ที่มาของคำว่า Below the line และ Above the line ในวงการสื่อโฆษณาและเอเยนซี่

    หากคุณเป็นคนหนึ่งที่พอรู้จักเกี่ยวกับแวดวงสื่อ การตลาด หรือ Agency อาจจะเคยได้ยินคำว่าสื่อ below the line และ above the line สื่อ Above the line ก็สื่อประเภท ทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์ แต่ส่วนสื่อที่เป็น below the line จะเป็นสื่อที่ไม่ใช่ above the line เช่น การจัดอีเวนต์ กิจกรรมพิเศษ, การส่งเสริมการขาย, การจัด Road Show ซึ่งสาเหตุที่เรียกกันแบบนี้เพราะ ตอนที่ Agency ต้องวางบิลให้กับลูกค้า ก็จะมีรายการชี้แจงว่า โฆษณาแคมเปญไหน "มีค่าใช้จ่ายสื่อหรือมีเดียอะไรบ้าง" เช่น สื่อประเภท ทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์ ซึ่งพอหมดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ทาง Agency ก็มักจะขีดเส้นใต้เอาไว้เพื่อให้รู้ว่ามีค่าใช้จ่ายยอดรวมตรงส่วนนี้เท่าไร

    หลังจากนั้นในบิลที่เรียกเก็บ ใบเดียวก็กัน ทาง Agency ก็จะทำรายการในส่วนกิจกรรมอื่นๆ "ที่ไม่เกี่ยวข้องกับค่ามีเดีย" เช่น การจัดกิจกรรม, การส่งเสริมการขาย, การจัด Road Show ฯลฯ ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ทาง Agency จะไมได้คิดค่าธรรมเนียมที่เป็นค่าคอมมิชชันเพิ่ม (ปกติ Agency คิด 15-17.65%) แต่จะคิดเป็นค่าจ้างตอบแทน

    ดังนั้นการขีดเส้นใต้ในใบแจ้งหนี้ เพื่อแยกค่าใช้จ่ายระหว่างค่าคอมมิชชั่น กับค่าจ้างที่ปฏิบัติกันมานานนี้เอง จึงเป็นที่มาของ ศัพท์ทางการตลาด 2 คำที่พูดกันอย่างมากในปัจจุบันคือ Above the line (เหนือเส้น) และ Below the line (ต่ำกว่าเส้น)

ผมเองได้ยินคำนี้มานาน ก็เพิ่งรู้นี้แหละว่าที่มามันคือแบบนี้

ข้อมูลจากหนังสือ Brandage

บทความที่เกี่ยวข้อง:

CRM& database marketing ความเหมือนที่แตกต่าง
ธุรกิจออนไลน์ บูม!
ผู้สูงอายุปลาดิบท่องเน็ตบ่อยเท่าวัยรุ่น
ธุรกิจชุมชนพัฒน์ การให้ที่ยั่งยืน

Comments

comments

%d bloggers like this: