รู้จักรูปแบบสื่อ ที่คุณสร้างเอง และสื่อที่คนอื่นสร้างให้คุณ (Owned and Earned Media)

ไปอ่านบทความหนึ่งที่พูดถึงเรื่องรูปแบบของสื่อ ซึ่งสอนคล้องกับสื่อ Social Media อย่างมาก โดยเราสามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ด้วยกันคือ 

 

  1. สื่อที่เราสร้างขึ้นเอง (Owned Media) หมายถึง สื่อที่เจ้าของสร้างเอง และสามารถควบคุมการติตต่อสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างทั่วถึง เช่น การพัฒนาเว็บไซต์ บล็อก โซเซียลเน็ตเวิรก์ของตัวเอง หรือ การลงโฆษณาในสื่อต่างๆ (Paid Media) เพื่อใช้ช่องทางในการสื่อสารหลักกับลูกค้าเป้าหมาย 
     
  2. สื่อที่คนอื่นสร้างให้ (Earned Media) หมายถึง สื่อที่ลูกค้าภายนอกเป็นผู้สร้างขึ้นมา โดยพูดถึง สนับสนุนสินค้าและแบรนด์ ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ลูกค้ามีส่วนร่วมและพัฒนาภายใต้ความรู้สึกนึกคิดและอัตตาของตนเอง ถือเป็นช่องทางที่ให้ลูกค้าได้สร้างสรรค์และแสดงทัศนคติต่อแบรนด์อย่างชัดเจน รวมถึงมีปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับแต่ละแบรนด์ดังกล่าวด้วย 

    บางครั้งการวางแผน และกระตุ้นให้ลูกค้าหรือคนอื่นๆ พูดถึงแบรนด์ไปในทางที่ดี ก็จะทำให้เกิดการบอกต่อ (Buzz) ไปยังคนหมู่มากได้ง่ายๆ ผ่านทางโซเชีียลเน็ตเวิรก์อย่าง Facebook, Twitter หรือ Youtube  

ทีนี้คุณเองก็ต้องมาวางแผนละครับ ว่าแบรนด์ของคุณจะสื่อสารกับลูกค้าแบบไหน แต่ถ้าให้ดี คุณต้องสร้างไปทั้งสองแบบ แต่ "สื่อที่คนอื่นสร้างให้ (Earned Media)" จะเป็นสื่อที่ได้รับผลดี และกระจายออกไปในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว 

 

 

เจาะพฤติกรรมการใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิรก์คนไทยในช่วงวิกฤตน้ำท่วม

ช่วงเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมประเทศไทยในเดือน ตุลาคม 2545 นี้พบว่ากระทบกับคนไทยหลายๆ ทั้งเกือบครึ่งประเทศ และสิ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ การสื่อสารของคนไทยเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมคอยแต่รับฟังข่าวสารผ่านทางทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แต่หลังจากเมื่อเราเริ่มมี Social Network มันเริ่มกลายเป็นช่องทางในการสื่อสาร เวลาเกิดเหตุการณ์สำคัญๆ เกิดขึ้น เพราะผู้คนต่างต้องการข้อมูลข่าวสารที่ "เร็ว" ตามทันเหตุการณ์ จะให้ไปนั่งรอฟังข่าวจากทีวีหรือวิทยุก็อาจจะไม่ได้มานั่งเฝ้าสื่อพวกนี้กันทั้งวัน ดังนั้นการติดตามข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วทันทีที่ข่าวหรือเหตุการณ์เกิดขึ้น ช่องทาง Social Network จึงเป็นช่องทางที่คนไทยเริ่มหันไปใช้ และสื่อสารผ่านช่องทางนี้กันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะยิ่งความไม่่ตรงไปตรงมาของ รัฐบาลในการให้ข้อมูลทำให้การรับข้อมูลทางออนไลน์ ยิ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 
ผมเฝ้าสังเกตุจำนวนคนไทย ที่ส่งข้อความผ่านทวิตเตอร์ พบว่าก่อนหน้าเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม คนไทยมีคนส่งข้อความผ่านทางทวิตเตอร์เฉลี่ยวันละ 1.5 ล้านข้อความ แต่ในภายหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม พบว่าจำนวนคนไทยส่งข้อความผ่านทางทวิตเตอร์เพิ่มขึ้นเป็น 2.2 ล้านข้อความ หรือเพิ่มถึง 47% จากช่วงเวลาปกติภายในไม่กี่วัน นับว่าเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่รวดเร็วมาก ส่วนตัวผมเองใช้การค้นหาผ่านทางทวิตเตอร์เพื่อตรวจสอบดูว่า พื้นที่ในกรุงเทพที่ผมสนใจดูว่าน้ำท่วมแล้วหรือยัง จากการพูดคุยของคุณในทวิตเตอร์ ซึ่งเราจะได้ข้อมูลที่รวดเร็วกว่า เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือ แม้แต่การค้นหาผ่าน กูเกิ้ลซึ่งส่วนใหญ่ข้อมูลจากกูเกิ้ลจะใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือเป็นวันๆ เพื่อเก็บมูลจากเว็บต่างๆ เข้ามาในระบนให้คนค้นหาได้ นั้นหมายถึงข้อมูลน้นล้าหลังไปแล้ว ดังนั้นการค้นหาข้อมูลผ่านโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ เป็นการหาข้อมูลรวดเร็วยิ่งการวิธีการใดๆ เพราะเป็นการค้นหาแบบทันที (Real Time) ผ่านการพูดคุยและข้อมูลของคุณที่สื่อสารกัน ทำให้เราสามารถทราบถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ทันที ภายในหลังจากเหตุการณ์ต่างๆ ได้เกิดขึ้นไปเพียงไม่กี่นาที แต่ก็ต้องใช้วิจารณญานให้มากๆ ในการรับ บอกต่อด้วย เพราะมันเป็นสื่อที่มีข่าวลือเกิดขึ้นได้มากมายเช่นเดียวกัน
 

รวมเว็บข้อมูลที่จำเป็นต่อเหตุการณ์น้ำท่วม 2011

 ช่วงนี้เหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงมาก สำหรับคนไทย แต่สิ่งหนึ่งทีน่าสนใจคือ ข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นต่อการศึกษาและตรวจสอบดูว่า เหตุการณ์น้ำท่วมเป็นอย่างไรบ้าง จะกระทบกับคุณหรือบ้านคุณไหม ลองมาดูกันครับ ผมรวบรวมเอาไว้ เพื่อให้คุณเข้ามาดูได้ง่ายๆครับ

 

เว็บไซต์ รายละเอียด
http://flood.gistda.or.th เว็บติดตามเหตุการณ์น้ำท่วม มีสรุปและคาดการณ์ตำแหน่งที่น้ำจะท่วม  มีแผนที่น้ำท่วม และข้อมูลมากมาย
http://www.gistda.or.th เว็บของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ดูภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่ประเทศไทยทางอากาศ มีภาพการเดินทางของน้ำท่วม
http://dds.bangkok.go.th เว็บสำนักระบายน้ำกรุงเทพ
  > เช็กระดับน้ำท่วมบนถนนใกล้บ้านคุณ 
   > ตรวจระดับน้ำในคลองใกล้บ้านคุณว่าล้นหรือยัง?
http://hydrology.rid.go.th เว็บกรมชลประทาน ศูนย์วิเคราะห์ประมวลสถานการณ์น้ำ ดูกล้องระดับน้ำปัจจุบัน พยากรณ์ระดับน้ำ ดูระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำท่วมทั่วประเทศ
http://traffic.longdo.com ดูแผนที่กรุงเทพ พร้อมกล้องวงจรปิดบนถนนทั่วกรุงเทพ เช็กสถาพถนนแถวๆ บ้านหรือปลายทางที่คุณจะไปได้ ดูว่าน้ำท่วมหรือรถติดก่อนไปแถวนั้น
http://flood.longdo.com เว็บดูพื้นทีน้ำท่วมจาก Longdo มีข้อมูลหลายๆอย่างน่าสนใจ
http://www.google.org เว็บติดตามเหตุการณ์น้ำท่วมของ Google ร่วมมือกับ Thaiflood มีภาษาอังกฤษด้วย 
http://maps.google.com ใช้ดูแผนที่ได้ดีมากๆ สามารถดกดปุ่ม รูปจุดๆ ใต้วงกลมตรงด้านบนซ้าย มันจะพาไปหาตำแหน่งคุณปัจจุบัน ทำให้ดูตำแหน่งเราได้ง่าย
http://www.bangkokgis.com เว็บติดตามปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร มีข้อมูล
http://zocialrank.com/thaiflood เว็บเช็กข้อมูลน้ำท่วมจากทาง Twitter แบบสดๆ 
http://www.gamling.org/ เว็บแจ้งน้ำท่วมจากคนต่างๆ 
http://thaiflood.com  เว็บของศูนย์เพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีข้อมูล เบอรโืทรติดต่อที่จำเป็นสำหรับผู้ที่ประสบภัย
   

  

 

Location Marketing บอกพิกัด มัดใจลูกค้า เพิ่มมูลค่าธุรกิจ

มันจะดีไหมครับ หากเราสามารถทราบได้ว่า ตอนนี้มี ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของเราอยู่ที่ไหนหรือตอนนี้เค้าอยู่ในรอบๆ ของพื้นที่ของธุรกิจหรือหน้าร้านค้าหรือเปล่า ซึ่งเราสามารถชักชวนเค้ามาซื้อสินค้าที่ร้านของเราของเราได้ทันที และเราสามารถทราบได้ทันทีว่าลูกค้าท่านนี้เคยมาร้านค้าคุณกี่ครั้งแล้ว  ที่ผมเล่ามานี้ มันไม่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไปแล้ว มันกลายเป็นสิ่งที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเองง่ายๆ ผ่านเทคโนโลยีของฟรี ที่มีอยู่รอบตัวคุณ วันนี้เรามาดูเรื่องนี้กันครับ

ปัจจุบันเทคโนโลยีที่อยู่รอบๆ ตัวคุณสามารถทำให้คุณสามารถรู้ตำแหน่งของคนอื่นๆ ได้อย่างไม่ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันสามารถระบุตำแหน่งของผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ และนอกจากนี้ ยังมีแอ็พพิลเคชั่นบนมือถืออีกมากมาหลายๆ ตัวที่จะช่วยทำให้การจัดการตำแหน่งของผู้คน และการนำธุรกิจเข้าไปสอดประสานได้อย่างลงตัว ลองมาดูตัวอย่างบางส่วนกันครับ

 

Foursquare (for Business)

โฟว์สแควร์ (Foursquare.com) คือแอ็พพิลเคชั่นที่เน้นการใช้งานบนมือถือ ที่ตอนนี้คนไทยมากมายหลายคนที่ใช้แอ็พพิลเคชั่นตัวนี้ในการ บอกว่าตัวเองอยู่ที่ไหนหรืออยู่ร้านไหน เราเรียกว่า เช็กอิน (Check-in) และหลังจากได้แจ้งไปแล้วข้อมูลร้านค้าข้อมูลนี้ จะถูกส่งต่อไปยังโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ อย่าง เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ทำให้เพื่อนๆ ของคนเหล่านั้นรู้ว่าเค้าอยู่ไหน ซึ่งหากคนนึง เช็กอินที่ร้านค้าคุณ นั้นหมายถึงเค้าจะบอกเพื่อนเค้าในโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ ออกต่อไปอีกเป็นพันๆ หมื่นๆ คนทันที ทำให้เป็นการโปรโมทธุรกิจของคุณอีกวิธีที่หนึ่ง ซึ่งหลายๆ ธุรกิจที่เข้ามาใช้ สามารถเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้ทันที

 

Google Map & Google Place

ตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่ใช้กูเกิ้ลเกือบ 99% ค้นหาข้อมูลและ กูเกิ้ลแผนที่ (Google Map) บริการแสดงแผนที่ทั่วโลก เริ่มเป็นบริการที่คนนิยมใช้ค้นหาแผนที่หรือตำแหน่งของสถานที่ต่างๆ กันมากขึ้น เช่น ผมมักใช้ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว หรือโรงแรมตอนไปต่างจังหวัด และหลายๆ ครั้งที่ผมค้นหาโรงแรมที่ผมต้องการไม่เจอในกูเกิ้ลแผนที่ มันก็ทำโอกาสการได้ลูกค้าคุณหายไป ซึ่งคุณสามารถสร้างตำแหน่งของคุณธุรกิจคุณในกูเกิ้ลแผนที่ได้อย่างง่ายๆมากๆ 

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเทคโนโลยีบางส่วนที่จะทำให้ธุรกิจของคุณไปแสดงอยู่ในโลกออนไลน์ที่ จะทำให้ลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ของธุรกิจคุณ สามารถค้นหาเจอธุรกิิจคุณและยังสามารถกระตุ้นให้เค้าเหล่านั้นมาซื้อสินค้าของคุณถึงหน้าร้านค้าได้ทันที หากสนใจเพิ่มเติม ว่าจะมีการทำจริงๆ ทำอย่างไร และรู้จักถึงเทคโนโลยีตัวอื่นๆ คุณสามารถไปร่วมงานสัมมนา "Location Marketing บอกพิกัด มัดใจลูกค้า เพิ่มมูลค่าธุรกิจ" วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2554 เวลา 8.30 – 16.30 ณ.หอประชุมมหาวิทยาลัยศรีปทุมบางเขน ฟรีตลอดงาน ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.winter.co.th/event/location-marketing หรือโทร 086-330-1665 ครับ

 

AirAsia กับ Blue Ocean Strategy (BOS)

ตัวอย่างของบริษัทที่ใช้ Blue Ocean Strategy ที่ดีคือ Air Asia Air Asia พยายามบังคับให้คนไปใช้บริการที่ไม่ต้องใช้คนมาก โดยการชารจ์ราคาเพิ่มในส่วนที่ใช้คนเข้าไปดู เพื่อลดต้นทุน และบังคับให้คนไปใช้บริการในส่วนที่เป็น automate และสามารถลดต้นทุนได้ เช่น เค้ารู้แล้วว่าคนไปพักโรงแรมต้องการแค่นอน แอร์ ส่วนอะไรหรูหราหรือไม่จำเป็น หากคุณอยากได้คุณก็จ่ายเพิ่มเอาละกัน เช่นผ้าขนหนูเพิ่ม, แปรงสีฟัน ฯลฯ เป็นการจ่ายเท่าที่ใช้ เป็นการคิดนอกกรอบของการทำธุรกิจโรงแรมมาก โดยไอเดียแบบเดียวกับ Low Cost Air Line ของ Air Asia  สโลแกนของโรงแรมนี้คือ 5 Stars Hotel but 1 Star price  (นอนเตียงแบบโรงแรม 5 ดาว แต่จ่ายแค่โรงแรมดาวเดียว) ลองดูวีดีโอนี้ แล้วคุณจะเข้าใจ Model ของ Tune Hotel เป็นการคิดแบบ Blue Ocean Strategy #AECC2011 

จุดเด่นของ Tune Hotels คือมี Partner มาช่วยลดต้นทุ่นเช่น มีธนาคาร CIMB เป็นสาขาที่ ทำให้ลดต้นทุนไปเยอะ ตัวอย่างบริษัทที่ใช้ BOS (Blue Ocean Strategy) Amazon, Zynga, Gilt, instagram, Hulu, TARAD.com (อันหลังนี้ อยากเป็นบ้าง อิอิ)

 

 

ประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการประชุมกับคนทั่วโลกง่ายๆ คุณเองก็ทำได้

 คุณออกไปประชุมข้างนอกออฟฟิศบ่อยไหมครับ หรือคุณอาจจะต้องการเสียเวลานานหลายชั่วโมงกับการออกเดินทางไปประชุมเพียงแค่ 30 นาที หรือหมดเวลาไปครึ่งวัน กับการประชุมแค่ประชุมเดียว ฟังดูแล้วเหนื่อยเน๊อะ.. ผมว่าเรามาเปลี่ยนวิธีการประชุมและการสื่อสารกันดีกว่าครับ ว่าจะทำอย่างไรให้เราสามารถใช้เวลาของเราให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และใช้เทคโนโลยีที่เรามีอยู่ใกล้ตัวเราให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ผมได้มีโอกาสดีมากที่ทาง คุณนภพัฒน์จักษ์ @noppatjak จากทางช่อง Nation Channel มาพูดคุยกับผมเรื่องนี้ครับ และมาดูว่าผมทำอย่างไรกับกับองค์กรของผม เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดครับ ลองมาดูกันครับ ผมว่าคุณเองก็ทำได้ง่ายๆ ครับ

 

เจาะลึกเจ๊จง @jehjong เจ้าของกิจการหมูทอด กับการปรับตัวทำเทคโนโลยีมาใช้ [เหมาะสำหรับให้พ่อแม่หรือคนไม่ค่อยใช้เทคโนโลยีฟัง]

