นับ 1-6 กับการเริ่มต้นปรับแต่งเว็บไซต์ E-Commerce ให้น่าซื้อ

 หลายคนที่เริ่มต้นเปิดเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่ๆ อยากให้ลองอ่านตรงนี้ก่อนเลยครับ

1. ปรับปรุงเว็บให้สวยงามพร้อมรับกับการขายก่อน

เพราะ : หน้าตาเว็บที่ดูดี จะทำให้คนมั่นใจการซื้ิอสินค้ามากขึ้น อันนี้สำคัญ

 

2. เพิ่มจำนวนสินค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อย่างต่ำ ต้อง 20-30 รายการ หากสินค้าเราน้อยพยายามทำ Combination or Bundling product (ควบรวมสินค้าเข้าไปครับ)

เพราะ : ยิ่งสินค้าจำนวนเยอะๆ โอกาสที่ Search Engine จะเข้ามาเว็บเราก็มีมากเช่นกัน, และสินค้าจำนวนมากๆ โอกาสที่ลูกค้าจะอยู่ในเว็บเราจะกดดูต่อไปเรื่อยก็มีมากเช่นกันครับ 

 

3. การใส่ข้อมูลสินค้า ต้องใส่ข้อมูลให้มากๆ หน้า ยาวๆ มีขั้นตอนการใส่ที่วางโครงสร้างของข้อมูลเอาไว้ เช่น คำเชิญชวน, ตัวอย่างลูกค้าที่เคยซื้อไป, ทำไมคุณถึงต้องซ้อ

เพราะ : ส่วนใหญ่เจ้าของร้านหลายคนมักเข้าใจว่า ลูกค้าจะเข้าใจข้อมูลสินค้าของตนอยู่แล้ว แต่จริงๆ ผิดเลยครับ เค้าไม่เข้าใจสินค้าคุณเท่าไรหรอก น้อยคนที่จะเข้าใจสินค้าคุณลึกๆ  ดังนั้น คุณต้องเขียนอธิบายให้ครบถ้วน ให้เหมืนอคนที่ไม่เคยเห็นสินค้าคุณมาก่อน อ่านแล้ว "เข้าใจ" อ่านแล้ว "เกิดความต้องการอยากซื้อสินค้าของคุณ"  จริงอยู่ที่การทำลักษณะนี้ มันต้อง "ใช้เวลาค่อนข้างมาก" ในการเตรียมข้อมูล และทำให้กับสินค้าแต่ละชิ้น "แต่หากคุณไม่ทำ โอกาสการขายของคุณก็จะน้อยลงเช่นกันครับ" ลองคิดดู หากคุณอยากจะซื้อสินค้าซักชิ้นจากเว็บไซต์เว็บนึง คุณเองก็ต้องอ่านข้อมูลสินค้านั้นๆ ให้เข้าใจและครบถ้วนก่อนใช้ไหมครับ ยกเว้นเสียแต่คุณรู้จักสินค้านั้นดีมาก่อนแล้ว ซึ่งมีน้อยมากครับ ลูกค้าที่เป็นลักษณะนั้น

และควรสอดแทรก keyword ของ สินค้าเข้าไปครับ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pawoot.com/article/search-engine-marketing/497

 

4. ภาพสินค้าใส่ภาพเยอะๆ หลายๆ มุม เปรียบเทียบขนาดสินค้า มีคนเข้าไปร่วมกับสินค้าด้วย

เพราะ : ส่วนใหญ่หลายเว็บไซต์ชอบใส่ภาพสินค้าภาพเดียว ภาพจะช่วยกระตุ้นให้คนเข้าใจสินค้าของคุณมากขึ้น ยิ่งภาพหลายๆ มุมพร้อมทั้งบอกขนาดสินค้า หรือจะถ่ายภาพสินค้าเปรียบเทียบกับ เหรียญบาท เพื่อให้คนเข้าใจขนาดสินค้าจริงๆ ก็ได้ และการถ่ายภาพ ควรจะมีภาพที่เป็นการใช้งานจริงๆ มีนางแบบ นายแบบ หรือสินค้าไปวางในอยู่ในที่ๆ จริงๆ เพื่อทำให้คนซื้อเข้าใจว่าเมื่อเค้าสินค้าคุณไปแล้ว เค้าจะได้อะไรกลับมา และเป็นรูปแบบไหน!

 

5. สร้างความเชื่อมันให้ลูกค้าที่จะจ่ายเงินให้กับคุณ ว่าคุณมีตัวตนจริงๆ 

เพราะ : การซื้อของออนไลน์ เราไม่เห็นหน้ากันเลยครับ ดังนั้นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าคุณมีตัวตนจริงๆ ไม่โกง ไม่หลอกลวง จะทำให้การขายเกิดขึ้นได้ไม่ยากเลยครับ ลองอ่านเทคนิคเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pawoot.com/node/105

 

6. ติดเครื่องมือวัดผลเข้าไป

เพราะ : การขายของออนไลน์ หากคุณไม่รู้ว่ามีคนเข้ามาที่เว็บไซต์คุณวันนึงกี่คน มาจากไหนบ้าง? มาหน้าไหน? มาจากจังหวัดอะไร?  ค้นหาจาก Google จากคำว่าอะไรแล้ววิ่งมาที่เว็บคุณ คุณจะเหมือนคนตาบอด เปิดร้านขายของ ดังนั้นการติดตั้ง "ระบบเก็บสถิติเว็บไซต์ (Web Stat)" จะช่วยทำให้คุณเข้าใจข้อมูล จำนวน และ พฤติกรรมของคนที่เข้ามา ว่าเค้าเข้ามาอย่างไรบ้าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ "จำเป็นอย่างมากๆ" ในการนำไปวิเคราะห์ และต่อยอดต่อการทำการตลาดออนไลน์ อ่านเพิ่มได้ที่ http://www.pawoot.com/web-tracking

 

 

แหล่งข้อมูลที่น่าสนใจ ลองไปอ่านเพิ่มครับ

– สำหรับคนที่กำลังอยากจะเริ่มต้นทำ E-Commerce ให้ลองไปอ่านที่ http://pawoot.com/startup 
– สำหรับการตลาดออนไลน์ เพิ่มยอดคนเข้ามาที่เว็บไซต์ อยากให้ลองไปอ่านได้ที่ http://www.pawoot.com/e-marketing-startup

 

ทั้งหมดนี้มีเป็นวีดีโอ สรุปวิธีการทำ E-Commerce ให้ขายของได้ ลองดูกันนะครับ

 ตอนที่ 1 : http://youtu.be/es-ixiRwSt8

ตอนที่ 2 : http://youtu.be/ug55mOKBO0Q

ตอนที่ 3 : http://youtu.be/CSo13iSxWjo

ตอนที่ 4 : http://youtu.be/15Ald60cFnM

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

E-Marketing คืออะไร? ประกอบด้วยอะไร และทำอย่างไร?
Gmarket ชุมชนออนไลน์อินเทรนด์
วิเคราะห์กระแส E-Commerce ในไทยและทั่วโลก ปี 51- ปี 52
ฟังประวัติและแนวทางในอนาคต E-Commerce เมืองไทย

Comments

comments

%d bloggers like this: