ขาย (อะไร) ดี อีเบย์

ขาย (อะไร) ดี อีเบย์

16 พฤศจิกายน 2548 12:01 น.
" ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าวัวค้า ใครจักใคร่ค้าเงือนค้าทองค้า" นี่คือปรัชญาตลาดเสรีที่ปรากฏบนศิลาจารึกหลักที่หนึ่ง ซึ่งใช้ได้กับปรัชญาการค้าบนเวบประมูลสินค้า อีเบย์

     หนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา อีเบย์ ทำให้เกิดการซื้อขายสินค้านับล้านชิ้น ทั้งที่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน สิ่งเดียวที่ทำให้พ่อค้าออนไลน์ทำมาค้าขายอยู่ได้ยังคงเป็นความซื่อสัตย์ สมสกุล เผ่าจินดามุข แนะนำสามหนุ่มรุ่นใหม่ที่ผันตัวเป็นวาณิชแห่งอีเบย์

นับตั้งแต่ก่อตั้งมาเมื่อปี 2538 อีเบย์ เวบประมูลและซื้อขายสินค้าจึงมีอายุครบรอบ 10 ขวบพอดีในปีนี้ อีเบย์จัดเป็นตลาดดิจิทัลที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดในแง่ของรายได้ หากมองย้อยไปเมื่อสิบปีที่แล้ว ซึ่งเป็นยุคที่อินเทอร์เน็ตกำลังเริ่มนมแตกพาน อีเบย์ เป็นเวบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รุ่นแรกๆ ที่นำความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกัน

ตลาดสินค้าอีเบย์ที่พูดกันอย่างปากตลาดว่าขายกันตั้งแต่สากกะเบือย ันเรือรบ ไม่ได้เป็นคำพูดที่เกินความจริง ของเก่าที่ดูไร้ประโยชน์ของคนหนึ่ง อาจเป็นของสะสมแปลกๆ ของอีกคนหนึ่ง ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดนัด 24 ชั่วโมงนี้เป็นแหล่งทำมาค้าขายของประชากรทั่วทุกมุมโลก คนไทยกลุ่มหนึ่งมองเห็นช่องทางตลาดโลก และผันตัวเป็นพ่อค้า จนส่งผลให้บางคนกลายเป็นเถ้าแก่น้อยโดยไม่รู้ตัวบนตลาดออนไลน์นาม อีเบย์

อาร์ม หนุ่มแม่ฮ่องสอนวัย 23 ปี ก้าวเข้าสู่ตลาดอีเบย์มา 2 ปีแล้ว เป็นพ่อค้าหนุ่มคนหนึ่งที่ต้องเรียกว่า "มือทอง" เพราะสินค้าของเขาติดอันดับขายดีจนได้รับเลื่อนวิทยฐานะให้เป็น Power Seller ซึ่งคนที่ได้รับเครื่องหมายนี้ นอกจากจะเป็นผู้ขายที่ทำยอดได้ 1,000 ดอลลาร์ต่อเดือนติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ต้องเป็นผู้ขายที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า โดยได้รับคำชมคิดเป็นอัตราเฉลี่ย 98%

"ผมขายมาเกือบสองปีแล้ว แรกๆ ก็ดูลู่ทางว่าจะขายสินค้าอะไรดี ลองสำรวจดูว่าสินค้าของไทยเรามีอะไรบ้าง แต่ก็ยังหาที่ไม่ได้ พอดีผมมีรถเวสป้าอยู่ เลยค้นหาดูว่าพวกของแต่งรถเวสป้าในอีเบย์เขาขายอะไรกันบ้าง และพบว่าของที่ประกาศขายในเวบอีเบย์แพงกว่าของที่หาซื้อได้ในตลาดไทย จึงเริ่มต้นจากของใกล้ตัวพวกนี้" อาร์ม เล่าจุดเริ่มต้นของอาชีพพ่อค้าบนอินเทอร์เน็ต

ต่อมามีคนรู้จักนำพวกเสื้อผ้ามาให้ประกาศขายบนอีเบย์ และสามารถขายได้ แต่เสื้อผ้าดังกล่าวเป็นของเลียนแบบสินค้าแบรนด์ดัง ซึ่งผิดกฎของตลาดอีเบย์ พอขายได้สักพักเจ้าของแบรนด์สินค้าได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ของอีเบย์นำลงจากหน ้าเวบ เขาจึงมองหาสินค้าตัวอื่นต่อ

"ผมมองหาพวกสินค้าพื้นเมือง เช่น พวกสินค้าโอท็อป กรอบรูป ไม้แกะสลัก แต่มันไม่ค่อยเวิร์ค ก็เลยมองหาพวกเสื้อผ้าไปขายบ้าง เนื่องจากที่ผ่านมาเคยขาย และพบว่าขายได้จริงๆ" พ่อค้าหนุ่มกล่าว

อาร์ม ปัจจุบันศึกษาด้านฟิสิกส์อยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เล่าว่าเขาคุ้นเคยกับเรื่องซื้อขายมาตั้งแต่เด็ก เพราะที่บ้านทำธุรกิจค้าขาย จะเป็นด้วยสายเลือดการค้าแล่นพล่านอยู่ในตัวหรือไม่ก็ตาม แต่เหตุผลหนึ่งที่เขาขยันหาเงินตั้งแต่ยังเรียนไม่จบเพราะอยากหาเงินส่งตัวเ อง จะได้ไม่เป็นภาระกับทางบ้าน

หนึ่งเวบไซต์ ล้านผลิตภัณฑ์

อีเบย์ก่อตั้งเมื่อสิบปีที่แล้ว โดยปิแอร์ โอมิดยาร์ ตอนนั้นใช้ชื่อว่า "Auctionweb" ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเวบไซต์ส่วนตัวที่เขาทำขึ้นมา และเจ้าของตัวจริงคือบริษัท Echo Bay Technology Group ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาของโอมิดยาร์

ทีแรกเขาพยายามขอจดชื่อเวบไซต์ EchoBay.com แต่มีคนจดชื่อนี้ก่อนแล้ว ดังนั้นเขาจึงย่อชื่อให้สั้นลงมาเป็น eBay.com ซึ่งเป็นตัวเลือกที่สองของเขา อีเบย์มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซานโฮเซ แคลิฟอร์เนีย มีประธานบริษัทและซีอีโอคนเดียวกันชื่อ เม็ก ไวท์แมน มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2541 และถือเป็นบริษัทที่มีผลประกอบการเร็วที่สุดแห่งหนึ่ง

เวบไซต์อีเบย์มีสินค้ารอซื้อขาย และประมูลเป็นล้านๆ ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นพวกของสะสม เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครื่องมือ รถยนต์ เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และของเบ็ดเตล็ดมากมาย เปิดให้ซื้อขายกันทุกวัน

บางอย่างเป็นพวกของหายาก บ้างก็เป็นของมีราคาแพงหูฉี่ บางอย่างเป็นของเก่าเก็บฝุ่นเขรอะและคงถูกปล่อยทิ้งขว้างไม่มีราคา แต่ด้วยตลาดของอีเบย์เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ครอบคลุมทั่วโลก ของที่ดูเหมือนจะไร้ค่าสำหรับคนทั่วไป กลับเป็นของที่ต้องการสำหรับใครสักคน

เท่ากับว่าอีเบย์ได้ปฏิวัติตลาดของสะสมที่เปิดให้ผู้ซื้อและผู้ขายทั่วโลกมาพบกัน เป็นตลาดนัด และแหล่งประมูลที่ไม่มีวันหยุดพัก

แต่ก็ใช่ว่าตลาดอีเบย์จะเปิดรับซื้อขายสิ้นค้าทุกอย่าง อีเบย์ห้ามขายพวกยาสูบ (ยกเว้นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และของสะสม อย่างเช่น ไปป์ ห้ามขายเหล้า (ยกเว้นของสะสมที่เกี่ยวข้องกับสุรา และเปิดให้ขายไวน์ได้เฉพาะผู้ขายที่มีใบอนุญาตขายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอ ล์เท่านั้น)

ห้ามขายพวกอุปกรณ์ เครื่องมือ ของใช้ที่เกี่ยวข้องกับนาซี ห้ามขายสื่อเพลงที่ลักลอบบันทึกและนำมาจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ห้ามขายอาวุธปืน และเครื่องกระสุน ห้ามขายเสื้อผ้ามือสองที่สกปรกเหม็น และห้ามขายอวัยวะและชิ้นส่วนมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีรายการห้ามอีกพะเรอเกวียน ทั้งห้ามโดยเด็ดขาด และให้ขายได้ภายใต้ข้อจำกัดบางอย่าง

ด้วยเหตุที่อีเบย์เป็นตลาดที่ใหญ่ ใครใคร่ค้า ค้า ใคร ใคร่ขาย ขาย หลายครั้งเรื่องราวการขายสินค้าแปลกๆ จึงปรากฏเป็นข่าวเป็นระยะ อย่างเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้

มีสตรีอเมริกันนางหนึ่งชื่อเดเบอร่าห์ เฮลวัย 48 กะรัต ประกาศขายบ้านที่วอชิงตัน ปาร์ค เป็นมูลค่าประมาณ 24 ล้านบาท บ้านหลังดังกล่าวสร้างขึ้นเมื่อปี 2453 มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ตู้เตียงพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบ แถมทีวีจอกว้างขนาดใหญ่ และเครื่องตัดหญ้า ที่สำคัญ บ้านหลังนี้ขายพร้อมเจ้าของ

เฮล ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวว่า ข้อเสนอให้รับเธอพ่วงไปกับขายบ้านนั้นไม่ใช่ข้อผูกมัด เอาก็ได้ ไม่เอาก็ไม่ว่า แต่ที่ต้องใช้ไม้นี้เฮลบอกว่าเป็นเพราะผู้หญิงในวัยอย่างเธอเคยแต่งงานและหย ่ามาแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบผู้ชายสักคน ดังนั้น วิธีดังกล่าวอาจช่วยให้เธอพบเนื้อคู่ในฝันได้

นอกจากนี้ยังมีของแปลกๆ อีกมากมาย อย่างกลางปีที่ผ่านมา ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งขายสิทธิให้บริษัท GlodenPalace.com สามารถสักบนหน้าผาเธออย่างถาวร โดยคิดราคา 4 แสนบาท

ต้นปีที่แล้ว มีผู้ชายคนหนึ่งเปิดประมูลขายโฟลเดอร์ของระบบปฏิบัติการวินโดว์ส แต่เจ้าหน้าที่อีเบย์สั่งให้หยุดประมูลเมื่อมีผู้ยื่นเสนอขึ้นไปถึง 600 ล้านบาท ยังมีเรื่องแปลกปนทะลึ่งกึ่งหมิ่นเหม่ศีลธรรมเมื่อหญิงสาววัย 18 ยอมขายความบริสุทธิ์ให้กับชายวัย 44 ปี เป็นเงิน 5 แสนกว่าบาท และก็มีเด็กหนุ่มเลียนแบบขายความบริสุทธิ์บนเวบไซต์นี้เช่นกัน

อีเบย์เองได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยสอดส่องรูปแบบการประมูลขายสินค้าแ ปลกๆ อยู่ตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อีเบย์เปิดประมูลออนไลน์ได้ไม่นาน มีผู้ชายคนหนึ่งเสนอประมูลขายไตของตัวเองบนอีเบย์ พยายามทำเงินจากตลาดที่ยอมจ่ายไม่อั้นสำหรับอวัยวะที่ใช้เปลี่ยนถ่ายให้กับผ ู้ป่วย

โดยทั่วไปแล้วอีเบย์จะคอยถอดการเสนอประมูลที่ฝ่าฝืนกฎข้อตกลงในการ ให้บริการทันทีที่ทราบเรื่อง เนื่องจากอีเบย์ไม่มีนโยบายที่จะรับรองสินค้าก่อนประกาศขาย จึงทำให้การเสนอประมูลพิสดารถูกเปิดเผยให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ

ลูกค้าเป็นยิ่งกว่าพระเจ้า

เนื่องจากตลาดอีเบย์จะเป็นตลาดค้าขายที่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่เคยเห็นห น้าค่าตากันมาก่อน การตัดสินใจซื้อสินค้าสักชิ้นยิ่งสำหรับมือใหม่ด้วยแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงอย่างมาก

ดังนั้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจว่า ผู้ซื้อจะได้รับสินค้าหลังจากชำระเงินผ่านบริการโอนเงิน PayPal ไปแล้ว และให้มั่นใจว่าสินค้าที่ประมูลผ่านเวบไซต์ไม่ใช่เป็นสินค้าย้อมแมว อีเบย์จึงสร้างกลไกการตรวจสอบที่ช่วยให้การซื้อขายบนเวบไซต์อีเบย์สร้างความ พึงพอใจให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

ด้วยเหตุนี้ คำกล่าวของนักการขายที่ว่า "ลูกค้าคือพระเจ้า" ยังคงเป็นหลักการที่ใช้ได้เสมอ แต่ลูกค้าบนเวบไซต์อีเบย์อาจเป็นยิ่งกว่าพระเจ้า เพราะคำตำหนิของลูกค้าเพียงรายเดียว อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในการขายสินค้าของผู้ขายได้

เวบอีเบย์มีระบบที่เรียกว่า Feedback ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายจะเป็นคนคอยให้คะแนนสำหรับการตกลงซื้อขายสินค้า ระบบดังกล่าวจะช่วยให้อีเบย์เป็นตลาดสินค้าที่ให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่า ยได้ ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถให้คะแนน ซึ่งมีตั้งแต่พอใจ เฉยๆ และไม่พอใจ

รวมทั้งสามารถเขียนความเห็นที่มีต่อกันและกันได้ คะแนนและความเห็นเหล่านี้จะติดอยู่กับประวัติซื้อขายของสมาชิกอีเบย์ไปตลอด และสามารถเข้าไปดูได้ในส่วนที่เรียกว่า eBay Community

รัตนชัย ฐาปนะพงศ์ บรรณาธิการเทคนิคนิตยสารออนไลน์ "รู้ทันสินค้าอีเบย์" ซึ่งเพิ่งเริ่มจำหน่ายฉบับปฐมฤกษ์ไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กล่าวว่า คนที่จะเข้าไปซื้อสินค้า อันดับแรกเขาจะเข้าไปดูที่ Feedback ของผู้ขายก่อน Feedback ตรงนี้จะเป็นตัวตัดสินว่า ผู้ซื้อควรทำการซื้อขายกับผู้ขายรายนี้หรือไม่ ยิ่งมี Feedback ที่เป็นบวกสูง ผู้ซื้อจะตัดสินใจง่ายที่จะตกลงซื้อขายด้วย

"สำหรับผู้ขายมือใหม่ ผมแนะนำว่าควรลงขายสินค้าทีละชิ้นก่อน เพื่อเก็บ Feedback ว่าคุณมีการซื้อขายสินค้านั้นจริงๆ หลังจากนั้น อาจจะเพิ่มเป็น 5 ชิ้น และ 10 ชิ้น และอาจเพิ่มขายเป็นล็อตใหญ่ได้ หลังจากได้คะแนน Feedback ในระดับดี ต่อจากนั้นคุณจะเริ่มประมูลขายทีละกี่ชิ้นก็ได้" รัตนชัย เผยเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการทำธุรกิจกับอีเบย์

เขายอมรับว่า การค้าขายบนอีเบย์ ก็เหมือนกับธุรกิจทั่วไปที่เต็มไปด้วยเสือสิงห์ กระทิงแรด บางที่คู่แข่งอาจจะแอบแฝงเข้ามาเป็นผู้ซื้อ และหลังจากซื้อของแล้วก็ให้คะแนนลบกับสินค้า ทำให้เสียความน่าเชื่อถือได้ แต่เรื่องทำนองดังกล่าว หากผู้ซื้อหรือผู้ขายได้รับการให้คะแนนอย่างไม่เป็นธรรมก็สามารถแจ้งให้อีเบ ย์แก้ไขคะแนนได้

หลังจากได้รับการทาบทามจากบริษัท Thaiventure.com ซึ่งเป็นบริษัทจัดอบรมการทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต รัตนชัย หรือเบนซ์ ซึ่งปัจจุบันยังศึกษาด้านบริหารธุรกิจอินเตอร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

จึงเริ่มทำนิตยสารออนไลน์ฉบับแรกที่เปรียบเสมือนเป็นไกด์บุ๊คสำหรับ ผู้ซื้อขายบนอีเบย์สำหรับผู้ขายมือใหม่และมือเก่า เพื่อชี้ให้เห็นว่าโอกาสธุรกิจบนอีเบย์ยังรอผู้ขายหน้าใหม่อยู่ และตลาดสินค้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่รายการสินค้าบางชิ้นที่ผู้ค้าไทยแข่งก ันเป็นบ้าเป็นหลัง และจบลงด้วยการขายตัดราคากันเอง

ปัจจุบัน อีเบย์มีสมาชิก 130 ล้านคนทั่วโลก สินค้าขึ้นทุก 0.5 วินาทีต่อสินค้า 1 ชิ้น ดังนั้น การก้าวเข้าไปเป็นผู้ขายหน้าใหม่จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก กวิน ธาราพิพัฒนกุล หนุ่มวัย 20 ตอนปลายเป็นอีกคนหนึ่งที่เพิ่งจะผันตัวเข้ามาขายสินค้าบนเวบไซต์อีเบย์ และกว่าจะเปิดร้านค้าขายของบนอีเบย์ได้ ต้องหาข้อมูลกันจนเหนื่อย ข้อมูลที่หาได้จากบางเวบไซต์ บางครั้งก็มีการ "กั๊ก" ข้อมูลกัน

"อยากทำธุรกิจบนตลาดออนไลน์มานานแล้วตั้งแต่สมัยยังเรียนหนังสือ และพอพูดถึงค้าขายกับฝรั่งใครก็อยากทำ แต่ติดปัญหาตรงขั้นตอนการโอนเงินกลับมาเมืองไทย พยายามหาข้อมูลว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง แต่ครั้นจะไปอ่านทุกกระทู้บนเวบไซต์อีเบย์ของไทยที่มีเป็นหมื่นกระทู้ก็คงไม ่ไหว" กวิน เล่าจุดเริ่มต้นที่ติดขัดให้ฟัง

ก่อนหน้านี้ กวินเคยทำเวบไซต์ ซึ่งเขากล่าวว่าน่าจะเรียกว่าเป็นโปรเจคทดลองเพื่อดูช่องทางของการทำตลาดใหม ่ๆ แต่เขาพบว่า ตลาดสินค้าใหญ่ยังแคบเกินไป และยังมีปัญหาอื่นอีก

"ค้าขายกับคนไทยปัญหาเยอะมาก" กวินกล่าวลากเสียงยาว และว่า "พอรู้แหล่งว่าจะซื้อสินค้าจากที่ไหนก็จะติดต่อกับผู้ผลิตเอง ตลาดไทยยังเป็นตลาดละเมิดลิขสิทธิ์ ตลาดเลยไม่กว้างไม่เหมือนตลาดฝรั่ง"

ในที่สุดเขาก็สามารถตั้งร้านค้าบนอีเบย์ได้สำเร็จ หลังจากอ่านขั้นตอนที่เขียนบอกไว้ในหนังสือพอคเก็ตบุ๊ค "รวยด้วยอีเบย์" ของสำนักพิมพ์ไอคอน มีเดีย โดยสินค้าที่เขาเลือกขายนั้น เขาจะใช้จิตสำนึกของตัวเองดูว่า ฝรั่งชอบสินค้าแบบไหน และยังต้องคอยศึกษาพฤติกรรมการซื้อของคนต่างประเทศด้วย

ประสบการณ์สามเดือนหลังจากเริ่มทำธุรกิจบนอีเบย์บอกกับเขาว่า "เราต้องมีใจรักที่จะขาย และต้องคอยดูความต้องการของลูกค้า อย่างเช่น ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ควรจะขายอะไร แทนที่จะขายผ้าไหมแบบไทย ก็คงต้องดูพฤติกรรม และแฟชั่นของคนต่างประเทศ บางทีดอกไม้ประดิษฐ์แบบไทยก็ไม่เข้าตาฝรั่ง หรือเครื่องเงินชาวเขา ลูกค้าอาจไม่ชอบแต่ชอบเครื่องประดับที่เกี่ยวข้องกับศาสนา หรือเป็นไม้กางเขนมากกว่า"

ขณะที่เบนซ์ จากนิตยสารรู้ทันสินค้าอีเบย์มีคำแนะนำว่า ไม่ว่าจะเริ่มทำธุรกิจอะไรต้องดูว่าคู่แข่งกำลังทำอะไรอยู่ มียอดขายเท่าไร สินค้าที่คู่แข่งลงขายมีผู้ประมูลกี่ราย นอกจากนี้ การบรรยายสรรพคุณของสินค้าก็สำคัญ บางครั้งอาจจำเป็นต้องสร้าง "เรื่องราว" ให้กับสินค้าเพื่อให้เกิดความประทับใจ รูปถ่ายที่ใช้แสดงสินค้าก็สำคัญ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น

สำหรับ อาร์มพ่อค้าอีเบย์มีข้อแนะนำสำหรับมือใหม่หัดขายว่า หากสนใจทำธุรกิจค้าขายบนอินเทอร์เน็ตแล้ว อันดับแรกต้องมีความรู้การใช้งานอินเทอร์เน็ตก่อน อันดับที่สองคือความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ประการที่สาม ต้องส่งของให้ตรงเวลา เพราะลูกค้าจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก และมีความกังวลเนื่องจากลูกค้าจะต้องจ่ายเงินก่อนแต่รับของทีหลัง และประการที่สี่คือ การหีบห่อต้องดูดี

อาร์มพูดถึงอนาคตของตัวเองว่า เขาจะพยายามสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองขึ้นมา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าอีก และเขายังคิดที่เปิดร้านค้าของเขาเองในไทยเช่นกัน ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า "เสื้อผ้ามันเป็นปัจจัยสี่ของมนุษย์"

Comments

comments

%d bloggers like this: