การป้องกันและตรวจสอบการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตออนไลน์สำหรับเว็บไซต์

       มีผู้ประกอบการหลายๆ ท่านได้มาปรึกษาผมเป็นประจำเกี่ยวกับ เรื่องการทำระบบชำระเงินออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต ซึ่งพอได้มีโอกาศได้คุยกับหลาย ๆคน โดยแต่ละคนก็มีประสพการณ์ที่แตกต่างกันออกไปในการใช้บัตรเครดิตชำระค่า สินค้า ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่มักจะเจอกันก็คือ การปฏิเสธการจ่ายเงินจากเจ้าของบัตร เพราะได้มีผู้อื่น ได้หมายเลขบัตรเครดิตของเค้าไปชำระค่าสินค้าในเว็บไซต์ ซึ่งเจ้าของบัตรไม่ได้รู้เรื่องหรือ ซื้อสินค้าเหล่านั้นเลย ซึ่งจะทำให้ร้านค้าหรือเว็บไซต์จะต้องคืนเงินให้กับเจ้าของบัตรไป ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของเว็บไซต์หรือผู้ประกอบการ ดังนั้นหากเจ้าของเว็บไซต์สามารถรู้และหาวิธีป้องกันในการชำระเงินด้วยบัตร เครดิตผ่านเว็บไซต์ ก็จะช่วยทำให้การทำการค้าผ่าน E-Commerce ของผู้ประกอบการเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกขึ้น

    รุปแบบพฤติกรรมของผู้ที่ใช้บัตรเครดิตปลอมชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต

    • ใช้ Email ที่ไม่สามารถตรวจสอบที่อยู่จริงได้ เช่น Hotmail.com, Yahoo.com เป็นต้น เพื่อหลีกเลี่ยงในการตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้
    • ใช้ซื้อสินค้าที่มีราคาแพง เพราะเมื่อซื้อมาได้แล้ว ก็จะสามารถนำไปขายต่อได้ เช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครืองใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
    • ซื้อ สินค้าทีละมากๆ จนดูผิดปกติจากรูปแบบการซื้อสินค้าทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น การสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือทีละ 10-20 เครื่องในการสั่งซื้อครั้งเดียว
    • ที่ อยู่ส่งสินค้าไปเป็นที่อยู่คนละที่กับ ที่อยู่บนบัตรเครดิต โดยยิ่งหากเป็นคนละประเทศยิ่งจะมีความเป็นไปได้ อย่างมากที่จะเป็นบัตรปลอมเข้ามา
    • ให้ ระวังหากมีการสั่งซื้อมาจากประเทศที่อยู่ในเครือข่ายน่าสงสัย อันได้แก่ ประเทศโรมาเนีย มาซิโดเนีย เบลารูส ปากีสถาน รัสเซีย ลิทัวเนีย อียิปต์ ไนจีเรีย โคลัมเบีย มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ซึ่งประเทศดังกล่าวข้างต้น เว็บไซต์ ยาฮู ระบุว่ามีอัตราการใช้บัตรเครดิตปลอมสูง

วิธีการป้องกันการใช้บัตรเครดิตชำระผ่านอินเทอร์เน็ตสำหรับร้านค้าหรือเว็บไซต์

  • ข้อมูลของผู้สั่งซื้อต้องครบถ้วนและสามารถตรวจสอบได้
    เมื่อ มีการสั่งซื้อสินค้าเข้ามา ผู้ซื้อจะต้องให้ข้อมูลที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ เบอร์โทรศัพท์ เพื่อสามารถติดต่อและยืนยันการสั่งซื้อได้

  • ไม่รับการสั่งซื้อจากผู้ที่ใช้ E-mail ฟรี หรือ E-mail Forwarding
    ผู้ซื้อจะต้องใช้ E-mail จาก ISP หรือ Domain ที่สามารถตรวจสอบถึงที่อยู่จริงได้

  • โทรตรวจสอบกลับไปยังที่อยู่ของผู้ที่บัตรเพื่อยืนยันการสึ่งซื้อ
    หาก โทรตรวจสอบกลับไปยังเจ้าของบัตรแล้วพบว่า เจ้าของบัตรไม่ได้ทำการสั่งซื้อสินค้าจริง ก็ควรรีบแจ้งกับธนาคาที่ออกบัตรเพื่อระงับหรือเปลี่ยนเลขบัตรให้กับเจ้าของ บัตรใหม่

  • การเช็กจาก IP ของผู้ที่ได้เข้ามาทำการซื้อของ
    เรา สามารถตรวจสอบหมายเลข IP ของผู้ที่เข้ามาทำการซื้อสินค้าได้โดยหมายเลข IP นี้สามารถตรวจสอบกับ ISP เพื่อค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของผู้เข้ามาซื้อสินค้าภายในเว็บได้

  • การเช็กแหล่งที่มาของบัตรเครดิต
    เมื่อ มีผู้สั่งซื้อสินค้าเข้ามา และหากท่านพบว่าเป็นจำนวนเงินเยอะจนน่าผิดสังเกตุ ท่านอาจจะให้ทางแบงค์ที่ท่านใช้บริการอยู่ช่วยตรวจสอบ ว่าบัตรที่ได้ชำระเข้ามานั้น เป็นบัตรจากประเทศใด ซึ่งหากผู้สั่งซื้อมาจากประเทศไทย แต่ตัวบัตรมาจากประเทศแอฟริกาใต้ ก็น่าจะสันนิษฐานได้ว่า ผู้ซื้อคนนี้ได้ใช้เลขบัตรเครดิตคนอื่นมาชำระเงิน

  • ใช้ Software ที่ช่วยตรวจสอบหมายเลขบัตร
    คุณ สามารถใช้ Software ที่จะช่วยตรวจสอบหมายเลขบัตรเครดิตว่ายังสามารถใช้ได้หรือไม่ โดยค้นหาจาก Google.com แล้วใช้ Keyword : Credit Card Verifier

  • แฟกซ์สำเนาบัตรยืนยันการสั่งซื้อ
    ผู้ ซื้อจะต้องแฟกซ์เสาเนาบัตรเครดิตใบดังกล่าวพร้อมรายเซ็นต์ โดยหากมีการชำระเงินมากเกินวงเงินได้ตั้งเอาไว้ เช่นหากเกิน 10,000 บาทให้เจ้าของบัตรเครดิตที่ซื้อสินค้านั้น จะต้องส่งเอกสารสำเนาบัตรมายืนยันอีกครั้ง
    ข้อดี
    – ช่วยลดปัญหา จากพวกที่นำเลขบัตรเครดิตที่ได้มาจากอินเทอร์เน็ต มาใช้ในการชำระเงินได้ เพราะ หมายเลขบัตรที่ได้มา จะไม่มีตัวบัตรจริง ทำให้ไม่สามารถส่งแฟกซ์สำเนาบัตรเพื่อยืนยันการสั่งซื้อได้
    – เป็นการเก็บหลักฐานการชำระเงินจากผู้ซื้อจริงว่า ผู้ซื้อได้ทำการชำระผ่านบัตรเครดิตดังกล่าวจริงๆ

    ข้อเสีย
    – ยุ่งยากสำหรับผู้ซื้อ เพราะต้องคอยมาส่งแฟกซ์เพื่อยืนยันอีกครั้ง


           ทั้ง หมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการช่วยทำให้การตรวจสอบการชำระเงินผ่านบัตร เครดิตเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งจะช่วยทำให้การทำ E-Commerce ของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากขึ้น แต่สำหรับท่านที่อยากเพิ่มรูปแบบการชำระเงินด้วยระบบบัตรเครดิต ก็สามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารใกล้บ้านท่านได้ครับ โดยผู้ที่จะทำได้ต้องเป็น บริษัทนิติบุคคลเท่านั้น แต่สำหรับท่านที่เป็นบุคคลธรรมดาและ ต้องการใช้บริการนี้ก็สามารถลองเข้าไปดูในเว็บไซต์ www.tarad.com/_tarad/pay ซึ่งได้เปิดบริการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตสำหรับคนทั่วไปที่สนใจจะใช้บริการ นี้ และทุกครั้งที่มีการซื้อผ่านบัตรเครดิตเข้ามาลองนำวิธีต่างๆ ที่ผมได้บอกไปใช้ป้องกันดูนะครับ

โดย Pawoot P. 4/04/04

Comments

comments

%d bloggers like this: