เตรียมปิดบริษัท หรือเตรียมขยายออกไปนอกประเทศ เมื่อเปิด AEC เรื่องใกล้ตัวที่คุณ “ต้องรู้”

 ผมเองได้มีโอกาสพบปะกับหน่วยงานด้าน SME ของเมืองไทยเยอะมาก และพบว่าตอนนี้หลายๆ หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ต่างพากันพูดถึงแต่เรื่อง AEC ตอนแรกๆ ก็เฉยๆ แต่พอฟังๆ ไปและได้ยินบ่อยขึ้น และมาวิเคราะห์ตาม พบว่า AEC มันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากของคนทำธุรกิจในเมืองไทย เพราะหากคุณสามารถปรับตัวได้ มันจะเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจคุณได้อย่างมาก แต่หากคุณปรับตัวไม่ทัน ธุรกิจของคุณอาจจะโดนคู่แข่งจากต่างประเทศมากขายแข่งกับคุณได้ง่ายๆ ผมได้นำข้อมูลมาจาก คุณมานะผล ภู่สมบุญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานกรรมการบริหารสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI)

AEC คืออะไร?
AEC คือ ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) จุดมุ่งหมายหลักคือ การนำเอาอาเซียนไปสู่การรวมตัวเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน (Single Market and Single Pro duction Base) คล้ายๆ กับการรวมตัวของกลุ่มประเทศในฝรั่งยุโรปหรือ EU โดยมีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีใน 5 สาขาได้แก่  1.สินค้า 2. บริการ 3. การลงทุน 4. เงินทุน และ 5. แรงงานฝีมือ 

 

ซึ่งการเปิดเสรีในครั้งนี้ย่อมมีทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์มาก น้อยแตกต่างกันตามศักยภาพของผู้ประกอบการในแต่ละประเทศ ซึ่งจะกล่าวถึงผลกระทบคร่าวๆ ที่จะเกิดขึ้นเป็นรายสาขาดังนี้          

 

1.) ผลกระทบด้านการค้า

ด้านนี้เป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA (ASEAN Free Trade Area) เริ่มเมื่อปี 2535 โดยทยอยลดอัตราภาษีศุลกากรระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

  • ในปี 2553 นี้ประเทศอาเซียนเดิม 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน จะต้องลดอัตราภาษีศุลกากรระหว่างกันให้เหลือ 0% 
  • ภายในปี 2558 ประเทศสมาชิกใหม่อีก 4 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ต้องทยอยลดอัตราภาษีศุลกากรจนเหลือ 0% กับการค้าขายในกลุ่มอาเซียนเช่นเดียวกัน      

[ภาพ] ประเทศในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ

 

การเปิด เสรีทางการค้าของอาเซียน ทำให้สินค้าส่งออกหลายรายการของไทยได้เปรียบคู่แข่งในอาเซียน อาทิ ข้าวโพด ผลิตภัณฑ์ยาง และเฟอร์นิเจอร์ นอกจากนี้ ยังมีสินค้าส่งออกบางรายการจำเป็นต้องปรับตัว เพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ผ้าผืน เม็ดพลาสติก เป็นต้น         อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า สาเหตุที่ทำให้สินค้าส่งออกของไทยบางรายการแข่งขันได้ยากนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีปัญหาในทางปฏิบัติที่เป็นข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์จาก ข้อตกลง AFTA   

       

 

2.) ผลกระทบด้านบริการ

ในด้านนี้ประเทศที่มีศักยภาพมากที่สุดในอาเซียน คือ ประเทศสิงคโปร์และเป็นประเทศ ที่จะได้รับประโยชน์ในด้านการบริการมากด้วย โดยเฉพาะในสาขาโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ การขนส่งทางอากาศและโลจิสติกส์ ส่วนไทยก็มีศักยภาพสูงในการให้บริการในบางสาขา โดยเฉพาะสาขาการท่องเที่ยวซึ่งไทยมีจุดแข็งอยู่หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งการให้บริการที่เป็นมิตรของไทยที่ประทับใจแก่นักท่องเที่ยว นอกจากนั้นยังมีด้านสาขาการแพทย์และบริการด้านสุขภาพ มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และที่สำคัญราคาไม่สูงเกินไป สาขาด้านการแพทย์ยังรวมไปถึงการบริการด้านสุขภาพทั่วไป การบริการ ดูแลผู้สูงอายุและการบริการด้านความงาม ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจบริการที่ไทยจะได้รับประโยชน์จากการเปิดเสรีด้านบริการ          

 

3.) ผลกระทบด้านการลงทุน

จะเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบในปี 2558 จะทำให้การลงทุนทางตรงจากประเทศอาเซียนด้วยกันเองเพิ่มมากขึ้น และจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการขยายฐานการผลิต หรือย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียนซึ่งมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในสาขาเกษตรและเกษตรแปรรูป รับเหมาก่อสร้าง เหมืองแร่ รวมทั้งภาคการผลิตที่นักลงทุนไทยมีความเชี่ยวชาญ          

 

4.) ผลกระทบด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ 

เป็นด้านที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เนื่องจากการเปิดเสรีดังกล่าวอาจทำให้แรงงานฝีมือในอาเซียนย้ายจากประเทศที่ มีค่าตอบแทนต่ำ ไปยังประเทศที่มีค่าแรงสูงกว่า และมีการใช้ภาษาอังกฤษอย่างแพร่หลาย อย่างเช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งหลายฝ่ายเริ่มเป็นห่วงว่าการเปิดเสรีแรงงานฝีมือดังกล่าว จะทำให้แรงงานฝีมือของไทยในบางสาขาย้ายไปทำงานในมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมก็กำลังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมืออย่างหนัก          

 

5.) ผลกระทบด้านเงินทุน

ปัจจุบันยังไม่มีรายละเอียดของการเปิดเสรีที่ชัดเจนแต่ได้ มีการตกลงกันในเบื้องต้นว่าจะเร่งพัฒนาตลาดทุนร่วมกันจนนำไปสู่การรวมของ ตลาดทุนในอาเซียน และยินยอมให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนโดยเสรีมากขึ้น แต่ยังคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งก่อนจะเห็นเป็นรูปธรรม          

หากจะพูดถึง AEC ให้เข้าใจถึงผลกระทบ ข้อดีข้อเสีย กฎระเบียบต่างๆSMEs อย่างลึกซึ้งและกระจ่าง คงต้องใช้นานเลยทีเดียว และต้องพูดต่อกันหลายฉบับ คงไม่สามารถเล่าให้ทุกท่านฟังได้ทั้งหมดทุกเนื้อหา ทุกรายละเอียดหากท่านต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย www.fti.or.th หรือ www.smi.or.th ว่า AEC มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

 

ผมว่านี้คือบทความที่จะแนะนำความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ AEC ผมแนะนำให้คุณหาข้อมูลเพิ่ม และเตรียมรับมือกับการมาของ  AEC เพราะหากมีการรวมกันของกลุ่มประเทศในอาเซียน จะมีธุรกิจบางประเภทเสียเปรียบ และได้เปรียบครับ หากคุณเป็นธุรกิจทีเสียเปรียบก็ควรปรับเปรียบ หาแนวทางในการเติบโตต่อไป แต่หากใครได้เปรียบ ก็ควรจะใช้โอกาสนี้ เติบโตและขยายธุรกิจออกไปยังประเทศในกลุ่ม AEC เลยครับ เอาละ อ่านจบแล้ว ก็คิดและวางแผนเลยครับ สิ่งที่ยากที่สุดคือการลงมือทำ…. รีบซะก่อนที่มันจะช้าเกินไป

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

หัวใจสำคัญ 6 ข้อของการประชุมแบบ Google
คุณคิดอะไรอยู่?
เพิ่มยอดขายหน้าร้านด้วย Smart Signage TV แทนป้ายโฆษณาแบบเดิมๆ!!
เมื่อจับ Printer มาวิ่งแข่งกัน กับงาน Samsung Printer Run

Comments

comments

%d bloggers like this: