แอบมอง Mobile Commerce ที่ญี่ปุ่นแล้วหันกลับมามองเมืองไทย

ช่วงนี้ผมมาที่ญีปุ่น (31/8/10) และพบว่า Mobile Commerce ที่ญี่ปุ่นโตมากๆ โดยตอนนี้เว็บไซต์ E-Commerce ของญี่ปุ่นหลายๆ แห่งเริ่มค้าขายกันผ่านโทรศัพท์มือถือกันมากขึ้น โดยบางเว็บมีรายได้มากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (35 ล้านบาท) ต่อเดือน หรือบางแห่งมีรายได้ผ่านช่องทางการขายสินค้าทาง M-Commerce มากกว่า 70% เลยทีเดียว

กลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจของกลุ่ม Mobile Commerce คือกลุ่มวัยรุ่นในญี่ปุ่น เพราะกลุ่มเหล่านี้ ไม่ค่อยมีเวลาเข้าถึง Internet ผ่านคอมพิวเตอร์ซักเท่าไร จึงนิยมใช้ Internet ผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก ดังนั้นจึงมีผู้ให้บริการ E-Commerce หลายๆ แห่งเริ่มทำแคมเปญ หรือการสื่อสารผ่านไปยังกลุ่มวัยรุ่นผ่านโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะ ซึ่งผลที่ได้คือยอดขายที่มากมายมหาศาลผ่านกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้

บริการที่สามารถเกิดขึ้นได้ผ่าน Mobile Commerce

  • ธนาคารในมือถือ (Mobile banking)
  • การค้าขาย-ซื้อของผ่านมือถือ (Mobile Commerce)
  • โฆษณา-การตลาดผ่านมือถือ (Mobile marketing and advertising)
  • ตั๋วผ่านมือถือ (Mobile ticketing)
  • โมบายคูปอง บัตรสะสมคะแนน (Mobile vouchers, coupons and loyalty cards)
  • การซื้อข้อมูล Digital Content พวกเพลง, หนังผ่านมือถือ (Content purchase and delivery)
  • บริการบอกตำแหน่งผ่านโทรศัพท์ (Location based services, information based services)
  • การใช้มือถือเป็นเครื่องมือชำระเงิน (Mobile purchases)

กลับมาดูเมืองไทย อะไรคือปัจจัยที่จะทำให้ m-Commerce บ้านเราเกิดได้

  1. ทำให้ราคา Internet ผ่านโทรศัพท์มือถือ ราคาถูกลง  (3G ช่วยได้) เมื่อถูกลง หรือเป็นบริการที่เป็นมาตรฐานเหมือนการโทรศัพท์ด้วยเสียงปกติ เมื่อนั้นคนก็เริ่มใช้มากขึ้น
  2. เพิ่มบริการ Content บนมือถือให้เพิ่มมากขึ้น ต้องกระตุ้นให้ผู้ที่มีข้อมูลและบริการต่างๆ เริ่มใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น เช่นเว็บไซต์ต่างๆ หรือบริการของเอกชน หรือรัฐบาล หรือร่วมมือกับ website – developer ในเมืองไทยในการสร้าง content ขึ้นมา
  3. ภาษา ปรับเปลี่ยนให้การเข้าถึงข้อมูลบนมือถือ เป็นเรื่องทีง่าย เป็นภาษาไทย คนไทยจะเข้าถึงง่ายขึ้นเยอะ เช่นเมนูโทรศัพท์ การปรับหรือ Config โทรศัพท์ให้ง่ายทีสุด
  4. การชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ ต้องง่ายและสะดวก ปัจจุบันผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือยังคง กินส่วนแบ่ง 50:50 กับผู้ให้บริการ ทำให้มีหลายๆ อย่างไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพราะถูกแบ่งรายได้มากเกินไป ดังนั้นเมื่อส่วนแบ่งนี้ลดลงมา ก็จะมีคนเข้ามาทำบริการบนโทรศัพท์มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้เพิ่มในช่องทางนี้  
  5. หา benefit การใช้บนมือถือ ที่กระตุ้นและเร้าให้คนมาใช้ในช่องทางมือถือ เพราะมันทั้งสะดวกกว่า, เร็วกว่า, ถูกกว่า (ไม่ต้องลงทุนซื้อคอม) 
  6. การลุยกันของบรรดาผู้ให้บริการ โทรศัพท์ยักษ์ใหญ่ต่างประเทศเช่น Google (Android), MicroSoft (Windows Phone), Apple (iPhone), Blackberry จะเป็นตัวกระตุ้นให้คนใช้บริการบนมือถือมากขึ้น
  7. การเอาจริงเอาจังของ Operator ในเมืองไทย ต้องเอาจริงเอาจังกว่านี้

ด้วยจำนวนคนที่ใช้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือมีเกือบทั้งประเทศ หากเราสามารถกระตุ้นให้คนเพียง 50% หันมาใช้ mobile commerce เท่ากับว่าเราจะมีคนพร้อมเข้าสู่ Internet เพิ่มอีกหลายสิบล้านคนทันที ซึ่งผมเชือว่า "ยังไง mobile commerce ก็มาแน่" 

Slide ด้านล่างมีข้อมูลเกี่ยวกับ m-Commerce ที่ญี่ปุ่นที่น่าสนใจครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง:

วิเคราะห์กระแส E-Commerce ในไทยและทั่วโลก ปี 51- ปี 52
เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ
จะสร้างแอพในมือถือให้กับธุรกิจ อ่านตรงนี้ก่อน!
เทคนิคและการปรับธุรกิจเข้าสู่มือถือ (Move Business to Mobile)

Comments

comments

%d bloggers like this: