ภัยร้ายไซเบอร์ที่อยู่ใน Printer ของคุณ

ยิ่งเทคโนโลยีล้ำหน้าไปมากเท่าไหร่ การคุกคามทางไซเบอร์ก็ยิ่งล้ำหน้าตามไปด้วยเช่นกัน จากกรณีล่าสุดของมัลแวร์ Wanna Cry ที่ทำเอาหลายหน่วยงานอยากร้องไห้ไปตามๆกัน

กรณี Wanna cry เป็นการโจมตีโดย malware เมื่อติดเชื้อนี้ ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จะโดนมัลแวร์ หรือไวรัสชนิดนี้เจาะเข้าไปสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยจะไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้หากไปจ่ายค่าไถ่ให้แก่ผู้โจมตี ซึ่งสิ่งน่ากลัวที่ทำให้กระแส Wanna cry โด่งดังขึ้นไปอีก ก็คือ การใช้เทคโยโลยี Bitcoin (สกุลเงินดิจิทัล) ที่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครเป็นผู้ดูแล ไม่ใช่สกุลเงินแบบปกติที่ต้องออกโดยประเทศใดประเทศหนึ่งบนโลก เราไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของบัญชี ถึงแม้จะรู้ว่ามีเงินเข้าออกบัญชีนี้มากน้อยเพียงใดก็ตาม ถือว่าเรื่องนี้น่ากลัวกว่าที่คิด

 


ตัวอย่างหน้าจอ Wannacry ที่เวอร์ชั่นภาษาไทย

การโจมตีทางไซเบอร์อีกทางนึงคือ เครื่องพิมพ์ หรือ Printer เป็นหนึ่งในช่องโหว่สำคัญที่ เหล่าไวรัส มัลแวร์ใช้โจมตีเหยื่อ ตามงานวิจัยของ สถาบันPonemon กล่าวว่า 55%ของอุปกรณ์ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้แต่ขาดระบบรักษาความปลอดภัยที่สุดคือ printer  เนื่องจากเครื่องพิมพ์หลายๆรุ่นมักจะไม่ได้ติดตั้ง Firewallกับ ระบบ อีกทั้งความสามารถของเครื่องพิมพ์เหล่านี้ที่ทำได้ทั้ง สแกน ถ่ายเอกสาร และส่งอีเมล ถ้าเอกสารของบริษัทสามารถเปิดเผยได้จะไม่มีผลกระทบใดๆ แต่ถ้าเอกสารเหล่านั้นเป็นความลับของพนักงาน หรือลูกค้า เช่น หมายเลขบัตรเครดิต รวมถึงข้อมูลส่วนตัวต่างๆ แล้วเกิดรั่วไหลไปให้มิจฉาชีพสามารถหาประโยชน์ได้จะนำมาซึ่งความเสี่ยงที่บริษัทมีโอกาสเสียหายอย่างใหญ่หลวง

 

แต่ตอนนี้มีเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นที่มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยชั้นสูงแล้ว นั่นคือ

HP A3 MFPs

 

HP Color LaserJet Managed Flow MFP E77830z, center view, booklet maker, with paper

ที่ได้รับการออกแบบให้สามารถป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกวันโดยมี    ฟีเจอร์ HP Sure Start ที่จะกระตุ้นให้เครื่องรีบูทโดยอัตโนมัติหากเกิดการโจมตีและยังบรรจุโปรแกรมที่ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจจับความผิดปกติแล้วแจ้งเตือนความปลอดภัยไปยังเจ้าหน้าที่ไอทีเมื่อมีภัยคุกคาม

อีกหนึ่งเทคโนโลยีของเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น A3 ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ แพลตฟอร์ม PageWide ที่มอบความเร็วในการพิมพ์สูงที่สุด เนื่องจากเทคโนโลยี PageWide ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมจุดด้อยของเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั่วไปที่ใช้หัวพิมพ์เคลื่อนตัวซ้ายขวาเพื่อฉีดหมึกลงบนกระดาษในขณะที่พิมพ์ ส่งผลให้พิมพ์ได้ช้าเทคโนโลยี PageWide มีความหมายตรงตัวคือ “หน้ากระดาษกว้าง” โดยหัวพิมพ์ถูกสร้างขึ้นให้มีมีความกว้างเท่ากับกระดาษทั้งแผ่น หัวพิมพ์จึงไม่ต้องเคลื่อนที่เวลาพิมพ์ และสามารถฉีดหมึกพร้อมกันทั้งบรรทัดในขณะที่กระดาษเลื่อนผ่านได้เลย 

 

นอกจากนี้เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น A3 แพลตฟอร์ม PageWide ยังมีราคาต้นทุนต่อแผ่นที่ถูกลง อีกทั้งช่วยให้ประหยัดพลังงาน โดยใช้พลังงานเพียง 1 ใน 7 ของเครื่องพิมพ์สีเลเซอร์ประเภทเดียวกันจากค่ายอื่นๆ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเพราะสามารถลดขยะที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์ได้ด้วย พร้อมด้วยเทคโนโลยีด้านบริการ Smart Device Servicesที่ตอบโจทย์ในการลดต้นทุนการบริหารจัดการให้องค์กรและเป็นการยกระดับประสบการณ์การบริการและการใช้งานให้กับลูกค้า

สุดท้ายนี้ใครอยากพิสูจน์ว่าภัยคุกคามจาก Printer สามารถป้องกันและตรวจสอบได้จริงไหมไปลองสัมผัส เครื่องพิมพ์ MFP A3 ได้แล้วผ่านตัวแทนจำหน่าย HP (channel partners) หรือผ่านทางเอชพีโดยตรง หรือสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.hp.com/th/A3

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

Windows 8...Freedom in my hand.
เจาะ 4 เทรนด์เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
แอบดูเทคโนโลยีของภาครัฐ ก้าวล้ำไปแค่ไหน ที่เราจะได้ใช้เร็วๆ นี้
4 เคล็ดลับ เลือกการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี ให้เหมาะกับสไตล์ตัวเอง

Comments

comments

%d bloggers like this: