ศัพท์ด้านการเงิน และการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่คุณควรรู้

   หากคุณเป็นคนนึงที่มีธุรกิจ หรือ อยากจะมีธรุกิจ สิ่งหนึ่งที่จำเป็นและควรจะรู้ หรือ "ต้องรู้" คือทักษะด้านการเงิน และการบัญชี หากอยากลองเีรียนรู้ง่ายๆ ก็อาจจะต้องลองศึกษา งบการเงิน หรือ ตลาดหุ้น ดุ (ฟังดูแค่นี้ สำหรับคนที่ไม่สนใจเลยก็น่าเบื่อแล้ว ผมเป็นคนนึงที่เคยเป็นแบบนั้น) แต่หากเราอยากให้ธุรกิจของเราเติบโตอย่าง ยั่งยืน และอย่างเป็น professional เราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ว่าเราต้องศึกษาเรื่องพวกนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
       เคยไหมครับ ที่เปิดหนังสือธุรกิจหน้ากลาง หน้าทีเ่ป็นข้อมูลตลาดหุ้น แล้วดูไม่รู้เรื่อง?
      เคยไหม ที่เปิดทีวีมา ตอนกลางวัน เห็นตัวอะไรวิ่งด้านล่าง เป็นตัวย่อ และก็มีตัวเลขเยอะ ๆ แล้วก็ดูไม่รู้เรื่อง…..

       ฮ่า ผมก็เคยเป็นแบบนั้น แต่เดียวนี้ใช่ว่าจะเก่งครับ แต่ก็ต้องบอกว่า พอดูออก และเข้าใจมากขึ้น ในตลาดทุน (ตลาดหุ้น) ของเมืองไทย และต่างประเทศ เพราะหากคุณพอเข้าใจมันแล้ว มันจะช่วยทำให้คุณเข้าใจ และศึกษา ระบบเศรษฐกิจในระดับ มหภาคได้ (Macro Economic) ซึงมันจะมีส่วนช่วยทำให้คุณเข้าใจในการทำุธุรกิจมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจแบบ Macro Economy แปรผันตรงกับ Micro Economy  แต่ก่อนอื่น ที่จะไปไกล พอดีไปเจอ ข้อมูล ที่น่าสนใจสำหรับที่จะอยากจะอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ตลาดหลักทรัพย์รู้เรื่อง


 ศัพท์ด้านการเงิน และการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่คุณควรรู้

ATC – AT THE CLOSE ( คำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ณ ราคาปิดตลาด )
คำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ตามราคาปิดตลาด ใช้เมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในช่วงเวลาปิดการซื้อขาย โดยเพียงแต่ต้องการซื้อหรือขาย ณ ราคาปิดเท่านั้น โดยสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ถึงเวลาปิด (Random เวลาในช่วง 16.35 – 16.40 น.)

ข้อควรระวัง คือ ราคาปิดเป็นราคาที่เกิดจากการคำนวณจากการเสนอซื้อขายที่มีการเข้าและถอนออก ได้ตลอดเวลา ราคาปิดจึงอาจเปลี่ยนได้เสมอแม้ขณะก่อนช่วงเวลาปิดการซื้อขายคราวแรกเพี้ยง เสี้ยววินาที

ระบบการซื้อขายจะจับคู่คำสั่ง ATC ก่อนคำสั่งประเภทระบุราคา (Limit Price) หากในกรณีที่คำสั่ง ATC สามารถจับคู่ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น คำสั่งที่เหลือก็จะสิ้นสภาพไป

คำสั่ง ATC ใช้ได้สำหรับการซื้อขายบนกระดานหลักและกระดานต่างประเทศเท่านั้น

ATO – AT THE OPEN (คำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ณ ราคาเปิดตลาด)
คำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ตามราคาเปิดตลาด ใช้เมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในช่วงเวลาเปิดการซื้อขายคราว แรก โดยเพียงแต่ต้องการซื้อหรือขาย ณ ราคาเปิดเท่านั้น

ข้อควรระวัง คือ ราคาเปิดเป็นราคาที่เกิดจากการคำนวณจากการเสนอซื้อขายที่มีการเข้าและถอนออก ได้ตลอดเวลา ราคาเปิดจึงอาจเปลี่ยนได้เสมอแม้ขณะก่อนช่วงเวลาเปิดการซื้อขายคราวแรก เพี้ยงเสี้ยววินาที

เมื่อผู้ลงทุนส่งคำสั่ง ATO เข้ามา คำสั่ง ATO จะเข้าไปรอดูการเลือกราคาเปิดเพื่อที่จะทำรายการต่อจากรายการที่ก่อให้เกิด ราคาเปิดนั้น จากนั้นระบบการซื้อขายจะคำนวณราคาเปิดตามเกณฑ์ ดังนี้

 • เป็นราคาที่ทำให้เกิดการซื้อขายมากที่สุด
 • ถ้ามีราคาที่ทำให้เกิดการซื้อขายมากที่สุด มากกว่า 1 ราคา จะใช้ราคาที่ใกล้เคียงกับราคาปิดครั้งก่อน
 • ถ้ามีราคาที่ใกล้เคียงกับราคาปิดครั้งก่อนมากกว่า 1 ราคา จะใช้ราคาที่สูงกว่าราคาปิดครั้งก่อน

เมื่อได้ราคาเปิดแล้ว ระบบการซื้อขายจะจับคู่คำสั่ง ATO ก่อนคำสั่งประเภทระบุราคา (Limit Price) หากในกรณีที่คำสั่ง ATO สามารถจับคู่ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น คำสั่งที่เหลือก็จะสิ้นสภาพไป ไม่มีการนำไปจัดลำดับเมื่อเปิดตลาดแล้ว

คำสั่ง ATO ใช้ได้สำหรับการซื้อขายบนกระดานหลักและกระดานต่างประเทศเท่านั้น

AUTOMATCHING หรือ AUTOMATIC ORDER-MATCHING (วิธีซื้อขายแบบจับคู่คำสั่งอัตโนมัติ)
เป็นวิธีการซื้อขายวิธีหนึ่งในระบบการซื้อขายด้วยคอมพิวเตอร์ของตลาดหลัก ทรัพย์ หรือ ระบบ ASSET วิธีการซื้อขายแบบจับคู่อัตโนมัตินี้จะประมวลคำสั่งซื้อและคำสั่งขายทั้งหมด เข้ามาในระบบและจัดเรียงลำดับการได้สิทธิซื้อ (หรือขาย) โดยระบบก็จะจับคู่คำสั่งซื้อขายโดยให้ความสำคัญกับคำสั่งที่มีราคาดีที่สุด ณ ขณะนั้นๆ และหากมีคำสั่งที่มีราคาดีที่สุดหลายคำสั่งระบบจะดูจากเวลาที่คำสั่งที่เข้า มาในระบบ (Price and then Time Priority) โดยจะจับคู่ให้อัตโนมัติ (Automatching) ไม่มีการแทรก แซงจากบุคคลใดทั้งสิ้น หากยังไม่มีคำสั่งซื้อและคำสั่งขายที่จะจับคู่กันได้ ระบบซื้อขายจะยังเก็บรวบรวมคำสั่งซื้อขายทั้งหมดไว้ เพื่อรอคำสั่งซื้อขายที่จะเข้ามาใหม่เพื่อจับคู่ซื้อขายต่อไปการซื้อขายวิธี นี้ใช้กับการซื้อขายบนกระดานหลัก (Main Board) กระดานหน่วยย่อย (Odd Lot Board) และกระดานต่างประเทศ (Foreign Board)


BID PRICE
ราคาเสนอซื้อของแต่ละหุ้นบนกระดาน ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง การเสนอซื้ออาจมีเข้ามาหลาย ณ ระดับราคา ระบบการซื้อขายหลักทรัพย์จะเรียงลำดับราคาเสนอซื้อที่สูงสุดเป็นลำดับแรก เพื่อรอการจับคู่การซื้อขาย

BIG LOT
การซื้อขายรายใหญ่เป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ทุกประเภทในจำนวนมากโดยไม่ได้ แบ่งย่อย ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้ปริมาณการซื้อขายตั้งแต่ 1 ล้านหลักทรัพย์ขึ้นไป หรือมูลค่าการซื้อขายตั้งแต่สามล้านบาทขึ้นไป เป็นการซื้อขายรายใหญ่ทั้งนี้ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคากันเอง การซื้อขายลักษณะนี้จะใช้วิธีซื้อขายแบบ Put-through

BOARD LOT
หน่วยการซื้อขาย คือ จำนวนหน่วยขั้นต่ำในการซื้อขายหุ้นบนกระดาน ( Main Board ) ปัจจุบันกำหนดให้ 1 หน่วยการซื้อขาย หรือ 1 Board Lot เท่ากับ 100 หุ้น ( หากหลักทรัพย์ใดมีราคาซื้อขายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปติดต่อกันถึง 6 เดือน หน่วยซื้อขายจะกำหนดให้เท่ากับ 50 หุ้น )

BOOK VALUE
มูลค่าตามบัญชี คือมูลค่าของหุ้นสามัญที่ได้จากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์/สุทธิของบริษัท ตามงบดุลล่าสุดของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ( คำนวณจากสินทรัพย์รวม- หนี้สินรวม ) หรือก็คือส่วนของผู้ถือหุ้นนั่นเอง หากกรณีบริษัทมีการชำระบัญชีเพื่อเลิกกิจการ ผู้ถือหุ้นก็จะได้รับเงินทุนต่อหุ้นคืนในจำนวนเท่ากับมูลค่าตามบัญชี


CEILING & FLOOR
ราคาซื้อ/ขายสูงสุดและต่ำสุดของหุ้น กล่าวคือ ระดับราคาที่หุ้นสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้สูงสุดในแต่ละวัน ซึ่งปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ร้อยละ 30 ของราคาปิดวันก่อน ยกเว้นในกรณี ดังนี้

  • หุ้นที่เริ่มซื้อขายเป็นวันแรก
  • หุ้นที่มีการซื้อขายเป็นวันแรกและถูกขึ้นเครื่องหมาย XD,XR,XS หรือ XA
  • หุ้นที่ไม่มีการซื้อขายติดต่อกันเกินกว่า 15 วันทำการ
  • หุ้นที่มีราคาต่ำกว่า 1 บาท

CIRCUIT BREAKER
คือ มาตรการที่ตลาดหลักทรัพย์นำมาใช้เพื่อหยุดการซื้อขายชั่วคราวในกรณีที่การ ซื้อขายหุ้นในตลาดโดยรวมตกต่ำอย่างมากจนผิดปกติ ทั้งนี้ เพื่อให้นักลงทุนได้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆระยะหนึ่งก่อนที่จะเปิดให้ทำการซื้อ ขายหุ้นได้ต่อไป โดยระบบหยุดการซื้อขายชั่วคราวมีหลักเกณฑ์ดังนี้

ครั้งที่1 เมื่อ set index ลดลงถึง 10 % ของค่าดัชนีปิดเมื่อวันก่อนหน้า ตลาดจะหยุดพักเป็นเวลา 30 นาที

ครั้งที่2 เมื่อ set index ลดลงถึง 20% ของค่าดัชนีปิดเมื่อวันก่อนหน้า ตลาดจะหยุดพักเป็นเวลา 1 ชั่วโมง

*หลังจากมีการหยุดการซื้อขายทั้ง 2 ครั้งแล้ว ตลาดจะเปิดทำการให้ซื้อขายต่อจนกว่าถึงเวลาตลาดปิดโดยจะไม่มีการหยุดการซื้อขายอีก

CLOSED-END FUND/OPEN-END FUND
กองทุนปิด/กองทุนเปิด

กองทุนปิด ( Close-end fund ) เป็นกองทุนรวมประเภทไม่รับซื้อหน่วยลงทุนคืนก่อนครบกำหนดโครงการมีการกำหนด ขนาดและอายุของกองทุนที่ชัดเจน โดยจะเปิดขายหน่วยลงทุนเพียงครั้งเดียวเมื่อเริ่มโครงการ และจะรับไถ่คืนต่อเมื่อกองทุนหมดอายุเท่านั้น กองทุนประเภทนี้มักจะมีสภาพคล่องสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้จากการนำหน่วยลง ทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับราคาตลาด

กองทุนเปิด ( Open-end fund ) เป็นกองทุนรวมประเภทรับซื้อหน่วยลงทุนที่ไม่มีการกำหนด ขนาด อายุ และระยะเวลาที่แน่นอน โดยจะมีการออกหน่วยลงทุนใหม่ตลอดเวลาที่มีผู้ซื้อต้องการ และจะรับซื้อคืนจากผู้ที่ถือหน่วยลงทุน โดยราคาขายหน่วยลงทุนใหม่และราคารับซื้อคืนหน่วยลงทุนนั้นจะใช้ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ( Net Asset Value ) ต่อหน่วยลงทุนเป็นเกณฑ์

CLOSING PRICE
ราคาปิด : ในการคำนวณหาราคาปิด ตลาดหลักทรัพย์จะเปิดให้สามารถซื้อขายหุ้นได้จนถึงเวลา 16.30 น. จากนั้นระบบการซื้อขายจะหาเวลาปิดโดยการสุ่มเลือก ( Random) ในช่วงเวลา 16.30-16.40น.และจะเปิดโอกาสให้ Broker สามารถส่งคำสั่งได้อีกอย่างน้อย 5 นาที แต่จะยังไม่มีการจับคู่จนกว่าจะถึงเวลาปิด จึงจะนำคำสั่งเสนอซื้อ/ขายทั้งหมดที่ค้างอยู่ ในระบบนำมาคำนวณหาราคาปิดของแต่ละหลักทรัพย์โดยวิธี Call Market ( วิธีจะคล้ายกับการสุ่มราคาเปิด ) ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

  • เป็นราคาซื้อขายที่ทำให้เกิดการซื้อขายได้ในปริมาณมากที่สุด
  • ถ้า มีราคาที่ทำให้เกิดการซื้อขายได้มากที่สุด มากกว่า 1 ราคา ให้ใช้ราคาที่ใกล้เคียงกับราคาซื้อครั้งสุดท้ายในวันทำการก่อนหน้ามากที่สุด
  • ถ้ามีราคาที่ใกล้เคียงกับราคาปิดในวันทำการก่อนหน้า มากกว่า 1 ราคา ให้ใช้ราคาที่สูงกว่าเป็นราคาปิด

กรณีที่ไม่สามารถคำนวณหาราคาปิดตามหลักเกณฑ์ข้างต้นได้นั้นให้ถือว่าราคาครั้งสุดท้ายในวันนั้นเป็นราคาปิด

วิธีสุ่มเลือกเวลา ( Random Time ) และวิธีสุ่มเลือก Call Market นั้นจะช่วยให้ลดการสร้างราคาปิด และทำให้ราคาปิดของตลาดหลักทรัพย์นั้นมีเสถียรภาพมากขึ้น

COMMISSION
ค่า นายหน้า คือค่าธรรมเนียมที่ลูกค้าจะต้องชำระให้กับบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นนายหน้า เมื่อลูกค้าได้ทำการซื้อหรือขาย โดยอัตราที่ตลาดหลักทรัพย์ได้กำหนด คืออัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.25 ของมูลค่าการซื้อขาย ในประเภทระบบบัญชีเงินสดหรือผ่าน Broker และอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.20 ในการซื้อขายผ่านระบบอินเตอร์เนต


DELISTING
การเพิกถอนหุ้นจดทะเบียน : อาจเกิดขึ้นได้หลายกรณี โดยบริษัทจดทะเบียนอาจขอเพิกถอนหุ้นสามัญของตนออกจากการเป็นหลักทรัพย์จด ทะเบียนโดยสมัครใจ ในกรณีนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ประชุมถือหุ้นของบริษัทที่ประชุมผู้ ถือหุ้นมีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมดและต้องไม่มีผู้ถือหุ้นคัดค้านการเพิกถอน เกินกว่า 10 % ของหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด หรือตลาดหลักทรัพย์อาจส่งให้เพิกถอนในกรณีที่อาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่อผู้ ลงทุน อาทิ บริษัทประสบปัญหาทางการเงินและผลการดำเนินงานตกต่ำลง หรือบริษัทไม่มีคุณสมบัติในการเป็นบริษัทจดทะเบียนได้ และกรณีที่บริษัทได้กระทำผิดกฎหมายหรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้อาจมีการเพิกถอนหลักทรัพย์อื่นที่ไม่ใช่หุ้นทุน เมื่อครบอายุโครงการ เช่น หน่วยลงทุน หรือเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน เช่น ใบสำคัญแสดงสิทธิ ( Warrant ) หุ้นกู้ หรือหุ้นแปลงสภาพ

DIVIDEND
เงินปันผล คือ ส่วนของกำไรที่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์แบ่งจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัท นั้นๆตามสิทธิของแต่ละหุ้น ซึ่งอาจอยู่ในรูปเงินสด หรือ หุ้นปันผลก็ได้ การจ่ายเงินปันผลจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับนโยบายการจ่ายปันผลของบริษัทและผล การดำเนินงานของบริษัทในแต่ละปี

DIVIDEND YIELD
คือ ค่าสถิติที่บอกให้นักลงทุนทราบว่า หากลงทุนซื้อหุ้นตามราคาตลาดปัจจุบัน จะมีโอกาสได้รับเงินปันผลตอบแทนจากการลงทุน คิดเป็นอัตราร้อยละของราคาหุ้นที่ซื้อ ซึ่งมีสูตรคำนวณ ดังนี้

อัตราเงินปันผลตอบแทน = เงินปันผลต่อหุ้น X 100
                                 ราคาตลาดของหุ้น


EARNING PER SHARE ( EPS )
คือ ส่วนของกำไรสุทธิของผลการดำเนินงานของบริษัทที่แบ่งเฉลี่ยให้แก่หุ้นสามัญแต่ละหุ้น ซึ่งมีสูตรคำนวณ ดังนี้

กำไรต่อหุ้น = กำไรสุทธิของบริษัท
                จำนวนหุ้นสามัญที่เรียกชำระแล้วของบริษัท

FOREIGN BOARD
กระดานต่างประเทศเป็นที่รองรับการซื้อขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติด้วยกัน เพื่อความสะดวกในการโอนหุ้นได้โดยไม่ติดข้อจำกัด เรื่องการถือครองหุ้นของชาวต่างชาติ กล่าวคือ หุ้นที่นำมาขายผ่านกระดานต่างประเทศนั้นจะต้องเป็นหุ้นที่ชาวต่างชาติเป็น เจ้าของอยู่แล้ว ซึ่งการซื้อขายลักษณะนี้จะทำได้โดยวิธี Automatic Order และ Put –Through ราคาในกระดาน Foreign Board จะไม่มีข้อจำกัดเรื่อง Ceiling and Floor Price

HALT: H
คือเครื่องหมายที่ตลาดหลักทรัพย์ใช้แจ้งให้นักลงทุนทราบว่าหุ้นดังกล่าวอยู่ ระหว่างถูกพักการซื้อขายสำหรับช่วงเวลาการซื้อขายรอบนั้นในกรณี ดังนี้

  • มี ข้อมูลข่าวสารที่อาจกระทบต่อสิทธิหรือการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นตัวนั้นๆ หรือการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ยังไม่ได้รับรายงาน จากบริษัท และอยู่ระหว่างสอบถามข้อเท็จจริง
  • ภาวะการ ซื้อขายของหุ้นบริษัทใดบริษัทหนึ่งน่าสงสัยว่าจะมีผู้ลงทุนบางกลุ่มทราบ ข้อมูลข่าวสาร สำคัญ และอยู่ในระหว่างสอบถามข้อเท็จจริง
  • กรณี ที่บริษัทขอให้ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย H เนื่องจากบริษัท อยู่ระหว่างรอการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ , หรือมีเหตุที่อาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการซื้อขายหลักทรัพย์

MAIN BOARD
คือ กระดานสำหรับการซื้อขายหุ้นที่มีปริมาณหรือจำนวนหุ้นที่ตรงตามหน่วยการซื้อ ขาย ( Board Lot ) โดยคำสั่งซื้อขายหุ้นบนกระดานหลักจะต้องระบุปริมาณที่จะสั่งซื้อหรือขาย เป็นจำนวนตั้งแต่ 1 หน่วยการซื้อขายหรือมากกว่า เช่น 2 , 3 , 4 Board Lots เป็นต้น แต่จะต้องไม่เกิน 10 ล้านหลักทรัพย์ หากต้องการซื้อขายมากกว่า 10 ล้านหลักทรัพย์จะต้องแบ่งจำนวนหลักทรัพย์ออกเป็นหลายคำสั่ง หรือให้ส่งคำสั่งบนกระดานรายใหญ่แทน

MARKET CAPITALIZATION
มูลค่าหุ้นตามราคาตลาด หรือที่เรียกสั้นๆว่า Market Cap คือ มูลค่า ตามราคาตลาดของหลักทรัพย์ที่เข้าจดทะเบียน คำนวณจากราคาปิดของหุ้นที่จดทะเบียน x จำนวนหน่วยของหุ้นที่จดทะเบียน ซึ่งมักใช้สำหรับแสดงขนาดของหุ้นที่จดทะเบียน หรืออาจใช้แสดงถึงขนาดของตลาดหลักทรัพย์โดยรวมได้อีกด้วย

MARKET PRICE
ราคาตลาด คือ ราคาของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่เกิดจากการซื้อขายครั้งล่าสุด และเป็นราคาที่สะท้อนถึงความต้องการซื้อและขายของนักลงทุนโดยรวม


NET SETTLEMENT
การชำระค่าซื้อขายแบบยอดสุทธิ คือ การนำค่าซื้อขายของหลักทรัพย์เดียวกันภายในวันเดียวมาหักลบกันเพื่อหายอด สุทธิ และเมื่อถึงวันที่ 3 หลังจากการซื้อขาย ผู้ลงทุนก็เพียงแต่ชำระส่วนต่างที่มีค่าซื้อมากกว่าค่าขายเท่านั้น หากค่าขายมากกว่าค่าซื้อผู้ลงทุนก็จะได้รับเงินในส่วนต่างสุทธิดังกล่าว จากบริษัทหลักทรัพย์ การซื้อขายลักษณะนี้จะช่วยให้ผู้ลงทุนมีสภาพคล่องมากขึ้นโดยไม่ต้องชำระเงิน เต็มจำนวนยอดที่ซื้อทุกรายการและทำให้มีสภาพคล่อง

NON-VOTING DEPOSITORY RECEIPT : NVDR
ใบ สำคัญแสดงสิทธิประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย : หลักทรัพย์ที่ออกโดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของตลาดหลักทรัพย์ มีสถานะเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนและมีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นหุ้นสามัญหรือ หุ้นบุริมสิทธิที่จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็นวีดีอาร์จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชาวต่างชาติในเรื่องของการถือครอง หลักทรัพย์และ สิทธิที่นักลงทุนต่างชาติจะได้รับ ซึ่งผู้ถือหุ้น NVDR ก็จะได้รับสิทธิในลักษณะเดียวกับผู้ถือหุ้นสามัญทั่วไป ยกเว้นสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งผู้ลงทุนสามารถซื้อขาย เอ็นวีดีอาร์ในตลาดหลักทรัพย์ได้ในลักษณะเดียวกับการซื้อขายทั่วไป


OFFER
ราคาเสนอขายของแต่ละหุ้นบนกระดาน อาจมีการเสนอขายเข้ามาหลายระดับราคา ซึ่งระบบการซื้อขายหลักทรัพย์นั้นจะจัดเรียงราคาเสนอขายที่ต่ำที่สุดอยู่ใน ลำดับแรก เพื่อรอการจับคู่การซื้อขาย

OPENING PRICE
ราคา เปิด : ในการคำนวณหาราคาเปิดของหลักทรัพย์ในแต่ละวันนั้น จะเกิดจากระบบการสุ่มเลือก ( Random) ในช่วง 9.55-10.00 น. โดยนำคำเสนอซื้อขายทั้งหมดที่ค้างอยู่ในระบบมาคำนวณหาราคาเปิดของแต่ละหลัก ทรัพย์โดยวิธี Call Market ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

  • เป็นราคาซื้อขายที่ทำให้เกิดการซื้อขายได้ในปริมาณมากที่สุด
  • ถ้ามีราคาที่ทำให้เกิดการซื้อขายได้มากที่สุด มากกว่า 1 ราคา ให้ใช้ราคาที่ใกล้เคียงกับราคาปิดในวันทำการก่อนหน้ามากที่สุด
  • ถ้ามีราคาที่ใกล้เคียงกับราคาปิดในวันทำการก่อนหน้า มากกว่า 1 ราคา ให้ใช้ราคาที่สูงกว่าเป็นราคาเปิด

PRICE SPREAD
ช่วงราคา คือ ช่วงการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสำหรับการเสนอซื้อขายบนกระดานหลักและกระดาน ย่อย ซึ่งช่วงราคาจะขึ้นอยู่กับระดับราคาของแต่ละหุ้น ดังนี้

    ต่ำกว่า 2 บาท ช่วงราคา 0.01 บาท

    ราคาตั้งแต่ 2 บาท แต่ต่ำกว่า 5 บาท ช่วงราคา 0.02 บาท

    ราคาตั้งแต่ 5 บาท แต่ต่ำกว่า 10 บาท ช่วงราคา 0.05 บาท

    ราคาตั้งแต่ 10 บาท แต่ต่ำกว่า 25 บาท ช่วงราคา 0.10 บาท

    ราคาตั้งแต่ 25 บาท แต่ต่ำกว่า 50 บาท ช่วงราคา 0.25 บาท

    ราคาตั้งแต่ 50 บาท แต่ต่ำกว่า 100 บาท ช่วงราคา 0.50 บาท

    ราคาตั้งแต่ 100 บาท แต่ต่ำกว่า 200 บาท ช่วงราคา 1.00 บาท

    ราคาตั้งแต่ 200 บาท แต่ต่ำกว่า 400 บาท ช่วงราคา 2.00 บาท

    ราคาตั้งแต่ 400 บาท แต่ต่ำกว่า 800 บาท ช่วงราคา 4.00 บาท

    ราคาตั้งแต่ 800 บาท ขึ้นไป ช่วงราคา 6.00 บาท

•  ดังนั้น หากผู้ลงทุนต้องการเสนอซื้อขายหุ้นตัวใดนั้นจะต้องดูราคาซื้อขายครั้งสุด ท้ายของหุ้นตัวนั้นด้วย เพื่อจะได้เสนอซื้อและขายได้ตามช่วงราคา เช่น หุ้น A มีราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายที่ 110 บาท ดังนั้นผู้ลงทุนจะต้องเสนอซื้อขายเพิ่มขึ้นหรือลดลง 110 บาท ครั้งละ 1 บาท เช่น 111 บาท หรือ 109 บาท เป็นต้น


SUSPENSION “SP ”
การ ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว คือ เครื่องหมายที่ตลาดหลักทรัพย์จะแจ้งให้นักลงทุนทราบว่าหุ้นดังกล่าวจะอยู่ ระหว่างห้ามซื้อขายชั่วคราว ตลาดหลักทรัพย์จะขึ้นเครื่องหมาย SP บนหุ้นตัวนั้น ในกรณีดังนี้

•  บริษัทฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์

•  ปรากฏข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินหรือผลการดำเนินงานของบริษัทซึ่งอาจ มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาต่อหุ้นตัวนั้น เป็นอย่างมาก โดยที่ข่าวสารยังมิได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะชนผ่านตลาดหลักทรัพย์ หรืออยู่ในระหว่างที่ตลาดหลักทรัพย ์กำลังรอการเปิดเผย ข้อมูลเพิ่มเติมหรือบริษัทขอให้ตลาดหลักทรัพย์สั่งพักการซื้อขายหุ้นของ บริษัทเนื่องจากมีข่าวหรือข้อมูลสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งอาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหุ้นตัวนั้นๆได้

WARRANT
ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อขายหลักทรัพย์ คือ ตราสารการเงินประเภทหนึ่งที่ให้สิทธิ ( ไม่ใช่ข้อผูกมัด ) ผู้ถือในการจองซื้อหุ้นสามัญจากบริษัทผู้ออกได้ใน จำนวน ราคา และระยะเวลาที่กำหนดไว้

ข้อมูลจาก http://www.seamico.com/Th/member/glossary.asp

บทความที่เกี่ยวข้อง:

7 ข้อห้ามสำหรับ eLogo
กลยุทธ์ด้านราคา หากคู่แข่งทำราคาออกมาต่ำกว่าทำยังไง? (Pricing Strategy)
มารู้จัก Google ทุกมุมมองผ่านรายการ บันทึกโลก ดูเป็น VDO กันเลย
เที่ยวต่างประเทศให้สนุก ประหยัด ลดค่าใช้จ่ายกับ Smart Phone เครื่องเดียว

Comments

comments

%d bloggers like this: