Google

5 เทคนิคง่ายๆ ทำเว็บ E-Commerce ติด Search Engine ได้โดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรมาก

       หากคุณต้องการหาซื้อสินค้าซักชิ้นนึง และอยากหาซื้อสินค้านี้ในช่องทางออนไลน์หรือเว็บไซต์ คุณจะหาสินค้าที่ต้องการได้อย่างไร? ผมว่าเกือบ 90% เกือบทุกคนจะบอกว่า ก็ค้นหาข้อมูลสินค้าที่ต้องการในบริการค้นหาข้อมูลออนไลน์ หรือ Search Engine เอาสิ.!  แหมเป็นวิธีที่คนเกือบทุกคนทั่วประเทศและทั่วโลก ต่างก็ใช้วิธีนี้กันหมดแหละ ซึ่งผมว่าหลายๆ คนก็คงจะเลือกใช้วิธีนี้เช่นกัน

    นั่นคงจะเป็นคำตอบของผู้ที่ซื้อและค้นหาข้อมูล แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับ "ผู้ขาย" ของทางอินเทอร์เน็ตหรือเว็บไซต์ ก็คงอยากให้ข้อมูลสินค้าของเว็บไซต์ของคุณ ไปอยู่อันดับต้นๆ ของผลของการค้นหาในระบบ Search Engine ที่คนค้นหา "คำ" (Keyword) ที่เกี่ยวข้อง (Related) กับสินค้าของคุณ แต่การที่จะให้ข้อมูลสินค้าหรือเว็บไซต์ของคุณขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆ ของผลของการค้นหาข้อมูลจาก Search Engine ดังๆ อย่าง Google.com หรือ Yahoo.com คงจะไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ และเป็นเรื่องบังเอิญได้บ่อยครั้งหรอกครับ มันมีวิธีการและขั้นตอนการทำให้เว็บไซต์ของคุณ ขึ้นไปเด่นเป็นสง่าอยู่ในอันดับต้นๆ ของการค้นหาได้อย่างไม่ยากเลย ซึ่งเราเรียกวิธีการทำแบบนี้ว่า การตลาดผ่านการค้นหา (Search Engine Marketing) ซึ่งจะเห็นได้เลยว่า การตลาดวิธีนี้ เกี่ยวข้องกับการค้าขายออนไลน์หรือ E-Commerce แทบจะ 100% เลย

วิธีการหา Keyword ให้กับ Search Engine Marketing ของคุณ

เทคนิคการ หา Keyword ให้กับการทำ Search Engine Marketing ของคุณ มีหลายวิธี ทั้งจะเป็นเทคนิคการคิดและสร้าง Keyword หรือ แหล่งที่คุณจะสามารถ หา Keyword ได้ ลองดูเลยละกันครับ

เทคนิคการหา Keyword จากที่อื่นๆ

  1. หา Keyword ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า (วิเคราะห์เป้าหมายให้ชัด ด้วย 5W1H)
  2. ค้นหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ว่าเมื่อเค้าจะหาสินค้าหรือบริการ "เค้าจะค้นด้วยคำว่าอะไร" แล้วค่อยเอา Keyword ทีได้ไปขยายต่อ
  3. คิด เพิ่มคำศัพท์ให้มากขึ้น จากคำเดิม เช่นเปลี่ยนรูปคำศัพท์เป็นเอกพจน์พหูพจน์ คำศัพท์ที่สะกดผิด หรือใช้การผสมผสาน Keyword (แต่ต้องดูว่าน่าจะมีคนคลิก หรือใช้เครื่องมือช่วยเช็ก)
  4. หาคู่แข่งจาก Search Result (Google, Yahoo, MSN) หรือ ดูหน้าเว็บเค้า ไป view source หรือวิเคราะห์ ดูว่าเค้ามี keyword อะไรบ้าง
  5. ใช้ Niche Keyword (คำเฉพาะ) ก็เป็นสิ่งที่ได้ผลสูง และแข่งขันน้อย
  6. 1 Unique Keyword ต่อ 1 ads ดีที่สุด (สำหรับคนทำ Adwords) ซึ่งจำเป็นต้องใช้งานทั้ง Broad, Match and Phrase ถ้าถามว่า maximum keywords เท่าไรจึงจะดีสำหรับ 1 ads คำตอบก้อคือ 25 unique keywords ซึ่งถ้าใช้ทั้ง 3 แบบ ก้อจะเป็น 75 keywords
  7. search รายชื่อบริษัท หริือ คู่แข่งเรามเป็น Keyword เลย (วิีธีน่ากลัว)
  8. ใช้ระบบพื้นที่ หรือ เมืองเข้าไปร่วมกับ keyword จะช่วยทำให้ keyword ดูเฉพาะ และหลายหลายมากขึ้น

 

มารู้จัก Google ทุกมุมมองผ่านรายการ บันทึกโลก ดูเป็น VDO กันเลย

หากท่านอยากจะรู้จักกับ Google ให้มากขึ้น ในทุกๆ มุมมอง ขอแนะนำให้ลองดูรายการของ บันทึกโลก ช่อง MCOT 9 มี 4 ตอน (แต่หามาได้แค่ 3 ตอนขาดตอนแรกไปครับ)

 

หัวใจสำคัญ 6 ข้อของการประชุมแบบ Google

 

ลองมาดูกันครับ ว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน Internet อย่าง Google จะมีรูปแบบวิธีการประชุมแบบไหน ให้ได้ผล และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

1.               กำหนดวาระการประชุมที่แน่นอน

เมเยอร์ขอให้มีการส่งวาระการประชุมให้กับผู้ที่จะเข้าร่วมการประชุมก่อนเวลา เพื่อจะได้กำหนดเวลาได้ชัดเจน  นอกจากนั้นวาระการประชุมต้องมีความยืดหยุ่น  ซึ่งเธอเห็นว่าการจัดทำวาระการประชุม เป็นเหมือนเครื่องมือที่ช่วยให้การประชุมนั้นประสบผลสำเร็จ  และช่วยให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประชุมมองเห็นความสำคัญและไปถึงเป้าหมายในการประชุมได้

 

2.               ควรมอบหมายให้มีการบันทึกการประชุม

ในการประชุมของกูเกิลมีลูกเล่นมากมายที่ถูกนำมาใช้ในการนำเสนอ  เครื่องฉายเครื่องหนึ่งกำลังฉายการนำเสนอ ในขณะที่อีกเครื่องถัดไปกำลังคัดลอง/บันทึกการประชุม และเจ้าหน้าที่กูเกิลก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งในการเก็บบันทึกการประชุมที่เข้าให้จัดเตรียมไว้  ดังนั้นข้อผิดพลาดและความไม่ถูกต้องในการบันทึกสามารถที่จะถูกทำให้ลดน้อยลงไปได้

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม เมื่อได้รับ/ดู/อ่าน บันทึกการประชุม เขาก็จะสามารถจดจำในสิ่งที่ได้รับการอนุมัติตัดสินใจในที่ประชุมซึ่งทีมงานได้ร่วมทำ และทราบถึงหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติ โดยสามารถดูได้อย่างง่ายดายจากบันทึกการประชุม

 

 

อีก 10 ปีข้างหน้า เว็บไซต์ไทยจะเป็นอย่างไร (วะ)?

แอบคิดไปข้างหน้าอีก 10 ปีว่า ธุรกิจเว็บไซต์ในเมืองไทยจะเป็นอย่างไร? ในเมื่อการแข่งขันในปัจจุบันของธุรกิจอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ แข่งขันกันสูงมากในตลาดโลก และเริ่มมีการรุกเข้าสู่การแข่งขันในท้องถิ่นของประเทศแต่ละประเทศ โดยอาศัยกระแสอำนาจเงินและ การกุมอำนาจด้านเทคโนโลยี บุกและรุกเข้าสู่ประเทศแต่ละประเทศอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ

       ด้วยการแข่งขันทางธุรกิจเว็บไซต์และอินเทอร์เน็ต แข่งขันกันอย่างรุนแรงมากในปัจจุบัน ถ้าแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ Microsoft หรือ MSN, Yahoo และ Google ซึ่งคุณจะได้ยินข่าวการ เข้าซื้อกิจการของกลุ่มธุรกิจต่างๆ เหล่านี้ ไม่เว้นแต่ละเดือน (เอาง่ายๆ คือซื้อธุรกิจกันเกือบทุกๆ เดือน)  โดยตอนนี้กลุ่มเว็บไซต์ใหญ่ๆ เหล่านี้ มีบริการเกือบทุกอย่างอยู่ในมือหมดแล้ว เช่น บริการค้นหาข้อมูล Search Engine, E-Mail, Content ข้อมูล และธุรกิจโฆษณาออนไลน์ เป็นต้น และ บริการต่างๆ เหล่านี้เริ่มจะบุกและรุกเข้ามาสู่หลายๆ ประเทศที่มีจำนวนประชากรอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก ในทุกทวีปทั่วโลก ซึ่งเป็นการขยายฐานกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ โดยมีอินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการเข้าถึงคนทั่วโลก ได้อย่างไม่ยากเลย..

คุณเคยใช้ Google แบบนี้บ้างไหม?

 

 

 

 

 

  ตอนนี้ต้องยอมรับว่าหากคุณต้องการค้นหาข้อมูลที่คุณไม่รู้ หรือไม่รู้ว่าข้อมูลมันอยู่ที่ไหน แน่นอนครับ ผมเชื่อว่าคุณและคนส่วนใหญ่ต้องค้นหาข้อมูลจาก Search Engine แน่นอน จากข้อมูลของ Truehits.net เว็บไซต์รวบรวมเก็บสถิติพฤิตกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยพบกว่าตอนนี้ Search Engine ที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมใช้กันในการค้นหาข้อมูลคือ Google.com โดยมีอัตราส่วนการใช้งานมากกว่า 70% ของการใช้ Search Engine ทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนี้ และรองลงมาคือ Yahoo.com โดยมีอัตราส่วน 21% และที่อื่นๆ

 

Syndicate content (C01 _th3me_)