facebook

เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ

  ในปัจจุบันโซเชียลเน็ตเวิรก์ อย่างเช่น Facebook, Twitter เริ่มค่อยๆ เข้ามาบทบาทกับสังคมและธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของธุรกิจ หรือนักธุรกิจหลายๆ เริ่มนั่งงงๆ อยู่ว่ามันจะเอามาใช้กับงานหรือธุรกิจเราได้ยังไง? หรือหลายคนหนักกว่านั้น ยังไม่รู้จัก? หรือยังไม่เคยใช้พวกนี้เลย ซึ่งแน่นอนหลายๆ คงต้องถามว่า "ใช้แล้วผมหรือธุรกิจได้อะไร จาก Social Network?" แหม.! เป็นคำถามที่ดีมากเลยครับ ที่ผมเชื่อว่าเป็นคำถามยอดฮิตของคนทำธุรกิจในตอนนี้ งั้นเรามาดูกัน

 

Social Network คืออะไรงะ? (เห็นคนพูดกันมานานแล้ว งง วุ้ย.!)

        หลายๆคนคงรู้จัก Social Network เว็บไซต์กันอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้คำอธิบายง่ายๆ สั้นๆ ของ Social Network มันก็คือ เว็บไซต์หรือบริการทางอินเทอร์เน็ตที่ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อ หรือติดต่อพูดคุย (Communicate) กับเพื่อนเก่าๆ สมัยมัธยม, มหาวิทยาลัย หรือที่ทำงานเก่าๆ ได้ง่ายๆ และยังสามารถหาเพื่อนใหม่ๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถ เล่นเกมส์ (Games) หรือ ทำอะไรหลายๆ ที่คุณไม่เคยทำมาก่อนได้ เช่น ขโมยผักเพื่อน, เลี้ยงสัตว์กับเพื่อนๆ ของคุณได้ โดยกิจกรรมที่ทำ ทั้งหมดล้วนอยู่บนพื้นฐานของการ "ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนของคุณเท่านั้น" หากจะยกตัวอย่าง Social Network มีหลายแห่งที่ดังๆ เช่น Linkedin.com หรือ Myspace.com แต่ตัวที่ดังๆ จริงๆ ในเมืองไทยตอนนี้หลักๆ คงได้แก่ Facebook.com และ Twitter.com ส่วนตัวอื่นๆ ก็เริ่มๆ เอาท์ๆ กันไปแล้วอย่างเช่น hi5.com เป็นต้น 

 

เออ... แล้ว Social Network มันมาช่วยอะไรธุรกิจเราได้บ้าง(วะ)?

     อ่านๆ ดูแล้วมันเป็นการเชื่อมโยงระหว่างเพื่อนกับเพื่อนหรือคนกับคน แล้วธุรกิจหรือการค้าจะเอาไปใช้อะไรได้บ้าง ตอนนี้นักการตลาดยุคใหม่ "เริ่มเปลี่ยนวิธีการสื่อสารกับลูกค้าตรงๆ เริ่มเปลี่ยนมาเป็นสื่อสารให้คนอื่นพูดถึงสินค้าแทน ในช่องทางโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์แล้ว เพราะได้ผลมากกว่าการโฆษณาตรงๆ" ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น "ระหว่างมีร้านมาโฆษณาบอกว่า โดนัทร้านเค้าอร่อย กับ เพื่อนสนิทของคุณบอกว่า โดนัทร้านนี้อร่อย คุณจะเชื่อใครมากกว่ากัน.!" แน่นอนครับ แทบทุกคนต้องบอกว่า "เชื่อเพื่อนบอกมากกว่าโฆษณาบอก" นี้คือหลักการง่ายของการตลาดผ่าน Social Network คือ "ให้คนอื่นพูดถึงสินค้าหรือบริการของคุณแทนคุณบอกเอง" แต่ต้องบอกในทางที่ดีนะครับ

 

วิธีการง่ายๆ ทำให้องค์กรคุณเป็นองค์กร Social Network

  1. สร้างตัวตนขององค์กรคุณใน Social Network 
    วิธีการนี้ง่ายมากๆ เพียงแค่เข้าไปสมัครใน Social Network แต่ละแห่งแล้วเริ่มนำข้อมูลสินค้า หรือบริการบอกให้ข้อมูลผ่านทางช่องทางนี้ แต่ต้องใช้ทักษะการบอกผ่านในช่องทางนี้ อย่างแยบยล และ "ควรจะสื่อสารสิ่งที่ลูกค้าอยากฟัง" ไม่ใช่เอาแต่พูดแต่เรื่องของสินค้าของคุณ "ควรจะพูดในมุมว่าสินค้าหรือบริการของคุณจะไปช่วยทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้นอย่างไรได้" เช่นผมขาย "ไดร์เป่าผม แทนที่จะบอกว่าผมขายไดร์เป่าผม ก็เปลี่ยนวิธีสื่อสารใหม่ เช่น "เพิ่มความสวยให้แต่วันทำงาน ด้วยไดร์เป่าผมของคุณ" สิ่งที่คุณพูดออกไปก็จะมีคนใจมากกว่า


     

  2. หาคนรับผิดชอบให้ชัดเจน
    การระบุคนหรือทีมที่ชัดเจนในการดูแล Social Network ขององค์กรก็จะเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะสามารถโฟกัสในสิ่งที่ทำได้ โดยส่วนใหญ่ หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านนี้ คือฝ่ายการตลาด เพราะสามารถใช้เป็นอีกช่องทางนึงในการสื่อสารได้อย่างเต็มที่พร้อมๆ บางองค์กรผู้บริหารระดับสูงก็เข้ามาใช้ Social Network นี้เอง อย่างเช่น คุณพาที สารสิน CEO ของนกแอร์ (http://twitter.com/patee122) เฮียฮ้อของ RS (http://twitter.com/HereHorRS) หาก CEO หรือผู้บริหารคนไหนสนใจจะเริ่มต้นทำ Social Network ลองอ่านที่ "6 เหตุผลที่ผู้บริหารควรเอาตัวเองเข้าไปกระแทก Social Network" หรือหากองค์กรของคุณไม่มีคนรับผิดชอบ ก็สามารถอาจจะให้บริษัทมืออาชีพที่ทำงานด้านนี้มาช่วยดูแลแทนก็ได้ 


     

  3. ให้คนในองค์กรมีส่วนร่วมในการสร้าง Social Network
    ผมเชื่อว่าในองค์กรของคุณ อาจจะมีคนอยู่หลายคนเลยทีเดียวที่ใช้ Social Network อย่างเช่น Facebook หรือ Twitter แต่ส่วนใหญ่เราจะพบว่าคนส่วนใหญ่ที่ใช้ "มักใช้ในเรื่องส่วนตัว" แต่หากเราสามารถปรับและกระตุ้นให้คนในองค์กร มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ Social Network มาเพิ่มศักยภาพของแบรนด์หรือสินค้าขององค์กร ให้ผ่านไปยังเครือข่าย Social Network ของเพื่อนๆ เค้าออกไป ยกตัวอย่างง่ายๆ หากองค์กรคุณมีคน 20 คนที่ใช้ Social Network แต่ละคนมีเพื่อนอยู่ใน Network 100 คน และใน 100 คนก็บอกต่อไปหาเพื่อนอีก 100 คน ลองคิดดูง่ายๆ ว่า "หากทั้ง 20 คนในองค์กร ช่วยกันพูดถึง สินค้าและบริการของคุณออกไป วันละ 1 ครั้ง เราจะมีคนเห็นสินค้าหรือบริการของคุณผ่านออกไปมากถึง 2 แสนคน/วันเลยทีเดียว" และที่สำคัญข้อความเหล่านี้ จะน่าเชื่อถือมากกว่าข้อความปกติ เพราะถูกส่งผ่านไปยังในรูปแบบ "เพื่อนบอกเพื่อน"

 

ทั้งหมดนี้่เป็นเพียงขั้นตอนง่ายๆ ที่องค์กรของคุณ สามารถปรับตัวเองเข้าสู่โลกของ Social Network ได้ไม่ยากครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป รีบสมัครเลยครับ ลองมาหาวิธีการนำ Social Network มาใช้ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับองค์กรของคุณดีกว่า จะปล่อยให้พนักงานหรือคนในองค์กรของคุณปลูกผักหรือเปิดร้านขายอาหารไปวัน ๆใน Facebook ไปทำไม อ่านจบแล้วก็คิดวิธีการทำได้เลย... จะรออะไรอยู่ละ.!

 

 

6 เหตุผลที่ผู้บริหารควรเอาตัวเองเข้าไปกระแทก Social Network

** บทความนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารที่ไม่รู้ค่อยรู้เรื่อง Internet และหากคุณเป็นลูกน้องต้องการอัพเดทกบาลหัวหน้าหรือผู้บริหารของคุณ ลอง Print หน้านี้ออกไปวางไว้บนโต๊ะให้เค้าอ่านสิครับ

 

อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังถึง "เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ" ตอนนี้ก็เริ่มมีหลายๆ องค์กรเริ่มนำ Social Network เข้ามาใช้ในธุรกิจ หลายแห่งก็ยังไม่ได้ทำ แต่สำหรับผู้บริหารหรือหัวหน้าที่ยังไม่ได้เอาตัวเองเข้าไปใช้ Social Network หรือผมเรียกว่า "เอาตัวเองเข้าไปกระแทก" นั้น มาดูกันว่า ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดการใช้ Social Network ซึ่ง Social Network ในที่นี้ผมขอเน้นไปที่ Facebook.com และ Twitter.com นะครับ

 

1. ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่เร็วและ แร๊ง..งง 

ด้วยรูปแบบของการใช้ Social Network ที่ผู้บริหารสามารถควบคุมและดูแลได้ด้วยตัวเอง ทำให้สามารถส่งข้อความ ที่ตัวเองต้องการส่งได้เมื่อไรก็ได้ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเราได้ทันที และยังสามารถสื่อสารออกไปในวงกว้างได้อีกด้วย จึงถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพมากในยุคของสื่ออินเทอร์เน็ตเช่นนี้

 

2. แนบชิดกับลูกค้า และคนในองค์กร

ผู้บริหารสามารถความเป็นกันเองกับ ลูกค้า หรือคนในองค์กรของคุณ ด้วยการใช้ Social Network โดยไม่จำเป็นต้องส่งเฉพาะเรื่องงานเข้าไปเท่านั้น การส่งเรื่องส่วนตัว หรือกิจกรรมต่างๆ ของตนในแต่ละวัน ก็จะทำให้ผู้รับข้อมูลรู้สึกเป็นกันเอง และรู้สึกใกล้ชิดกับผู้บริหารมากขึ้น ทำให้เกิดความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งระหว่างคุณกับลูกค้าหรือแม้แต่กับคนในองค์กรของคุณ และนอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องมือทำให้คุณรู้ว่า คนในองค์กรของคุณตอนนี้เค้าคิดหรือทำอะไรอยู่บ้าง ทำให้คุณสามารถเข้าใจคนในองค์กรของคุณได้ดีมากขึ้น นอกเหนือจากมุมมองด้านการงานเพียงอย่างเดียว 

 

3. ลดการนินทาว่าร้ายจากคนในองค์กร

เมื่อคุณอยู่ในโลก Social Network เดียวกับคนในองค์กรของคุณ และทำให้คนในองค์กรคุณที่รู้ว่าคุณอยู่ในนี้เช่นเดียวกันจะ "มีการระมัดระวังการพูดจาหรือกล่าวร้ายต่อองค์หรือตัวคุณได้" เพราะมีหลายๆ ครั้งที่คนในองค์กรมักจะเขียนอะไรที่ไม่ดีต่อองค์กรที่ตนทำงานอยู่ หรือ ผู้บริหารที่ได้ทำงานด้วย เพราะส่วนใหญ่มักคิดว่า เขียนไปแล้ว ผู้บริหารหรือองค์กรจะไม่มีทางมาเจอข้อมูลเหล่านี้ และบางครั้งมักเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งการที่คุณอยู่ใน Social Network เดียวกับเค้า จะช่วยลดเหตุการณ์แบบนี้ลงไปได้มากๆ เลยทีเดียว

 

4. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กร

ตอนนี้หากผู้บริหารมีการใช้ Social Network เป็นช่องทางในการสื่อสารอีกวิธีหนึ่ง สื่อหรือสังคมก็จะเริ่มให้ความสนใจกับ การพัฒนาของผู้บริหารที่มีการนำเทคโนโลยีรูปแบบใหม่มาใช้กับการสื่อสาร ทำให้ภาพลักษณ์ของผู้บริหารและองค์กรมีความทันสมัย และภาพลักษณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น

 

5. ช่องทางกระจายองค์ความรู้

ผู้บริหารหลายๆ คนมักเป็นคนเก่ง แต่มักไม่มีโอกาสในการถ่ายทอดความรู้ หรือเทคนิคอะไรดีๆ ดังนั้นการมี Social Network จะทำให้ผู้บริหารสามารถใช้เป็นช่องทางในการ กระจายความรู้ที่ตัวเองแก่คนทั่วไป และคนในองค์กรได้อีกด้วย เพียงทิปเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณสื่อสารออกมา อาจจะะเป็นความรู้สิ่งใหม่สำหรับคนอื่นๆ ได้อย่างมากเลยทีเดียว

 

6. สร้างความได้เปรียบในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆ

หลากครั้งที่ผู้บริหารมักไม่เข้าใจ เรื่องของ Internet และเทคโนโลยีใหม่ๆ การเอาตัวเองเข้ามาอยู่ในโลกของ Social Network จะทำให้คุณได้เปิดโอกาสการเรียนรู้สิ่งใหม่ ที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผ่าน Social Network และ Internet  ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารมีมุมมองที่กว้างไกลมากขึ้น เมื่อคุณสามารถเข้าใจเทคโนโลยี และรู้จัก รวมถึงการนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้

 

ทั้งหมดนี้สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปสมัครใช้บริการของ Social Network ต่างๆ อย่าง Facebook.com หรือ Twitter.com ส่วนตัวผมขอแนะนำ Twitter.com เพราะสามารถใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และสามารถใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับคนที่สนใจจะใช้ Twitter ลองอ่านที่นี่ครับ (http://www.pawoot.com/twitter) อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อย่าลังเลครับ รีบเปิดแล้วเข้าไปสมัครเว็บ Twitter.com หรือ Facebook.com เลยครับ อย่าปล่อยให้โอกาสของการเปลี่ยนแปลงขององค์กรของคุณผ่านไปครับ....

หากมี twitter กันแล้ว ก็ add ผมมาได้เลยนะครับ http://www.twitter.com/pawoot 

 

9 ความลับที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ Social Network Marketing

หลายๆ คนมักมีคำถามเกี่ยวกับ Social Network เช่นพวก Facebook, Twitter หรือ Hi5.com ในหลายๆ มุมมองวันนี้ผมมาวิเคราะห์ Social Network ในมุมของผมผ่านคำตอบหลายๆ ข้อซึ่งแต่ละข้อเป็นยังไงลองมาดูกันครับ

  1. ทำไมคนถึงติด Social Network ?

    ตอบ : เพราะมันคน มันมีความสัมพันธ์ (Relation) มีคนที่เรารู้จักอยู่ในนี้เต็มไปหมดในโลกของ Social Network ทำให้หลายๆ คนเริ่มติดและให้ความสนใจกับ Social Network เพราะเราสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่เรารู้จักมากๆ ได้ทันที แม้ว่าเราจะอยู่ทีไหนก็ตาม แต่บางทีมันก็เป็นข้อเสียเช่นกัน เพราะมันอาจจะทำให้คนบางคน เริ่มหลุดหรือใช้เวลาน้อยลงจากสังคมจริงๆ หันไปใช้เวลากับ Social Network มากขึ้น (ใครเป็นบ้างเนี่ย? Tweet ทั้งวัน คุยกับคนรอบข้างน้อยลง ผมเป็นเหมือนกันนะ บางจังว่ะ)  และยิ่งเดียวนี้ "ช่องทาง (Channel)" ในการเข้าถึงสื่อ Social Network สามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นด้วย เช่นทาง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอนาคตมันจะเริ่ม "ผนวกเข้าไปกับ life style" ของคนมากขึ้น เมื่อวันนั้นละ ทั้งชีวิตของคนเราจะเริ่มเชื่อมเข้าสู่ Social Network กันจนบางทีแทบแยกไม่ออกเลยทีเดียว

     

  2. อะไรคือสาเหตุให้ Social Network สามารถเติบโตได้รวดเร็ว

    ตอบ : นอกจากสาเหตุที่เกิดจากการเชื่อมโยง "คน" เข้าด้วยกันแล้วผ่าน Social Network แต่สิ่งหนึ่งที่เป็น "ปัจจัยหลัก" ที่ทำให้ Social Network เติบโตได้เร็วคือการ "เชื่อมโยงเข้ากับระบบอื่นได้" โดยมีการเปิด "ช่องทางการเชื่อมต่อ หรือ API" ขึ้นมาทำให้นักพัฒนาทั่วโลกต่างพัฒนาเว็บไซต์หรือระบบของตัวเอง เชื่อมต่อกับ Social Network ต่าง เช่น ผู้ผลิตเกมส์ Farm Ville พัฒนาเกมส์บน Facebook ขึ้นมา หรือ มีคนพัฒนาระบบทำให้ Twitter เชื่อมโยงกับ Facebook ได้ เป็นต้นน่ะ เมื่อ ระบบสามารถเชื่อมโยง พูดคุยกับอีกระบบได้อย่างอัตโนมัติเราเรียกอีกอย่างนึงกว่าเกิดการ "Mashup" ขึ้น

     

  3. ทำไมวัยรุ่นถึงใช้ Twitter หรือ Social Network บางอย่างน้อย?

    ตอบ : 
    เพราะ วัยรุ่นส่วนใหญ่เจอกันอยู่แล้วทุกๆ วันตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ดังนั้นการสื่อสารระหว่างกันจึงไม่ค่อยได้ทำเท่าไร แต่สำหรับผู้ใหญ่ขึ้นมาเช่นคนทำงาน ที่ไม่ค่อยมีเวลาเจอเพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ เท่าไร เพราะเวลาหมดไปกับการทำงาน ดังนั้นการใช้ Twitter จึงเป็นการทำให้คนกลุ่มนี้สามารถ "สื่อสารและติดต่อ" กับคนอื่นๆ ที่เค้าสนใจหรือเพื่อนของเค้าได้ นึ้คือสาเหตุที่ทำให้ Twitter เติบโตในกลุ่มคนที่อายุเยอะ และวัยรุ่น บางส่วนบอกว่า Twitter ไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้ และมี app เหมือน facebook (ขอบคุณน้อง @thangman22)

     

  4. ความแตกต่างระหว่าง Social Media กับ Social Network

    ตอบ : Social Network คือ ฐาน คือ infrastructure หรือที่ๆ มีคนอยู่เยอะๆ เกิดเป็นโครงข่าย เช่น  Facebook,Hi5 , Twitter
    Social Media คือ การสื่อสารผ่านลงไปยัง Social Network เช่นเราสื่อสารลงไปยังคนที่ใช้ Facebook ก็คือเราทำ Social Media บน Facebook

     

  5.  ความแตกต่างระหว่าง Hi5 Facebook และ Twitter

    ตอบ : จริงๆ แล้วบริการทุกอย่างที่เอยมา คือ Social Network เหมือนกันตรงที่ทุกอย่างใช้ "ความสัมพันธ์ (Relation)" ในการสร้าง "การเชื่อมโยง (Network)" ให้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ Twitter ใช้ในการ "สื่อสาร (Communication)" เป็นหลัก แต่ในขณะที่  Facebook และ Hi5 เริ่มเปลี่ยนตัวเองเป็น Platform ที่สามารถมี Application หรือ บริการอื่นๆ ให้บริการบนตัวเองได้

     

  6. สาเหตุที่ Facebook ดังในเมืองไทย

    ตอบ : เพราะเริ่มมีการให้บริการในเวอร์ชั่นภาษาไทย โดยการแปลเกิดการคนไทยช่วยกันแปลให้ Facebook (Social Contribution) และเกิดจากคนกลุ่มคนในกลุ่ม Trend Setter ก่อนเช่นพวก นักเรียนนอก ไฮโซ ดารา แล้วค่อยขยายออกมายังกลุ่มคนอื่นๆ

     

  7. สาเหตุที่ Hi5.com ดังในเมืองไทย
    ตอบ :
    1. เป็น social network แรกๆ ที่คนไทยรู้จัก
    2. เกิดการกระจายไปอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนไทยที่ใช้ hotmal เพราะต่างก็ไปกดปุ่ม "แนะนำเพื่อนๆใน hotmail" ของตัวเอง ซึ่งคนไทยใช้ hotmail เกือบ 70% ของประชากรไทยที่ใช้ internet นี้คือสาเหตุที่ทำให้ hi5.com เติบโตเร็ว (ในมุมมองของผม)

     

  8. บริการอะไรบน Social Network ที่คนจะไม่ใช่?

    ตอบ :
    1. บริการนั้นไม่ให้ประโยชน์กับคนที่ใช้เลย เช่นบริการนั้นจะพยายามโปรโมทสินค้าหรือบริการตัวเอง
    2. บริการที่ไม่ได้ดึงความเป็น Social มาใช้ เช่น พัฒนาเกมส์ขึ้นมา แต่เกมส์นั้นไม่มีการเชื่อมโยงกับเพื่อนๆ ในกลุ่มของเค้าได้

     

  9. Facebook.com ใหญ่แค่ไหนแล้วตอนนี้?

    ตอบ : ปัจจุบันวันนี้ 11/03/2009 มีคนใช้ Facebook แล้วทั่วโลก 316,402,840 คน เมืองไทยมี 1,632,880 คน เช็กได้ที่ http://www.checkfacebook.com/

     

แอบเนียนนำ Social Network เพิ่มยอดขายให้กับ E-Commerce

    วันนี้ออนไลน์อยู่กำลังจะหาโรงแรมที่ New York บังเอิญค้นเจอเว็บไซต์ของโรงแรม Library Hotel (http://www.libraryhotel.com) ซึ่งเป็น Boutique Hotel แต่จุดที่น่าสนใจ ที่ผมสังเกตุเจอคือ เว็บไซต์นี้ มีการนำ Social Network เข้ามาร่วมกับการค้าได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว โดยเว็บไซต์นี้ได้เปิด Facebook ในส่วนของโรงแรมนี้ขึ้นมา โดยใน Facebook ของโรงแรมนี้อยู่ที่
http://www.facebook.com/pages/New-York-NY/Library-Hotel/20563815294?ref=mf

    จุดที่สังเกตุคือ เค้าสร้าง Facebook ขึ้นมาเพื่อใช้ Facebook เป็นที่คนทั่วไปสามารถเข้ามาร่วมเป็นแฟนของเว็บไซต์แห่งนี้ได้ โดยใช้เครือข่ายของ Facebook ที่คนใช้บริการหลายล้านคน และภายในก็เปิดโอกาสให้คนที่เคยมาพัก สามารถแนะนำ ติ-ชมบริการของโรงแรมได้ และยังสามารถใส่ภาพ โฆษณาถือข้อดีต่างๆ ของโรงแรมแห่งนี้ และสร้างเครื่อข่ายของคนที่เคยพักที่โรงแรมแห่งนี้มาก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยสร้าง ช่องทางใหม่ ในการเข้าถึงลูกค้าของ โรงแรมแห่งนี้

Syndicate content (C01 _th3me_)