Pawoot Live

Live Video streaming by Ustream

โปรโมทเว็บไซต์ หรือการทำ การตลาดออนไลน์ (e-Marketing, digital marketing) เริ่มยังไงให้ได้ผล

  เริ่มต้น โปรโมทเว็บ เริ่ม การตลาดออนไลน์ (e-Marketing) ต้องทำอย่างไรบ้าง?


  
เริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์ (E-marketing, Digital marketing)
  E-Marketing คืออะไร?
  รู้ลึกพฤติกรรมคนใช้เว็บไซต์คุณด้วย Truehits.net
  เผยเครื่องมือวัดผล-เก็บสถิติและวิเคราะห์เว็บไซต์
  5 เหตุผล ทำไมคนไม่เข้าเว็บไซต์คุณ
  TCM วิธีการทำเว็บไซต์ให้เป็นเครื่องมือสร้างลูกค้า
  6 C กับความสำเร็จของเว็บไซต์
 
  การโปรโมทเว็บไซต์ให้คนรู้จัก
  เทคนิคและวิธีการโปรโมตเว็บไซต์ของคุณให้คนรู้จัก : ตอนที่ 1 เตรียมตัวก่อนการโปรโมต [VDO]
  เทคนิคและวิธีการโปรโมตเว็บไซต์ของคุณให้คนรู้จัก : ตอนที่ 2 เลือกวิธีการโปรโมตเว็บไซต์ให้ได้ผล
  ลงโฆษณาออนไลน์อย่างไรให้เวิรค์สุดๆ ?
  เทคนิคการเลือกลงโฆษณาในเว็บไซต์ให้ได้ผล ต้องทำยังไงบ้าง?  NEW
  เทคนิคการวัดผลธุรกิจและเว็บไซต์ ออนไลน์ (Measurement and Metrics) NEW
  เผยเครื่องมือวัดผล-เก็บสถิติและวิเคราะห์เว็บไซต์ NEW
  75 เคล็ดลับ โปรโมทเว็บ หรือ Blog ให้ดัง  NEW
 
  การทำให้เว็บไซต์ติด Search Engine Marketing
  เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจด้วย Search Engine Marketing
  5 เทคนิคง่ายๆ ทำเว็บ E-Commerce ติด Search Engine ได้โดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรมาก
  10 เทคนิคการออกแบเว็บไซต์ให้ติด Search Engine
  วิธีการหา Keyword ให้กับ Search Engine Marketing ของคุณ
  ออกแบบไซต์ให้โดนใจเสิร์ช (เอนจิ้น)
  อย่าปล่อยให้ลูกค้าลอยนวล กับ ReMarketing "การตลาดซ้ำย้ำอีกครั้ง"

 

  E-Mail Marketing การตลาดผ่าน E-mail
  มาใช้ e-Mail Marketing กันเถอะ
  3 ขั้นตอนง่ายๆ ในการเริ่มต้น E-Mail Marketing
  หยุดสแปม ! แล้วมาดูเทคนิคการทำการตลาดผ่านอีเมล์อย่างถูกวิธีดีกว่า.!
  ตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพ Email Marketing ของคุณ!
  เทคนิคการส่ง E-Mail จำนวนมากๆ ผ่าน Microsoft Outlook
  เทคนิคการสร้างหน้าเว็บ "แลนด์ดิ้งเพจ" เพื่อปิดการขายในหน้าเดียว
  เว็บไซต์ ปีศาจ.คอม (www.pisaj.com) กับ Viral Marketing
   
  Webboard Marketing (การตลาดผ่านเว็บบอร์ด)
  เทคนิคการสร้างคอมมิวนิตี้ในเว็บไซต์คุณด้วยเว็บบอร์ด
  6 C กับความสำเร็จของเว็บไซต์ ตอนที่ 2 C-Community
  เทคนิคการสร้างเว็บบอร์ดของคุณ ให้มีคนเข้าเยอะ (Community Building)
  เจาะใจลูกค้าให้สุดซึ้ง…ด้วยเว็บบอร์ดผสานโซเชียลมีเดีย [VDO]
   
  Social Network Marketing
  9 ความลับที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ Social Network Marketing
  5 เทคนิคการนำ Social Network มาใช้กับการตลาดและธุรกิจ และทำยังไงให้สำเร็จ
  แอบเนียนนำ Social Network เพิ่มยอดขายให้กับ E-Commerce
  เจาะใจลูกค้าให้สุดซึ้ง…ด้วยเว็บบอร์ดผสานโซเชียลมีเดีย [VDO] NEW
  เมื่อแบรนด์ และหมาพูดได้ใน Social Media..! NEW
  เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ [VDO]
  6 เหตุผลที่ผู้บริหารควรเอาตัวเองเข้าไปกระแทก Social Network
  จะใช้ Facebook หรือ Twitter ดีว้า? NEW
   
  Twitter Marketing
  เทคนิคการตลาดผ่าน Twitter (Twitter Marketing) – Twitter คืออะไร ?
  เพิ่มยอดขาย กระตุ้นผู้คนด้วย Twitter
  วิธีการวัดผลการตลาดผ่าน Twitter
  เสก Twitter ให้ทำงานอย่างอัตโนมัติดีกว่า
  แฉ.! เทคนิคการส่งข้อความผ่าน Twitter ให้ได้ผลมากที่สุด (เทคนิคการเพิ่ม RT ให้มากที่สุด)
  อ่านทั้งหมดของ twitter marketing
   
   Facebook Marketing
  เทคนิคการวัดผลการทำการตลาดใน Facebook NEW
   
  Foursquare or Location Marketing
  ตะโกนบอกโลกให้รู้ว่าคุณอยู่ไหนกับ foursquare.com – Social Network สายพันธุ์ใหม่ NEW
   
  การตลาดออนไลน์วิธีอื่นๆ ที่น่าสนใจ
  Online Survey Research รู้ใจลูกค้าคุณ ด้วยวิธีง่ายๆและประหยัด
  One to One Marketing รู้เค้ารู้เรา เข้าเว็บกี่ครั้ง ก็ชนะ(ใจ)ทุกครั้ง
 

 

 


 

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำเว็บไซต์ ลองอ่านบทความเรื่อง
"การเริ่มต้นการทำเว็บไซต์และการขายของออนไลน์ (E-Commerce)" ได้ที่นี่

 

  หากบทความทั้งหมดนี้ยังไม่ให้คำตอบกับตัวคุณได้กระจ่างชัด ลองอ่านบทความทั้งหมดที่มีอยู่ได้ที่ "บทความ" ลองไปหาอ่านเพิ่มดูนะครับ หรือมันยังไม่มีอีก ลองไปหาอ่านหรือสอบถามผมเพิ่มเติมได้ใน "เว็บบอร์ด" ครับ

75 เคล็ดลับ โปรโมทเว็บ หรือ Blog ให้ดัง

แวะไปเห็นเว็บนึงรวมข้อมูลไว้ดีมาก ขออนุญาตินำมาเผยแพร์ต่อ ถึงวิธีการโปรโมตเว็บ หรือ blog ซึ่งว่าผมเขียนได้ ชัดเจนดีมาก และนอกจากใช้โปรโมต Blog แล้วมันยังสามารถ นำมาใช้โปรโมตเว็บได้อีกด้วย หากเราทำตาม 75 ข้อนี้ โอกาสเว็บเราคนเข้าเยอะ เป็นไปได้ไม่ยากเลยครับ

1. ถ้าคุณเพิ่งทำเวบใหม่สดๆเลย ก็เขียนบทความอะไรซักหน่อย แล้วไปส่งที่ Digg.com, Reddit.com, และ Now Public.com
2. สร้าง Yahoo Group เกี่ยวกับเรื่องของเวบเรา
3. สมัคร MySpace แล้วใช้มันช่วยโปรโมท
4. บุ๊คมาร์คเวบเราที่ Del.icio.us และถ้าคุณมีกึ๋นซักหน่อยนะ ก็ใส่ปุ่ม Del.icio.us ไว้ในเวบของคุณด้วย
5. สมัคร Technorati แล้วก็ "claim" Blog ของคุณซะ (อย่าลืมใส่ปุ่ม ไว้ที่เวบ)
6. submit เวบของคุณที่ directories ที่เป็น seach engine friendly แบบฟรีๆ ก็มีเยอะแยะ เช่น Info Vilesilencer
7. ทำแบบสำรวจ นี่เป็นวิธีที่ดีที่จะโปรโมทแบบ offline (มีใครเคยทำมั้ยง่ะ – -a)
8. ไปลงโฆษณาฟรีสำหรับบริษัทของคุณที่ Gumtree
9. ใช้ RSS feeds
10. submit RSS feeds ของเราตาม FeedBurner, Squidoo, Feedboy, Jordomedia, FeedBomb, FeedCat, rssmad, feedirectory, และ Feedboy
11. เขียนบทความที่เกี่ยวกับเวบของคุณ แล้วส่งไปตาม article sites

ฟังประวัติและแนวทางในอนาคต E-Commerce เมืองไทย

วันนี้ทาง บริษัท research แห่งหนึ่งมาสัมภาษณ์ผม เกี่ยวกับ E-Commerce ในเมืองไทย ซึ่งพอผมให้สัมภาษณ์ไป ผมเห็นว่า สิ่งที่พูดไปนั้น ดูน่าจะมีประโยชน์เลยทีเดียว ก็เลยขอไฟล์สัมภาษณ์มาลงเก็บเอาไว้ครับ เพราะเนื้อหาในการสัมภาษณ์จะครอบคลุมถึง

  • ประวัิติของ E-Commerce ในประเทศไทย
  • การขยายตัวของ E-Commerce ในไทย
  • การชำระเงิน การส่งของๆ ประเทศไทย
  • แนวโน้มอนาคตของ E-Commerce ของไทย
  • และอื่นๆ … ลองฟังกันดูครับ

** เป็นครั้งแรกที่ผมใช้ imeem upload เก็บไฟล์เสียงด้วยวันนี้.!

Thailand_E-Commerce_History-Trend_09_bay_Pawoot.com.mp3 –

เทคนิคการวัดผลธุรกิจและเว็บไซต์ ออนไลน์ (Measurement and Metrics)

      ผมเชื่อว่าการมีเว็บไซต์เดียวนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะเดียวนี้มีทั้งบริการ Blog หรือเว็บไซต์สำเร็จรูปเต็มไปหมด แต่จุดที่น่าสนใจคือ จะมีสักกี่คนที่ทำเว็บขึ้นแล้วมาแล้วประสบความสำเร็จ และเช่นกันการ ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เว็บประสบความสำเร็จได้ คือ คุณต้องรู้และสามารถวัดผลได้ว่าเว็บไซต์ที่คุณทำไปแล้วนั้น จะมีเป้าหมายที่ชัดเจน และวิธีการในการวัดผลนั้นได้ วันนี้เรามาลองดูกันว่า ในรูปแบบของการวัดผลของเว็บไซต์จะมีวิธีการ และรูปแบบการวัดยังไงบ้าง

การวัดผลด้านธุรกิจ (Business metrics)
***************************************************************************************************************
การวัดผลการทำธุรกิจบนเว็บไซต์ สามารถวัดผลได้ไม่ยาก โดยเราสามารถเก็บข้อมูล และนำข้อมูลที่ได้จากเว็บไซต์มาวิเคราะห์ว่าการทำธุรกิจหรือการค้าของเราได้ผลเป็นยังไงบ้าง โดยการดูมีหลายๆ ข้อได้แก่

  • ผลตอบแทนจากการลงทุน ROI (Return on Investment)
    เป็นการคำนวนทางการเงินง่ายๆ เพื่อดูว่า การลงทุนทำธุรกิจไปแล้วเราคุ้มหรือไม่ หลายๆ คนเค้ามักจะดูค่า ROI กันครับ ROI คือการ เอา กำไรสุทธิ หารด้วย เงินลงทุนทั้งหมด นั่นเอง แล้ว x 100 ได้เป็น % ออกมา

    ROI = (Net Profit / Cost) x 100

    เช่น ขายสินค้าราคา 100 บาท ได้ 1 ชิ้น ต้นทุน 80 บาท แสดงว่าจะได้กำไร 100-80=20 บาท
    ROI = (20/80)x100
    ROI = 25%

    แต่ถ้า ROI ติดลบแสดงว่า ขายทุนครับ  ROI ยิ่งเยอะ แสดงว่ากำไรเยอะครับ อิอิ

     

  • ยอดขาย (Sales)
    วิธีการที่ง่ายที่สุดคือการดู "ยอดขาย" หากธุรกิจคุณมียอดขายมาก นั้นก็หมายความว่า ธุรกิจเว็บไซต์คุณกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่จริงๆ แล้วการดูแต่ยอดขายอย่างเดียวอาจจะไม่สะท้อนผลประกอบการ หรือการทำงานมากนักเท่าไร เพราะ หาก "ยอดขายเยอะ" แต่ปรากฏว่า "ต้นทุน (Cost)" เยอะตามด้วย อาจจะส่งผลให้ ภาพรวมของธุรกิจของคุณติดลบ หรือขาดทุนได้เช่นกัน

     

  • โอกาสการขาย (Leads)
    บางครั้งเว็บไซต์ของคุณอาจจะไม่ได้ขายของ ดังนั้นการวัดผลด้วยยอดขายอาจจะไม่สามารถทำได้ ดังนั้นบางเว็บไซต์ ก็อาจจะวัดผลด้วยการได้ "โอกาสการขาย" หรือ "รายชื่อคนทีน่าจะเป็นลูกค้า" (Leads) ว่ามีเข้ามามากน้อยแค่ไหน ซึ่ง Leads นั้นมีโอกาสสามารถเปลี่ยนไปเป็น "ยอดขาย" ได้

     

  • การแปลงหน่วยวัด (Conversions)
    การดูอัตราการเปลี่ยนแปลงจาก ผู้ชม (Visitor) ไปเป็น ลูกค้า (Customer) ว่าจะตัวเลขและอัตราที่เท่าไร  หากเป็นในรูปแบบของการค้าขายผ่านเว็บไซต์ Conversion Rate คือ อัตราส่วนการซื้อ ต่อจำนวนคลิก

    Conversion Rate = (Number of sales / Number of Clicks) x 100

    เช่น จาก 100 คนคลิกเข้ามา มีคนซื้อ 5 คน แสดงว่า Conversion Rate = 5% ถ้า Conversion Rate ยิ่งเยอะยิ่งดีครับ

     

  • จำนวนผู้สมัคร (Subscribers)
    บางเว็บไซต์ใช้จำนวนผู้สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกในเว็บไซต์ เป็นตัววัดผลว่า เว็บไซต์นี้ได้ผลมากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่จะไม่ใช่กับเว็บไซต์ E-Commerce หรือเว็บค้าขาย (เพราะมักจะวัดจากยอดขายมากกว่า) ซึ่งการมี จำนวนสมาชิกเป็นสมาชิกเป็นจำนวนมาก นั้นหมายถึง เว็บไซต์นั้นจะมีมูลค่ามากขึ้น จากจำนวนคนที่เข้ามา และฐานข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่  บางครั้งใช้เป็นการวัดจำนวน email ที่มีสมัครเข้ามาในแคมเปญ หรือบางครั้งจะวัดจากจำนวนคนที่รับ Feed RSS ว่ามีจำนวนมากเท่าไร

แนวโน้ม Internet และเว็บไซต์ ในปี 2009 ของเมืองไทย

     ในปี 2009 นี้เป็นปีที่ทั่วโลกเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจถดถอย แต่ในโลกของวงการอินเทอร์เน็ตกลับไม่ได้ถดถอยลงเลย เรามาลองวิเคราะห์ดูกันว่า อะไรจะเป็นแนวโน้มของเทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ตในปี 2009 นี้ของทั่วโลก และของเมืองไทยกันบ้าง?

 

ผู้ให้บริการเว็บไซต์หลักๆ ในไทยจะเหลือไม่กี่เจ้า
    ปี 2009 และปีต่อๆ ไป โอกาสที่จะเห็นเว็บไซต์ไทยใหญ่ๆ เกิดขึ้นมา คงจะเป็นเรื่องที่เห็นกันได้น้อยแล้ว เพราะด้วยปัจจัยเช่น เว็บไซต์ต่างๆ เริ่มเปลี่ยนรูปแบบจาก portal ไปสู่ social กันมากขึ้น คนธรรมดากลายเป็นเจ้าของเว็บ (Blog) กันมากขึ้น ทำให้การเข้าถึงหรือการสร้างเว็บไซต์ขนาดใหญ่จะมีให้เห็นกันน้อยลง โดยเฉพาะในเมืองไทย แต่จะเริ่มเห็นการเข้ามาของเว็บไซต์ต่างประเทศ ที่เริ่มพากันแปลงร่าง แปลภาษา มีเว็บไซต์เวอร์ชั่นภาษาไทยกันมากขึ้น ที่เห็นๆ ได้แก่ Facebook, Friendster หรือ แม้แต่บริการอื่นๆ ของ Google ซึ่งปัจจัยนี้ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยหลายๆ คน หันไปใช้บริการเว็บไซต์ของต่างประเทศกันมากขึ้น

 


คนไทยจะหันไปใช้บริการเว็บไซต์ต่างประเทศกันมากขึ้น

    จากการเปิดให้บริการด้วยภาษาท้องถิ่นของผู้ให้บริการเว็บไซต์ต่างๆ ของต่างประเทศ ทำให้คนไทยจะหันไปใช้บริการเว็บไซต์ต่างประเทศกันมากขึ้น (เดิมก็เยอะอยู่แล้ว) และรูปแบบของผู้ให้บริการก็จะเหลือหลักๆ ไม่มีเจ้า เช่น ฝากวีดีโอกับ Youtube.com, ฝากภาพไว้กับ Flickr.com หรือ Multiply.com, ใช้ E-mail ที่ Hotmail.com หรือ Gmail.com, เขียน blog กับ blogger.com หรือ wordpress.com ส่วนเว็บไซต์ในไทยจะเริ่มเข้าสู่การแข่งขันในรูปแบบของ การแข่งขันในตลาดเฉพาะ (Vertical or Niche Market)  กันมากขึ้น เช่น siambrandname.com, blognone.com เป็นต้น
 

E-Mail Marketing ของ Sony (Online ไป Offline)

     วันนี้เปิดเมล์มา ได้รับ E-Direct Mail (EDM) ของทาง SONY ที่ผมเคยสมัครเป็นลูกค้าเค้าอยู่ ปกติ Sony จะส่งมาเป็นประจำอยู่แ้ล้ว แต่คราวนี้น่าสนใจ และมีลูกเล่นที่ดี โดย e-mail ฉบับนี้ได้ทำตัวเองเป็น E-Coupon โดยสามารถ "พิมพ์" จดหมายฉบับนี้ แล้วเอาไปใช้เป็น "ส่วนลด" ในการซื้อสินค้าของทาง Sony ได้ตามสาขาที่ขาย Sony ถือว่าเป็นลูกเล่นง่ายๆ ที่สามารถเชื่อมลูกค้าจาก online ไป offline store ได้อย่างไม่อยากนัก… แต่ส่วนตัวผมมองนะ ถ้าให้แค่ส่วนลดนี้อาจจะไม่มีส่วนในการดึงลูกค้าไปที่ร้านค้าได้นัก หรือไม่สามารถสร้าง "กำลังหรือการตัดสินใจในการซื้อได้มากนัก" แต่ถ้าหากเค้าเปลี่ยนเป็น ให้สามารถเอาคูปองที่ print email นี้ออกมาแล้ว สามารถนำไป "แลกหรือไปลองใช้ของอะไรบางอย่างได้" น่าจะเป็นแนวทางที่ทำให้ เกิดการดึงลูกค้าไปที่ร้านค้า หรือ shop ของ Sony มากขึ้นเนอะ

ตลาดดอทคอมเผยยอดอีคอมเมิร์ซ 2551 พุ่งโตสวนกระแสเศรษฐกิจ

ตลาดดอทคอม เผยข้อมูลการซื้อขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ TARAD.com และ ThaiSecondhand.com ในปีนี้ พบเศรษฐกิจถดถอยแต่มูลค่าการซื้อ-ขายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตสวนกระแส โดยพบสินค้าที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมซื้อผ่านเว็บไซต์ได้แก่สินค้าแฟชั่น และรถยนต์ ดันยอดมูลค่าการซื้อ-ขายผ่านเว็บไซต์ในเครือทั้งหมดในปีนี้รวมประมาณ 5,458 ล้านบาท จากการค้าขายสินค้ามากกว่า 2 ล้านรายการ

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจร รายใหญ่ในประเทศไทย เผยข้อมูลการซื้อขายสินค้าผ่

านเว็บไซต์ที่ให้บริการ โดยผลการสำรวจพบสินค้าที่ ผู้ประกอบออนไลน์จาก www.TARAD.com ขายดี 5 อันดับแรกได้แก่ 1. เสื้อผ้าและแฟชั่น  2. โทรศัพท์มือถือ 3. รถยนต์ 4. บ้านและอสังหาริมทรัพย์ และ 5. คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ โดยมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นประมาณ 2,645 ล้านบาท ในตลอดทั้งปี 2551 ที่ผ่านมา จากจำนวนผู้ประกอบการที่มาเปิดเว็บไซต์ร้านค้า มากกว่า 130,700 ร้านค้า โดยจำนวนร้านค้าในปีนี้มีอัตราการเติบโตมากขึ้นเกือบ 40% จากปีก่อน และจำนวนสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์ มากกว่า 1.1 ล้านรายการ
 

ระวังโดเมนของคุณ กับกลโกงโดเมนเมน (โดนกับตัวเอง)

วันนี้มีจดหมายมาหาผม ฉบับนึงจากต่างประเทศ ในเนื้อเมล์ สรุปคร่าวๆ ได้ว่า มีบริษัทหนึงเค้าไปจดทะเีบียนคำว่า "TARAD" ซึ่งเค้าจะจดโดเมน TARAD.com แต่พบว่า TARAD.com ถูกจดไปแล้ว โดยผม ซึ่งเค้าบอกว่าชื่อที่ผมจดนี้ ไปซ้ำกับสิทธิของบริษัทที่จดไปแล้ว  ซึ่งอ่านๆ ดูคร่าวๆ เหมือนกับว่า เรากำลังจะถูกคนอื่นๆ ที่มีสิทธิ์ มาแย่งโดเมนไปจากเรา เคสนี้ถือว่าน่ากลัวมาก เพราะหากโดเมนที่เราเป็นเจ้าของ อยู่ๆ โดนประเทศอื่น หรือบริษัทอื่น มาขโมยไปง่ายๆ ผ่านการฟ้องร้องผ่าน WIPO ก็สามารถทำได้จริงๆ แต่อย่าตกใจไปครับ "เพราะในเรื่องกฎหมายทรัพย์สิน มันมีเรื่องของเจตนาด้วยครับ ถ้าเราทำธุรกิจของเรามาโดยใช้ชื่อนี้ก่อนเค้า เค้าก็น่าจะทำอะไรเราไม่ได้ครับ หรือหากเราทำธุรกิจที่ไม่ได้จงใจจะใช้ brand ของเค้ามาหาผลประโยชน์ และทำธุรกิจคนละแขนงกัน ส่วนใหญ่ก็จะไม่ถูกตัดสินให้แพ้นะครับ"

 

มาใช้ Ubuntu กันเถอะ.!

ผมเริ่มหันมาใช้ Ubuntu อย่างจริงๆ จังเมื่อประมาณเดือนตุลา 2008 ที่ผ่านมานี้เอง อยู่ๆ ทำไมผมถึงมาสนในเจ้า โอเอส (OS) นี้ได้? สาเหตุง่ายๆ คือมันเหมือน Windows เกือบทุกอย่าง แต่ที่สำคัญคือ มันฟรี และใช้งานได้ดีเลยทีเดียว ลองมาดูกันว่า Ubuntu คืออะไร และมันทำอะไรได้บ้าง? บทความนี้ ความตั้งใจ จะพยายามให้ที่เป็นสำหรับ ผู้ที่เริ่มต้นจะใช้ Ubuntu โดยจะนำประสบการณ์ของตัวเองมาเล่าให้ฟังครับ

อูบุนตู (Ubuntu) เป็นระบบปฏิบัติการ (OS) (เหมือนใช้ Windows) ที่พัฒนาโดยใช้ ลินุกซ์ดิสทริบิวชันที่พัฒนาต่อมาจากเดเบียน คำว่า Ubuntu ซึ่งมีความหมายในภาษาอังกฤษคือ "humanity towards others" มาจากคำในภาษาซูลู และภาษาโคซา (ภาษาในแอฟริกาใต้)

อูบุนตูต่างจากเดเบียนตรงที่ออกรุ่นใหม่ทุก 6 เดือน และแต่ละรุ่นจะมีระยะเวลาในการสนับสนุนเป็นเวลา 18 เดือน รุ่นปัจจุบันของ Ubuntu คือ 8.10 รหัส Intrepid Ibex นั้น มูลนิธิ อูบุนตูได้ประกาศว่าจะขยายระยะเวลาสนับสนุนเป็น 3 ปี ซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่รวมมาใน อูบุนตูนั้นเป็นซอฟต์แวร์เสรีทั้งหมด โดยจุดมุ่งหมายหลักของ อูบุนตูคือเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับคนทั่วไป ที่มีโปรแกรมทันสมัย และมีเสถียรภาพในระดับที่ยอมรับได้

Podcast คืออะไร?

Podcast หรือ บางคนเรียก Podcasting หลายๆ คนคิดว่าอาจจะเป็นคำจากคำว่า Broadcasting กับ iPod แต่ตามข้อกำหนดแล้ว มันเป็นการเข้าใจผิด แต่เป็นความบังเอิญ อันสอดคล่องพอดี หรือประจวบเหมาะ กับ iPod ของ Apple นั้นเอง ซึ่ง Steve Jobs ก็ใช้โอกาสนี้ โฆษณา feature ใหม่เป็น Broadcasting + iPod  = Podcasting นั้นเอง

Podcast คืออะไร?

        ในความเป็นจริงแล้วนั้น ตั้งแต่ที่ได้ยินมานับตั้งแต่ Podcasting เกิดขึ้นมาบนโลกมา ระบบนี้สามารถใช้ได้กับ iPod หรือพวก portable music player อื่นๆ และรวมไปถึงเครื่อง computer ได้อยู่แล้ว ซึ่งในความเป็นจริง แล้วนั้น ตั้งแต่ กันยายน ปี 2004 นั้น ได้มีการบัญญัติคำว่า POD ซึ่งเป็นคำย่อมาจาก “Personal On-Demand” หรือ "อุปสงค์ส่วนบุคคล" นั้นเอง เมื่อรวมกับ Broadcasting ก็กลายเป็น PODcasting นั้นเอง ซึ่ง Broadcasting ซึ่ง Podcast หมายถึง "การนำสื่อต่างๆ มาอยู่ในรูปของภาพ และเสียง ต่างๆ มากมาย ไม่ขึ้นกับ formatของไฟล์ หรือ type ของไฟล์แต่อย่างใด นำมาเผยแพร่ให้บุคคลภายนอก (The public in general) ฟังโดยที่ไม่จำเป็นเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ" และเป็นเทคโนโลยีในการถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียง ผ่านสื่อต่างๆ หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นเทคโนโลยีที่สามารถโยกย้ายข้อมูลขนาดมหึมาของภาพและเสียงจากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่งระหว่างเครือข่ายชนิดต่าง

ขายอะไรผ่าน E-Commerce และเว็บไซต์ดีสุด?

    เวลาผมไปสอน หรือไปเจอกับผู้ประกอบการ หลายๆ คนมักจะถามผมว่า หากจะขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตหรือเว็บไซต์ ควรจะขายอะไรดี? ผมเองก็จะถามกลับว่า คุณมีสินค้าแล้วรึยัง? ซึ่งหลายคนก็จะบอกว่า มีุธุรกิจอยู่แล้ว และต้องการนำธุรกิจหรือสินค้า-บริการ เข้ามาสู่ Internet และอีกส่วนใหญ่จะบอกว่า ยังไม่มีธุรกิจหรือสินค้าเลย แต่อยากจะรู้ว่าขายอะไรผ่านอินเทอร์เน็ต หรือทำ E-Commerce ขายอะไรดี ซึ่งวันนี้ผมจะมาให้ไอเดียวและคำแนะนำว่า สินค้าประเภทไหนที่เหมาะที่ขายผ่านเว็บไซต์ ลองมาดูกันนะครับ

E-Commerce ขายอะไรดี

  1. สินค้าราคาถูกว่าท้องตลาด

               หากคุณสามารถหาแหล่งสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาด นั้นหมายถึงความได้เปรียบการขาย เพราะด้วยราคาที่ถูกกว่า นั้นจะช่วยทำให้ผู้ซื้อสนใจและจดจำร้านค้าคุณได้ รวมถึงการบอกต่อไปยังคนอื่นๆ ได้อีกด้วย แต่หากคุณขายสินค้าผ่านอินเทอรเน็ตหรือเว็บไซต์เป็นหลัก คุณก็สามารถลดต้นทุนไปได้มากแล้ว เพราะไม่ต้องมาเสียค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน เพราะคุณสามารถทำเองได้หมด ทำให้ไม่จำเป็นต้องตั้งราคาสูงเท่ากับร้านค้าทั่วไป หรือบางคนอาจจะรู้แหล่งสินค้าราคาถูก ในท้องถิ่นของคุณซึ่งหากสินค้าชิ้นนั้นไปขายที่อื่น ก็จะสามารถขายได้ราคาดีกว่า เช่น คุณอาจจะอยู่จังหวัด ขอนแก่น ใกล้แหล่งผ้าไหม คุณก็อาจจะเปิดร้านขายผ้าไหมรวดลายพิเศษ หายาก ผ่านเว็บไซต์ไปยังทั่วประเทศและต่างประเทศก็ได้ นี้คืิอตัวอย่างคร่าวๆ ทีนี้ก็ลองมานึกดูสิครับ ว่าใกล้ๆ ตัวคุณมีแหล่งสินค้าราคาถูกอะไรบ้าง ที่สามารถนำมาขายได้

     

     

  2. สินค้าเฉพาะกลุ่ม

          สินค้าที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) โดยไม่ได้เน้นไปที่กลุ่มลูกค้ากลุ่มคนทั่วไป (Mass Market) เช่น สินค้าสำหรับคนอ้วน,  สินค้าสำหรับคนท้อง, สินค้าสำหรับแม่, สินค้าสำหรับเจ้าสาว-คู่แต่งงาน, สินค้าสำหรับเกย์ หรือกระเทย เป็นต้น ซึ่งการที่เราจับกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่ม จะทำให้เราสามารถเจาะและเข้าถึงลูกค้าเฉพาะได้ง่ายมาก หากลุ่มลูกค้าได้ง่าย ลูกค้าจดจำคุณได้ง่าย และนั้นหมายถึงโอกาสการขายก็มีมากกว่าการที่เราไปเปิดเว็บไซต์ขายของเหมือนคนทั่วไป ตลาดกลุ่มนี้จะเป็นตลาดเฉพาะ กลุ่มอาจจะไม่ใหญ่มาก แต่ถ้าคุณจับและเข้าถึงได้แล้วละก็ ยอดขายน่าจะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องครับ

     

  3.  สินค้า "ไม่" ยอดนิยม

              ลองหาสินค้า ที่ "ไม่ค่อยนิยม" ลองมาขายดู เพราะส่วนใหญ่ เว็บไซต์ต่างๆ ชอบขายสินค้าที่ "นิยม" ซึ่ง ทำให้เกิดการแข่งขันในสินค้าประเภทนี้มาก ทำให้โอกาสสินค้าของคุณจะเป็นที่รู้จัก เป็นได้ยาก แต่หากคุณเน้นไปที่ สินค้าไม่เด่น ก็จะทำให้เว็บไซต์ ของคุณเป็นที่รู้จักได้ง่ายกว่า เช่น เปิดเว็บไซต์ ขายเทปเพลงเก่า พระเครื่อง รุ่นที่ไม่ค่อยมีคนนิยม

     

  4. สินค้าไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน

             สินค้าบางอย่างผู้ซื้อไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน เพราะอาจจะมีความอาย หรือไม่ต้องให้ผู้ขายรู้จักหรือเห็นหน้า ดังนั้นการซื้อผ่านเว็บไซต์ หรืออินเทอร์เน็ต ดูจะเป็นช่องทางที่หลายๆ คนเลือกใช้ ในการซื้อสินค้าลักษณะนี้ เช่น สินค้าเกี่ยวกับเรื่องเพศ ถุงยางอนามัย, อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ, ชุดชั้นใน Sexy เป็นต้น

     

  5. สินค้ามีสไตล์เฉพาะตัว (Unique)

          หากสินค้า หรือบริการของคุณ มีความเฉพาะตัว แตกต่าง ไม่เหมือนใคร (Unique) ก็สามารถขายได้ดีเช่นกัน เพราะลูกค้าไม่สามารถหาซื้อที่อื่นๆ ได้นอกจากของคุณเท่านั้น เช่น เสื้อผ้า ลายผ้า ที่มีดีไซน์เฉพาะตัว, สินค้า Handmade ประเภทต่างๆ แต่ต้องสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ว่าสินค้าของเราเป็นของดี มีคุณภาพ เพราะสินค้าลักษณะนี้ ส่วนใหญ่ลูกค้าจะไม่รู้จักมาก่อน หรือไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน ดังนั้นการสร้างความน่าเชื่อถือ การทำให้ลูกค้ามั่นใจ และการให้รายละเอียดสินค้าที่เพียงพอ ครบถ้วน เช่นการมีรูปภาพเยอะๆ การให้รายละเอียดหรือคำอธิิบายสินค้าเยอะๆ หรือมี VDO อธิบายสินค้า ดูน่าจะเป็นวิธีที่จะช่วยทำให้ลูกค้ามั่นใจ และซื้อสินค้าลักษณะนี้ได้ไม่ยาก

     

  6. สินค้าที่มีน้ำหนักเบา

           การขายสินค้าที่มีน้ำหนักเบา   จะได้มีความได้เปรียบ ในด้านการส่งสินค้าให้ลูกค้า เพราะจะส่งได้ง่ายกว่า ประหยัดกว่า โดยเฉพาะสินค้าที่มีขนาดเล็กๆ แต่มีราคา เช่น มีหลายคนๆ ขายสแตมป์เป็นชุด บางชุดมีราคาหลายพันบาทเลย ส่งง่ายเพราะแค่สอดเข้าซองจดหมายก็ส่งได้แล้ว ดังนั้นสินค้าบางอย่างที่มีน้ำหนักเบา มีราคาสูง ก็อาจจะช่วยทำใ้หการค้าขายมีกำไรได้มาก แต่อาจจะต้องให้ความสำคัญกับการขนส่งสินค้าที่มีการลงทะเีบียนที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้เช่นกัน

     

  7. สินค้าที่มีเรื่องราว

        สินค้าหรือของที่มีเรื่องราว มีประวัติประกอบด้วย จะทำให้สินค้าชิ้นนั้นๆ มีความน่าสนใจมากขึ้น เช่น ผมอาจจะขาย เครื่องปั้นดินเผา แต่ผมก็มีให้ข้อมูลและประวัติของ เครื่องปั้นดินเผาแต่ละชุดที่ผมขาย เป็นแบบจำลองมาจาก เครื่องปั้นดินเผาสมัยสุโขทัย มีประวัติยาวนาน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะแจ้งในเว็บไซต์ และแพ็กเกจที่ส่งไปให้ลูกค้า ซึ่งจะทำให้ เครื่องปั้นดินเผาอันนี้มีมูลค่ามากกว่า เครื่องปั้นดินเผาธรรมดาๆ ที่ขายอยู่ทั่วไป นี้คือข้อดีของสินค้าที่มีเรื่องราวอยู่ด้วย

     

  8. สินค้าที่หายาก

        สินค้าที่หายากย่อมมีคนต้องการ แต่เนื่องจากเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต ทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เป็นไปได้ง่าย ดังนั้นหากคุณขายสินค้าที่หายาก และทำให้คนสามารถหาเจอได้ง่ายๆ ในอินเทอร์เน็ต เช่น.คน ค้นหา (search) เจอได้ง่ายโอกาสการขายก็เป็นไปได้ง่ายๆ ยกตัวอย่างสินค้า เช่น พระเครื่องเก่าๆ, ของเก่า-ของสะสม ประเภทต่างๆ เป็นต้น  

     

  9. สินค้าที่สามารถ ทำด้วยตัวเอง (Do it yourself – DIY) 

วิธีการหา Keyword ให้กับ Search Engine Marketing ของคุณ

เทคนิคการ หา Keyword ให้กับการทำ Search Engine Marketing ของคุณ มีหลายวิธี ทั้งจะเป็นเทคนิคการคิดและสร้าง Keyword หรือ แหล่งที่คุณจะสามารถ หา Keyword ได้ ลองดูเลยละกันครับ

เทคนิคการหา Keyword จากที่อื่นๆ

  1. หา Keyword ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า (วิเคราะห์เป้าหมายให้ชัด ด้วย 5W1H)
  2. ค้นหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ว่าเมื่อเค้าจะหาสินค้าหรือบริการ "เค้าจะค้นด้วยคำว่าอะไร" แล้วค่อยเอา Keyword ทีได้ไปขยายต่อ
  3. คิด เพิ่มคำศัพท์ให้มากขึ้น จากคำเดิม เช่นเปลี่ยนรูปคำศัพท์เป็นเอกพจน์พหูพจน์ คำศัพท์ที่สะกดผิด หรือใช้การผสมผสาน Keyword (แต่ต้องดูว่าน่าจะมีคนคลิก หรือใช้เครื่องมือช่วยเช็ก)
  4. หาคู่แข่งจาก Search Result (Google, Yahoo, MSN) หรือ ดูหน้าเว็บเค้า ไป view source หรือวิเคราะห์ ดูว่าเค้ามี keyword อะไรบ้าง
  5. ใช้ Niche Keyword (คำเฉพาะ) ก็เป็นสิ่งที่ได้ผลสูง และแข่งขันน้อย
  6. 1 Unique Keyword ต่อ 1 ads ดีที่สุด (สำหรับคนทำ Adwords) ซึ่งจำเป็นต้องใช้งานทั้ง Broad, Match and Phrase ถ้าถามว่า maximum keywords เท่าไรจึงจะดีสำหรับ 1 ads คำตอบก้อคือ 25 unique keywords ซึ่งถ้าใช้ทั้ง 3 แบบ ก้อจะเป็น 75 keywords
  7. search รายชื่อบริษัท หริือ คู่แข่งเรามเป็น Keyword เลย (วิีธีน่ากลัว)
  8. ใช้ระบบพื้นที่ หรือ เมืองเข้าไปร่วมกับ keyword จะช่วยทำให้ keyword ดูเฉพาะ และหลายหลายมากขึ้น

 

แอบดูเทคนิคการเชื่อม Offline มายัง Online ของคาสตรอล

       ได้เห็น Press แคมเปญใหม่ของคาสตรอล คือ "คาสตรอล เพาเวอร์วัน พีนัลตี้ ชู้ตเอ้าท์" ก็เลยเอามาแชร์ให้ดูเพราะเค้าทำออกมาได้น่าสนใจดีครับ โดยเป็นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยผลักดันกลุ่ม Offline ให้มามีประสบการณ์บนโลกออนไลน์มากยิ่งขึ้น กลุ่มเป้าหมายได้แก่วัยรุ่นเพศชาย ที่รักกีฬา ฟุตบอล เป็นการสานต่อกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งที่เค้าเคยทำมาก่อนหน้านี้ คือ www.castrolpower1club.com ชิงรางวัลกว่า 300,000 บาท
                

 

 

 

 

 

 

 

        

       
 

                   ภาพ Pretty สาวสวย                                                       www.castrolpower1club.com

       การดึงดูดให้คนเข้ามาสมัครโดย การผลักดันคนที่อยู่บน Offline ให้เข้าสู่ Online กล่าวคือ ทำการจัดทีมออกตระเวนรับสมัครตามย่านชุมชน มหาวิทยาลัย และอื่นๆ โดยใช้เกมส์และการแข่งขันเข้ามาเป็นตัวเข้าหากลุ่มเป้าหมาย เพราะจากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ กลุ่มวัยรุ่นที่เป็นผู้ชาย ส่วนใหญ่แล้วนิยมเล่นเกม และกิจกรรมที่มีการแข่งขัน มาเจาะลึกลงไปในรายละเอียดที่ละส่วนกันเลยดีกว่าครับ

เทคนิคการนำแสดงสินค้า ในงานแสดงสินค้า ออกบูท

ช่วงนี้ ผมไปออกงาน และได้มีโอกาสไปเดินทางแสดงสินค้าบ่อยๆ ครับ ต้องยอมรับว่าการไปออกงานแสดงสินค้า หรือ Exhibition ในง่าย ต่าง จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คุณจะสามารถนำ เสนอสินค้าและิบริการให้กับคนทั่วไป หรือกลุ่มเป้าหมายของคุณได้ ซึ่งลองมาดูกันว่า เราจะมีแนวทางในการ นำเสนอสินค้ายังไงดี เมื่อเราไปออกงานแสดงสินค้า

การออกบูท เดียวนี้มีบูทสำเร็จรูปรูปแบบต่างๆ

    หากคุณไปออกบูทแล้วไม่มีอุปกรณ์ หรือเครื่องมือ ช่วยในการนำเสนอสินค้าหรือบริการ อาจจะทำให้คน เห็นสินค้าหรือบริการของคุณน้อยลง ดังนั้นการมีการตกแต่งบูทที่ดี  Display ทีน่าสนใจ จะช่วยทำใ้ห้คนเห้นและสนใจ ซึ่งจะช่วยทำให้เค้าเดิน เข้า้มาหาที่บูทของคุณ ซึ่งนั้นหมายถึงโอกาสการขาย หรือการได้เจอลูกค้าของคุณเข้ามาแล้ว….

%d bloggers like this: