ประวัติ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ? (Pawoot Profile & Biography)

  • ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือว่า “ป้อม” กำลังศึกษาปริญญาเอก วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต : สาขาวิชาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย  (Drop ไปแล้วแต่จะกลับไปเรียนอีกเมื่อลูกโต) และจบการศึกษา ปริญญาโทใบแรกจาก มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญด้าน Internet & E-Commerce จบปริญญาโท ใบทีสองที่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และจบปริญญาตรีจาก มหาวิทยาลัยรังสิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีความถนัดในด้าน Digital. technology & Marketing, E-Commerce

ภาวุธ เป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี อำเภอท่ามะกา ตำบลท่าเรือ ที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าและเป็นตัวแทนขายมอเตอร์ไซค์ และธุรกิจอื่นๆ และในวัยเด็กเป็นคนที่ชอบอ่านการ์ตูนและเกมส์คอมพิวเตอร์อย่างมาก โดยคลุกคลีเล่นเกมส์มาตั้งแต่ยุคแรกๆ จนเริ่มเข้าสู่การใช้คอมพิวเตอร์ (ชอบเกมส์แนว RPG อย่าง Dragon Quest และ Final Fantasy มาก)

หากจะแบ่งช่วงเวลาชีวิตของภาวุธ สามารถแบ่งได้เป็นช่วงๆ ที่สำคัญได้แก่

  • Gen 1.     1999 – 2001 (“Startup” – Hobby with No Revenue)
    ยุคแรกช่วง Startup มีคนอยู่แค่ 4 คน แทบไม่มีรายได้ยังไม่เป็นบริษัท ทำกันเอง เปิดบริษัทในปี 2000
  • Gen 2.     2001 – 2003 (“Learn” – Get MONO fund) 
    ยุคที่ขยายคนมาเป็น 12 คน หลังได้รับเงินทุนจากกลุ่ม Mono เป็นช่วงเวลาที่ผมออกไปทำงานที่ Hutch เริ่มก่อร่างสร้างบริษัท
  • Gen 3.     2003- 2009 (“Growth” – After Get back from Hutch)
    ออกมาจาก Hutch มาลุยเต็มตัวขยายธุรกิจหลากหลายมากขึ้น Hosting, การศึกษา-หนังสือ, เอเยนซี่, payment  ทีมงานขยายไปถึง 70 กว่าคน ธุรกิจเติบโตอย่างมาก
  • Gen 4.     2009-2015 (“Join Global” – Learning from Oversea)
    เข้าร่วมกลุ่ม Rakuten Group ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมสู่การมีระบบระเบียบ โครงสร้างการทำงานที่ชัดเจน เปิดหูเปิดตากับตลาดระดับโลก แยกบริษัทออกมาเป็นหลายๆ บริษัท Winter Egency, Zocial Inc, Pay Solutions, RedRank, Comparison เริ่มต้นกลุ่ม efrastructure ทีมงานทั้งกลุ่มรวมกัน มากกว่า 200 ชีวิต
  • Gen 5.     2015 – Present (“Regional” – Create foundation and Jump to Global Market)
    ริเริ่มต้นๆสร้างการเติบโตของกลุ่ม efrastructure

 

รางวัลที่ได้รับ (Awards and Certificate)

 

Presenter and Advertisement 

 

รายละเอียดการทำงานของภาวุธในแต่ละปี.!

 

      ปี 1998 : ในระหว่างที่เรียนอยู่ที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ภาวุธได้เริ่มนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการ เรียนและการออกแบบ โดยโปรเจ็กจบ (Thesis) โครงการ Hua Lum Phong Transit Mall ได้มีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการออกแบบ ซึ่งปีนั้นเป็นปีแรกที่ทางคณะฯ อนุญาติให้มีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ทำงานส่งได้ ทำให้ได้นำผลงานไปแสดงที่ งานสถาปนิก ภายในปีนั้น

 

      ปี 1999 หลังจากจบการศึกษาได้ร่วมกับเพื่อนเปิดเว็บไซต์ www.ThaiSecondhand.com ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ โดยในตอนนั้นทุกคนตั้งใจจะทำเป็น เพียงแค่งานอดิเรกสนุกๆ เท่านั้น และได้เข้าทำงานในตำแหน่ง Web Creative ของบริษัท Pantheon รับออกแบบเว็บไซต์ หลังทำอยู่ช่วงหนึ่ง ได้ลาออกมาเริ่มต้นทำเว็บไซต์ ThaiSecondhand.com อย่างจริงๆ จังๆ กับเพื่อนๆ โดยอาศัย พื้นที่ภายให้ห้องเล็กๆ ของสำนักงานของ บริษัทของคุณอา ย่านถนนรัชดา ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ ธุรกิจดอทคอม กำลังบูมมากในต่างประเทศ และมีการเข้าซื้อเว็บไซต์ www.Sanook.com ในประเทศไทย ทำให้ธุรกิจการทำเว็บไซต์ เป็นที่หมายปองของ บรรดาธุรกิจยักษ์ใหญ่ต่างๆ ในช่วงนั้นเอง ภาวุธ ได้มีโอกาสพบกับ บรรดาเจ้าของธุรกิจต่าง ๆ มากมายที่สนใจจะมาซื้อเว็บไซต์ และร่วมทำธุรกิจด้วย

ในช่วงนี้ก็ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในกลุ่มของบริษัท ชินวัตร โดยเข้าไปทำในส่วนของอินเทอร์เน็ต บริษัท AD Venture (www.Shinee.com) ทำหน้าที่ Webmaster และ Business Development โดยทำหน้าที่ดูแลเว็บไซต์ด้าน B2B ของทางกลุ่มนี้ (www.ADVhub.com) โดยในระหว่างการทำงานนี้ ภาวุธ ได้เข้าร่วมชมรม ผู้ดูแลเว็บไทย (Thai Webmaster Club) ซึ่งเป็นกลุ่มการรวมตัวของคนทำเว็บทั่วประเทศไทย โดยเริ่มเข้าไปคลุกคลี และช่วยงานชมรม อยู่อย่างเสมอมา และในปีนี้ ภาวุธ ได้เข้าศึกษาต่อ ทางด้านปริญญาโท ทางด้าน Internet & E-Commerce ที่มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ (ABAC) โดยทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วย

 

      ปี 2000 ภาวุธ ตัดสินใจลาออกจากบริษัทของกลุ่มชินวัตร เริ่มออกมาเปิดบริษัทเป็นของตนเอง ร่วมกับเพื่อนๆ และน้อง รวมกัน 4 คน โดยใช้ชื่อบริษัทว่า บริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด” โดยตั้งอยุ่ที่อาคารเดิมแต่ขยายพื้นที่เต็มหนึ่งห้อง โดยมีแนวทางในการดำเนินการธุรกิจทางด้าน E-Commerce ภายในเมืองไทย โดยในปีนั้นได้เริ่มมีการจัดสร้างเว็บไซต์ www.TARAD.com ขึ้นเพื่อเป็นตลาดกลาง (E-Marketplace) ของประเทศไทยและเพื่อเชื่อมโยง ธุรกิจการค้ากับเว็บไซต์ ThaiSecondhand.com และในปีนี้ ภาวุธ ได้เข้าร่วมสมัครเป็นกรรมการของ ชมรมผู้ดูแลเว็บไทย และได้ผ่านการเลือกตั้งของสมาชิกชม และทำงานให้กับสมาคมฯ

 

      ปี 2001 ภาวุธ ได้เข้าไปมีส่วนในการร่างและผลักดันให้เป็น ชมรมผู้ดูแลเว็บไทย เปลี่ยนเป็น สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย เพื่อขยายรูปแบบของการทำงานของชมรมฯ และปีนี้เป็นปีที่ กลุ่มทางบริษัท โมโนเทคโนโลยี ได้เข้าร่วมทุนกับบริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด เพื่อขยายธุรกิจการให้บริการออกไป ภายหลังจากมีการเจรจาเพื่อตกลงการทำธุรกิจร่วมกันมาตลอด 1 ปี (ช่วงแรกเป็นการเจรจากับทางกลุ่ม แจ้สมิน เทเลคอม แต่ภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็นโมโนเทคโนโลยี) โดยการเข้าร่วมลงทุนนี้ทำให้บริษัทตลาดดอทคอม มีการขยายธุรกิจออกไปมาก ขึ้น และได้มีการย้ายบริษัทจาก ถนนรัชดา ไปอาคารซีมิก ทาวเวอร์ ย้ายถนน อโศก สุขุมวิท
ในปีเดียว ภาวุธ ได้เข้าร่วมทำงานกับทาง บริษัท Hutchison CAT Wireless Multimedia หรือ Hutch ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการด้านโทรคมนาคม จากทางฮ่องกง ร่วมทุนกับ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือ Brand Hutch โดยทำตำแหน่ง Assistant Manager : M-Commerce & Portal ดูแลงานด้าน Product & Service สำหรับกลุ่มธุรกิจ (Corporate) โดยงานที่บริษัทตลาดดอทคอม ให้เพื่อนในทีมเป็นคนดูแล โดยภาวุธ จะดูแลจากภาพรวมของบริษัทฯ

 

      ปี 2002 ภาวุธ ได้รับเลือกให้เป็น เลขาธิการ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (Thai Webmaster Association) และได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของทางสมาคมฯ ไปพร้อมกับการทำงานที่ Hutch และบริษัทตลาดดอทคอม และนอกจากนี้ยังเริ่มไปเป็นวิทยากรรับเชิญ ด้าน Internet & E-Commerce ให้กับสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศ และได้เป็น อาจารย์สอนด้าน E-Marketing ให้กับสถาบัน Net Design

 

      ปี 2003 ภาวุธ เริ่มงานเขียนบทความ โดยเริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับการค้าบนโทรศัพท์มือถือ (M-Commerce) ให้กับหนังสือ Micro Computer และหลังจากนั้นก็เริ่มเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ Telecom Journal ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของวงการโทรคมนาคมของไทย และปลายปี 2003 ภาวุธ ตัดสินใจลาออกจาก Hutch เพื่อกลับมาดูแลงานของ บริษัทตลาดดอทคอม ต่อ โดยเริ่มมีการปรับปรุงโครงสร้างการทำงานในบริษัทใหม่ และย้ายอาคารสำนักงานจาก ซีมิก ทาวเวอร์ ย่านอโศก มาอาคารแถวรัชดาเพื่อ รอการเปิดตัวของรถไฟฟ้าใต้ดิน และเพื่อความเป็นสัดเป็นส่วนในการทำงานมากขึ้น

      ปี 2004 ภาวุธ ได้เริ่มขยายการให้บริการของเว็บไซต์ ThaiSecondhad.com และ TARAD.com มากขึ้น และได้มีโอกาสเข้าร่วมทำงานและเป็นที่ปรึกษาให้กับทาง กรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับงานด้าน E-Commerce รวมถึงการเริ่มงานเขียนบทความด้าน E-Commerce และ E-Marketing มากขึ้น โดยเขียนให้กับ หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ Biz Week , นิตยสาร E-Commerce และได้เริ่มเปิดเว็บไซต์ www.pawoot.com อย่างเป็นทางการเพื่อเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความงานเขียนของตัวเองและ ความรู้ด้าน E-marketing ไว้ภายในเว็บไซต์แห่งนี้

 

      ปี 2005 ภาวุธ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับวงการ E-Commerce ในประเทศไทยมากขึ้น โดยได้รวมตัวกับกลุ่มผู้ประกอบการ E-Commerce และองค์กรรัฐและเอกชน จัดตั้ง ชมรม E-Commerce ไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางของ E-Commerce ในเมืองไทย และได้รับให้เป็นประธานชมรม ภายหลังจัดตั้งชมรมได้ 4 เดือนก็ได้ ร่วมก่อตั้ง “สมาคมผู้ประกอบการ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย” และได้รับเลือกให้เป็น อุปนายกสมาคมฯ และในช่วงปลายปี จากเว็บบอร์ดห้องSearch Engine Marketing ในเว็บ www.Pawoot.com ได้เริ่มเป็นแหล่งรวมของผู้ที่ชื่นชอบการทำ Search Engine Marketing ภาวุธจึงได้มีการร่วมกับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบในด้านนี้ เปิดเว็บไซต์ www.SEO.in.th โดยเป้าหมายเป็นเว็บไซต์ รวมแหล่งความรู้ของการทำการตลาดโดยใช้ Search Engine Marketing แห่งแรกของเมืองไทย

 

      ปี 2006 ภาวุธได้รับเลือกให้เป็น ที่ปรึกษาส่วนตัวของ ผู้ว่าราชการจังหวัด กาญจนบุรี ในด้านการร่วมวางแผน ยทุธศาสตร์จังหวัด และได้สอบผ่านการอบรมโครงการ พัฒนาที่ปรึกษาธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) หรือ APEC – IBIZ รุ่น 4 จัดโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เพื่อเป็นที่ปรึกษาธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในเมืองไทย โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือของประเทศในกลุ่ม APEC หรือกลุ่มความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเซียแปซิฟิก 17 ประเทศ และเริ่มต้นการเป็นที่ปรึกษาธุรกิจเต็มรูปแบบ โดยได้รับความไว้วางใจในการ เป็นที่ปรึกษาให้แก่บริษัทต่างๆ เช่น ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท ริชมอนเด้ (บางกอก) เป็นต้น และได้ย้ายที่ทำการบริษัท ตลาดดอทคอม จากย่านลาดพร้าว มาอยู่ที่ อาคาร SM Tower บริเวณต้นถนนพหลโยธิน

และปีนี้เป็นปีที่ได้เริ่มกลุ่มธุรกิจด้านการศึกษา โดยมีการจัดทีมเพื่อมาดูด้านการศึกษาชื่อทีม TARADedu.com และ Pocket Book ด้าน E-Commerce และ E-Marketing เพื่อครอบคลุมบริการด้าน E-Commerce ให้ครบทุกด้านในการบริการแก่ลูกค้า ปลายปีในเดือนตุลาคม ภาวุธตัดสินใจบวช เพื่อศึกษาธรรมะ ที่วัดท่าเรือ และ วัดสุนัทวนาราม จังหวัดกาญจนบุรี และเป็นปีเดียวกันที่ภาวุธ และกลุ่มคนที่ชื่นชอบ Search Engine Marketing รวมตัวกันตั้ง ชมรม Search Marketing ขึ้นมาเพื่อขยายองค์ความรู้ของสื่อประเภทนี้ ให้เติบโตในประเทศไทยมากขึ้น

 

      ปี 2007 ภาวุธ ได้เริ่มขยายธุรกิจออกไปมากขึ้น จำนวนพนักงานในบริษัท ตลาด ดอท คอม ขยายขึ้นเป็น 50 กว่าคน และได้ขยายธุรกิจออกไปในหลายๆ ด้าน และยังได้ เป็นที่ปรึกษาของ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ โดยเป็นที่ปรึกษาให้กับ บริษัทต่างๆ ในด้าน e-Commerce และ e-Business และยังได้เขียน หนังสือ e-Commerce ออกมาเพื่อให้ความรู้ด้าน e-Commerce แก่ผู้ที่สนใจ และนอกจากนี้ยังตัดสินใจ ศึกษาปริญญาโท ต่ออีกใบ ที่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเสริมความรู้ด้านการบริหารจัดการ และภายในปีนี้ ภาวุธ ได้เปิดบริษัทอีก 2 บริษัท ในเดือนตุลาคม ตลาดดอทคอม ได้ขยายเปิดบริษัทใหม่ ชื่อ TARADnet โดยเป็นบริษัทที่เกี่ยวกับระบบ Internet Infrastructure (Hosting, Domain) ขึ้นมาเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ e-Commerce และปีนี้เองเป็นปีที่เริ่มมีการลงทุนในระบบคอมพิวเตอร์ Server หลายล้านบาท เพื่อขยาย และเพิ่มศักยภาพในการให้บริการของ TARAD Dot Com และ บริษัท TARADb2b.com ให้บริการด้านตลาดกลางค้าส่งแห่งแรกของเมืองไทยที่เป็นภาษาไทย และบริษัทนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก BOI อีกด้วย โดยในปีนี้ ได้มีการขยาย สำนักงานไปที่ อาคารเลิศปัญญา (ซอยรางน้ำ) อีกแห่งเพื่อเป็นสำนักงานแห่งที่ สอง ที่ขยายเพื่อรองรับจำนวนพนักงานที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงการขยายการตลาดออกไปยังต่างจังหวัดด้วย และเป็นปีที่ TARADedu.com เริ่มขยายทีม และจัดทำหนังสือด้าน eCommerce และ eMarketing ออกมาสู่ตลาดหนังสือเมืองไทยหลายเล่ม โดยได้รับความสนใจและตอบรับจากท้องตลาดดีมาก

ในช่วงปีนี้ ภาวุธ ได้รับเชิญให้ไปเป็นอาจารย์ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะ ICT เพื่อดูงานจุลนิพนธ์ของนิสิต และยังเป็น คณะอนุกรรมการ กลุ่ม e-Commerce ของ SIPA และ คณะอนุกรรมการของ สถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น และในเดือนกันยายน ภาวุธ แอบเซอร์ไพรซ์ แฟนสาว โดยการ ขอแฟนแต่งงานทางออนไลน์ ผ่านอินเทอร์เน็ตโดยมีสักขีพยายานนับพันคน เป็นครั้งแรกของเมืองไทย รวมถึงจัดงานแต่งงาน โดยถ่ายทอดสดทางออนไลน์อีกด้วย

 

      ปี 2008 เป็นปีที่ภาวุธ เริ่มมีการบุกและขยายธุรกิจด้าน E-Commerce อย่างครบวงจร โดยใช้ Concept คือ “3E” ได้แก่ E-Commerce, E-Solution และ E-Education ก้าวเข้าสู่การผู้ให้บริการ E-Commerce ครบวงจรแห่งแรกของไทย หรือ “อับดุล E-Commerce” (ถามเรื่อง E-Commerce มาเราตอบได้หมด) รวมถึงการขยายบริษัทออกไปเพิ่มมากขึ้น และในปีนี้ภาวุธก็ได้เขียนหนังสือเล่มที่สองออกมา ชื่อ “รวยทางลัด กับ TARAD.com” และในปีนี้ ทีมงาน TARADedu.com ก็เริ่มมีสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของวงการหนังสือ โดยการเปิดตัวหนังสือ ด้าน E-Commerce และ E-Business 15 เล่มรวดภายในต้นปี โดยเป็นสำนักพิมพ์แห่งแรกที่เน้นด้านองค์ความรู้ประเภทนี้ ในเดือนสิงหาคม ภาวุธ ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อที่ Kellogg Business School ที่อเมริกา โดยเป็นหลักสูตรร่วมกับทางศศินทร์ และเป็นเดือนที่ทางภาวุธได้มีการซื้อหุ้นคืนจากทาง กลุ่ม MONO กลับมาทำให้ ภาวุธถือหุ้น 100% ในบริษัท ตลาด ดอท คอม และปีนี้ ภาวุธ ได้มีโอกาสเขียนบทความให้กับนิตยสารหลายเล่ม เช่น Marketeer, SME Today, SME ชี้ช่องรวย เป็นต้น ในเดือน ตุลาคม ก็ได้เริ่มมีการปรับแผนบริษัทในรูปแบบใหม่ โดยมีการปรับตลาดและการทำงานให้เปิดกว้างมากขึ้นจากเดิม

ปีนี้เป็นปีที่ภาวุธได้มีโอกาสไปศึกษาที่ Kellogg Business School สถาบันการศึกษาด้านการบริหารแนวหน้าของอเมริกา โดยเป็นหลักสูตรร่วมของ สถาบัน ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์ ในเดือน สิงหาคม และเริ่มขยายสาขาของ TARAD.com ออกไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า SMEs ที่อยู่ทางภาคเหนือ และขยาย E-Commerce ให้กระจายออกไปยังจังหวัดอื่นๆ นอกเหนือนจากกรุงเทพฯ

ในปีนี้เอง ภาวุธ ได้รับการเจรจาเพื่อร่วมทุนจาก จาก TeleInfomedia ธุรกิจสมุดหน้าเหลืองและรายชื่อบริษัท (Directory Business) แต่สุดท้ายการเจรจาเกือบประสบความสำเร็จ และมาติดในจุดสุดท้ายนิดเดียว ทำให้ดีลนี้ล้ม ทำให้ภาวุธ ตัดสินใจ ดำเนินธุรกิจต่อไปด้วยความมุ่งมั่น แต่การเจรจาทำ Deal Diligent ในครั้งนั้นถือเป็นการสร้างมุมมองทางธุรกิจใหม่ให้กับ ภาวุธ ด้วยอย่างมาก

 

ปี 2009 เป็นการเริ่มต้นปีที่ TARAD.com มีการปรับปรุงแผนงานของบริษัทใหม่ภายใต้ concept 3Es แต่ปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยได้เปิดตัว TARAD.com version ใหม่ (Version 3) ในเดือนมกราคม ภาวุธได้รับเชิญไปเป็นที่ปรึกษาโครงการ Feedback Score ของกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ ในเดือนกุมภาพันธ์ ภาวุธได้เขียนหนังสือ “E-Marketing เจาะเทคนิคการตลาดออนไลน์” ในปลายเดือนกันยายน ภาวุธได้นำบริษัท TARAD Dot Com ร่วมทุนกับ บริษัท Rakuten (www.Rakuten.co.jp) เว็บไซต์ E-Commerce อันดับ 1 ของญี่ปุ่น และเว็บไซต์ใหญ่อันดับ 8 ของโลก เพื่อเพิ่มศักยภาพ E-Commerce ของไทยให้เติบโตมากขึ้น พร้อมกับประกาศว่า “จะขอปฏิวัติวงการ E-Commerce ของไทย” และได้แยกอีกบริษัทหนึ่งชื่อ TARAD Solution ออกมาทำงานด้าน Digital Media and Strategy และ การพัฒนาโปรเจ็กเว็บไซต์ (อ่านที่มาของ Winter Egency) และเป็นปีที่ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรด้าน E-Marketing หรือการตลาดออนไลน์ให้กับสถาบันและองค์กรต่างๆ เป็นอย่างมาก รวมถึงยังได้เข้าร่วมทำงานในคณะทำงานจัดทำข้อเสนอแนะอันเกี่ยวกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ในคณะอนุกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ ของวุฒิสภา และเดือนธันวาคมปีนี้ก็ได้มีโอกาสไปเป็นอาจารย์หลักสูตรด้าน Digital Marketing ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

ปีนี้เองเป็นปีที่ภาวุธ มีความสุขอย่างมาก เพราะมีบุตรคนแรก (น้องเป็ป) ในวันที่ 9 เมษายน (ถ่ายทอดสดตอนลูกออกมาลืมตาดูโลกครั้งแรก) และสำเร็จการศึกษาปริญญาโทใบที่ 2 จาก สถาบัน ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์ ในเดือน กรกฏาคม และเป็นปีที่ใช้ Twitter เป็นเครื่องมือสื่อสารอย่างจริงๆ จังๆ และศึกษาด้าน Social Network Marketing เพื่อนำมาใช้กับธุรกิจอย่างเต็มที่

 

ปี 2010 ปีนี้ TARAD.com ได้ย้ายสำนักงานจากตึก SM Tower ตรงสนามเป้า ย้ายมายังอาคารของตัวเอง “อาคาร ตลาด ดอท คอม” ที่ตั้งอยู่ ซ.รัชดาภิเษก 26 เป็นอาคารของตัวเอง 6 ชั้น และในวันที่ 9 เดือน กุมภาพันธ์ 2010 TARAD.com ประกาศเปิดตัว Premium Mall (http://premium.tarad.com) เว็บช๊อปปิ้งมอลล์ตัวใหม่ ภายใน TARAD.com ที่จะมาปฏิวัติวงการ E-Commerce ของไทย และในเดือนกุมภาพันธ์ ได้มีโอกาสลงปกหนังสือ GM Biz และ ไปออกสัมภาษณ์รายการ สุริวิภา นอกจากนี้ยังได้มีรายการของตัวเองในช่วง Innosolution ในช่องเถ้าแก่ (ทีวีดาวเทียม+เคเบิ้ล) ถ่ายทอดไปทั่วประเทศ โดยเป็นรายการที่แนะนำให้ความรู้แก่ SMEs ในการทำการค้าขายในช่องทางออนไลน์ และในเดือนนี้ ภาวุธก็ตัดสินใจไปทำเลสิค (Lasic) ผ่าตัดสายตาสั้นให้เป็นปกติที่ TRSC  ในเดือนสิงหาคม ได้เข้าร่วมอบรมโครงการ K-SME Care ของธนาคารกสิกรไทยโดยเรียนรุ่นที่ 13 และได้รับเชิญไปร่วมสอนให้กับ ผู้ประกอบท่องเที่ยวกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหลายจังหวัดทั่วประเทศ เดือนตุลาคม ได้ถูกเลือกไปลง GM Biz นิตยสารด้านธุรกิจ เป็น “ผู้มีอิทธิพลพันธุ์ใหม่ Twitter Influencer” และในเดือนธันวาคม ได้ถูกคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 ของ หนังสือ “แรงบันดาลใจ 10 นักธุรกิจรุ่นใหม่” จากช่อง ทีวีไทย  ThaiPBS ในปีนี้เป็นปีที่ได้เปิดให้บริการระบบ พรีเมี่ยมมอลล์ (Premium Mall) ช๊อปปิ้งมอลล์รูปแบบใหม่ ที่นำแนวความคิดของทาง Rakuten ของญี่ปุ่นมาใช้ประยุกต์กับคนไทย ซึ่งผลจากการทำมา 1 ปี ยอดเติบโตเกือบ 1,000% ร้านค้ามากมายสามารถเพิ่มยอดขายได้หลายร้อยเปอร์เซนต์ เป็นก้าวแรกของการ “ปฏิวัติวงการ E-Commerce ของไทย” ที่เห็นแนวโน้มเติบโตอย่างชัดเจน

 

ปี 2011 เปิดปีใหม่มา ภาวุธ ได้รับเชิญจากทาง Nation Broadcast (NBC) ให้จัดรายการวิทยุของตัวเองที่ FM 102 ชื่อรายการ  “คลิก พลิก ธุรกิจ” ทุกสัปดาห์ ในการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการทำธุรกิจในช่องทางออนไลน์ และ ในวันที่ 22 มกราคม ภาวุธ ก็ได้สมาชิกใหม่ของครอบครัว น้องป้อน ลูกสาวลืมตามาดูโลก น่ารักจริงๆ ลูกสาว และถูกทาบทามไปเป็น พรีเซนเตอร์ของ Hutch (ค่ายโทรศัพท์มือถือ CDMA) และเดือนมีนาคม เริ่มต้นจัดงาน TARAD Tech Talk#1 งานเปิดเผยเทคโนโลยีในการพัฒนาเว็บของ TARAD.com ให้กับนักพัฒนาเพื่อนำความรู้มาพัฒนาวงการเว็บไซต์ไทย เดือนเมษายน ภาวุธ ได้ทำการเข้าซื้อหุ้นเว็บไซต์ www.Thaiware.com เว็บไซต์แหล่งรวมซอฟต์แวร์อันดับหนึ่งของไทย 20% และเปิดบริษัท ภาวุธดอทคอม จำกัดขึ้น เพื่อเน้นการลงทุนในบริษัทเว็บไซต์ไทย และพัฒนาให้เติบโต

ปลายปีภาวุธ ร่วมกับ ตั้ง (@thangman22) พัฒนาเว็บไซต์เก็บข้อมูลการใช้งาน โซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ของคนไทยทั้งประเทศ ZocialRank.com และ ZocialEye.com ระบบติดตามและตรวจสอบ (Monitoring) ในโลกออนไลน์ขึ้นมา เพื่อเป็นบริการใหม่ สำหรับนักการตลาดของไทย และปลายปียังได้ทำการสรุปข้อมูลการใช้งานโซเซี่ยลเน็ตเวิรก์ของไทยทั้งประเทศออกมา ผ่านรูปแบบของ Infographic และทาง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) องค์กรของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเน้นการสนับสนุน E-Commerce ของไทย ได้เชิญเป็นที่ปรึกษาขององค์กรในการพัฒนา E-Commerce ประเทศไทย

ปลายปีนี้เองภาวุธ ได้ย้ายเว็บ http://premium.tarad.com ช๊อปปิ้งมอลล์ออนไลน์ โมเดลจาก Rakuten เข้าเป็นเว็บ www.TARAD.com ส่วน TARAD.com ตัวเดิมเปลี่ยนไปเป็น www.TARADplaza.com เพื่อหันมาเน้นการให้บริการช้อปปิ้งมอลล์ออนไลน์เต็มรูปแบบ และกระตุ้นให้คนไทยซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น

ปลายปี 2011 ได้เปิดเว็บไซต์ www.ifund.in.th เพื่อเป็นศูนย์ในกลางในการรับบริจาคเงินทางออนไลน์ เป้าหมายเปิดขึ้นมาเป็นช่องทางสำหรับองค์กรและหน่วยงานที่ต้องการรับบริจาคเงินทางออนไลน์ โดยได้รับบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม และ ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยรับเงินบริจาคสำหรับครุภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อน้อมถวามสักการะสมเด็จพระสังฆราช และเดือนตุลาคม ภาวุธ ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปพูดเรื่อง E-Commerce ในงาน Asia E-Commerce Conference 2011 ที่ประเทศมาเลย์เซีย ปีนี้เป็นปีที่เริ่มต้นเปลี่ยนพฤติกรรมจากใส่แต่เสื้อยืดสีขาว มาเป็นเสื้อยืดสีดำ สาเหตุเพราะรู้สึกว่า สีดำจะเหมาะกับการไปงานต่างๆ มากกว่าสีขาว เลยเปลี่ยน โดยยี่ห้อที่ชอบมากคือ เสื้อยืดคอกลมสีดำของ Uniqlo ใส่จนติด จนไปพูดงานไหน เวทีไหนก็ใส่แต่เสื้อยืดสีดำไป

 

ปี 2012 ภาวุธ ได้รับการทาบทามจากทางช่องทีวี Nation Channel ในการผลิตรายการทีวีชื่อ “อัพกบาล” เป็นรายการแชร์เทคนิคการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด เริ่มออกอากาศครั้งแรกวันที่ 16 มกราคม 2012 และได้รับเชิญให้เป็น คณะอนุกรรมการ การบริหารโปรแกรมวิทยาการสารสนเทศบริการ (SI) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีมาช่วยในการพัฒนาประเทศไทย และในเดือนกุมภาพันธ์ ได้เปลี่ยนชื่อส่วนงานด้าน Online Agency จาก TARAD Solution ไปเป็น Winter Egency เพื่อ Positioning ของการทำงานที่ชัดเจนมากขึ้น และเดือนกรกฏาคม เปิดบริษัท Zocial Inc  (Zocial M Co.,Ltd) จากบริการของ ZocialRank.com และ ZocialEye.com เพื่อให้บริการ วิเคราะห์ข้อมุลบริษัทและแบรนด์ต่างๆ ทางออนไลน์ และได้มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตาในงานต่างประเทศหลายๆ แห่ง เช่น Startup Asia (สิงค์โปร์และอินโดนิเซีย), เวียดนาม ทำให้เห็นมุมมองในการขยายธุรกิจของไทยออกไปยังต่างประเทศ และได้เข้าร่วมกลุ่ม Google Business Group (GBG) และเป็นผู้ก่อตั้งและผู้จัดการ (Manager) ของ GBG Thailand และ Bangkok Chapter ในการนำเทคโนโลยีเข้าสู่กลุ่มนักธุรกิจชาวไทย และได้ถูกสัมภาษณ์ในรายการ “อายุน้อยร้อยล้าน” ออกอากาศทางช่อง 9 สัมภาษณ์ถึงที่มาที่ไปของการเริ่มต้นทำงาน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ รุ่นใหม่  และทาง Lenovo ThinkPad ได้เลือกให้มาแนะนำ Notebook ThinkPad X230

เดือนกรกฏาคม ภาวุธได้เปิดตัว TARAD.com บนมือถือ Version 3.0 เพื่อรับกับการเติบโตของการใช้มือถือและ 3G มากขึ้น โดยมองว่า “ต่อไปมือถือจะเป็นช่องทางที่คนไทย ใช้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตและซื้อสินค้ามากกว่า คอมพิวเตอร์ปกติ” และได้รับเชิญไปพูดที่งาน 3rd Annual Summit Mobile Payments and Banking Greater Mekong ที่ประเทศเวียตนาม เป็นการไปเวียตนามครั้งแรก และเดือนกันยายน ภาวุธได้รับเลือกเป็นตัวแทน Key Note ฝั่นคนไทยในงาน Khun Seuk vs Samurai Startup Pitching (ตื่นเต้นมาก) และได้ถูกเลือกจาก ค่ายรถเชฟโรเล็ตเป็น 1 ใน 20 คนที่สร้างแรงบันดาลใจ ลงในนิตยสาร GM เดือนตุลาคม ภาวุธ ได้มีโอกาสไปร่วมงาน THUNDERBIRD SOUTHEAST ASIA PRIVATE EQUITY CONFERENCE เป็นงานประชุมของนักลงทุนที่เวียตนาม และชนะการประกวดแผนธุรกิจ (Pitching) โดยเป็นตัวแทนจากประเทศไทยทีมเดียว (ไปเช้าเย็นกลับ) และยังได้เลือกเป็นตัวแทนนักธุรกิจจากไทยเพียงคนเดียวไปร่วม โครงการ International Visitor Leadership Program : A New Beginning :Entrepreneurship and Business Innovation ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาโดยได้ไปร่วมกับ 29 นักธุรกิจทั่วโลก ไปดูงานของธุรกิจที่อเมริกาและการทำงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ตลอด 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นยังได้รับเชิญให้ไปเป็น วิทยากรพูดในงาน Asia E-Commerce Conference 2012 ที่ประเทศมาเลเซีย เป็นปีที่ 2  และงาน Echelon Ignite Bangkok ภาวุธได้ร่วมกับนักธุรกิจรวมกัน 8 คนก่อตั้งกลุ่ม M8|VC กลุ่มที่จะให้การสนับสนุน Startup ของไทยในการลงทุน นอกจากนี้ได้รับสัมภาษณ์ลงในเว็บ e27.sg ของสิงค์โปร์ และได้ไปเป็นแขกพูดในงาน Startup Vietnam ที่ประเทศเวียดนาม และ ได้รับเลือกให้เป็น นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย

 

ปี 2013 เป็นปีที่ภาวุธ เริ่มรุกเรื่องกิจกรรมของบริษัท Zocial Inc มากขึ้น โดยได้มีการพัฒนาระบบ ZocialEye Monitoring ใช้จับและวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรายการ The Voice Thailand รวมถึง The Star ในปีนี้ และนอกจากนี้ยังจัดงาน Thailand Zocial Award 2013 ขึ้นมาเพื่อเป็นงานมอบรางวัลให้กับ คน ทีม และธุรกิจที่ทำงานใน Social Media ที่โดดเด่น รวมถึงเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกของพฤติกรรมของคนไทยกับการใช้ Social Media ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ได้รับผลตอบรับอย่างดีมากในงานนี้ รวมถึงเป็นปีที่ทาง Zocial Inc ได้ขยายบริการไปประเทศ อินโดนิเซีย และมาเลย์เซีย

ภาวุธได้รับเลือกเป็น คณะกรรมการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่กำกับดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย  ช่วงปีนี้มีงานเดินทางไปพูดที่ต่างประเทศค่อนข้างมาก ได้มีโอกาสเดินทางไปเป็นวิทยากรในงาน E-Tail Asia งานประชุม E-Commerce ภายในอาเซียนที่ประเทศสิงค์โปร์ และงาน  E-Commerce Asia Expo & Conference ที่ฮ่องกง และเป็น Speaker พูดในงาน Startup Asia Singapore 2013 อีกทั้งยังเป็นตัวแทนนักธุรกิจไทยไปพูดในงาน APEC – Committee on Trade and Investment 2013 (Indonesia, Medan) และ งานระดับโลกอย่าง Global Entrepreneurship Summit 2013 ที่ประเทศมาเลย์เซีย นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Software Park Thailand’s Hall of Inspiration 2013 จากทาง Software Park ได้  และทาง Singapore Post ได้เชิญไปร่วมเป็นคณะที่ปรึกษาในกลุ่ม advisory council on eCommerce and eFulfilment, และได้ถูกรับเชิญไปเป็น พี่เลี้ยง ที่ปรึกษา (Mentor) ในโครงการ Startup หลายๆ แห่ง True Incube (Thailand), JDFI (Singapore) รวมถึงทาง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เชิญไปเป็น คณะกรรมการ ICT ของสภา

เดือนตุลาคมได้ถูกรับเชิญไปเป็น กรรมการคัดเลือกโฆษณาของงาน Ad That Works ส่วนหนึ่งของาน Adman Awards & Symposium 2013 และพฤจิกายน ได้รับเชิญไปพูดที่งาน GDay X 2013 Malaysia จัดโดย GBG Malaysia (Google Business Group) และวันที่ 28 ตุลาคม เป็นวันแรกของการย้ายออฟฟิศของ TARAD.com จากอาคารตรงรัชดาภิเษก ไปที่ Empire Tower สาทร ชั้น 31 (ฝั่ง Park Wing) เพราะต้องการให้ทุกทีมนั่งอยู่ในชั้นเดียวกัน และย้ายเข้ามาในเมืองมากขึ้น และได้มีโอกาสไปเล่น Music VDO ของวง วัชราวลี สนับสนุนโดย รถ Toyota Fortuner และได้มีโอกาสไป นั่งทานอาหารเข้าร่วมกับ Eric Schmidt Chairman และอดีต CEO ของ Google ประสบการณ์ที่สุดยอดมาก และได้มีโอกาสออกหนังสือเล่มที่ 4 ของตัวเองชื่อ ”อัพ.! กบาล เทคนิคการกระขากประสิทธิภาพชีวิตและการทำงานเพิ่มขึ้นอีก 200%

ปีนี้เป็นปีแรกที่น้องป้อน (ลูกสาว) เริ่มเข้าเรียนโรงเรียน ที่โรงเรียนธรรมภิรักษ์ เลิศประชา (ใกล้ๆ บ้าน) และเป็นปีที่เราย้ายบ้านจากตรง ซอย บรมราชชนนี 35 ที่ผมอยู่มาเกือบ 20 ปี มาอยู่ที่ หมู่บ้านลดาวัลย์ ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า และเป็นปีที่ Zocial Inc ได้ขยายธุรกิจไปยังประเทศมาเลยเซีย เดือนธันวาคม เป็นเดือนที่ TARAD.com เริ่มใช้การตลาดผ่าน LINE  โดยได้ออกสติกเกอร์แพนด้าออกมา ที่ฮิตไปทั่วเมืองทันทีที่ออกมา กลายเป็นช่องทางที่ขายของๆ TARAD.com ได้ดีมากๆ อีกช่องทางนึง

 

ปี 2014 เริ่มต้นปีด้วยการร่วมเขียนหนังสือกับทาง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช บัณฑิตศึกษา สาขาวิชาศิลปศาสตร์ วิชา เทคโนโลยีเพื่อการจัดการสารสนเทศ (Technology for Information Managment) กับทางอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่าน  และนอกจากนี้เป็นปีที่เริ่มขยายธุรกิจไปสู่ด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ได้รับเชิญไปพูดในงาน etail Asia 2014 ประเทศสิงค์โปร์ (พูดครั้งนี้ 3 sessions  แหนะ)  และงาน Asia Conference on Social Media, Social Commerce and Mobile Marketing for Insurance ประเทศสิงค์โปร์ และงาน Retail World Asia 2014 ที่ประเทศสิงค์โปร์ และงาน Startup Asia ที่สิงค์โปร์ (อีกแล้ว) ในช่วงเดือน มีค.-เมย เดินทางไปสิงค์โปร์บ่อยมา 6 ครั้งแหนะ บ้าไปแล้ว.!

เดือนมีนาคม เป็นเดือนที่มีการเริ่มต้นของกลุ่ม e-frastructure group กลุ่มของธุรกิจที่ภาวุธ วางแผนให้เป็นบริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิตอลของประเทศไทย และกลุ่มประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ซึ่งประกอบไปด้วย TARAD.com, Winter Egency, Zocial Inc, Pay Solutions, RedRank, Thaiware โดยเริ่มทำงานเป็น Group Company มากขึ้น โดยเริ่มมีการประชุมรวม และทำงาน Synergy กันมากขึ้น – ในเดือนเมษายน ภาวุธ ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 12  กรรมการคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จากผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชน โดยคณะกรรมการนี้ทำหน้าที่วางนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย, ติดตามดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการเรื่องธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทย – เดือนพฤษภาคม ภาวุธ ศึกษาต่อ ปริญญาเอก วิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต : สาขาวิชาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม (สหสาขาวิชา) จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และได้จัดงาน  Thailand Zocail Awards 2014 ขึ้นโดยครั้งนี้งานใหญ่กว่าปีก่อน มีคนมาร่วมงานนับพันคนเลยทีเดียว และยังได้รับเป็นอาจารย์ปริญญาโทต่อกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าและ ศรีปทุม (ต่อเนื่องมาปีที่ 4) ด้วยหลักสูตรการสอนที่ฉีก-แหวกแนว

เดือน กรกฏาคม ภาวุธ ได้รับเลือกไปลงโฆษณาของ ธนาคาร TMB ในโครงการ MaketheDifference.org และได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต่ออีกสมัย สิงหาคม ได้รับเลือกเข้าเป็นคณะกรรมการบริหารสร้างสรรค์แผนและนวัตกรรมสุขภาพของ สสส. และ Zocial inc ได้ร่วมกับนิตยสาร BrandAge และ The Company ร่วมกัน (Co-Created) ออกสกู๊ปหลักของเล่มเกี่ยวกับ Brand and Social Media และ Pay Solutions เปิดตัวบริการ (เปิดตัวเข้าซื้อกิจการ Thaiepay.com) และเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของ RedRank บริษัทให้บริการด้าน Search Engine Marketing  ช่วงสิงหาคม เป็นช่วงที่ชีวิตค่อนข้างหนักหนามาก เพราะงานประจำที่ TARAD, งานสมาคม E-Commerce ที่มีมาก (มีการทำงานร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์, และ ETDA รวมถึงปัญหาเรื่องการเก็บภาษีในกลุ่มผู้ค้าออนไลน์ของกรมสรรพกร), การประชุมของคณะกรรมการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์, การเริ่มเรียน ปริญญาเอกที่จุฬา และงานสอน เป็นวิทยากรที่ไหลข้ามาอย่างต่อเนื่อง (ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ภาวุธ เริ่มรับงานสอนและพูดต่างจังหวัดน้อยลงเพราะต้องการให้เวลากับครอบครัวในวันหยุด หากไปต่างจังหวัดก็จะไปเช้าเย็นกลับ โดยได้มอบงานสอนและวิทยากรให้กับน้องๆ รุ่นใหม่ๆ ให้มีโอกาสได้ไปเปิดโลกการสอนแทน และเริ่มมีเรียน ป.เอกในช่วงเดือนสิงหาคม) และเป็นคนกลุ่มแรกๆ ในการเริ่มทำกิจกรรม #IceBucketChallengeTH

ปลายปี ภาวุธเริ่มรับงานเป็นวิทยากรน้อยลงเพราะแทบไม่มีเวลาทำงาน เพราะเวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับ งานสังคม (สมาคม e-commerce, คณะกรรมการธุรกรรมฯ, งานสอนและวิทยกร) ทำให้ต้องแบ่งงานสอนออกไปให้ ทีมงานและเพื่อนๆ ช่วย และนอกจากนี้ได้เข้าไปมีส่วนช่วยพลักดันและให้ข้อมูล Digital Economy เกี่ยวกับ E-Commerce โดยจัดทำwww.digitaleconomy.in.th (ได้รับการสนับสนุนโดเมนจาก THNIC)  ขึ้นมา และช่วยจัดการการรวมตัวของผู้ประกอบการด้านไอที จัดทำแผนเสนอภาครัฐ เกี่ยวกับเรื่องนี้ และได้จัดทำThailand E-Commerce Framework & KPI รวมถึง Thailand E-Commerce Landscape ผ่านการทำงานของสมาคม e-commerce สำหรับเป็นแผนยุทธศาสตร์ของ e-commerce ประเทศไทย ที่เอกชนทำงานร่วมกับรัฐ โดยได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการ ภายใต้คณะกรรมการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เข้าจัดการเรื่องนี้

ปลายปีเริ่มรู้สึกว่าการเรียน ป.เอก เริ่มเป็นอุปสรรคต่อชีวิตครอบครัวและการเจอลูกๆ เพราะต้องเรียนทั้งเสาร์-อาทิตย์ ทำให้เกิดความคิดว่าจะ “หยุดเรียน” แต่อาจารย์หลายๆ คน เพื่อนๆ ที่คณะ ก็ต่างเชียร์ว่าอยากหยุดเลย ขอให้ลุยต่อไป ทุกคนจะช่วยสนับสนุนทำให้ลุยต่อไป แต่ขอเอาเรื่องเรียนเป็นเรื่องรองครับ.!

 

ปี 2015
ประเทศไทยเข้าสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย Digital Economy ทำให้มีการเสนอกฏหมายใหม่ๆ ทำให้ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมพลักดันให้ รัฐปรับเปลี่ยน กฏหมายเกี่ยวกับดิจิทัล ที่กำลังจะออก โดยทำงานร่วมกับรัฐและภาคองค์กรสมาคมต่างๆ (ได้ไปเจอท่าน รอง รมต.ท่านวิษณุ เครืองาม ด้วย) ปีนี้โอกาสดี ได้มีโอกาสเขียนบทความในคอลัมภ์ของตัวเองในนิตยสาร BrandAge นิตยสารด้านการตลาดชั้นนำของประเทศไทย โคตรดีใจเลยครับ  และได้มีโอกาสเข้าไปสอนการตลาดออนไลน์ให้กับทีม BrandAge อีกด้วย

งานบริษัทปีนี้เป็นปีที่เริ่มปรับโครงสร้างกลุ่ม efrastructure group ให้ครบมากขึ้น ได้เชิญคุณกรณ์ จาติกวณิช มาเป็นที่ปรึกษาบริษัทตั้งแต่ปลายปี 2014 ได้เจอคุณกรณ์จากการที่ท่านมาสัมภาษณ์ผมลงหนังสือของท่าน และทำโปรเจ็กช่วยกันขายข้าวทางออนไลน์ผ่าน TARAD.com และได้มีโอกาส ทานอาหารร่วมกับ คุณอภิสิทธิ์, คุณกรณ์, พี่แดน, พี่โต้สุหฤท สนุกมากๆ และเดือนกุมภาฯ ได้มีโอกาสจัดรายการวิทยุ FM106 ของช่อง 3 ครอบครัวข่าว ร่วมกับทาง น้องเอิ้น ปานระพี และพี่เฮง จัดทุกๆ วันตอน 17:45 น. (หลังรายการคุณสรยุทธ์ทางวิทยุ)

และได้มีโอกาสคุยกับน้องๆ วงการ Social Media Monitoring ที่จะรวมตัวกันทำให้อุตสาหกรรมนี้ดีขึ้นมาดูกันครับว่าเราจะทำได้มั้ย และผมได้มีโอกาสทำฝันให้เป็นจริงในการ พลักดันในเกิดการรวมตัวของ กลุ่มคนทำ E-Payment โดยได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย เราจึงได้จัดตั้ง “ชมรม E-Payment ประเทศไทย” ขึ้นในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2015 และในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2015 เวลา 18:00 มีโอกาสดีมากๆ ที่ได้ไปออกรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” ที่เป็นรายการของ คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) ที่ออกอากาศทุกๆ วัน ในช่วงนี้ และที่สำคัญ ออกทั่วประเทศทุกช่องทีวี และวิทยุ ซึ่งเป็นการร่วมพูดคุยกับทางท่าน รมต.ไอซีที คุณพรชัย และคุณเอิ้น ปานระพี ผู้ประกาศข่าวชื่อดังจากช่อง 3 ตื่นเต้นมาตอนออก เพราะออกสรุปคือ หน้าผมไปโผล่ทุกหน้าจอทีวีทั่วประเทศและอีกทั้งบนหน้าปัดวิทยุอีก เหอะๆ ครั้งนึงในชีวิตที่มีโอกาสแบบนี้ครับ และได้มีนำ Zocial inc จับมือหลายพันธมิตรออนไลน์ชั้นนำลุย ‘เช้าข่าวชัด โซเชียล’ ในไทยรัฐทีวี สร้างปรากฏการณ์รูปแบบใหม่ข่าวเช้าประเทศไทย

เดือนมีนาคม ทางกลุ่ม efrastructure group ได้จัดงาน Thailand Digital & E-Business Trend 2015 (TDET) ขึ้น โดยเป็นงานสัมมนาที่เจาะเทรนด์การตลาดออนไลน์ โดยผนึกกำลังบริษัทในเครือทั้งหมด มีคนมามากมาย รวมถึงมีการ แถลงข่าวการเปิดตัวกลุ่ม efrastructure อย่างเป็นทางการ และได้มีการแถลงข่าวการร่วมมือกันระหว่าง กลุ่ม efrastructure กับทาง OPT SEA จากประเทศญี่ปุ่นในการลงทุนร่วมในบริษัท Lead Commerce ที่สิงค์โปร์ เพื่อมาลงทุนใน Comparison.asia และ HappyWedding.life ในประเทศไทย (ในงานแถลงข่าวนี้ผมแต่งตัวชุดเจ้าสาวด้วย ฮ่าๆ ขำมาก) นอกจากนี้ยังได้ไปร่วมเป็น หนึ่งกรณีศึกษาในหนังสือ Dear to Do ของคุณกรณ์ จาติกรวณิช (อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง) ได้มีโอกาสเดินทางไปเป็น วิทยากรในงาน Retail Congress ที่ประเทศสิงค์โปร์   และไปอีกงานที่สิงค์โปร์ชื่อ Last Mile and Fulfillment Asia 2015 โดยเป็นวิทยากรในงานนี้เช่นกัน

และในเดือนเมษายน ได้จัดงาน Thailand Zocial Awards 2015 ครั้งที่ 3 ขึ้นมา ซึ่งประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี มีคนมานับพันคนเลยทีเดียว นอกจากนี้ได้รับเลือกเป็นในคณะทำงานด้านการส่งเสริมการค้าผ่านสื่อดิจิทัล (Digital Commerce) การส่งเสริมธุรกิจเกิดใหม่ดิจิทัล (Digital Entrepreneur) และการส่งเสริมเนื้อหาดิจิทัล (Digital Content) เพื่อขับเคลื่อนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ของกระทรวง ICT เพื่อสนับสนุน Digital Economy

เดือนพฤษภาคม เดินทางเป็นตัวแทนประเทศไทยไปพูดที่ งาน The ASEAN SME Showcase & Conference ที่ประเทศมาเลย์เซีย ภูมิใจมากครับ  เปิดบริการ pay.sn บริการชำระเงินออนไลน์ทาง Social Media แห่งแรกของ Asia และเปิดรับชำระเงินผ่าน BitCoin  และได้รับเลือกถ่าย VDO ของ Air Asia ในโครงการ “เที่ยววันธรรมดา” และได้เป็นตัวแทน Blogger ของโครงการ MICE Story Competition ของ TCEB และในเดือนกรกฏาคม ภาวุธ ได้รับการทาบทามให้ไปจัดรายการวิทยุ FM 101 RR1 วิทยุด้านเศรษฐกิจ จัดทุกๆ วันพุธตอน 11 โมงกว่า ทุกๆ อาทิตย์

ช่วงเดือนสิงหาคม ภาวุธเป็นแกนนำสำคัญในการพลักดันให้เกิดการรวมตัวของกลุ่มคนให้บริการ E-Logistics ของประเทศไทยเป้าหมายเพื่อตั้งเป็นชมรมหรือสมาคม เพื่อมาต่อยอดและสนับสนุน E-Commerce ของไทยให้ครบสมบูรณ์แบบ และในเดือนนี้ได้ไปเป็นวิทยากรให้กับงาน Global Payment Summit ที่ประเทศสิงค์โปร์

กันยายนได้ไปร่วมงาน Master Conference ที่ประเทศมาเลย์เซีย และ ได้เปิดตัวบริการ Pay Social บริการชำระเงินผ่านโซเชี่ยลมีเดีย แห่งแรกของเอเซีย โดยมี หญิง รฐา (ญาญ่า หญิง) มาเป็น Presenter  รวมไปถึงเดือนตุลาคมได้มีโอกาสไปงาน Google APAC PSP Summit 2015 ที่สิงค์โปร์ เดือนพฤษจิกายน ได้ถูกเลือกเป็นวิทยากรที่งาน Echelon Thailand 2015 งาน Tech Startup ใหญ่ประจำปีของไทย และได้มีโอกาสเข้าเรียนหลักสูตร ABC (Acadamy of Business Creation) ที่ตัวเองเป็นวิทยากรมาตลอด 3 ปี แต่ในปีที่ 4 ของลงเรียนเพื่อเพิ่มเติมความรู้ รู้จักเพื่อนๆ กลุ่มใหม่ๆ มากมาย

ธันวามคม ภาวุธได้รับเลือกเป็นคณะอุนกรรมการ คณะอนุกรรกรรมการร่างรัฐธรรมนูญโดยนำดิจิทัลมาใช้เผยแพร์ ได้มีโอกาส ทำงานร่วมกับท่านอาจารย์ มีชัย ฤชุพันธ์ุ รวมถึงได้ร่วมทานข้าวเย็น พูดคุยนั่งติดกันเลยครับ และ ได้รับเลือกเป็น ELLE Men Top 40 Year 2015 ไม่น่าเชื่อเล้ยยยยย และเดือนนี้เป็นเดือนที่สำคัญที่ บริษัท Zocial Inc ที่ภาวุธก่อตั้งขึ้นมา ได้ประกาศเข้ารวมกับกิจการกับ Thoth Media บริษัทให้บริการข้อมูลออนไลน์ ไม่ต้องมาแข่งกันแต่รวมกันเพื่อขยายตลาดให้แข็งแกร่งมากขึ้น

 

ปี 2016

เดือนมกราคม ภาวุธได้รับรางวัล “Global E-Commerce Innovation Leader of the Year 2015-2016” จาก IECIA (International E-Commerce Innovation Association) ในงาน ‘Global E-Commerce Innovation Best Person & Company of the Year Awards Ceremony and Summit Forum Shanghai 2016’ ที่ประเทศจีน เมืองเซียงไฮ้  และยังได้รับการร่วมจัดรายการวิทยุที่ FM 96.5  คลื่นความคิดของ อสมท. ร่วมกับพี่จิระ ห้องสำเริง ทุกๆ วันศุกร์ เวลา 4:15 นาทีทุกๆ อาทิตย์ (สรุปตอนนี้ 1 อาทิตย์มีจัดการายวิทยุ 3 แห่ง FM 106, FM 101, FM 96.5) และได้มีโอกาสไป ลงสัมภาษณ์ในนิตยสาร Maxim หึๆ

เดือนมีนาคม ทาง กลุ่ม RAKUTEN ได้ประกาศปิดบริการ E-Commerce ในอาเซียน ภาวุธเข้าซื้อกิจการทั้งหมดคืนมา แล้วบริหารเอง ถอดชื่อ Rakuten ออก แล้วหันมาใช้แบรนด์ TARAD.com เต็มตัวอีกครั้ง และปรับโมเดล TARAD.com เข้าสู่โมเดลธุรกิจใหม่ ปลุกเว็บ ThaiSecondhand.com ที่นิ่งๆ ไปกลับขึ้นมาอีกครั้ง

ในเดือนเมษายน ภาวุธ ประกาศเข้าลงทุนใน Builk.com ธุรกิจให้บริการบริหารการก่อสร้างและค้าวัสดุก่อสร้างทางออนไลน์ร่วมกับทาง MillCon  และส่วนตัวภาวุธอยากขับแท็กซี่มาก ได้มีโอกาสไป ขับรถบริการส่งคนยามค่ำคืนของ U Drink I Drive เป็นประสบการ์แปลกใหม่ที่น่าสนใจเลยทีเดียว และ THECA (สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย) ลงนามความร่วมมือกับ Hong Kong Federation of E-Commerce ในความร่วมมือระหว่างองค์กรในการพลักดันการทำงานด้าน E-Commerce ระหว่างประเทศ (หน้าปุออกสื่อด้วย) และ Shippop.com Startup ด้านการรวบรวมการขนส่งเข้ามาไว้ที่เดียวกันได้เริ่มให้บริการโดยมี โมชิออกมาทำธุรกิจนี้อย่างเต็มตัวพร้อมมี ริโอ เพื่อนจากญี่ปุ่นมาร่วมลงทุนด้วย

และได้ร่วมก่อตั้งและพลักดันให้เกิดชมรม E-Logistic Thai ที่เป็นกลุ่มกลางของคนทำงานด้าน E-Logistic ที่จะช่วยทำให้ E-Commerce ของไทยเติบโตขึ้นไปด้วยกัน และกลุ่ม efrastructure ประกาศความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณะบริหารธุรกิจ ม.กรุงเทพ

เดือนกรกฏาคม ได้รับ รางวัลนักบริหารดีเด่นแห่งปี 2559 จากมูลนิธิเพื่อสังคมไทย มอบโดยท่านองค์มนตรี

 

 

 

 เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ (มั้ง)

 

ความผิดพลาดในการทำธุรกิจ (ใครจะไปเก่งซะทุกอย่าง)
ใช้ว่าการทำงานทุกอย่างจะราบรื่นและประสบความสำเร็จตลอด ในเวลาที่ผ่านมาก็มีสิ่งผิดพลาดและล้มเหลวหลายๆ อย่าง
นิตยสารไทยเซคคั่นแฮนด์ นิตยสารข้อมูลของมือสอง และศุนย์ฝากสินค้ามือสองที่ไอทีมอลล์ ก็ปิดตัวลง รวมถึงการปิดตัวของเว็บไซต์ www.TARADb2b.com และบริษัท ตลาดเน็ต จำกัด ที่ทำงานด้าน Hosting, การเปิดเว็บไซต์ www.the1Social.com เพื่อเป็นการจัดอันดับคนในโซเชี่ยลเน็ตเวิกร์ แต่ความผิดพลาดและล้มเหลว คือสิ่งทีทำให้เราได้เรียนรู้อะไร หลายๆ อย่าง ภาวุธ ไม่เคยท้อและเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดไป มันคือประสบการณ์ที่เราได้เรียนรู้ และทำให้เราเติบโตไปข้างหน้า จงมองโลกนี้ด้านบวก แล้วเราจะมีพลังในการทำงานและก้าวต่อไป

 

 

[มารู้จักกับ TARAD.com ให้มากขึ้น (คลิก)] 

บุคคลที่ผมชื่นชม และเป็นตัวอย่างที่ผมนับถือ

ใคร ที่ไหน อะไร?
คุณพ่อ (ป๊า) วรวุธ พงษ์วิทยภานะ ครอบครัว เป็นตัวอย่างที่ดี ที่สอนและเป็นตัวอย่างที่ดีในการ ดำเนินชีวิตทั้งเรื่องส่วนตัว และการทำธุรกิจ
เจ็กเล็ก (ทวีศักดิ์) พงษ์วิทยภานุ คุณอา ผู้ที่คอยให้คำปรึกษา คำแนะนำ อยู่ช่วยเหลือ เคียงข้าง มีแนวคิดดีๆ แนวคิดใหม่ๆ เปิดโลกการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา
พีนิด นิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี หัวหน้าผมที่ Hutch หัวหน้าที่สอนอะไรผมหลายๆ อย่าง สอนให้ผมรู้จักการเป็น “หัวหน้า” ของคนและการมีความเป็นตัวของตัวเอง และต้อง “สนุก” ในการทำงานร่วมกับทีมงาน
พี่เจษฏา (พี่เจษ) เจือจันทึก หัวหน้าทีมที่ Hutch พี่เจษ เป็นตัวอย่างที่ดีของการเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ ทำงานเป็นระบบ สอนอะไรผมหลายๆ อย่าง เหมือนพี่ชายผมคนนึงเลย
Hiroshi Mikitani CEO Rakuten ฮิโรชิ มิกิทานิ เป็นผู้ชายคนนึง ที่ผมนับถือในความตั้งใจ แนวความคิด การปฏิบัติ มีระเบียบวินัย และการสร้างองค์กร ถือว่าวิธีการทำงานของเค้าเข้ามามีอิทธิพลกับผมมาก ในช่วงที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับทางกลุ่ม Rakuten
ศิวัตร เชาวรีย์วงศ์ (ป้อม) สมาคมเว็บฯ,
mInteration
คุณป้อมเป็นตัวอย่างของ คนทำงานที่มีวินัย และมีความเป็นโปรเฟสชั่นนอลมาก ถือเป็นตัวอย่างของคนทำงานรุ่นใหม่ ที่เป็นแบบอย่างที่ดี
President David Palmer  Series “24”  ตัวละครจากซีรีย์เรื่อง 24 มีความเป็นผู้นำและสัจจะสูงมาก รวมถึงการตัดสินใจที่เด็ดขาด ซึ่งการแสดงของเค้า ทำให้ผมอยากเป็นอย่างเค้า (รู้จักเค้าเพิ่มเติม)
หมู Ookbee CEO Ookbee.com ผมเรียนรู้การทำธุรกิจในยุค Tech Start up แบบใหม่จากหมูๆ เก่งจริงๆ เป็นตัวแทน เป็นหน้าตาของประเทศไทย และยังพลักดัน Start up ประเทศไทย

 

Comments

comments

%d bloggers like this: