เรื่องเล่าในตลาด “อีเบย์”

เมื่อไม่นานมานี้ "อีเบย์" เวบไซต์ตลาดซื้อขายออนไลน์อันดับหนึ่งของโลก ได้ปรับขึ้นค่าธรรมเนียม และเปอร์เซ็นต์การวางสินค้า โดยค่าธรรมเนียมในการวางขายประมูลสินค้าผ่านเวบไซต์อีเบย์ กรณีที่ลูกค้าตั้งประมูล และราคาขายแบบเจาะจงระหว่าง 1-9.99 ดอลลาร์สหรัฐ จากที่เคยเก็บ 0.35 เซนต์ อัตราใหม่อีเบย์จะเก็บเป็น 40 เซนต์

และได้เพิ่มในส่วนค่าธรรมเนียมเมื่อขายสินค้าได้ จากเดิมที่เคยเก็บถ้าหากสินค้าที่ปิดการประมูลอยู่ระหว่าง 25.01-1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ของเดิมจะเก็บที่อัตรา 3% ซึ่งอัตราใหม่จะเก็บที่ 3.25%

อัตราค่าธรรมเนียมข้างต้น แม้ว่าจะเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบหลายปี หากความเคลื่อนไหว และความคึกคักของการค้าขายบนโลกออนไลน์แห่งนี้ ยังคงดำเนินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อีเบย์ยังคงเป็นตลาดซื้อขายกลางที่เปิดโอกาสให้คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกชั้น วรรณะ ได้เข้ามาทดลองเป็นเถ้าแก่บนโลกออนไลน์ ที่สามารถสร้างรายได้ได้ในระยะเวลาเพียงพริบตา

วันนี้ชุมชนอีเบย์ในไทยมีมากมาย อย่างน้อยก็ต้อง 5,000 คนขึ้นไป และเป็นตัวเลขที่สามารถเพิ่มขึ้นได้อีกทุกวินาที คนไทยหลายคนใช้อีเบย์เป็นสถานที่สร้างงาน สร้างรายได้ บางคนทำเป็นอาชีพประจำ อีเบย์กับคนไทยในวันนี้ จึงไม่ใช่คนเพิ่งรู้จัก แต่กลายเป็นเพื่อนที่สนิทชิดเชื้อกันมากขึ้นทุกวัน

"คนที่คิดจะทำการค้าขายบนอีเบย์ได้ต้องอดทน ไม่ใช่ลองนำสินค้าขึ้นมาโพสต์ขายแล้ว ขายไม่ได้ก็เลิก แม้ว่าวันนี้ของที่คุณขายอาจยังไม่โดนใจ ก็อย่าเพิ่งท้อ ต้องคิดหาวิธีการที่จะทำให้สินค้าเราเตะตาผู้ซื้อ วันนี้สินค้าของคุณอาจจะยังไม่โดนใจ แต่สักวันมันก็จะโดนใจคนซื้อได้เอง ประสบการณ์จะสอนเราเองว่า ต้องวางสินค้าแบบไหน แนวไหน คนซื้อถึงโดนใจสินค้านั้นได้ง่าย"

คำแนะนำของ "ณภัทร จรรยาประเสริฐ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมกะบาท จำกัด หญิงเก่งที่เริ่มขายของบนอีเบย์เมื่อ 7 ปีก่อน ด้วยรองเท้าเก่าๆ 1 คู่

ณภัทร เล่าว่า ครั้งแรกที่ขายของบนอีเบย์ ได้ลองนำรองเท้าคู่หนึ่งผ่านการซ่อมแซมมาแล้ว โพสต์ขาย ช่วงแรกไม่มีคนสนใจ โพสต์อยู่นานพอสมควร แต่ในท้ายที่สุดก็มีต่างชาติประมูลซื้อรองเท้าคู่นี้ไปด้วยราคาที่เธอไม่ยอม บอกว่าเท่าไหร่

"เคยรู้จักอยู่คนหนึ่ง เขาคิดโปรดักท์เอง และก็ขายเองอยู่ที่ตลาดจตุจักร เขานำโปรดักท์ที่ขายอยู่มาโพสต์ขายบนอีเบย์ เชื่อไหมว่า แค่ระยะเวลาไม่นานสามารถสร้างรายได้เดือนละเป็นแสนบาท นี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่กำลังจะบอกว่า คนที่จะขายของบนอีเบย์ นอกจากต้องอดทน ใจเย็นๆ แล้ว บางครั้งมันขึ้นอยู่ที่จังหวะ ขึ้นอยู่ที่ดวงด้วยเหมือนกัน"

ณภัทรยังเล่าถึงบริษัทเมกะบาท ว่า เป็นบริษัทพันธมิตรกับ "อีเบย์" โดยได้เปิดคอร์สฝึกอบรมหลักสูตรการขายบนอีเบย์ ตั้งแต่บทเริ่มต้น ณ วันนี้ ผู้เรียนในคลาสต่างๆ รวมถึงผู้ที่เรียนจบมีมากกว่า 5,000 คน

"จากที่เราเปิดคลาสสอน ทำให้รู้ว่าคนไทยสนใจที่จะขายของบนอีเบย์เพิ่มขึ้นทุกปี หลายคนอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ก็มาเริ่มที่เวบอีเบย์ ที่ผ่านมาคนไทยที่ค้าขายบนนี้ มีทั้งเปิดร้าน และขายของเป็นชิ้นๆ ถามว่าคนไทยนิยมแบบไหนมากกว่ากัน ต้องบอกว่า ส่วนใหญ่ก็จะมีทั้งเปิดเป็นร้าน และประมูลเป็นรายการ ซึ่งมันเริ่มมาจากโพสต์ขายเป็นชิ้น หากมีคนสนใจซื้อกันมาก ผู้ขายก็อาจตัดสินใจเปิดเป็นร้าน แต่ข้อแตกต่างจะอยู่ที่ หากเปิดเป็นร้านของที่ขายจะมีราคาตายตัว ที่ถูกกำหนดโดยผู้ขาย แต่หากขายเป็นชิ้น ราคาจะถูกประมูลไปจนถึงสุด ที่ไม่มีใครประมูลแข่งแล้ว มันก็มีจุดดี จุดเด่นต่างกัน" ณภัทร เล่า

ก่อนหน้านี้ มีสถิติที่เปิดเผยโดย "อีเบย์" บอกว่า สินค้าจากไทยที่ซื้อขายบนอีเบย์มากสุด คือ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อัญมณี นาฬิกา และเครื่องกีฬา ซึ่งทุกๆ 27 วินาที พ่อค้าไทยบนอีเบย์ สามารถขายสินค้าประเภทอัญมณีและนาฬิกาได้หนึ่งชิ้น และทุก 56 วินาที ก็จะสามารถขายเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายได้

แต่เมื่อถาม "ณภัทร" เธอกลับบอกว่า อะไรก็ขายได้บนอีเบย์ แต่ต้องไม่เป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย

"ถามว่า สินค้าอะไรที่น่าจะขายได้ดีบนอีเบย์ จริงๆ มันไม่มีทิปอะไร ทุกอย่างขายได้ แต่มันอยู่ที่ดวง อยู่ที่จังหวะ ที่สำคัญหากคิดจะทำแล้วต้องทำทันที อย่าผัดวันประกันพรุ่ง อะไรที่มันง่ายๆ ลงทะเบียนไว้เลย สมัคร PayPal (ธนาคารกลางออนไลน์) ไว้ให้เรียบร้อย แล้วก็เริ่มหาของมาขาย"

เธอบอกว่า สิ่งหนึ่งที่น่าจะเรียกว่าเป็น "เคล็ดลับ" ในการขายของบนอีเบย์ น่าจะอยู่ที่การบอกรายละเอียดของสินค้าให้ชัดเจนและดึงดูดใจ แค่ราคาขายคงไม่พอ

"เคล็ดลับอันหนึ่งที่เราเรียนรู้มา เมื่อโพสต์ขายสินค้าแล้ว ต้องเขียนชื่อสินค้าให้ดี ให้โดน ต้องบอกรายละเอียดของสินค้าให้น่าสนใจ เหมือนเอาใจเขามาใส่ใจเรา เวลาเราเป็นคนซื้อสินค้า ก็อยากจะรู้จักสินค้านั้นให้ได้มากที่สุด อย่างเช่นขายเสื้อยืด ก็ไม่ใช่บอกแค่ราคาเท่าไหร่ ไซส์อะไร ยกตัวอย่างก่อนหน้านี้มีคนโพสต์ขายเสื้อยืด เหมา เจ๋อตุง เขาได้เขียนรายละเอียดประมาณเล่าเลยว่า เหมา เจอตุง ที่อยู่บนเสื้อยืด มีที่มาอย่างไร คนก็สนใจเขามาขอประมูลกันยกใหญ่ คือ ของทุกชิ้นมันต้องมีที่มาที่ไป ดังนั้นรายละเอียดของสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะบอกว่าเป็นเคล็ดลับการขายก็ได้"

ปัจจุบัน มีผู้ขายสินค้าบนอีเบย์จากประเทศไทย ระหว่างสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม มีสินค้าที่ขายในอีเบย์จากประเทศไทย จำนวน 96,577 รายการ สำหรับสินค้าที่มาวางขายกันบนอีเบย์ 3 รายการที่มากที่สุด ได้แก่ หมวดอัญมณี เสื้อผ้า และเครื่องกีฬา

โดยเชื่อว่าปีนี้จะมีผู้เข้ามาขายสินค้าในอีเบย์เพิ่มขึ้น เพราะตลาดเติบโตตามผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และพฤติกรรมของผู้ซื้อและผู้ขายที่นิยมการค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลจาก http://www.bangkokbizweek.com/20070103/ibiz/index.php?news=column_22563560.html

Comments

comments

%d bloggers like this: