ล่วงรู้ความลับฟ้าดิน – Terapeak สุดยอดโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดอีเบย์

สินค้าที่คุณคิดจะขายมีราคาขายเฉลี่ยบนอีเบย์เท่าไร?
สินค้าชิ้นนั้นมีโอกาสสร้างรายได้ให้คุณได้วันละเท่าไร?
Listing Upgrades แบบใดที่เพิ่มโอกาสการขายได้มากที่สุด?
ช่วงเวลาใดที่สินค้าขายดีที่สุด?
มีคู่แข่งที่ขายสินค้าประเภทเดียวกันอยู่กี่ราย?
และข้อมูลวิเคราะห์ตลาดอีเบย์อื่นๆ อีกมาก

พบกับสุดยอดบทความรีวิวสุดยอดโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด Terapeak แบบเต็มอิ่ม 5 หน้าได้ที่นี่ครับ!

เมื่อผมมีโอกาสได้พูดเรื่องอีเบย์ออกสู่สาธารณชน ไม่ว่าจะเป็นการพูดทางวิทยุหรือพูดในงานสัมมนา บ่อยครั้งที่ผมจะชี้ให้เห็นว่าการขายสินค้าบนอีเบย์นั้นไม่มี barrier ที่ป้องกันคู่แข่งรายใหม่เข้ามาขายแข่ง คนมาทีหลังมักจะลอกเลียนแบบและทำให้ดีกว่าผู้ขายรายเดิม ทำให้เกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรง (hyper competition) แต่สิ่งเดียวที่จะทำให้อยู่รอดได้คือกลยุทธ์การขาย เนื่องจากเป็นเรื่องยากที่จะลอกเลียนแบบกลยุทธ์กันได้ การที่จะวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมได้จะต้องใช้ข้อมูลการตลาดที่เป็นจริง ผู้ขายที่มีข้อมูลเหนือกว่าคู่แข่งย่อมมีกำไรที่สูงกว่า

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าถ้าคุณอยากทำธุรกิจอีเบย์ให้มีกำไรอย่างยั่งยืน คุณควรใช้ข้อมูลการตลาดอย่าง Terapeak ครับ

 ความสามารถพื้นฐานของ Terapeak

เมื่อคุณ login เข้าสู่ Terapeak คุณจะพบความสามารถพื้นฐาน 3 อย่างของ Terapeak อยู่ในแถบสีน้ำเงินด้านบน ความสามารถทั้งหมดประกอบด้วย Browse Categories, Search Listings และ Hot List

 

Browse Categories เป็นการดูข้อมูลการตลาดตาม categories ของอีเบย์

Search Listings จะแสดงข้อมูลการตลาดเฉพาะสินค้าที่คุณค้นหาเท่านั้น ทำให้คุณสามารถเจาะจงลงไปที่สินค้าที่คุณสนใจได้

Hot List แสดง categories ที่กำลังเป็นที่นิยม โดยเรียงลำดับตาม Success Rate

Browse Categories

เมื่อคลิกที่ Browse Categories จะพบ categories จำนวนมากให้คุณคลิกเลือกได้

ใ นที่นี้ผมจะเลือก Jewelry & Watches > Loose Diamonds & Gemstones > Gemstones ซึ่งเป็น categories ที่มีคนไทยขายสินค้าอยู่จำนวนมากที่สุด

 

ข้อมูลวิเคราะห์ในกลุ่ม Gemstones

คลิกเพื่อดูภาพขยาย

ท ี่ไอคอนด้านบนซ้าย จะมีรูปแบบการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด 5 แบบ คือ Report, Listings, Sellers, Trends และ Features ซึ่งผมจะอธิบายรายละเอียดการวิเคราะห์แต่ละแบบต่อไป ส่วนไอคอนด้านขวามือคือ Export และ Help ครับ

Image

ในหน้าวิเคราห์ทั้ง 5 แบบ จะมีสิ่งที่เหมือนกันคือ Research Period และ Calendar

Research Period จะช่วยให้คุณสามารถระบุได้ว่าคุณต้องการดูข้อมูลการตลาดในช่วงกี่วัน ซึ่งมีให้เลือกแบบ 1 วัน 7 วัน และ 30 วัน

Image

แ บบ 1 วันเหมาะที่จะใช้วิเคราะห์ข้อมูลเป็นรายวัน เช่น คุณอาจจะสงสัยว่าวันอาทิตย์กับวันจันทร์ วันไหนที่ขายดีกว่ากัน หรือในวันขอบคุณพระเจ้าขายดีกว่าวันอื่นๆ หรือไม่

ข้อมูลแบบ 7 วันจะช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์สภาพตลาดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลนี้จะแม่นยำกว่าข้อมูล 1 วัน เนื่องจากข้อมูล 7 วันเป็นการเฉลี่ยข้อมูลทั้ง 7 วัน ทำให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนสภาพความเป็นจริงมากกว่า

และสุดท้ายคือข้อมูล แบบ 30 วัน เหมาะที่จะใช้วิเคราะห์ข้อมูลในช่วงที่มีเทศกาลยาวๆ เช่น เดือนธันวาคมที่มีวันหยุดยาว ส่งผลให้มีการจับจ่ายมากขึ้นหรือน้อยลงอย่างไร

ส ่วน Calendar จะช่วยให้คุณเลือกได้ว่าต้องการดูข้อมูลของช่วงวันที่เท่าไร จากรูปด้านล่าง ผมกำลังดูข้อมูลของวันที่ 2 – 8 February 2006 (พื้นหลังเป็นสีฟ้า)

Image

Report

ในหน้าข้อมูล Report นี้ เป็นหน้าที่สำคัญที่สุดครับ มีข้อมูลสำคัญๆ อยู่เป็นจำนวนมาก

Key Ratios

ข ้อมูลในส่วน Key Ratios นี้ จะบอกถึงจำนวนการประมูลเฉลี่ยต่อสินค้าหนึ่งลิสต์ จำนวนลิสต์ต่อผู้ขายหนึ่งคน รายได้เฉลี่ยต่อวันของผู้ขายหนึ่งคน และจำนวนการประมูลต่อผู้ขายหนึ่งคน

Key Ratios

Bids Per Listing บ่งบอกจำนวนการประมูลเฉลี่ยต่อสินค้าหนึ่งลิสต์ โดยนับรวมทั้งลิสต์ที่ถูกประมูล (ขายได้) และลิสต์ที่ไม่มีใครประมูล (ขายไม่ออก)

Bids Per Successful Listing คล้ายๆ กับ Bids Per Listing แตกต่างกันที่ Bids Per Successful Listing จะนับเฉพาะลิสต์ที่ขายได้ เช่น 4.52 หมายถึง ลิสต์ที่มีผู้ประมูลไปหนึ่งลิสต์ โดยเฉลี่ยแล้วจะมีผู้เข้ามาประมูล 4.52 ครั้ง หรือถ้ามีลิสต์ที่มีการประมูล 100 ลิสต์ ทั้งหมดนี้จะมีการประมูลเกิดขึ้น 452 ครั้ง ตัวเลขนี้เหมาะที่จะใช้วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนการประมูลของคุณเองว่ามากกว่าหร ือน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด ถ้าน้อยกว่า อาจเป็นเพราะว่าคุณตั้งราคาสูงกว่าตลาด หรือลิสต์ของคุณยังไม่ดึงดูดพอให้มีคนเข้ามาประมูล

Listings Per Seller บอกจำนวนลิสต์ที่ผู้ขายหนึ่งคนทำการลิสต์ในหนึ่งวัน 11.52 หมายถึง ผู้ขายหนึ่งคนเฉลี่ยแล้วจะลิสต์สินค้าวันละ 11.52 ลิสต์

Successful Listings Per Seller บอกจำนวนลิสต์ที่ขายได้ของผู้ขายหนึ่งคนในหนึ่งวัน 6.40 หมายถึง ผู้ขายหนึ่งคนมีโอกาสขายสินค้าได้วันละ 6.40 ลิสต์

Success Rate ข้อมูลนี้ไม่ได้แสดงใน Key Ratios แต่เกิดจากการคำนวณเพิ่มเติมขึ้นมาครับ ด้วยการนำ Successful Listings Per Seller หารด้วย Listings Per Seller จะทำให้เราทราบ Success Rate ของสินค้าชนิดนั้นๆ เป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น 6.40 / 11.52 = 55.55% หมายถึง ถ้ามีการลิสต์สินค้า 100 ลิสต์ จะมี 55.55 ลิสต์ที่สามารถขายได้ ข้อมูลตัวนี้จะช่วยให้คุณประมาณการต้นทุนค่า Insertion Fee ได้แม่นยำขึ้น ปกติถ้าคุณตั้งราคาเริ่มต้นที่ $0.99 คุณจะต้องเสียค่า Insertion Fee $0.25 แต่นั่นไม่ได้แปลว่าต้นทุนค่า Insertion Fee ต่อลิสต์ที่ขายได้มีเพียง $0.25 นะครับ เพราะคุณต้องคำนวณ Insertion Fee ของลิสต์ที่ขายไม่ได้แต่คุณก็ต้องจ่ายเข้ามาด้วย ถ้า Success Rate 50% แปลว่าครึ่งหนึ่งขายได้ อีกครึ่งขายไม่ได้ ต้นทุน Insertion Fee จึงควรเป็น $0.50 มากกว่า $0.25 ครับ และยิ่งถ้าสินค้าที่คุณขายมี Success Rate ต่ำลง เช่น 33% หมายถึงขายได้หนึ่ง แต่อีกสองขายไม่ได้ แบบนี้ต้นทุน Insertion Fee จะต้องเป็น $0.75 ครับ

Revenue Per Seller หรือยอดขายเฉลี่ยในหนึ่งวันต่อผู้ขายหนึ่งคน $160.78 หมายถึงผู้ขายหนึ่งคนจะมีรายได้วันละ $160.78 หรือวันละประมาณ 6,400 บาท ดูเหมือนจะน่าสนใจนะครับ

Average Selling Price ข้อมูลนี้ไม่มีใน Key Ratios แต่เกิดจากการคำนวณเพิ่มเติมอีกเช่นกัน คำนวณโดยนำ Revenue Per Seller หารด้วย Successful Listings Per Seller เช่น $160.78 / 6.40 = $25.12 หมายถึงสินค้าหนึ่งชิ้นสามารถขายได้ที่ราคา $25.12 ในตัวอย่างนี้คือ Gemstones ถ้าคุณหาแหล่งส่งพลอยเม็ดธรรมดาๆ ที่ราคาต่ำกว่า $25.12 ไม่ได้ คุณอย่าขายพลอยจะดีกว่าครับ นอกจากว่าคุณสามารถหาพลอยคุณภาพสูงกว่าที่ตลาดขายกันได้ ซึ่งจะมีโอกาสขายได้ราคาสูงกว่าพลอยทั่วไป

Bids Per Seller ข้อมูลนี้บ่งบอกถึงจำนวนการประมูลต่อผู้ขายหนึ่งคน ผมยังนึกไม่ออกว่านำมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างครับ

Listing Promotions

เ ป็นข้อมูลที่บอกว่าสินค้าประเภทนั้นๆ มีการใช้ Listing Upgrades แบบไหนมากน้อยเท่าไร (Used) และการใช้ Listing Upgrades นั้นๆ ช่วยให้ลิสต์นั้นขายได้กี่เปอร์เซ็นต์ (Sold %)

Listing Promotions

จ ากตัวอย่าง จะเห็นได้ว่ามีการใช้ Gallery สูงถึง 86.55% เนื่องจากการขายพลอยจะต้องแสดงรูปพลอยให้ผู้ประมูลเห็นก่อนเพื่อดึงดูดความส นใจให้คลิกเข้ามาดูรายละเอียด โดยมีโอกาสขายได้ 59.12% ซึ่งสูงกว่า Success Rate ที่คำนวณก่อนหน้านี้เพียงเล็กน้อย แปลว่าการใช้ Gallery ในกลุ่มสินค้า Gemstones ไม่ได้เป็นนัยยะสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้มากนัก แต่จะไม่ใช้ก็ไม่ได้ เพราะทั้งตลาดใช้กันสูงถึง 86.55% ถ้าคุณไม่ใช้ โอกาสที่จะขายได้อาจจะน้อยลงมาก

Listing Upgrades ที่ถูกใช้มากรองจาก Gallery คือ Scheduled หรือการตั้งเวลาลิสต์สินค้า มีการใช้งาน 23.70% วิเคราะห์ได้ว่ากลุ่ม Gemstones มีการแข่งขันกันสูงมาก มีการลิสต์สินค้าแบบปูพรม อาจจะทุกๆ 10 นาที ซึ่งผู้ขายคงไม่มานั่งลิสต์เองทุก 10 นาที แต่ใช้วิธีตั้งเวลาให้อีเบย์ช่วยลิสต์ให้เอง

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกตัวห นึ่งคือ Gift Icon ซึ่งมีการใช้น้อย แต่กลับมี Success Rate สูงถึง 81.39% น่าจะเป็นเพราะว่า Gemstones เป็นสินค้าที่มีผู้ซื้อจำนวนหนึ่งต้องการซื้อให้เป็นของขวัญแก่คนรู้จัก และช่วงนี้เป็นช่วงก่อนวาเลนไทน์ด้วย ทำให้ผู้ขายที่ใช้ Gift Icon มีโอกาสขายสินค้าได้เพิ่มขึ้น

Pricing

ข ้อมูลนี้บ่งบอกถึงกลยุทธ์การตั้งราคาเริ่มต้น จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่ตั้งราคาเริ่มต้นที่ $0.99 เนื่องจากผู้ขายในกลุ่ม Gemstones ต้องการเสียค่า Insertion Fee ต่ำสุด และต้องการปล่อยให้กลไกตลาดเป็นผู้ประเมินราคาพลอยว่าควรจะเป็นเท่าไร

Pricing

ราคาสูงสุดคือ $13,554.00 สงสัยคงจะเป็นสุดยอดพลอยยักษ์หาได้ยากแน่ๆ

Price Ranges

ข ้อมูลนี้จะดูได้เฉพาะแบบ 1 วัน เป็นการดูว่าในแต่ละวัน สินค้าส่วนใหญ่ถูกขายได้ที่ราคาเท่าไร ในที่นี้จะเห็นได้ว่ากราฟสีแดงคือราคาระหว่าง $0 – $27 ถูกขายได้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ของลิสต์ทั้งหมด

Price Ranges

Sub-Category Revenue & Seller Breakdown

ข้อมูลบ่งบอกถึงกลุ่มย่อยใน Gemstones ที่มียอดขายมากที่สุด และกลุ่มย่อยที่มีผู้ขายอยู่มากที่สุด

Sub-Category Revenue & Seller Breakdown

จ ากรูป จะเห็นได้ว่าถ้าไม่นับ All Others แล้ว Other Gemstones และ Sapphire เป็นกลุ่มย่อยที่มียอดขายสูงสุดและมีผู้ขายมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งและสองต ามลำดับ ขณะที่ Tanzanite มียอดขายสูงเป็นอันดับสามคือ 12% ของยอดขายทั้งหมดในกลุ่ม Gemstones แต่กลับไม่มีจำนวนผู้ขายติดใน Top 6 เลย แสดงว่า Tanzanite เป็นสินค้าขายที่มียอดขายสูงแต่ไม่ค่อยมีคนขายครับ

Successful Listing Duration Lengths

ก ราฟสีน้ำเงินแสดงให้เห็นว่าผู้ขายส่วนใหญ่นิยมลิสต์สินค้าให้จบประมูลภายในก ี่วัน ซึ่งการลิสต์แบบ 7 วันมีความนิยมสูงเกือบ 80% ขณะที่กราฟสีแดงแสดงให้เห็นปริมาณลิสต์ที่ขายได้ โดยการลิสต์แบบ 7 วัน มีโอกาสขายได้ 60%

Successful Listing Duration Lengths

Listing Type Usage VS Success Rate

ข้อมูลบ่งบอกถึงปริมาณการขายผ่านช่องทางต่างๆ และโอกาสในการขายได้ โดยมีช่องทางทั้งหมด 5 ช่องทางคือ

Bid Auctions การลิสต์แบบประมูลตามปกติ ในที่นี้มีการขายด้วยช่องทางนี้สูงถึง 79.31% และสามารถขายได้ 61.52%

Multiple Item การขายแบบมีสินค้าหลายชิ้นภายในลิสต์เดียว มีผู้ใช้เพียง 1.84% เนื่องจากสินค้าประเภท Gemstones อาจจะหาสินค้าที่เหมือนกันสองชิ้นได้ยาก

Fixed Price การขายแบบตั้งราคาขายตายตัวไว้ ผู้ซื้อสามารถซื้อได้เลยโดยไม่ต้องประมูล มีผู้ใช้เพียง 2.14% เนื่องจากตลาด Gemstones แข่งกันที่ราคาสูงมาก การตั้งราคาขายตายตัวไว้อาจทำให้ขายได้ยากกว่าการตั้งขายแบบประมูล

eBay Store การขายผ่าน Store ของอีเบย์ มีการใช้งาน 11.30% และมีโอกาสขายได้ถึง 37.14% ซึ่งสูงมากสำหรับการขายผ่านช่องทางนี้ อาจจะเป็นเพราะว่ามีผู้ขายหลายคนที่ใช้วิธีลิสต์สินค้าบางส่วนแบบ Bid Auctions เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามาดูในลิสต์ แล้วในลิสต์มีลิงค์เชื่อมโยงไปที่ Store ที่มีจำนวนสินค้าให้เลือกมากกว่า

Second Chance การขายให้กับผู้ประมูลที่ไม่ใช่ผู้เสนอราคาสูงสุด ในที่นี้มีการใช้งานเพียง 0.87% เหตุผลหนึ่งคือผู้ขายอาจไม่มีสินค้าที่เหมือนกันสองชิ้น อีกเหตุผลอาจเป็นเพราะราคาประมูลของผู้เสนอราคาเป็นอันดับสองอาจไม่สูงพอ

Hourly Analysis

ข ้อมูลส่วนนี้เป็นข้อมูลที่ตอบคำถามว่าควรจะลิสต์สินค้าในเวลาไหนถึงจะดีที่ส ุดครับ จะเห็นได้ว่าช่วงเวลา 19 นาฬิกา PST (Pacific Standard Time – เวลาของสำนักงานอีเบย์ในอเมริกา) มีผู้ลิสต์สินค้ามากที่สุด โดยสังเกตได้จากแท่งกราฟสีเทา รองลงมาคือ 18 นาฬิกา และ 20 นาฬิกา ขณะที่แท่งกราฟสีฟ้าแสดงถึงโอกาสในการขายได้

ท ี่ผมอยากให้สังเกตคือช่วงเวลา 10 นาฬิกา ซึ่งมีผู้ลิสต์สินค้าไม่มากนัก แต่มีโอกาสขายได้ค่อนข้างสูง ซึ่งถ้าเทียบสัดส่วนของแท่งกราฟสีฟ้าต่อแท่งกราฟสีเทา ช่วง 10 นาฬิกาอาจจะมีสัดส่วนแท่งกราฟสีฟ้าที่มากกว่าช่วง 19 นาฬิกาก็ได้ ผมประเมินด้วยสายตา คิดว่าช่วง 19 นาฬิกา มี Success Rate 60% แต่ช่วง 10 นาฬิกาน่าจะอยู่ที่ 65%

Listings

หน้า Listings เป็นหน้าที่ Terapeak เก็บรวบรวมข้อมูลของลิสต์ต่างๆ บนอีเบย์ที่จบประมูลไปแล้ว โดยมีข้อมูลทั้งรูปภาพสินค้า ชื่อ title ราคาเริ่มต้น ราคาจบประมูล จำนวนประมูล จำนวนสินค้าที่ขายได้ และเวลาจบประมูล โดยมีลิงค์เชื่อมไปยังลิสต์ของจริงบนอีเบย์ด้วย ช่วยให้คุณสามารถดูข้อมูลลิสต์ย้อนหลังที่คุณสนใจได้ และคุณสามารถสั่งให้ Terapeak เรียงลำดับข้อมูลต่างๆ ได้ด้วย ผมเห็นพลอยที่ถูกซื้อไปในราคา 1 เซ็นต์ หรือเพียง 40 สตางค์ด้วยนะครับ

Sellers

ห น้า Sellers เก็บข้อมูลการขายของผู้ขายแต่ละคน ข้อมูลมีทั้งส่วนแบ่งการตลาดของผู้ขายแต่ละคน จำนวนสินค้าที่ขายได้ จำนวนลิสต์ที่มีผู้ประมูล จำนวนลิสต์ทั้งหมด Success Rate และจำนวนประมูล ซึ่งคุณสามารถสั่งให้ Terapeak เรียงลำดับข้อมูลเหล่านี้ได้ มีการสรุป Top 5 Summary ให้ดู

 

Sellers

คลิกเพื่อดูภาพขยาย

จ ากข้อมูลในรูป ผมเรียงลำดับตามผู้ขายที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด จะเห็นได้ว่าผู้ที่อยู่ในอันดับ 1 มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 5.15% แต่มีการขายสินค้าออกไปเพียง 11 ชิ้นเท่านั้น ขณะที่มี Success Rate 45.83% ซึ่งถือว่าไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมากนัก น่าคิดว่าผู้ขายคนนี้คงจะขายพลอยระดับพรีเมี่ยม ขายเพียงไม่กี่ชิ้นก็กลายเป็น Top Rank Sales Marketshare ได้

ขณะที่ ในลำดับที่ 2 มีจำนวนสินค้าถูกขายไป 2,053 ชิ้น จากจำนวนที่ลิสต์ไป 2,292 ชิ้น (เฉลี่ยวันละ 327 ชิ้น)) Success Rate สูงถึง 89.57% มีคนเข้ามาประมูล 8,873 ครั้ง หรือคิดเป็น 4 เท่าของจำนวนสินค้าที่ขายได้ รายนี้ก็ไม่ธรรมดาครับ การที่สามารถขายได้เยอะขนาดนี้ มี Success Rate สูงขนาดนี้ และมีจำนวนครั้งการประมูลมากขนาดนี้ ผู้ขายคนนี้อาจจะใช้กลยุทธ์กำไรต่ำ เน้นโวลุ่มจำนวนมาก ซึ่งผมเดาว่าผู้ขายเป็นคนไทยครับ และคงจะทำธุรกิจพลอยเป็นหลักอยู่แล้ว ถึงได้มีสินค้าจำนวนมากมาขายได้ ลองคิดเล่นๆ ว่าต้องลิสต์สินค้าวันละ 327 ชิ้น แปลว่าต้องถ่ายรูปพลอยวันละ 327 รูป ถ้าทำงานวันละ 8 ชั่วโมง จะต้องถ่ายรูปให้ได้ 41 รูปต่อชั่วโมง นี่ยังไม่นับตกแต่งรูปและเขียนรายละเอียดสินค้า ทั้งหมดจะต้องใช้คนทำงานกี่คนกันเนี่ย?

ข้อมูล Sellers ของ Terapeak ยังมีข้อด้อยอยู่ คือไม่มีการเปิดเผยว่าผู้ขายแต่ละคนเป็นใคร ทั้งนี้เพื่อรักษาความลับทางธุรกิจครับ

Trends

ข ้อมูล Trends เป็นข้อมูลที่ใช้สำหรับดูแนวโน้มธุรกิจในรูปแบบกราฟ ซึ่งเราสามารถดูได้ทั้งข้อมูลยอดขายรวม จำนวนลิสต์ จำนวนลิสต์ที่มีการประมูล Success Rate จำนวนครั้งประมูลทั้งหมด ราคาขายเฉลี่ย ประเภทของการลิสต์ จำนวนลิสต์ต่อผู้ขายหนึ่งคน และจำนวนครั้งประมูลต่อหนึ่งลิสต์ โดยเราสามารถดูตามสเกลเวลาต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะดูในรอบปี รอบ 6 เดือน รอบ 3 เดือน หรือรอบ 1 เดือน และยังสามารถพล็อตกราฟเปรียบเทียบกับสินค้ากลุ่มย่อยภายใน category นั้นๆ ได้ด้วย

 

Trends

คลิกเพื่อดูภาพขยาย

จ ากรูปที่เห็น สังเกตได้ว่าแนวโน้มยอดขาย Gemstones ค่อนข้างนิ่งมาตลอด ไม่มีการเติบโตนัก แต่เริ่มมียอดขายเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือนพฤศจิกายนถึงครึ่งเด ือนแรกของเดือนธันวาคม อาจจะเป็นเพราะว่ามีการซื้อเพื่อเป็นของขวัญคริสต์มาส พอถึงครึ่งเดือนธันวาคม ยอดขายก็ตกลงทันที น่าจะเกิดจากการที่ผู้คนเริ่มหยุดงาน หยุดซื้อของทางอินเทอร์เน็ต ออกไปซื้อของจากร้านค้าในโลกจริงที่มีโปรโมชั่นลดราคาเพื่อล้างสต็อก พอถึงช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือนมกราคม ยอดขายก็วิ่งสูงขึ้นไปอีก น่าจะเป็นเพราะใกล้ถึงเทศกาลวาเลนไทน์ครับ

Features

Features จะบ่งบอกถึงข้อมูลการใช้ Listing Upgrades รูปแบบต่างๆ ว่ามีการใช้งานมากน้อยแค่ไหน และมี Success Rate เท่าไร

ผ มได้ลองเลือก Bold และ Gallery ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในกลุ่ม Gemstones มีผู้ใช้ Gallery อย่างเดียว 69,833 ลิสต์ ซึ่งมี Success Rate 59.17% แต่มีผู้ใช้ Bold อย่างเดียวเพียง 5 ลิสต์ และมี Success Rate ที่ต่ำมากเพียง 20.00% ขณะที่มีผู้ใช้ทั้ง Bold และ Gallery 559 ลิสต์ มี Success Rate สูงถึง 73.70%

Export

ExportTerapeak มีไอคอน Export อยู่ที่มุมบนขวา คุณสามารถคลิกเพื่อดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดเป็นไฟล์ Excel ได้ สามารถนำข้อมูลนี้มาพล็อตเป็นกราฟได้ตามที่คุณต้องการ หรือนำมาคำนวณหาค่าต่างๆ เพิ่มเติมได้ หรือจะเก็บไว้เป็นสถิติเพื่อใช้อ้างอิงในอนาคตก็ได้ครับ

Search Listings

เห็นความสามารถด้าน Browse Categories ไปแล้ว สุดยอดใช่ไหมครับ แต่ยังเหลืออีกสองความสามารถที่ผมต้องกล่าวถึง จะขออธิบายความสามารถ Search Listings ก่อนครับ

Search Listings จะช่วยให้คุณค้นหาเฉพาะลิสต์ที่มีคุณสมบัติตามที่คุณระบุ คุณสามารถระบุคุณสมบัติต่างๆ ได้ดังนี้

 

Search Listings ระบุคีย์เวิร์ดที่คุณต้องการให้มีหรือไม่มีใน title และระบุ category ของลิสต์

Jump to กำหนดว่าให้แสดงผลลัพธ์ใด เลือกได้ทั้งแบบ Research Report, Closed Listings, Top Sellers และ Search Trends ซึ่งคล้ายๆ กับข้อมูลใน Browse Categories ที่ผมได้กล่าวไปแล้วครับ

Date ระบุวันที่ลิสต์จบประมูล

Date Range ระบุว่าต้องการดูข้อมูลในช่วงวันแบบใด มีทั้งแบบ 1 วัน ที่จะแสดงข้อมูลเฉพาะวันที่คุณระบุไว้ในช่อง Date แบบ 7 วัน แสดงข้อมูลก่อนหน้าวันที่ระบุไว้ภายใน 7 วัน และแบบ 30 วัน

Price Range สามารถระบุราคาปิดประมูลหรือราคาเริ่มต้นประมูลได้

Listing Duration ระบุลิสต์ที่ตั้งประมูลไว้ในแบบ 1 วัน 3 วัน 5 วัน 7 วัน หรือ 10 วัน

Listing Types ระบุว่าต้องการเลือกลิสต์ที่ถูกขายด้วยวิธีใด

Listing Promotion เลือกเฉพาะลิสต์ที่ใช้ Listing Upgrades ที่ระบุไว้

ในที่นี้ผมลองใส่คีย์เวิร์ดว่า Thailand และเลือก Date Range เป็น 7 Days

 

ผ ลลัพธ์ที่ได้ ประกอบด้วยตัวเลขจำนวนมาก แต่คล้ายคลึงกับตัวเลขในหน้า Report ของ Browse Categories ครับ แต่มีตัวเลขพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาและแสดงอยู่ด้านบนก็คือ

Total Sales แสดงยอดขายรวมทั้งหมด ในที่นี้จะเห็นได้ว่าสินค้าที่มีคำว่า Thailand อยู่ใน title มียอดขายรวมทั้งสิ้น $27,492 หรือประมาณหนึ่งล้านบาทเศษๆ ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว

Average Sold Price (ASP) แสดงราคาขายเฉลี่ย ในหน้า Browse Categories เราต้องคำนวณหาเอง แต่ใน Search Listings ไม่ต้องคำนวณครับ Terapeak จะคำนวณให้

Total Listings ก็คือจำนวนลิสต์ทั้งหมด

Total Bids คือจำนวนการประมูลทั้งหมด

Sell-Through หรือที่ผมเรียกว่า Success Rate หรือ Conversion Rate คืออัตราความสำเร็จในการขายสินค้า ในที่นี้ 37.22% แปลว่าในรอบหนึ่งสัปดาห์ สินค้าที่มีคำว่า Thailand 100 ชิ้น จะขายได้ 37.22 ชิ้น

ส่วนข้อมูลอื่นๆ คิดว่าน่าจะคุ้นเคยกันแล้วจาก Browse Categories ครับ

ค ุณสามารถคลิกที่ไอคอน Listings, Sellers หรือ Trends เพื่อดูข้อมูลในรูปแบบอื่นๆ คล้ายกับที่เห็นใน Browse Categories ครับ และสามารถคลิกไอคอน Export เพื่อโหลดข้อมูลออกมาเป็นไฟล์ Excel ได้เช่นกัน

Favoriteใ น Search Listings จะมีความสามารถพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง คือไอคอน Favorite ที่มุมบนขวา คุณสามารถคลิกที่ปุ่มนี้เพื่อเก็บผลลัพธ์การค้นหาเอาไว้ และสามารถเปิดดูในภายหลังได้

Hot List

ความสามารถสุดท้ายของ Terapeak คือ Hot List หรือกลุ่มสินค้าที่กำลังร้อนแรง โดย Terapeak จะแสดงรายชื่อ categories เรียงลำดับตาม Success Rate จากมากไปน้อย เพื่อดูว่ากลุ่มสินค้าใดที่ขายง่ายที่สุด

น อกจากนี้ คุณสามารถเรียงลำดับตาม Sales Rank และ Status ได้ โดย Sales Rank หมายถึงยอดขายที่เป็นตัวเงิน และ Status คือจำนวนการประมูลในกลุ่มนั้นๆ ซึ่ง Terapeak ได้จัดไว้ 3 ระดับ คือ Hot, Very Hot และ Super Hot

น อกจากการดูว่ากลุ่มสินค้าใดร้อนแรงแล้ว คุณยังสามารถเจาะลึกลงไปในกลุ่มดีวีดี เกมส์ หนังสือ และเพลงได้ด้วย เพื่อดูว่าหนังเรื่องใดกำลังร้อนแรง หรือเพลงอะไรกำลังเป็นที่นิยม

สมัครใช้ Terapeak

อ่านมาถึงตรงนี้ ผมเชื่อว่าคุณอาจจะเริ่มรู้สึกอยากลองใช้งาน Terapeak ดูแล้วใช่ไหมครับ

ล องนึกถึงความรู้สึกที่คุณได้รู้ข้อมูลเชิงลึกของสินค้าบนอีเบย์ ได้รู้ในสิ่งที่ผู้ขายทั่วไปไม่รู้ ได้รู้ว่าสินค้าใดจะขายดีในช่วงใดบ้างเพื่อคุณจะได้เตรียมนำมาขายได้ทัน และได้รู้ว่ายังมีสินค้าอีกจำนวนมากที่ขายบนอีเบย์ในราคาที่สูงมาก ในขณะที่คุณสามารถหาซื้อสินค้าเหล่านั้นในไทยได้ในราคาเพียงไม่กี่บาท

ค วามรู้และข้อมูลเหล่านี้ไม่ฟรีครับ คุณจะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อมันมา แต่ที่น่าตกใจคือ Terapeak ขายข้อมูลเหล่านี้ให้คุณในราคาที่ถูกมากๆ เพียงเดือนละ $16.95 เท่านั้น หรือคิดเป็นเงินบาทที่ค่าเงิน $1/฿40 เพียง 678 บาท

เงินจำนวนนี้ บางคนสามารถใช้ให้หมดได้ในร้านอาหารหรู โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

แต่เงินจำนวนนี้จะช่วยให้คุณสามารถสร้างกำไรกลับคืนมาได้หลายสิบ หลายร้อย หรือหลายพันเท่าเลยครับ

ถ ้าคุณคิดจะเอาดีด้านการขายสินค้าบนอีเบย์ ถ้าคุณตั้งเป้าหมายว่า 1 ปีต่อจากนี้ คุณจะมีกำไรจากการขายของให้ได้มากกว่ารายได้ในปัจจุบันของคุณ ผมแนะนำให้คุณสมัครสมาชิกแบบ 1 ปีครับ เพราะ Terapeak จะให้ส่วนลดแก่คุณ จาก $203.40 เหลือเพียง $169.50 หรือซื้อ 12 เดือน แต่จ่ายเพียง 10 เดือน

ใ นช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งตัว 1 เหรียญมีราคาไม่ถึง 39 บาท คุณกำลังได้กำไรครับ ถ้าไม่สมัครสมาชิกตอนนี้ อีกสักพักเมื่อค่าเงินอ่อนตัวลง คุณก็ต้องจ่ายแพงขึ้นอีก

การสมัครใช้ Terapeak คุณจะต้องมี PayPal ซึ่งผมเชื่อว่าผู้ที่คิดจะขายของบนอีเบย์จะต้องมีกันอยู่แล้ว และ PayPal นั้นควรจะถูกเซ็ตไว้ให้ดึงเงินจากบัตรเครดิตครับ เพื่อให้ Terapeak สามารถดึงเงินจาก PayPal โดยใช้วิธีตัดผ่านบัตรเครดิตได้

เพียงแค่นี้เองครับที่คุณต้องใช้เพื่อเข้าสู่โลกแห่งสุดยอดข้อมูล ได้ล่วงรู้ความลับที่อีกหลายคนยังไม่เคยรู้มาก่อน

หรือคุณอยากเป็นคนสุดท้ายที่ได้รู้ในสิ่งเหล่านี้?

ข้อมูลจาก http://ebay.macroart.net/ โดย อภิศิลป์ ตรุงกานนท์   

Hot List

คลิกเพื่อดูภาพขยาย
Export to Excel

คลิกเพื่อดูภาพขยาย
Features

คลิกเพื่อดูภาพขยาย
Listings

คลิกเพื่อดูภาพขยาย
Hourly Analysis

คลิกเพื่อดูภาพขยาย
Listing Type Usage VS Success Rate

คลิกเพื่อดูภาพขยาย
Browse Categories

คลิกเพื่อดูภาพขยาย

Comments

comments

%d bloggers like this: