บริการจ่ายเงินผ่านอินเทอร์เน็ต PayPal

      PayPal บริการจ่ายเงินผ่านอินเทอร์เน็ต PayPal Inc.(www.paypal.com) นักท่องเน็ตหลายคน อาจจะเคยได้ยินชื่อนี้ หรือเคยเห็นโลโก้ของ PayPal บางคน อาจจะทราบ หรือบางคนอาจจะไม่ทราบว่า Paypal เป็นบริษัท ที่ให้ ้บริการ ชำระเงินออน์ไลน์ แบบ P2P ซึ่งโดยทั่ว ไปแล้ว การ ชำระเงินบนอินเทอร์เน็ตมีอยู่ 6 วิธีคือ

  1. ใช้บัตรเครดิต
  2. ใช้เงินอิเล็ทรอนิกส์ เช่น eCash (http://www.digitalcash.com)
  3. ชำระผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่นตู้ ATM, Telephone Banking
  4. หักบัญชีเงินฝาก เช่นบัญชีออมทรัพย์ หรือกระแสรายวัน
  5. โอนผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร
  6. ธนาณัติหรือเก็บเงินปลายทาง

ซึ่ง แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป เช่นหากท่านมีเงินเดือนไม่ มากนัก ท่านก็ไม่สามารถที่จะสมัครใช้บัตรเครดิตได้ เนื่องจากปัจจุบัน มีบริษัท ที่นำวิธีการชำระเงินแบบออน์ไลน์แบบ P2P ไปพัฒนาเป็น เทคโนโลยีที่ ี่สามารถใช้งานได้จริง นั้นมี หลายบริษัท เช่น PayPal ของ PayPal Inc. หรือ Bill point ของ Billpoint Inc. PayPal Inc. ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 และเริ่ม ให้บริการอย่างเป็น ทางการเมื่อเดือนตุลาคม 1999 ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 12 ล้านคน จาก 37 ประเทศ มีอัตารการเติบโตของสมาชิกใหม่วันละ 18,000 คน สำหรับประเทศไทย PayPal ยังไม่ได้เปิดให้บริการต้องรอ ไปก่อน

P2P ทำงานอย่างไร วิธีการทำงานของ PayPal นั้นง่ายมากเสมือนการใช้ อีเมล์ เช่น สมมุติ ท่านต้องการส่งเงินไปให้เงินจะมีขั้นตอนการส่งเงินดังนี้

1.สมัครเป็นสมาชิกของ PayPal และจดจำ E – mail Address และ Password ให้ดี เพราะต้องใช้เพื่อ Log in
2.Log in เข้าสู่ระบบ
3.เลือกหัวข้อ "Send Money" หลังจากนั้นให้ระบุอีเมล์ของ ผู้รับเงิน
จำนวนเงินที่ต้องการส่ง และประเภทของการชำระเงิน เพื่อแจ้ง ให้ผู้รับเงินทราบ
4.ระบุข้อมูลบัตรเดบิตหรือเครดิตของท่านเอง เพื่อทำการ หักเงิน จากบัญชีบัตรเครดิต
5.ระบบจะแสดงข้อมูลทั้งหมดเพื่อยืนยันความถูกต้อง ถ้าหาก ข้อมูล ถูกต้องแล้วก็ Click "Submit"
6.ระบบจะส่งอีเมล์ ไปยังผู้รับเงินปลายทางตามที่ผู้ส่งระบุไว้
7.ผู้ รับเงินเปิดอีเมลืจะมี URL Link กลับมาบังเว็บไซต์ของ Paypal หากผู้รับเงินยังไม้ได้สมัครสมาชิกจะต้องสมัครเป็น สมาชิกของ Paypal ก่อน
8.เมื่อ ผู้รับเงินเป็นสมาชิกของ Paypal แล้ว ทำการ Log in เข้าสู่ระบบ และเข้าไปดูหน้า Personal Account จะพบว่า มีรายการ โอนเงินมาให้ตัวเอง
9.ผู้รับเงินจะทราบรายระเลียดการโอนเงินทั้งหมด
10.หาก สถานะของเงินโอนเป็น "Complete" ผู้รับเงินสามารถ เลือกได้ว่าต้องการให้เงินที่ได้รับมานี้ถูกดำเนินการต่อไปอย่างไร เช่น โอนเข้าบัญชีของตนเอง ขอเปลี่ยนเป็นเช็ค หรือส่งมอบ เงิน โอนนี้ไปให้ผู้อื่น

ค่าธรรมเนียม

อัตรา ค่าธรรมเนียมของ PayPal นั้น หากเป็นการโอนเงิน ระหว่าง บุคคลทั้งผู้รับและผู้ส่งอยู่ในระบบของ PayPal จะไม่เสียค่าธรรม เนียม แต่หากไม่ใช่ อัตราค่าธรรมเนียมจะคิดที่ประมาณ 2.6 % ของจำนวนเงิน + 30 เซนต์ และหากเป็นการโอนเงินไปในบัญชีใน ธนาคารประเทศ สหรัฐอเมริกา ก็จะไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ถ้าหาก ไม่ใช่ก็จะเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 1.50 ดออลาร์สหรัฐ

จุดเด่น
1.เป็นช่องทางในการโอนเงินระหว่างบุคคลที่สะดวกที่สุด
2.ค่าธรรมเนียมในการใช้บริการถูก
3.ต้นทุนของธนาคารในการทำธุรกรรมต่ำ
4.มีรูปแบบการกระจายจำนวนสมาชิกที่น่าสนใจและมีจำนวนสมาชิก มากขึ้นเรื่อย ๆ 5.มีสาขากระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ เช่น อังกฤษ ผรั่งเศส
6.สามารถรองรับการทำธุรกรรมด้วยเงินหลายสกุล
7.สามารถสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย ให้แก่ลูกค้า และร้าน ค้าได้เป็นอย่างดี
8.ร้านค้าส่วนใหญ่ในอเมริกา และยุโรป ยอมรับ PayPal มากขึ้น
9.ขณะนี้ PayPal กำลังเข้ามาทำตลาดในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น เช่น ฮ่องกง และคาดว่าอีกไม่นานจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย
10.ได้รับการยอมรับจากนิตยสารและผู้เชี่ยวชาญในวงการอินเทอร์เน็ต อย่างกว้างขวาง เช่น PC Magazine, Times, U.S. News

              การทำพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรามักจะเรียกว่า "อี-คอมเมิร์ซ" ให้ประสบ ความสำเร็จ และได้รับการยอมรับจากนักท่องเน็ต (Net Surfer) ทั้งหลายนั้น องค์ ประกอบหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญไม่หยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยก็ คือ "การชำระเงินออนไลน์
Online Payment"ปัจจุบันวิธีการชำระเงินออนไลน ์บนเน็ตนั้นได้รับการพัฒนาให้มี หลากหลาย รูปแบบ เพื่อให้เกิดความสะดวก และเหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละราย เช่น การหักบัญชี เงินฝาก หรือการใช้บัตรเครดิต แต่เรื่องที่จะแนะนำในวันนี้เป็นวิธีการชำระเงิน ออนไลน์ ที่กำลังได้รับ ความนิยมและมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกา เรียกว่า จะเข้ามาแย่งส่วนแบ่ง การตลาดออนไลน์ของตน หรือไม่ในอนาคตอันใกล้นี้ "การโอนจ่ายเงินระหว่างบุคคล (Person-to-Person – P2P)" และกำลังเป็นที่จับตา มองจากบริษัทผู้ให้บริการบัตรเครดิตรายใหญ่อย่าง VISA (
http://www.visa.com) และ MasterCard (http://www.mastercard.com)

วิธีการชำระเงิน
ก่อนที่เราจะมาพูดเรื่อง P2P นั้น ขอกล่าวถึงวิธีการชำระเงินบนเน็ตที่ได้รับความนิยม จากเจ้าของ ร้านค้า ซึ่งมีอยู่ 6 วิธีคือ -ใช้บัตรเครดิต เช่น VISA, MasterCard, Discovery, American Express, Diners
– ใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ เช่น eCash (http://www.digicash.com)
– ชำระผ่านสื่อต่างๆ เช่น ตู้ ATM, Telephone Banking
– หักบัญชีเงินฝาก เช่น ออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน
– โอนเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร
– ธนาณัติหรือเก็บเงินปลายทาง
ท่าน จะเห็นได้ว่าวิธีการชำระเงินข้างต้นจะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป เช่น หากท่านมี เงินเดือนไม่มากนัก ท่านคงไม่สามารถสมัครใช้บัตรเครดิตได้ หรือหาก การโอนเงิน ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร อาจจะไม่เหมาะสำหรับท่านที่ไม่อยากเสียเวลา เดินทางไปธนาคาร

P2P ทำงานอย่างไร
เนื่องจากปัจจุบันมี บริษัทที่นำวิธีการชำระเงินออนไลน์แบบ P2P ไปพัฒนาเป็น เทคโนโลยีที่สามารถใช้งานได้จริงนั้นมีหลายบริษัท เช่น PayPal (http://www.paypal.com) ของ PayPal Corporation หรือ WebEscrow (http://www.webescrow.org) ของ Kestrel Trading Corporation แต่ในที่นี้ จะขอนำเทคโนโลยีของ PayPal เพราะปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 12 ล้านคนจาก 37 ประเทศ (http://www.paypal.com/cgi-bin/webscr? cmd=p/gen/approved_countries-outside) มีอัตราการเติบโต ของสมาชิกใหม่เฉลี่ยวันละ 18,000 คน สำหรับประเทศไทยของเรานั้น PayPal Corporation ยังไม่ได้เปิดให้บริการ ดังนั้นท่านที่ต้องการสมัครเป็นสมาชิกคงต้อง รอไปประมาณปลายปีนี้ อาจจะมีโอกาสได้ใช้กับ เขาบ้าง วิธีการทำงานของ PayPal นั้นง่ายมากเสมือนการใช้ E-mail เช่น สมมติท่านต้องการ ส่งเงินไปให้เพื่อนจะมีขั้นตอนดังนี้
– สมัครเป็นสมาชิกของ PayPal (http://www.paypal.com/cgi-bin/webscr?cmd=p/ema/index-outside) และจดจำ E-mail Address และ Password ให้ดี เพราะจะต้องใช้อ้างอิงตลอดไป
– Log In เข้าสู่ระบบ (https://www.paypal.com/cgi-bin/webscr?cmd=_login-run) โดยใช้ E-mail Address และ Password ที่ได้ ลงทะเบียนไว้แล้ว
– เลือกหัวข้อ "Send Money" หลังจากนั้นให้ระบุ E-mail Address ของผู้รับเงิน จำนวนเงินที่ต้องการส่ง และประเภทของชำระเงิน เพื่อแจ้งให้ผู้รับเงินทราบ
– ระบุข้อมูลบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิตของท่านเอง เพื่อทำการหักเงินจากบัญชีบัตร เครดิต
– ระบบจะแสดงข้อมูลทั้งหมด เพื่อยืนยันความถูกต้อง โดยกดปุ่ม "Submit"
– ระบบจะส่ง E-mail ไปยังผู้รับเงินปลายทางตามที่ผู้ส่งเงินระบุไว้
– ผู้รับเงินเปิด E-mail จะมี URL ลิ้งก์กลับมาที่เว็บไซต์ของ PayPal หากผู้รับเงินยัง ไม่ได้สมัครเป็นสมาชิก จะต้องสมัครเป็นสมาชิกเสียก่อน
– ผู้รับเงิน Log In เข้าสู่ระบบและเข้าไปดูที่หน้า Personal Account จะพบว่ามีราย การโอนเงินมาให้ตัวเอง จากท่าน
– ผู้รับเงินจะทราบว่าใครเป็นคนโอนเงินมา เป็นจำนวนเท่าไหร่ และสถานะของเงิน โอน
หาก สถานะของเงินโอนเป็น "Complete" ผู้รับเงินสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ เงินที่รับโอนมานี้ถูกดำเนินการต่อไปอย่างไร เช่น โอนเข้าบัญชีของตนเอง ขอเปลี่ยนเป็นเช็ค หรือส่งมอบเงินโอนนี้ไปให้ผู้อื่น

ค่าธรรมเนียม
อัตราค่าธรรมเนียมของ PayPal นั้นถูกกำหนดไว้ในราคาที่น่าสนใจ (http://www.paypal.com/cgi-bin/webscr?cmd=p/gen/fees-intl-outside) โดยหากเป็นการโอนเงินระหว่างบุคคลทั้งผู้รับและผู้ส่งอยู่ในระบบของ PayPal จะ ไม่เสียค่า ธรรมเนียม แต่หากไม่ใช่อัตราค่าธรรมเนียมจะคิดที่ประมาณ 2.6% ของ จำนวนเงิน +30 เซ็นต์
นอกจากนี้ หากเป็นการถอนเงินโดยโอนเงินไปยังบัญชีในธนาคารในประเทศ สหรัฐอเมริการ ก็จะไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่หากไม่ใช่จะเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 1.50 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากเทียบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นและความสะดวกสบายที่ผู้รับเงิน และผู้ส่งเงินได้รับนั้น เรียกว่า "คุ้มค่า" มาก แล้วอย่างนี้ท่านคิดว่า P2P น่าสนใจขึ้น หรือยังคะ

 

(เรียบเรียงจาก www.bangkokbiznews.com)

ปัญหา สำคัญอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต ก็คือ ระบบการจ่ายเงิน ที่มีความยุ่งยากในเรื่องของระบบการรักษาคามปลอดภัย การต้องป้อนตัวเลข 10 กว่าหลักบนบัตร ชื่อ นามสกุล และ วันหมดอายุ ยิ่งในเมืองไทยไม่ต้องพูดถึง เพราะตัวเลขของผู้ใช้บัตรเครดิตที่มีอยู่เพียง 1 ล้านใบ กว่าครึ่งยังไม่เคยเล่นอินเตอร์เน็ต ฉะนั้นการซื้อขาย บนอินเตอร์เน็ตในเมืองไทย จึงค่อนข้างเติบโตช้า การจ่ายเงินยังต้องผ่านระบบการโอนเงินผ่านธนาคาร หรือ เก็บเงินปลายทาง โดยไปรษณีย์

อะไรจะเกิดขึ้นถ้าสามารถส่งเงินได้ง่ายๆ เหมือนกับการส่งอีเมล์

     แล้ว ไม่ใช่ระบบการเงินแบบเสมือนจริง virtual currencies เหมือนกับ beenz หรือว่า bippy dollars แต่เป็นเงินจริงๆที่สามารถ ใช้จ่าย ซื้อของทางอินเตอร์เน็ตง่ายๆ เหมือนกับการส่งอีเมล์    

     ถ้าวันนี้คุณเปิด อีเมล์ ขึ้นมาแล้วปรากฏว่ามีเงินจำนวนหนึ่งที่ส่งมาถึงคุณ อย่าลบทิ้งเพราะนั่นคือเงินจริงๆ ที่ส่งมาพร้อมกับอีเมล์ บริการส่งเงินทางอีเมล์ เป็นระบบของการรับ-ส่ง การจ่ายเงินทางอินเตอร์เน็ต ที่เรียกว่า paypal ( www.paypal.com) เป็นการรวมเอา 2 เทคโนโลยี เข้าด้วยกัน นั่นคือ อีเมล์ และ ระบบทางการเงินผ่านบัตรเครดิต และบัญชีธนาคาร กลายเป็น trend ที่ร้อนแรง เพียงแค่เปิดตัวใน 3 เดือนแรก มีผู้เข้าสมัครเป็นสมาชิกถึงวันละ 9,000 คน

     ระบบ รับ-ส่ง เงินของ paypal นั้นง่ายมาก เริ่มต้นก็ต้องเข้าไปสมัคร โดยใช้ อีเมล์ของเราเป็น user name หลังจากนั้นก็มีระบบการยืนยันความเป็นเจ้าของอีเมล์ โดยจะมีเมล์ตอบรับ จาก paypal ไปยังอีเมล์ที่เราใช้เป็น user name หลังจากผ่านการยืนยันความเป็นเจ้าของอีเมล์แล้ว เท่ากับว่าเรามีบัญชีอยู่ใน paypal เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ add บัตรเครดิต และ บัญชีธนาคาร เข้าไปใน paypal เพื่อที่จะรับ ฝาก ถอน เงิน

     เมื่อเรา add บัตรเครดิตเข้าไป paypal จะตรวจสอบกับระบบบัตรเครดิต ว่า ชื่อ ที่อยู่ เลขที่บัตรเครดิต ถูกต้องหรือเปล่า ถ้าข้อมูลทุกอย่างถูกต้อง ขั้นตอนนี้ก็ผ่าน ขั้นต่อไปก็ add บัญชีธนาคารเข้าไป เผื่อมีใครส่งเงินมาที่เรา เราก็โอนเงินเข้าบัญชี นี้ได้ทันที

     ขั้นตอนนี้จะมีระบบยืนยันความเป็น เจ้าของบัญชีที่แท้จริง โดยทาง paypal จะโอนเงินจำนวนตั้งแต่ 0.01-0.99 เหรียญ ใส่เข้าไปในบัญชีของเรา 2 จำนวน ภายใน 3-4 วัน หลังจากนั้นเราก็ต้องไปเช็คยอดว่า paypal โอนเงินเข้าบัญชีเรา เป็นตัวเลขเท่าไหร่เมื่อได้ตัวเลข ทั้ง 2 จำนวนจากทางธนาคารแล้ว เราก็ ใส่ตัวเลข เพื่อโอนกลับไปยัง paypal อีกทีหนึ่ง

     ถ้าตัวเลข ทุกอย่างตรงกัน ขั้นตอนต่างๆ ที่ถือว่ายุ่งยากที่สุดก็จบ ต่อไปเราก็สามารถจะโอน จ่ายเงิน ผ่าน paypal ได้ทันที ง่ายๆ เหมือนกับส่ง อีเมล์ เพียงเข้าไปใน paypal.com แล้ว log in เข้าไป ใช้ user name ของเรา ที่เป็น อีเมล์ ใส่ระหัสผ่าน กรอกตัวเลข ใส่อีเมล์คนที่เราจะส่งเงิน ไปให้ คลิก send ง่ายยิ่งกว่าโอนเงินในธนาคารจริงๆ

     การที่สามารถส่งเงิน ได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ทำให้ paypal มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสมาชิกในกลุ่มที่ทำการซื้อ ขาย บนอินเตอร์เน็ต กลุ่ม auction ใน ebay yahoo เพราะว่าการสมัครไม่ยุ่งยาก สามารถสมัครในนามบุคคลได้ทันที ไม่วุ่นวายเหมือนการรับบัตรเครดิต ที่ต้องเป็นรุปแบบของบริษัทเท่านั้น การเกิดขึ้นของ paypal ทำให้การซื้อ ขาย บนอินเตอร์เน็ต บูมขึ้น โดยเฉพาะใน ebay ซึ่งเป็นเว็บไซต์ ประมูลที่มีสมาชิกมากที่สุด มียอดเพิ่มขึ้นถึง 152 % กว่าครึ่งรับ paypal ทำให้การรับ จ่าย เงิน รวดเร็วยิ่งขึ้น การซื้อขาย ที่เคยใช้เวลานาน จบลงภายในวันเดียว หลังจากปิดการประมูล เพราะสามารถจ่ายเงินผ่าน paypal ได้ทันที ไม่ต้องรอ การรับ ส่ง เงิน ผ่านไปรษณีย์ money order เหมือนเมื่อก่อน

     การรับ ส่ง เงิน ของ paypal จะเก็บเงินจากผู้ขาย โดยผู้ส่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ระบบของ paypal ทำให้การค้าบนอินเตอร์เน็ต แบบ c to c และ b to c มียอดขายสูงขึ้น ทั้งใน ebay ,yahoo และ amazon

     การเติบโตแบบก้าวกระโดด ของ paypal ทำให้ ค่ายอื่นๆ เห็นช่องทาง เปิดให้บริการในรูปแบบเดียวกัน โดย มี ebay ที่เปิดตัว billpoint.com สำหรับการซื้อ ขาย ใน ebay โดยเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นาน ในรูปแบบเดียวกัน คือการส่งเงินโดยอีเมล์ ส่วน yahoo ก็เปิด yahoo pay direct ขึ้นบนเว็บไซต์ของ yahoo โดยตรง เพื่อรองรับการ ซื้อขาย ใน yahoo auction

     การเปิดตัวของ billpoint โดย ebay นั้น เท่ากับว่าระบบการจ่ายเงินโดยอีเมล์ กลายเป็นระบบที่เกิดขึ้นมารองรับการค้าบนอินเตอร์เน็ต e-commerce ภายหลังการเปิดตัวไม่นาน paypal ก็เปิดให้บริการ business account เพื่อให้บริการบริษัทห้าง ร้าน ต่างๆ ที่ต้องการซื้อขายบนอินเตอร์เน็ต ได้จ่ายเงินผ่านระบบของ paypal

     โดยเฉพาะเมื่อมองจากฐานลูกค้าของ paypal ที่มีมากกว่า 5 แสนคน และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในช่วงแรกนั้น paypal จะเพิ่มเงินในบัญชีให้สำหรับลูกค้าใหม่ ที่สมัครเป็นสมาชิกฟรี ๆ 10 เหรียญ ให้คนที่แนะนำมาอีก 10 เหรียญ เท่ากับว่า paypal จ่ายให้กับสมาชิกใหม่ถึงราย ละ 20 เหรียญ และ ในสมาชิก 100,000 คนแรก paypal ต้องจ่ายถึง 2 ล้านเหรียญ ขณะที่ billpoint ลดให้ผู้ซื้อที่จ่ายผ่าน billpoint ทันที 1 เหรียญ แล้วไปเก็บค่าคอมมิชชั่นจากผู้ขายแทน

     สำหรับในเมืองไทย ระบบการจ่ายเงินผ่านอีเมล์ ของ paypal ยังไม่เกิด แต่ก็มีคนไทยจำนวนมากที่เปิดเวบซื้อขาย โดยรับ paypal ทั้งนี้ก็เพราะมีการไปเปิดบัญชี ที่อเมริกา หรือไม่ก็ใช้ชื่อบัญชีธนาคารของญาติ ของเพื่อน ในอเมริกาแทน ทำให้ลดขั้นตอนความยุ่งยากในการจ่ายเงินได้มากทีเดียว โดยเฉพาะคนไทยที่นำของไปขายใน ebay และ yahoo auction

     เมื่อมองแนวโน้มกับตลาดในเมืองไทย จะเห็นว่าปัญหาเกิดขึ้นจากจุดเดียวกัน นั่นคือความยุ่งยากในการจ่ายเงิน โดยเฉพาะเว็บขายของ ที่ไม่ใช่ บริษัทใหญ่ๆ ขายของพื้นบ้าน ของที่ระลึก คงไม่มีใครจะซื้อโดย ส่งเงินมาให้ หรือโอนเงินข้ามประเทศ หรือแม้แต่เว็บขายของ ที่รับบัตรเครดิต ปรากฎว่ายังมีผู้ที่เข้าไปซื้อของไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ด้วยซ้ำ ส่วนใหญ่จะเข้าไปดูเฉยๆ

     ใครที่มองเอาไว้ว่า บัตรวีซ่าอิเล็กตรอน ที่จะเป็นความหวังของการซื้อขาย ผ่านอินเตอร์เน็ตในเมืองไทย จะทำให้ยอดการจับจ่ายสูงขึ้น น่าจะนำเอาระบบของ paypal มาลองใช้ดู เผื่อว่าจะกระตุ้นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ของกลุ่มวัยรุ่นดอทคอม ที่ชอบเล่น chat ส่ง e-mail เพราะส่วนใหญ่จะมีบัตรวีซ่าอิเล็กตรอน บัตรของวัยดอทคอม

     หรือว่าใครที่มีเว็บไซต์ขายของ แล้วอยากจะได้ลูกค้าเพิ่มง่ายๆ ลองเข้าไปดูรายละเอียดใน paypal.com เผื่อจะสมัครเพื่อรับการจ่ายเงิน จากลูกค้าในอเมริกาผ่าน paypal ตอนนี้ paypal ยังจ่ายเข้าบัญชีฟรีๆ 5 เหรียญ บอกว่า linghlingh@yahoo.com แนะนำมา paypal จะได้เอาเงินเข้าบัญชีผู้เขียนอีก 5 เหรียญ

นำข้อมูลมาจาก http://www.thai.net/getdollar/paypal.htm

บทความที่เกี่ยวข้อง:

Paypal.com (ธุรกิจบริการโอนและชำระเงินระหว่างบุคคลกับบุคคล)
วิธีการสมัคร Paypal และการ Verified Account ตัวเอง โดย ใช้ บัญชี ของธนาคารกสิกรไทย
Google เตรียมเปิดตัว Gbuy รองรับการชำระเงินออนไลน์ PayPay สะท้านเตรียมรับมือ!

Comments

comments

%d bloggers like this: