เก็บเงินผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ ทำไมมันง่ายจังหว่า?

  เมื่อก่อน หากคุณต้องการขายสินค้าหรือต้องการเก็บเงินผ่านช่องทางเว็บไซต์ โดยใช้บัตรเครดิต อาจจะดูเป็นเรื่องยาก เพราะการที่จะใช้บริการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตผ่านทางออนไลน์ จะมีขั้นตอนและกฏเกณฑ์ต่างๆ มากมาย ในการสมัครใช้บริการกับธนาคาร เช่น คุณจะต้องเป็น นิติบุคคลหรือรูปแบบบริษัท, ต้องมีเงินทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทขึ้นไป, ต้องเปิดให้บริการมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี และกฏเกณฑ์ต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งจะทำให้การชำระเงินผ่านบัตรเครดิตทางออนไลน์ ซึ่งถือว่าเป็นช่องทาง "การชำระเงินหลัก" ของระบบ อีคอมเมิรซ์ นำมาใช้ได้ยาก ซึ่งข้อนี้เป็นอุปสรรค์ข้อหนึ่งของ อีคอมเมิรซ์ของไทยที่ผ่านมา

 แต่วันนี้การชำระเงินผ่านบัตรเครดิตทางอินเทอร์เน็ต ดูจะเป็นเรื่องง่ายๆ ไปถนัดตาทันที เพราะเนื่องตอนนี้มีเว็บไซต์ได้เริ่มเปิดให้บริการเป็นตัวกลางในการให้ บริการรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ โดยที่จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบบัตรเครดิตของธนาคาร ให้กับผู้ที่สนใจ นำระบบนี้ไปใช้ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีกฏเกณฑ์ต่างๆ มากมายเหมือนกับของธนาคาร เพราะคุณอาจจะเป็นแค่บุคคลธรรมดา หรือ SME คุณก็พร้อมเริ่มรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้อย่างง่ายดายมากขึ้นกว่า แต่ก่อน ซึ่งจะทำให้เก็บเงินของการค้าขายบนโลกออนไลน์ จากคนทั่วโลกเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากขึ้น

วิธีการสมัครและใช้บริการ

 ขั้นตอนการสมัครและใช้บริการนี้ คุณสามารถสมัครผ่านได้ที่หน้าเว็บไซต์ แต่อาจจะต้องมีการส่งข้อมูลและเอกสารบางอย่างเพื่อยืนยันตัวตนของคุณก่อน การเปิดใช้การ หลังจากคุณสมัครได้แล้ว คุณก็สามารถเริ่มต้นการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ทันที โดยมีหลายรูปแบบที่คุณสามารถเชื่อมโยงเว็บไซต์ของคุณเข้ากับ ระบบชำระเงินผ่านบัตรเครดิตนี้ เพื่อทำให้ลูกค้าของคุณสามารถเริ่มต้นการชำระเงินได้

การเชื่อมต่อระบบชำระเงินเข้ากับเว็บไซต์ของคุณ

               วิธีการหนึ่ง คือคุณสามารถนำลิงค์ (Link) จากเว็บไซต์ที่ให้บริการชำระเงิน สร้างไว้ให้กับคุณ นำไปติดไว้ที่เว็บไซต์ของคุณ ในหน้าที่จะมีการสั่งซื้อหรือชำระเงิน และเมื่อลูกค้าต้องการชำระเงินค่าสินค้า ก็เพียงแค่คลิกผ่านลิงค์ที่คุณนำไปวางจากหน้าเว็บไซต์ของคุณ เข้ามาที่ระบบชำระเงินของผู้ให้บริการ ระบบจะทำการเก็บข้อมูลการสั่งซื้อของลูกค้าของคุณเอาไว้ พร้อมกับส่งข้อมูลการสั่งซื้อนี้ ไปยังธนาคาร เพื่อทำการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตให้ โดยทางผู้ให้บริการจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อกับธนาคาร เมื่อมีการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตแล้ว คุณก็สามารถดูรายการสั่งซื้อที่ระบบรายงานว่า มีผู้ใดบ้างที่เข้ามาทำการสั่งซื้อสินค้ากับร้านค้าคุณ? เป็นจำนวนเงินเท่าไร? ซึ่งเงินที่ชำระเข้าผ่านระบบมาฝากไว้อยู่กับผู้ให้บริการ โดยจะมีการโอนเงินกลับมาให้คุณ ตามระยะเวลาที่ได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีและขั้นตอนที่ง่ายมากๆ

ค่าบริการ

               ค่าบริการของระบบชำระผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ ส่วนใหญ่ที่คุณจะต้องจ่ายให้กับผู้ให้บริการคือ ค่าบริการในแต่ละเดือน (Monthly Fee) ที่ต้องจ่ายเป็นรายเดือน และ ค่าบริการการชำระเงินแต่ละรายการ (Transaction Fee) ซึ่งจะเกิดขึ้นในแต่ละการสั่งซื้อสินค้าในแต่ละครั้งในอัตราประมาณ 3-5% ของจำนวนเงินที่มีการสั่งซื้อเข้ามา ซึ่งอัตรานี้ได้รวมค่าบริการของทางธนาคารเอาไว้แล้ว  ยกตัวอย่างเช่น หากคุณขายสินค้าราคา 1,000 บาทผ่านผู้ให้บริการตัดบัตรเครดิตออนไลน์ หากผู้ให้บริการคิดค่าบริการที่ 4% คุณจะเสียค่าบริการในการชำระเงินของรายการนั้นๆ 40 บาท โดยผู้ให้บริการจะหักค่าบริการการชำระเงินเอาไว้ แล้วโอนเงินกลับไปให้คุณ 960 บาท (1,000-40 บาท)

                 จากรูปแบบการให้บริการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตที่แนะนำไป ดูเหมือนจะเป็นจี๊กซอว์ตัวสำคัญที่จะทำให้ การชำระเงินทางออนไลน์ สามารถทำได้อย่างง่ายมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่สนใจสามารถทำการค้าขายขายผ่านโลกออนไลน์ไปยังหลายกลุ่มลูกค้านับ ร้อยล้านคนทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย ทีนี้ก็เหลือแต่คุณละครับว่าจะเอาอะไรมาขายดี? เอ้าได้เวลารวยกันแล้วครับ พี่ๆ น้องๆ ทั้งหลาย… อย่าลืมนะครับในโลกออนไลน์ "คุณกับลูกค้านับล้าน อยู่ห่างกันแค่เพียงคลิกเดียว"

Pawoot P.   30/8/05

บทความที่เกี่ยวข้อง:

การป้องกันและตรวจสอบการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตออนไลน์สำหรับเว็บไซต์
การชำระเงินออนไลน์เปลี่ยนอนาคตได้อย่างไร?

Comments

comments

%d bloggers like this: