10 เทคนิคการออกแบบเว็บให้ Google รู้จัก

                       ตอนนี้ผมเชื่อว่าคนไทยมากกว่า 90% ที่ใช้อินเทอร์เน็ต มักจะใช้ เสริช์เอนจิ้น (Search Engine)ในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ จากอินเทอร์เน็ต  และจากข้อมูลของ Truehits.net พบกว่า คนไทยเกินกว่า 90% ใช้ Search Engine ของ Google.com  (และ จากการสำรวจของผม ทุกครั้งที่มีโอกาสไปสอนและสอบถามกับคนที่เรียน พบกว่าข้อมูลเป็นไปตาม Truehits.net) จากข้อมูลที่บอกมา ทำให้เห็นได้ว่า คนส่วนใหญ่จะหาเว็บไซต์ที่เค้าต้องการหา จาก Google ค่อนข้างมาก ซึ่งหากคุณ "สามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณสามารถติดอันดับต้นในการค้นหา ของ Search Engine" ได้ นั้นหมายถึงการที่คนที่เป็นลูกค้าคุณจะสามารถรู้ และเข้าไปยังเว็บไซต์คุณได้  

               ดังนั้นการทำการตลาดผ่าน Search Engine ถือเป็นวิธีและช่องทางที่ เจ้าของเว็บไซต์ "ทุกคน" ควรทราบและนำไปปฏิบัติกับเว็บไซต์ของคุณ โดยวันนี้ผมจะมาทิปและเทคนิคง่าย ๆ ในการทำให้เว็บไซต์ของคุณเข้าไปอยู่ในอันดับของ Search Engine โดยเราเรียกวิธีการทำแบบนี้ว่า Search Engine Optimization หรือ เรียกสั้นๆ ว่า SEO และทิปและเทคนิคนี้จะเน้นกับเว็ไซต์ Google.com ซะส่วนใหญ่นะครับ

 

เทคนิคการทำให้เว็บไซต์ติดใน Searh Engine
***************************************************************************

1. ใส่ Keyword ใน Title ของหน้าเว็บ

      การใส่ Key Word ในหน้าเว็บไซต์ในส่วนของแท็ก <Title>   จะช่วยทำให้  Search Engine รู้ว่าเว็บไซต์หน้านั้นๆ ของคุณ มีข้อมูลเกี่ยวกับอะไร ซึ่งข้อมูลนี้จะแสดงอยู่ในตำแหน่งบนด้านบนสุดของบราวเซอร์ ซึ่งตำแหน่งนี้ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญส่วนหนึ่ง

2. การใส่ Key Word ที่ต้องการในส่วนด้านบนของเว็บไซต์และการเน้นด้วยตัวหนา

       การเน้น Key Word ที่ต้องการในหน้าเว็บไซต์ด้านบน และมีการเน้น key word ภายในหน้าเว็บไซต์ด้วย ตัวหน้า หรือการใช้แท็ก <b> จะเป็นการเน้นให้ Search Engine รู้ว่า นี้คือคำที่เราต้องการเน้นและให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่ง Search Engine จะให้ความสำคัญและน้ำหนักกับ Key Word เหล่านี้

3. หลีกเลี่ยงการออกแบบเว็บไซต์ด้วย Flash หรือรูปภาพเยอะ ไม่มีตัวหนังสือ

       เพราะ Google จะอ่านจากโค๊ดของหน้าเว็บไซต์ ซึ่งหากเว็บไซต์คุณ มีแต่ภาพ และยิ่งเป็น Flash ด้วยแล้วละก็ Google จะไม่รู้จักเว็บไซต์คุณเลยว่าเกี่ยวกับอะไร คุณควรปรับเปลี่ยนเพิ่ม ตัวหนังสือเข้าไปในเว็บไซต์ เพื่อให้ Google ได้รู้จักเว็บไซต์อของคุณ

4. หลีกเลี่ยงใช้ออกแบบเว็บไซต์ด้วยเฟรม

       เพราะการออกแบบเว็บไซต์ด้วย เฟรม <frame>  จะทำให้ Search Engine จะไม่สามารถทราบได้ถึงข้อมูลที่มีอยู่ในเนื้อหาในหน้านั้นๆ เพราะเนื้อหาในหน้านั้น ๆได้ถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ โดยการใช้เฟรม ดังนั้นคุณควรหลีกเลี่ยงซะ (การใช้เฟรม คือ การออกแบบหน้าเว็บที่มีหน้าเว็บหลาย ๆส่วนประกอบเข้าด้วยกันในหน้าเดียว)

5. การเขียนเว็บด้วยภาษาง่าย ๆ ไม่ใช่โค๊ดที่สลับสับซ้อน

       การ ออกแบบเว็บไซต์ โดยมี code ที่สั้นและกระชับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เว็บไซต์คุณง่ายต่อการค้นหาของ Search Engine อย่าใช้ code ฟุ่มเฟือยจนเกินไป ไม่ใช้ table มากเกินไป ลดการใช้ JavaScript และ CSS เท่าที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้ คำค้นหาสำคัญๆ ควรอยู่ส่วนบนๆของเว็บเพจให้มากที่สุด

6. ควรตั้งชื่อไฟล์รูปภาพ และใส่คำอธิบายให้กับภาพ

       คุณ ควรตั้งชื่อไฟล์รูปภาพที่ตรงกับ Keyword ที่คุณต้องการ และควรใส่คำอธิบายภาพ โดยใช้แท็ก <alt> คำอธิบาย </alt> เพื่อทำให้ Search Engine รู้ว่าภาพที่คุณใส่เข้าไปในเว็บไซต์คุณคือภาพอะไร และเกี่ยวกับอะไร ซึ่งจะมีผลต่อการค้นหาของ Search Engine ด้วย

7. ใส่ คีย์เวริด์ ให้หนาแน่น ภายในหน้าเว็บไซต์

       การ ที่ในหน้าเว็บไซต์ของคุณมี Key Word ที่ซ้ำๆ หลายๆ คำในหน้านั้นๆ  (Key Word Density)  นั่นหมายถึงหน้าๆ นั้นของคุณมีข้อมูลและเรื่องราวที่เกี่ยวกับคำๆนั้น  ซึ่ง Search Engine ให้ความสำคัญกับส่วนนี้ เช่นกัน ซึ่งควรจะมีการซ้ำๆ กันของ Key Word ในหนึ่งหน้าเว็บ ไม่ควรเกิน 20%  ซึ่งหากใส่มากเกินไปจะกลายเป็นการ Key Word Spamming ซึ่งอาจจะทำให้เว็บไซต์คุณโดนบล็อกไปเลย

8. ขนาดไฟล์ HTML ของหน้าเว็บไซต์ไม่ควรเกิน 32K

       ถ้า หน้าเว็บไซต์ของคุณ มีขนาดใหญ่จนเกินไป จะทำให้ Search Engine ไม่สามารถเก็บข้อมูลของหน้าเว็บไซต์คุณได้ ดังนั้นในการออกแบบ ควรไม่ให้มีขนาดไฟล์ HTML ไม่เกิน 32K

9. แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ 

       การ แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ และมีเว็บไซต์อื่นๆ ลิงค์มาหาคุณเยอะๆ เป็นการแสดงว่า เว็บไซต์คุณเป็นที่รู้จักจาก ซึ่ง Google จะให้คะแนนของเว็บไซต์คุณ โดยเป็นค่า Page Rank (PR)โดยจะมีการให้คะแนนเอาไว้มีค่าตั้งแต่ 1-10 คะแนน โดยเว็ปเพจใดที่ google เห็นว่าเป็นเว็ปเพจที่ “ สำคัญ ” ซึ่งหากเว็บไซต์คุณมีค่า Page Rank สูงก็จะมีผลต่ออันดับในการแสดงใน google  โดยเราสามารถทราบค่า PR ของเว็บไซต์เราได้ โดย download และ install google toolbar (http://toolbar.google.com) หลังจากนั้นคุณจะสามารถดูคะแนน PR ของคุณที่จัดโดย google ได้

10. ทำ Site Map ให้กับเว็บไซต์ของคุณ

       Site Map ก็คือแผนที่เว็ปไซด์ของคุณ ว่าเว็ปไซด์คุณมีหน้าเว็ปต่างๆ อยู่ที่ไหนบ้าง หน้าไหน link ไปสู่หน้าไหน เป็นการรองรับให้ทุกๆ หน้าของเว็ปไซด์คุณถูกเข้าถึงได้ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ Google สามารถทราบได้ว่าในเว็บไซต์ของคุณมีหน้าเว็บอะไรบ้างทั้งหมด

  จริงๆ แล้วจะมีเทคนิคและรายละเอียดมากกว่านี้เยอะมากครับ แต่ผมสรุปเอาจุดเด่นๆ เอามาให้ผู้ที่มีเว็บไซต์และอยากติดอันดับใน Search Engine ซึ่งหากสนใจ อยากศึกษาเพิ่มเติม หรือมีคำถามอยากสอบถาม ตอนนี้ได้มีกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการทำ Search Engine Optimization (SEO)ได้รวมตัวกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำ SEO ที่เว็บไซต์ www.SEO.in.th ยังไงก็อยากให้คนที่ทำเว็บไซต์คุณ ไม่ละเลยเรื่องการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์คุณนะครับ รีบเริ่มทำซะวันนี้นะครับ หากยิ่งช้าไป เว็บไซต์คุณ อาจจะล้าหลังจากคู่แข่งคุณไปมากนะครับ... เอ้าาา ลุยยยยย.....

 

PS. วิธีการที่จะรู้ว่าเว็บไซต์ที่เราไป Submit นั้น ติด Index ของเรากี่หน้า  มีวิธีเช็คดังนี้ครับ
1. เปิด Google.com
2. พิมพ์ "เว็บไซต์เรา"วรรคsite:เว็บไดเร็คทอรี่ที่เราไปซับมิท
ตัวอย่างเช่น ผมต้องการหาเว็บผมชื่อ cotton.seller-reviews.com ใน Directory ของ searchfinish.com ก็จะได้เป็น
"cotton.seller-reviews.com" site:searchfinish.com
เราก็จะได้ดังตัวอย่าง เห็นเว็บของเราที่ติด Index กับ searchfinish.com ดังด่านล่างครับ
http://www.google.com/search?hl=en&q=%22cotton.seller-reviews.com%22+site%3Asearchfinish.com&btnG=Search
ยิ่งติดเยอะๆ ยิ่งดีครับ เราก็จะได้รู้ว่า Directory ใด ไป Submit แล้วไม่ผิดหวังครับ (จากคุณ Finish )

Pawoot P.    24/10/05

ปล. ขอบคุณข้อมูลหลาย ๆส่วน  จากเว็บไซต์ www.SEO.in.th เว็บไซต์พูดคุยของคนทำ SEO ในเมืองไทย

 

 

Comments

เดี๋ยวนี้มีวิธีการทำ SEO กับเว็บ FLASH แล้วนะครับ
เพิ่งอ่านมาแว็บๆ

ขอออนุญาติ นำความรู้นี้ไปเผยแพร่ที่ www.webexperts.co.th
เป็นความรู้ทั่วไปให้ผู้เยี่ยมชมเว็บนะคะ
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

ขอบคุณมากครับ สำหรับเทคนิค

เป็นความรู้ที่มีประโยชน์มากครับ จะลองนำไปประยุกต์ใช้ในเว็บ
www.lannalive.com ดู ได้ผลยังไงจะมาเล่าต่อครับ

สวัสดีคะ คุณ Pawoot และ ทีมงาน

ได้รับ newsletter update มาตลอดตั้งแต่เป็นสมาชิกคะ จริงๆแล้วเป็น แฟนพันธ์แท้ web tarad มานานแล้ว ตั้งแต่อยู่เมืองไทยคะ ตอนนี้อยู่ที่ Australia 3 ปี แล้ว และเริ่มทำ website ของตัวเองได้ประมาณ 50% แล้วคะ
ข้อมูลต่างๆ ที่ทาง ตลาด ส่งให้ ก็ได้นำมาปรับใช้จริงๆ กับ website ของตัวเองอยู่ตอนนี้คะ เพื่อต้องการให้ website ถูกหลักสากลเลย ก่อนที่จะ Publish คะ. วันนี้ก็อยากจะขอคำแนะนำเพิ่มเติมคะ เกี่ยวกับ website มีบางอย่างที่ยัง สับสนอยู่คะ ขอถาม ตามนี้นะคะ...
1. Title page ของแต่ละ หน้า web page คือส่วน ที่ ต้องโชว์อยู่ตรง navigator bar ของ browser ใช่ หรือไม่คะ หรือที่เรียกกันว่า Url Address.
2. เวลาเราลงสร้าง website ในโปรแกรม ที่เราซื้อบริการจาก DIY Ready Website ในส่วนที่เป็น Contral Panel จะให้มีการตั้งค่า Page Set Up ของแต่ละหน้า web page ที่เราทำเสร็จแล้ว จะมีในส่วนที่ให้เราตั้งค่า
Title, Description, Keywords ให้ทำการใส่ Title โดยส่วนนี้จะไป Show อยู่ที่ navigator bar ของ browser (ตามข้อ1) ใช่หรือไม่คะ
3. Title ของแต่ละ หน้า ก็คือ ส่วน ที่เราออกแบบ ให้เป็นหน้าหลัก Homepage (About us, Contact us, Policy, Shippment....ect.) ถูกต้องมั้ยคะ?
4. และในส่วนที่เรียกกันว่า Headline คือ ส่วนที่จะ โชว์อยู่บน สุดด้านซ้าย เหนือ naviagator bar ใช่มั้ยคะ ถ้า ใช่ ส่วนนี้สำคัญอย่างไร คะ? นึกภาพไม่ออกคะ ว่ามัน จะ ถูกเอาไป คีย์ ตรงไหน ในโปรแกรมที่เราสร้าง
(ปกติมี แค่ 3 ส่วนให้ คีย์ Title, Description, Keywords)
5. ส่วน Headline ต้องทำตัวหนา ใหญ่ ใช่มั้ยคะ ตัวอย่าง ตาม Attached File ที่แนบมาให้ดูค่ะ
6. ในเรื่องของการ โปรโมท ควรทำ website ให้เสร็จก่อน ค่อย Submit to all SEO และ Website Directories ต่างๆ ถูกต้องหรือเปล่าคะ

ขอโทษด้วยนะคะ มีคำถามเยอะแยะเลย สำหรับคนไกลบ้าน โดยส่วนตัวแล้วก็ได้ติดต่อกับผู้ให้บริการ โปรแกรมอยู่บ่อย ๆ คะ แต่ ฝรั่งมัน ก็ตอบมั่ง ไม่ตอบมั่ง และก็เวลา ไม่ตรงกันด้วย เลยได้คำตอบช้ามากคะ
คือใช้บริการ Hosting ของ U.S.A .

ป.ล อยากจะลองส่ง หน้า website ให้ช่วยพิจารณาคะ แต่ว่ายังทำไม่เสร็จ คะ ชือ www.tradetrust4u.net คะ
I am looking forward to hear from you,

Regards,
Wallaya. (Australia)

Regards,
Wallaya. (Australia)

สุดยอดจริงๆ ครับ ได้ความรู้เยอะเลย เป็นประโยชน์มากครับ

สวัสดีครับ คุณ Wallaya ตอบทีละข้อนะครับ

1. Title page ของแต่ละ หน้า web page คือส่วน ที่ ต้องโชว์อยู่ตรง navigator bar ของ browser ใช่ หรือไม่คะ หรือที่เรียกกันว่า Url Address.
>> ใช่แล้วครับ มันจะอยู่ด้านบนสุดของหน้าของ browser เพื่อแสดงว่าหน้านี้คืออะไรครับ

2. เวลาเราลงสร้าง website ในโปรแกรม ที่เราซื้อบริการจาก DIY Ready Website ในส่วนที่เป็น Contral Panel จะให้มีการตั้งค่า Page Set Up ของแต่ละหน้า web page ที่เราทำเสร็จแล้ว จะมีในส่วนที่ให้เราตั้งค่า
Title, Description, Keywords ให้ทำการใส่ Title โดยส่วนนี้จะไป Show อยู่ที่ navigator bar ของ browser (ตามข้อ1) ใช่หรือไม่คะ
>> ถูกต้องแล้วครับ

3. Title ของแต่ละ หน้า ก็คือ ส่วน ที่เราออกแบบ ให้เป็นหน้าหลัก Homepage (About us, Contact us, Policy, Shippment....ect.) ถูกต้องมั้ยคะ?
>> ใช่ครับ เราควรเขียน Title แต่ละหน้าให้ชัดเจนว่าคือหน้าอะไร และควรมี Keyword ที่สำคัญของหน้าๆ นั้นมาแสดงอยู่ในส่วนของ title  bar ด้วยครับ

4. และในส่วนที่เรียกกันว่า Headline คือ ส่วนที่จะ โชว์อยู่บน สุดด้านซ้าย เหนือ naviagator bar ใช่มั้ยคะ ถ้า ใช่ ส่วนนี้สำคัญอย่างไร คะ? นึกภาพไม่ออกคะ ว่ามัน จะ ถูกเอาไป คีย์ ตรงไหน ในโปรแกรมที่เราสร้าง
(ปกติมี แค่ 3 ส่วนให้ คีย์ Title, Description, Keywords)
>> ในส่วน head line นี้คือส่วนที่เราเขียนเอง ไว้บนๆ สุดของหน้าเว็บครับ เพื่อเป็นการ ย้ำกับ  Google ว่าหน้านี้คือหน้าอะไร และยังเป็นการเพิ่ม keyword ให้กับหน้านั้นด้วยครับ

5. ส่วน Headline ต้องทำตัวหนา ใหญ่ ใช่มั้ยคะ ตัวอย่าง ตาม Attached File ที่แนบมาให้ดูค่ะ
>> ถ้าใช้ HTML tag H1,H2,H3  ด้วยจะดีมากครับ แต่อาจจะใช้ CSS ช่วยทำให้มันเล็กลงมาได้ครับ (ไม่งงนะ)

6. ในเรื่องของการ โปรโมท ควรทำ website ให้เสร็จก่อน ค่อย Submit to all SEO และ Website Directories ต่างๆ ถูกต้องหรือเปล่าคะ
>> ใช่แล้วครับ

ขอให้โชคดีนะคับ ในการทำนะครับ

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
CAPTCHA
This question is for testing whether you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.
Image CAPTCHA
Copy the characters (respecting upper/lower case) from the image.