ผมไม่แน่ใจว่าคุณรู้จักร้านหมูทอดเจ๊จงหรือไม่? เป็นร้านข้าวพร้อมอาหารมากมายที่จุดเด่นอยู่ที่ ราคาเป็นกันเองไม่แพงเลย, ข้าวเติมได้ไม่อั้น ผักสดฟรี น้ำพริกฟรี มีกล้วย มีขนมให้กินได้ไม่อั้น มีคนต่อคิวกินกันในแต่ละวันมากมาย จนมีคนเรียกว่าร้าน "หมูทอดเศรษฐี" ร้านอยู่หลังโลตัส พระราม 4  เจ๊จงได้มีโอกาสไปออกรายการต่างๆ มากมาย (ดูได้ที่นี่

เจ๊จงเป็นผู้หญิงอายุ 47 ปี ที่แทบไม่เคยใช้เทคโนโลยีอะไรเลย คอมพิวเตอร์ หรือมือถือสมารท์โฟนอะไรเลย ก่อนหน้านี้ แต่หลังจากได้มีโอกาสไปฟัง อ.ธัยวัชญ์ จากรายการ SME ตีแตก ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป จากคนที่ไม่เคยใช้เทคโนโลยีเลย กลับกลายเจ๊จงเริ่มนำเทคโนโลยีมาใช้ สามารถเชื่อมโยงกับคนต่างๆ ได้ทีั่วประเทศ หรือออกไปยังต่างประเทศ สามารถสร้างชื่อเสียงผ่านช่องทางออนไลน์ได้ และยังสามารถเพ่ิมยอดขายทางธุรกิจ จากการนำตัวเองเข้าสู่โลกของโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ ซึ่งรายละเอียดเป็นยังไง และเจ๊ เปลี่ยนไปได้อย่างไร ผมอยากให้ทุกคนฟังกันครับ 

 < กดฟังได้เลยครับ (หากอยากฟังช่วงเจ๊จง กดข้ามไปกลางๆ ได้เลยครับ)

111002 Pawoot Radio

 

ปล. twitter เจ๊จงคือ @jehjong ส่วน http://www.facebook.com/JehJong

 

แอบดู Vooz กล่องความบันเทิงรูปแบบใหม่ของคนไทย เทคโนโลยีคนไทย

ได้มีโอกาส นำเครื่อง Multimedia Box มาลองใช้ดูของชื่อ Vooz ซึ่งเป็นกล่องที่สามารถดูทีวีได้ 40 ช่อง และดูหนังได้ จะเช่าเอาก็ได้ และยังอ่านข่าวได้ด้วย และที่สำคัญเป็นเทคโนโลยีของคนไทย น่าสนใจมากๆ ครับ เป็นกล่องแบบซื้อขาดมาเลย ราคาไม่กี่พันบาทครับ และซื้อมาติดตั้งง่ายมากๆ ไม่ต้องมาตั้งจานอะไร แค่มีกล่องนี้ และมีอินเทอร์เน็ต และสาย LAN เสียบเข้าไป แค่นี้เราก็สามารถใช้งานได้แล้วครับ จุดเด่นของกล่องนี้คือ สามารถเช่าหนังได้ทันทีครับ โดยวิธีการเช่าก็เรื่องละประมาณ 30 แต้ม สามารถเช่าได้ 5 วัน ดูได้ไม่อั้นในระหว่างนั้น  และเห็นว่าในอนาคตจะมีบริการ คาราโอเกะอีกด้วย ทำให้คุณสามารถ ต่อเข้าถึงเพลงมากมาย และร้องเพลงกันได้ทันทีผ่านกล่องๆ นี้ นับว่าสะดวกมากๆ เลยครับลองมาดูกล่องนี้แบบละเอียดๆ กัน

 

มารู้จัก Canonical Tag เพื่ออันดับที่ดีใน Google กัน

คุณรู้ไหมว่า Canonical Tag คืออะไร?  จริงๆ แล้วมันเกี่ยวข้องกับ SEO หรือการปรับแต่งเว็บให้ติด Search Engine การใส่ Canonical tag เอาไว้ที่เว็บ เพื่อเป็นการลดและป้องกันการ เกิดข้อมูลซ้ำ (duplicate content) ของเว็บเรา ซึ่งหาก Google ทราบว่าเว็บเรามีข้อมูลซ้ำกับที่อื่น ก็จะทำให้หน้าของเราด้อยค่าลง และโอกาสในการค้นหาเจอใน Google ก็จะน้อยลงเช่นกัน ดังน้นการใช้ Canonical Tag จะเป็นการแจ้ง Google ว่าหน้าเว็บเรามีหน้าไหนก็ลักษณะคล้ายๆ กัน ซึ่งการใช้จะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของเว็บเราดีขึ้น เมื่อ Google ทราบถึงข้อมูลนี้ 

 

เทคนิคการบริหารงานและโปรเจ็คด้วยเทคโนโลยีออนไลน์กับ @imenn

วันนี้ผมสัมภาษณ์ @imenn จากบริษัท Tiger Idea เกี่ยวกับวิธีการบริหารงาน หรือโครงการว่ามีเทคนิคและวิธีการอะไรบ้าง เราลองมาฟังกันครับว่า คุณเม่นมีวิธีการอย่างไร ถือว่าเป็นวิธีการทีน่าสนใจมากๆ เลยครับ 

 < กดฟังได้เลยครับ


หรือจะดาวน์โหลดไฟล์เสียงสัมภาษณ์ในรายการ คลิก-พลิก-ธุรกิจ ทาง FM 102 วันที่ 25 กันยายน 2011
 

 

สรุปคร่าวๆ ของการทำงานของของบริษัท Tiger Idea

– เก็บไฟล์ของบริษัทเก็บไว้ที่  Dropbox
– จดโน็ตและระดมสมอง      Smallpad.org – Google Docs (เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามา Join ด้วย)
     – Google Docs สรุป Requirement
     – Google Spreadsheet ใส่ Bug List & Update

– โปรแกรมจับเวลาตัวเอง http://stuntsoftware.com/onthejob/ วัดผลการทำงานว่างานใช้เวลาเท่าไร
– Harvest – http://www.getharvest.com/ โปรแกรมตอกงาน บอกเวลา Time Sheet
– Basecamp http://basecamphq.com/ – Online Project Management 
– http://www.xero.com/ ระบบบัญชีออนไลน์
– GTD – Get Thing Done (List งานออกมาแล้วกำหนดวันเสร็จ)
     การเปลี่ยนงานทำให้เกิด Cost (ปรับอารมณ์เสีย Man Hours)

 

มารู้จัก Google Analytics ระบบการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์เว็บไซต์กัน

 ผมได้มีโอกาสมาร่วมงาน Google DevFest ที่เชียงใหม่ วันที่ 24 กันยายน 2011 และมี session พูดถึง Google Analytics ด้วย ผมรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ Google Analytics (GA) เอาไว้ครับ ลองมาอ่านดู มันเป็นแบบคร่าวๆ นะครับ แต่น่าจะทำให้คุณเข้าใจมันมากขึ้น เป็นข้อมูลที่ผมเก็บจาก ทวิตเตอร์ที่ผมทวีตออกมาในช่วงนั่งฟัง session นี้ครับ

เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในทีมและองค์กรด้วยเครื่องมือทางออนไลน์

 คุณเชื่อไหมว่ายิ่งองค์กรหรือทีมของคุณยิ่งสามารถสื่อสาร และเข้าใจว่าแต่คนหรือแต่ละทีมทำอะไรกันอยู่ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันอยู่เสมอ จะทำให้องค์กรของคุณสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆ สำหรับองค์กรขนาดเล็กๆ เพราะด้วยความที่เล็ก ทำให้การสื่อสารกันได้ง่าย แต่หากคุณเป็นองค์กรหรือทีมที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น การสื่อสารในองค์กรหรือทีมก็เริ่มจะมีความซับซ้อนมากขึ้น มีหลายขั้นลำดับชั้นมากขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพของการสื่องสารก็ลดต่ำลง นั่นหมายถึง การตัดสินใจ และความคล่องตัวในการทำธุรกิจก็ลดต่ำลงเช่นกัน มันจะดีไหมครับ หากเราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในองค์กรคุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย สื่อออนไลน์หลากรูปแบบที่ผมจะมาแนะนำในวันนี้ครับ

เที่ยวต่างประเทศให้สนุก ประหยัด ลดค่าใช้จ่ายกับ Smart Phone เครื่องเดียว

สำหรับคนที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ วันนี้ผมมีคำแนะนำในการใช้โทรศัพท์ประเภทสมารท์โฟนให้คุ้มค่ากับการเดินทางไปต่างประเทศเนื่องจากเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา (Jul 2 – 10, 2011) ที่ผ่านมาผมไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น และบอกได้เลยว่าผมสามารถใช้ความสามารถของสมารท์โฟนได้อย่างเต็มที่ มาดูกันว่าโทรศัพท์สมารท์โฟนมันสามารถช่วยอะไรคุณได้บ้าง เวลาคุณไปอยู่ต่างประเทศ 

อุปกรณ์และสิ่งที่ต้องมี  (Devices)

  1. โทรศัพท์มือถือสมารท์โฟน ประเภท Android (ผมใช้ HTC Desire-S) และ HTC Flyer Tablet ในการเดินทางไปครั้งนี้ 
  2. ซิมโทรศัพท์ ผมใช้เบอร์ของ AIS อยู่แล้ว และได้เปิดบริการโรมมิ่งข้อมูล (Internet Data Roaming) สามารถรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตไม่จำกัด (Unlimited Data)  โดยผมเปิดแพ็กเก็จ 5 วัน เหมารวม 2,000 บาท (เฉลี่ยวันละ 400 บาท) เป็นแพ็กเก็จที่เปิดให้บริการ ณ.ช่วงเวลาที่ผมไป
  3. ที่ชารต์แบ็ตแบบพกพา [จำเป็นมากๆ เพราะแบ็ตก้อนเดียวเอาไม่อยู่ครับ]

O2O พลิกโลกการค้า เพิ่มมูลค่าผสานธุรกิจออนไลน์สู่ออฟไลน์

สมัยก่อนหากคุณเรียนเกี่ยวกับวิชาการทำธุรกิจมา คุณคงคุ้นเคยกับคำว่า B2B (Business to Business) หรือ B2C (Business to Consumer) แต่วันนี้คุณต้องรู้จักกับคำว่า O2O (โอทูโอ หรือ Online to Offline) ที่จะเป็นกลยุทธ์และรูปแบบการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่จะเป็นการผสานนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเข้ากับธุรกิจที่มีหน้าร้านค้าต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในวงการธุรกิจปัจจุบัน มาดูกันว่าคืออะไร?

O2O (โอทูโอ) หรือ "การผสานธุรกิจจากออนไลน์ไปออฟไลน์ (Online to Offline)" เป็นการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีอินเทอรืเน็ต ที่สามารถเชื่อมโยงคนจำนวนมากเข้าด้วยกัน และ เทคโนโลยีของโซเชียลเน็ตเวิรก์ (Social Network) ทำให้คนสามารถสื่อสารกับเพื่อนๆ และคนรอบข้างของตัวเองได้ง่ายมากขึ้น มันได้สร้างรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ (Engagement) รูปแบบใหม่ ที่ทำให้เกิดการโน้มน้าว ชักชวน คนจำนวนมากได้ง่ายๆ ผ่านบริการอย่าง Facebook หรือ Twitter รวมถึงการเกิดโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่อย่าง "การค้าทางสังคม (Social Commerce)" ทีมีรูปแบบโมเดลทางธุรกิจอย่าง "ร่วมกันซื้อ (Group Buying)"

หาเงินออนไลน์ มั่วนิ่มหรือทำได้จริง?

ผมว่าคุณคงจะเป็นคนนึงที่เคยได้รับอีเมล์ที่ส่งมาบอกว่า "ทำงานที่บ้านได้ง่ายๆ รายได้เดือนเป็นแสน" หลายคนก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า "มันทำได้จริงๆ ไหม? แล้วรูปแบบมันเป็นอย่างไร? แล้วเราจะทำยังไงถึงจะสามารถสร้างรายได้จากการอินเทอร์เน็ตได้อย่างจริงๆ จังๆ?" ทั้งหมดนี้มักเป็นสิ่งที่หลายๆ คนคงอยากรู้หลังจากได้เห็นโฆษณาหรือ อีเมล์ชักชวนในการเริ่มต้นการหาเงินออนไลน์ เรามาดูกันว่ามันเป็นยังไงและทำอย่างไรเราถึงจะหาเงินออนไลน์ได้อย่างถูกวิธี

%d bloggers like this: