รุมลงไปใช้เป็นสถานที่พบปะ กลุ่มผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายกันอย่างมาก มีมากมายหลายแบรนด์ มีหลายอันครับวันนี้เอามาเล่า 2 อันละกันครับ ที่มีการสร้างการเชื่อมโยงคนจากโลกออฟไลน์ (Offline) เข้ามายังสื่ออนไลน์ (Online) ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว ลองมาดูกัน


 

ตู้หยอดยิ้มของวอลล์

เป็นตู้ที่เปิดโอกาสให้คนที่สนใจ ไปถ่ายรูปตัวเองได้ ผ่านตู้นี้ แล้วสามารถ โพสต์ภาพตัวเอง ลงไปใน Wall ของ Facebook ของ Walls โดยใครไปโพสต์ภาพก็มีโอกาสได้ไอติมฟรีด้วย ตอนผมไป คนต่อคิวเพียบ (เข้าใจว่าอยากได้ไอติมฟรีมากว่านะ) แต่พอผมกลับมาอีกที ตอนไม่มีไอติมแจกแล้ว ไม่มีคนเล่นเลย ผมก็เลยได้มีโอกาสเล่นบ้าง แต่พบว่าภาพที่ถ่ายผ่านตู้มันไม่ได้ถูกส่งขึ้นไปที่ Wall ของไอติมวอลล์ทันที เหมือนจะต้องมาทำแบบ Manual เองทีหลัง สนใจลองไปดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/WallsShareHappyThailand นับว่าเป็นเทคนิคหนึ่งทีน่าสนใจมากเลยทีเดียว

เทคนิคการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ

 หลายคนที่มีเว็บไซต์แล้ว แต่เว็บไซต์ไม่สามารถสร้างความน่าสนใจให้กับผู้ที่เข้ามาในเว็บไซต์ รวมถึงไม่สามารถสร้างยอดขายให้เกิดขึ้นได้ และ ซึ่งทั้งผมมีคำแนะนำ ทิปและเทคนิคในการปรับแต่ง และทำเว็บไซต์เพิ่มยอดขายได้ ลองมาดูกันครับ ซึ่ง VDO นี้เป็นการถ่ายตอนไปออกร่วมงานกับทาง ม.ธรรมศาสตร์และช่องเถ้าแก่ ในเดือนกันยายน 2010 ที่ผ่านมา  

 

 

 

สถิติและการจัดอันดับเว็บไซต์ไทยในเชิงรายได้

ผมได้มีการเก็บข้อมูลจากการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Truehits.net ณ.วันเสาร์ที่ 25/7/10 โดยนำ 10 อันดับทั้งหมดมาวิเคราะห์ดูรายได้ของเว็บไซต์ที่อยู่ในอันดับทั้งหมดว่ามีรายได้เท่าไร โดยข้อมูลด้านรายได้เป้นของปี 2551 เป็นข้อมูลงบการเงินจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.DBD.go.th) นำมาจัดอันดับ และนอกจากนี้ยังเป็นเก็บข้อมูล เวลาที่เปิดบริษัทมานานเท่าไร ทุนจดทะเบียน รูปแบบรายได้ขององค์กร รายได้-ค่าใช้จ่าย-กำไรในปี 2551 ของแต่ละบริษัท ลองมาดูละกันครับ

จากข้อมูล อันดับ 1-10 พบว่า บริษัทที่ให้บริการเว็บไซต์เป็นรูปแบบ Corporate = 6 และ รูปแบบ SME = 4 
(Corporate มีพนักงานเกิน 60 คนขึ้น สำหรับ SME มีพนักงานไม่เกิน 60)

อย่าปล่อยให้ลูกค้าลอยนวล กับ ReMarketing (ReTargeting) “การตลาดซ้ำย้ำอีกครั้ง”

น่าจะมีหลายๆ ครั้งที่มีลูกค้าเข้าไปดูสินค้าในเว็บไซต์คุณ แล้วกำลังจะกดสั่งซื้อสินค้าอยู่ๆ แต่อยู่ๆ ก็เห็นว่าราคาสินค้าที่จะซื้อราคายังไม่ถูกใจ แล้วก็กดทิ้งเว็บของคุณไป ไปดูเว็บไซต์อื่นต่อ คุณจะทำยังไงดีละเพื่อไปดึงลูกค้าเหล่านั้นกลับมาหาคุณอีกครั้ง? หากคุณสามารถมีโปรโมชั่น หรือส่วนลดพิเศษให้กับลูกค้าคนๆ น้ันอีกครั้ง.! มันคงจะดีไม่น้อย และน่าจะทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าของคุณได้  ซึ่งวิธีการตลาดกับลูกค้าที่เราได้เคยทำการตลาดไปแล้วกลับมาหา โดยทำการส่งเสริมการตลาดเพิ่มขึ้น ในกลุ่มลูกค้ากลุ่มเดิมเพื่อที่จะกระตุ้นให้ลูกค้ากลุ่มนี้เกิดความต้องการขึ้นมาใหม่ โดยการตลาดลักษณะนี้เรียกว่า "การทำการตลาดใหม่ (remarketing)"

การตลาดลักษณะนี้สามารถทำได้ไม่ยากเลย ในโลกออนไลน์ เพราะเนื่องจากในโลกออนไลน์เราสามารถทราบได้ว่า ลูกค้าคนไหน "เคยมาที่เว็บไซต์คุณบ้างแล้ว" และเค้าอาจจะไปเว็บไซต์อื่นๆ ต่อหลังจากน้ัน เราก็สามารถนำเสนอการทำ Remarketing ได้อย่างไม่ยาก

สรุปมาตรฐานและประสิทธิภาพโดยรวมของ Online Advertising ปี 2009 ทั่วโลกโดย Eyesblaster

 ล่าสุดทาง Eyesblaster ได้ออกสรุปผลรวมของ Online Advertsing ทั่วโลก ออกมาของปี 2009 มีข้อมูลหลายๆ อย่างน่าสนใจมากๆ เช่น การตอบสนองของการใช้งาน Rich Media, จำนวน CTR (Click Thru Rate) ของแต่ละสื่อ ของแต่ละประเทศ น่าสนใจมากๆ คนทำงานด้านการตลาดออนไลน์ ครับ 

การตลาดของค่ายเหล้า-เบียร์ในโลกออนไลน์

ในยุคที่การตลาดเกียวกับเครื่องดืมแอลกอฮอล์ เป็นเรื่องที่ลำบากมากขึ้นทุกวันๆ  เพราะตอนนี้เมืองไทยมี “พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์. พ.ศ. ๒๕๕๑" ซึ่งจะเป็น กฏหมายที่ออกมาควบคุม บรรดาผู้ขาย เครื่องดิมแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไม่ให้ใช้สื่อการตลาด เข้าถึงกลุ่มคนได้เปิดกว้างเหมือนสมัยก่อน เพราะต้องการลดจำนวนคนที่ดื่มลง

โดยมีกำหนดข้อบังคับหลักๆ ที่ทำให้บรรดาแบรนด์เหล้าเบียร์ต่างๆ ถึงกับคิดหนักได้แก่ มาตรา 32 บัญญัติไว้มีสาระสำคัญว่า “ห้ามมิให้ผู้ใด โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผุ้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อมการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ใด ๆ โดยผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทให้กระทำได้เฉพาะการให้ข้อมูลข่าวสาร และความรู้เชิงสังคม โดยไม่มีการปรากฎภาพของสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเว้นแต่เป็นการปรากฎภาพสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสัญลักษณ์ของผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น…”

ดังนั้นทางค่ายเครื่องดื่มต่างๆ ต่างกันพยายามเปลี่ยนวิธีการทำการตลาด การนำเสนอข้อมูลสู่ลูกค้าด้วยวิธีการใหม่ๆ และทางค่ายต่างๆ ต่างก็งัดกลยุทธเด็ดๆ ออกมามากมาย

%d bloggers like this: