มาตรฐานโฆษณาออนไลน์ – การเตรียมข้อมูลทางการตลาดของเว็บไซต์ และ มาตราฐานแบนเนอร์โฆษณา

มาตรฐานสื่อโฆษณาออนไลน์

สืบเนื่องจากสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มผู้ดูแลเว็บในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2541 โดยมีวัตถุประสงค์ในการเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ความคิดเห็น ระหว่างสมาชิก และส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและวัฒนธรรม ส่งเสริมและวิชาชีพผู้ดูแลและพัฒนาเว็บ ทั้งด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ ด้านวิชาการ และจริยธรรม รวมถึงเป็นคนกลางเพื่อประสานงานให้เกิดผลที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาของ สังคมสารสนเทศ ได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มการขยายตัวของตลาดโฆษณาออนไลน์ ที่จัดได้ว่าเป็นรายได้หลักอย่างหนึ่งของกลุ่มผู้ดูแลเว็บ สมาคมฯ จึงได้ขอความเห็นจากนักการตลาด และบริษัทตัวแทนโฆษณา เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคของสื่อโฆษณาออนไลน์ พบว่าในปัจจุบันสื่อโฆษณาออนไลน์ในประเทศยังประเด็นปัญหาเกี่ยวข้องกับความ เป็นมาตรฐาน รวมถึงความรู้ความเข้าใจของผู้ดูแลเว็บเกี่ยวกับตัวสื่อเองอยู่มาก จึงได้จัดงานจิบกาแฟเว็บมาสเตอร์ ครั้งที่ 5 ในวันที่ 28 สิงหาคม 2547 และได้รับความสนใจจากเหล่าผู้ดูแลเว็บกว่า 50 เว็บเข้าร่วมพบปะแลกเปลี่ยนความเห็นกัน

ผลต่อเนื่องจากงานจิบกาแฟเว็บมาสเตอร์ ดังกล่าว ได้มีการจัดตั้งทีมอาสาสมัครทำงานมาตรฐานโฆษณาออนไลน์ แบ่งเป็นทีมศึกษามาตรฐานเชิงการออกแบบ และทีมศึกษามาตรฐานเชิงการตลาด ซึ่งทีมอาสาสมัครดังกล่าวได้ร่วมกันศึกษาและร่างมาตรฐานขึ้นมาดังได้ระบุใน เอกสารต่อไปนี้

 

การเตรียมข้อมูลทางการตลาดของเว็บไซต์

ประกอบ ด้วยมาตรฐานการให้ข้อมูล กล่าวถึงการแสดงข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ลงโฆษณาจำเป็นต้องใช้ หรือมักจะใช้ในการประกอบการตัดสินใจลงโฆษณา ประกอบด้วย

1. รูปแบบการเผยแพร่ข้อมูล
2. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเว็บไซต์และผู้ดูแลเว็บ
3. ข้อมูลลูกค้าที่เคยลงโฆษณากับเว็บไซต์
4. ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชมเว็บไซต์
5. ข้อมูลเกี่ยวกับค่าสถิติ ความนิยมของเว็บไซต์
6. ข้อมูลบุคคลติดต่อเมื่อจะลงโฆษณา
7. ข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบและราคาค่าโฆษณา

 

1. รูปแบบการเผยแพร่ข้อม

  • ผู้ ดูแลเว็บควรจัดทำหน้าเว็บเพจ อย่างน้อย 1 หน้า เพื่อเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ลงโฆษณาจำเป็นต้องใช้ เรียกว่า Ad Info Page เรียงตามลำดับ ประกอบด้วย

 

i. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเว็บไซต์และผู้ดูแลเว็บii. ข้อมูลลูกค้าที่เคยลงโฆษณากับเว็บไซต์iii. ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชมเว็บไซต์iv. ข้อมูลเกี่ยวกับค่าสถิติ ความนิยมของเว็บไซต์v. ข้อมูลบุคคลที่ให้ติดต่อเมื่อจะลงโฆษณาvi. ข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบและราคาค่าโฆษณา

ดังรายละเอียดที่จะได้กล่าวต่อไปในมาตรฐานข้อที่ 2

  • ผู้ดูแลเว็บควรสร้างลิงค์ไปยัง Ad Info Page โดยให้ลิงค์นั้นปรากฏเห็นเด่นชัดในหน้าแรกของเว็บไซต์ (โฮมเพจ)
  • ชื่อ ลิงค์ไปยังหน้า Ad Info Page ควรสื่อความหมายชัดเจน เช่น “สนใจลงโฆษณา คลิก” “ติดต่อโฆษณา” “Advertisement” “Advertising” เป็นต้น

2. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเว็บไซต์และผู้ดูแลเว็บ
เป็นข้อมูลทั่วไป เกี่ยวกับเว็บไซต์ เจ้าของ และ / หรือ ผู้ดูแลเว็บ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ อาจประกอบด้วย

  • ชื่อเจ้าของ หรือผู้ดูแลเว็บ อาจรวมถึงประวัติของผู้ดูแลเว็บ
  • ข้อมูลบริษัท ในกรณีที่จดทะเบียนเป็นบริษัท
  • เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (ถ้ามี)
  • ประวัติการก่อตั้ง และการดำเนินงานของเว็บไซต์ (ถ้ามี)
  • รางวัลที่ได้รับ (ถ้ามี)
  • มาตรฐานอื่นๆ ที่เว็บไซต์ปฏิบัติตาม (ถ้ามี)

3. ข้อมูลลูกค้าที่เคยลงโฆษณากับเว็บไซต์
เพื่อให้ผู้ที่กำลังพิจารณาลงโฆษณาได้ทราบว่าเคยมี สินค้า บริการ ใดลงโฆษณากับเว็บไซต์ของเราแล้วบ้าง เป็นข้อมูลที่ทำให้เกิดความเชื่อถือได้มากขึ้นเช่นกัน

  • ชื่อลูกค้ารายที่ 1
    i. รายละเอียดเกี่ยวกับแคมเปญโฆษณา
    ii. ระยะเวลาที่ลงโฆษณา
    iii. ผลตอบรับ / ผลสำเร็จจากการลงโฆษณา
  • ชื่อลูกค้ารายที่ 2
    i. รายละเอียดเกี่ยวกับแคมเปญโฆษณา
    ii. ระยะเวลาที่ลงโฆษณา
    iii. ผลตอบรับ / ผลสำเร็จจากการลงโฆษณา
  •  ชื่อลูกค้ารายที่ 3
    i. รายละเอียดเกี่ยวกับแคมเปญโฆษณา
    ii. ระยะเวลาที่ลงโฆษณา
    iii. ผลตอบรับ / ผลสำเร็จจากการลงโฆษณา

4. ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชมเว็บไซต์
เพื่อให้ผู้ที่กำลังพิจารณาลงโฆษณาได้ทราบว่ากลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์เป็น ใคร อย่างไร เพื่อจะได้พิจารณาว่าตรงกับกลุ่มเป้าหมายของสินค้า บริการที่จะลงโฆษณาหรือไม่ อย่างไร
โดยทั่วไปการจะ บอกว่ากลุ่มผู้ชมเว็บไซต์เป็นใคร นั้นพิสูจน์ได้ยาก จึงแนะนำให้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้

  • สร้างระบบสมาชิก และใช้กลุ่มสมาชิกที่ลงทะเบียนกับเว็บไซต์เป็นตัวแทนกลุ่มผู้ชมเว็บไซต์
  • สร้างแบบสอบถาม แล้วใช้ข้อมูลจากแบบสอบถามเป็นตัวแทนกลุ่มผู้ชมเว็บไซต์เว็บไซต์ควรนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชมเว็บไซต์ในรูปแบบของการสรุป เป็นสัดส่วนร้อยละ ดังต่อไปนี้
  • กลุ่มผู้ชมของเว็บไซต์

 

 

5. ข้อมูลเกี่ยวกับค่าสถิติ ความนิยมของเว็บไซต์
เพื่อให้ผู้ที่กำลังพิจารณาลงโฆษณาได้ทราบว่าจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์มีมาก น้อยเพียงไร เพื่อจะได้พิจารณาเปรียบเทียบผลที่อาจได้รับกับมูลค่าโฆษณา เว็บไซต์ควรระบุข้อมูลดังต่อไปนี้

  • จำนวนหน้าเว็บเพจที่ถูกเปิดชม (Page Views) เฉลี่ยต่อเดือน รวมทั้งเว็บไซต์ และแยกย่อยในแต่ละส่วนของเว็บไซต์
  • จำนวน หน้าผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Unique Visitors) เฉลี่ยต่อเดือน รวมทั้งเว็บไซต์ และแยกย่อยในแต่ละส่วนของเว็บไซต์ ทั้งนี้ค่า Unique Visitors ให้วัดจำนวน IP ที่ไม่ซ้ำกันในช่วงเวลา 1 วัน หรือหากใช้ความถี่อื่นให้ระบุด้วยว่าความถี่ในการวัดผลเป็นเท่าไร (รายวัน ราย 12 ชม. ราย 6 ชม. หรืออื่นๆ)
  • จำนวนสมาชิกลงทะเบียนในระบบทั้งหมด

ข้อมูลอื่นๆ (ถ้ามี)

โดยระบุ ว่าค่าสถิติดังกล่าว ได้มาอย่างไร จากหน่วยงานกลาง บุคคลที่สาม (Third Party) หรือจากระบบสถิติภายในของเว็บไซต์เอง ถ้าเป็นระบบภายในให้ระบุด้วยว่าใช้ซอฟต์แวร์ใดในการวัดค่าสถิติ

อนึ่ง เว็บไซต์ไม่ควรใช้ค่าจำนวนครั้งที่ไฟล์ที่เว็บเซิร์ฟเวอร์ส่งไปยังผู้ชม (Hits) เป็นค่าระบุความนิยมของเว็บไซต์ เนื่องจากเว็บเพจหนึ่งหน้ามักประกอบด้วยไฟล์หลายไฟล์ การใช้ค่าดังกล่าวอาจสร้างความเข้าใจผิดต่อผู้ลงโฆษณาได้

6. ข้อมูลบุคคลติดต่อเมื่อจะลงโฆษณา
ควรประกอบด้วย

  • ชื่อ
  • อีเมล์ (ถ้าให้ติดต่อทางอีเมล์ ต้องมั่นใจว่าเป็นอีเมล์ที่ใช้งานได้อยู่เสมอ)
  • หมายเลขโทรศัพท์ ที่ติดต่อได้
  • หมายเลขโทรสาร (ถ้ามี)
  • ที่อยู่ (อาจเปิดเผยหรือไม่ก็ได้ แต่การเปิดเผยจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ลงโฆษณา)

เลข ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (ถ้ามี) ทั้งนี้เว็บไซต์ อาจทำแบบฟอร์มสำหรับแจ้งความต้องการลงโฆษณาด้วยก็ได้ แต่ควรเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวข้างต้นให้เห็นชัดเจนด้วยเช่นกัน

7. ข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบและราคาค่าโฆษณา

  • รูปแบบ ขนาด น้ำหนัก ควรเป็นไปตามมาตรฐานเชิงออกแบบดังกล่าวข้างต้น
  • ควรระบุตำแหน่งของชิ้นโฆษณาให้เห็นชัดเจน และมีภาพตัวอย่างประกอบ
  • ราคา ควรใช้รูปแบบการคิดราคาดังต่อไปนี้
    – Cost Per Impression (CPI) คิดราคาต่อการแสดงผลโฆษณา โดยทั่วไปนิยมแสดงราคาต่อ 1,000 ครั้ง (CPM) เช่น ราคา 290CPM หมายถึงค่าโฆษณาเป็น 290 บาท ต่อการแสดงผลโฆษณา 1,000 ครั้งเป็นต้น
    Cost Per Click (CPC) คิดราคาต่อจำนวนครั้งที่มีคนคลิกโฆษณา
     Fixed Fee (คิดเหมาเป็นรายเดือน) ในกรณีที่คิดเหมา ชิ้นโฆษณาควรยึดติดคงที่ หรือถ้าเป็นโฆษณาเวียน หลายชิ้นงานลงในตำแหน่งเดียวกัน สุ่มแสดงผล (Rotated Banner) ต้องระบุว่าเวียนกี่ชิ้นงาน แต่ไม่เกิน 10 ชิ้นงาน
    Cost Per Lead หรือ Commission คิดราคาเมื่อผู้ชมเว็บไซต์ ซื้อสินค้า หรืออย่างน้อยแสดงความต้องการจะซื้อสินค้า

 

แนวทางการสร้างมาตรฐานสื่อโฆษณาออนไลน์

 

 

 

 

1. ร่างมาตรฐานเชิงการออกแบบ รวมถึง มาตรฐานขนาด และน้ำหนัก (ขนาดไฟล์) เพื่อให้ผู้ลงโฆษณาสามารถลงโฆษณาได้ในหลายๆ เว็บไซต์ ด้วยขนาดแผ่นป้ายโฆษณาที่เป็นมาตรฐาน อันจะเป็นการลดต้นทุนการจัดทำแผ่นป้ายโฆษณาดังกล่าวได้ ยกระดับสื่อโฆษณาออนไลน์ และส่งผลต่อการขยายตัวของมูลค่าสื่อโฆษณาออนไลน์ต่อไปในอนาคต2. ร่างมาตรฐานเชิงการตลาด รวมถึง มาตรฐานการให้ข้อมูลการติดต่อลงโฆษณา และมาตรฐานรูปแบบการคิดราคาค่าโฆษณา เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างความมั่นใจให้กลุ่มผู้ลงโฆษณา ทั้งบริษัทตัวแทนโฆษณา และนักการตลาด ยกระดับสื่อโฆษณาออนไลน์ และส่งผลต่อการขยายตัวของมูลค่าสื่อโฆษณาออนไลน์ต่อไปในอนาคต3. นำเสนอร่างมาตรฐานต่อกลุ่มผู้ดูแลเว็บ และสำรวจความเห็นผ่านแบบสอบถาม4. นำผลตอบรับจากการสำรวจความเห็น ไปปรับปรุงร่างมาตรฐาน5. ประกาศมาตรฐาน และเชิญชวน ประชาสัมพันธ์ไปยังสมาชิกสมาคมฯ และกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อให้ร่วมมือกันเข้าสู่มาตรฐาน6. ติดตามความคืบหน้าของการประยุกต์ใช้มาตรฐาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาต่อไป

 

กลุ่มเป้าหมายผู้ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้มาตรฐาน

1. ผู้ให้บริการเว็บไซต์2. ผู้ผลิตสื่อโฆษณา3. บริษัทตัวแทนโฆษณา4. นักการตลาด เจ้าของผลิตภัณฑ์

 

มาตรฐานเชิงการออกแบบ
ขนาดมาตรฐานของสื่อโฆษณาออนไลน์ ที่เว็บไซต์ต่าง สามารถนำไปใช้เป็นขนาดมาตรฐานในการ นำเสนอพื้นที่ โฆษณา ภายในเว็บไซต์ โดยมีการนำมาตรฐานของ Interactive Advertising Bureau (www.IAB.net) มาใช้อ้างอิงในการนำเสนอ โดยมีรูปแบบของโฆษณา 3 รูปแบบได้แก่

1. โฆษณาสี่เหลี่ยม และป๊อปอัพ (Rectangles and Pop-Ups)2. โฆษณาแถบยาว และปุ่ม (Banners and Buttons)3. โฆษณาทรงสูง (Skyscraper)
และ นอกจากนี้ยังมีการกำหนด แพ็กเกจโฆษณามาตรฐาน (Universal Ad Package) ที่เว็บไซต์ต่างๆ สามารถนำไปใช้ในเว็บไซต์ของตนได้ โดยจะมีการส่งเสริมให้มีการใช้ขนาดของแพ็กเกจนี้ เพื่อสร้างมาตรฐาน ที่เป็นอันเดียวกันในระหว่างเว็บไซต์หลายๆ เว็บ

 

 

 

1. โฆษณาสี่เหลี่ยม และป๊อปอัพ (Rectangles and Pop-Ups)

 

Recommended
Maximum
Initial
Download
Fileweight
Recommended
Animation
Length
(Seconds)
300 x 250 IMU – (Medium Rectangle) View IMU 40k :15
250 x 250 IMU – (Square Pop-Up) View IMU 40k :15
240 x 400 IMU – (Vertical Rectangle) View IMU 40k :15
336 x 280 IMU – (Large Rectangle) View IMU 40k :15
180 x 150 IMU – (Rectangle)  View IMU 40k :15
*NEW* 300×100 IMU – (3:1 Rectangle) View IMU 40k :15
*NEW* 720×300 IMU – (Pop-Under) View IMU 40k :15

 

2. โฆษณาแถบยาว และปุ่ม (Banners and Buttons)

468 x 60 IMU – (Full Banner) View IMU 40k :15
234 x 60 IMU – (Half Banner) View IMU 30k :15
88 x 31 IMU – (Micro Bar) View IMU 10k :15
120 x 90 IMU – (Button 1) View IMU 20k :15
120 x 60 IMU – (Button 2) View IMU 20k :15
120 x 240 IMU – (Vertical Banner) View IMU 30k :15
125 x 125 IMU – (Square Button) View IMU 30k :15
728 x 90 IMU – (Leaderboard) View IMU 40k :15


3. Skyscrapers

 

160 x 600 IMU – (Wide Skyscraper) View IMU 40k :15
120 x 600 IMU – (Skyscraper) View IMU 40k :15
300 x 600 IMU – (Half Page Ad) View IMU 40k :15

 

http://www.iab.net/iab_products_and_industry_services/1421/1443/Ad_Unit

ADDITIONAL NOTES:

  • Those sizes that are bold above are part of the Universal Ad Package
  • :15 animation includes multiple loops

 

PS. มาตรฐานนี้ เป็นมาตรฐานที่ทางสมาคม ผู้ดูแลเว็บไทย ทำขึ้นมา โดยอิงจาก www.iab.net ครับ ดูข้อมูลเพิ่มได้ครับ

Comments

comments

%d bloggers like this: