ตลาดดอทคอมเผยยอดอีคอมเมิร์ซ 2551 พุ่งโตสวนกระแสเศรษฐกิจ

ตลาดดอทคอม เผยข้อมูลการซื้อขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ TARAD.com และ ThaiSecondhand.com ในปีนี้ พบเศรษฐกิจถดถอยแต่มูลค่าการซื้อ-ขายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตสวนกระแส โดยพบสินค้าที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมซื้อผ่านเว็บไซต์ได้แก่สินค้าแฟชั่น และรถยนต์ ดันยอดมูลค่าการซื้อ-ขายผ่านเว็บไซต์ในเครือทั้งหมดในปีนี้รวมประมาณ 5,458 ล้านบาท จากการค้าขายสินค้ามากกว่า 2 ล้านรายการ

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจร รายใหญ่ในประเทศไทย เผยข้อมูลการซื้อขายสินค้าผ่

านเว็บไซต์ที่ให้บริการ โดยผลการสำรวจพบสินค้าที่ ผู้ประกอบออนไลน์จาก www.TARAD.com ขายดี 5 อันดับแรกได้แก่ 1. เสื้อผ้าและแฟชั่น  2. โทรศัพท์มือถือ 3. รถยนต์ 4. บ้านและอสังหาริมทรัพย์ และ 5. คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ โดยมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นประมาณ 2,645 ล้านบาท ในตลอดทั้งปี 2551 ที่ผ่านมา จากจำนวนผู้ประกอบการที่มาเปิดเว็บไซต์ร้านค้า มากกว่า 130,700 ร้านค้า โดยจำนวนร้านค้าในปีนี้มีอัตราการเติบโตมากขึ้นเกือบ 40% จากปีก่อน และจำนวนสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์ มากกว่า 1.1 ล้านรายการ
 

   สำหรับเว็บไซต์ www.ThaiSecondhand.com ที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถนำสินค้ามือสองและของใหม่มาประกาศซื้อ-ขายได้เอง ก็มีอัตราที่เติบโตสูงอย่างมากเช่นเดียวกัน โดยพบสินค้า 5 อันดับแรกที่มีความนิยมนำมาประกาศขายมากที่สุดได้แก่ 1. รถยนต์ 2. โทรศัพท์มือถือ 3. คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ 4. บ้านและอสังหาริมทรัพย์ 5. สินค้าแฟชั่น โดยในปี 2551 มีผู้คนนำสินค้ามาประกาศขายในเว็บไซต์แห่งนี้มากกว่า 1.2 ล้านรายการในตลอดทั้งปี โดยประมาณการมูลค่าการค้าขาย 2,813 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 ซึ่งมีคนนำสินค้าเข้ามา ประกาศขายเพิ่มมากขึ้นกว่า 50% ของ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยปัจจัยส่วนใหญ่มาจาก การชะลอตัวของสภาพเศรษฐกิจ ทำให้มีคนนำของที่ตัวเองมีอยู่ นำมาประกาศขายมาขายเปลี่ยนเป็นเงิน เพราะถือได้ว่าเป็นช่องทางที่ ทำได้ง่าย และสามารถขายสินค้าเร็วกว่าช่องทางอื่นๆ

    และเมื่อเทียบภาพรวมของข้อมูลการซื้อ-ขายสินค้าผ่านออนไลน์ของเว็บไซต์ภายในเครือทั้งหมดของ TARAD.com ภายในปีนี้ พบกว่ามีการเติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมามาก สาเหตุหลักเพราะผู้ประกอบการ เริ่มหันมาค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น หลายๆ บริษัทมีความรู้และเข้าใจในธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการบุกเข้าสู่การสร้างองค์ความรู้ด้านการค้าขายออนไลน์ของทีมงาน TARADedu.com ที่ได้เปิดสอนและอบรมให้กับผู้ประกอบการในปีที่ผ่านมามากกว่า 1.5 หมื่นคนทั่วประเทศ รวมถึงการออกหนังสือด้านการค้าขายออนไลน์มามากกว่า 20 เล่ม ในปี 2551

   และหากมองแนวโน้มในปี 2552 คาดการณ์ว่าการค้าขายออนไลน์น่าจะได้รับความสนใจ จากผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้นำธุรกิจเข้ามาสู่โลกออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพราะเนื่องจาก ภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวรวมถึงการลดการใช้จ่ายของทุกๆ ส่วน ทำให้หลายๆ องค์กรและธุรกิจ ต่างหันกันมามองหาโอกาสและช่องทางในการขายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์คือคำตอบที่จะมาช่วยผู้ประกอบการได้เพิ่มมากขึ้น เพราะด้วยความสามารถในการเข้าถึง ลูกค้าทั่วประเทศและทั่วโลกแล้ว ยังสามารถลดต้นทุนในการบริหารจัดการได้อีกด้วย

สำหรับแนวทางของ TARAD.com ในปี 2009 คาดว่าจะมีการเติบโตด้านการซื้อขายมากกว่า 50% โดยในปี 2552 ทางบริษัทจะมีการเปิดตัวบริการใหม่ออกมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อและผู้ขายออนไลน์มากขึ้น และเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในการให้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจรรายแรกและรายใหญ่ของประเทศไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง:

รู้จักกับ e-commerce แหล่งค้าขายและช้อปปิ้งของคนยุคใหม่
การค้าออนไลน์กับการเสียภาษีอย่างถูกต้อง (ใครทำการค้าออนไลน์คุณต้องเข้าใจเรื่องนี้)
Thailand E-Commerce Landscape 2013
[EN] 10 Thailand E-Commerce Trends in Year 2014

Comments

comments

%d bloggers like this: