วันนี้เว็บไซต์คุณจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้วรึยัง?

คุณเคยซื้อของทางอินเทอร์เน็ตบ้างไหม? หากคุณเคย! คุณ เคยคิดหรือไม่ว่าเว็บไซต์ร้านค้าต่างๆ เหล่านั้นจะมีตัวตนจริงๆ หรือเปล่า หรืออาจะเป็นเพียงแค่เว็บไซต์เปล่าๆ ที่ทำขึ้นมา เพื่อหลอกคนที่จะเข้ามาดูภายในเว็บไซต์ โดยที่ไม่มีหน้าร้านค้า หรือสินค้าอยู่จริงๆ

                

 

หาก ลองเปรียบเทียบกับโลกในปัจจุบันการมีที่คุณมีบริษัทหรือหน้าร้านค้าในการทำ การค้าขาย การจัดตั้งเป็นรูปแบบบริษัทต้องมีการจดทะเบียนพาณิชย์กับทางกรมพัฒนาธุรกิจ (เดิมชื่อกรมทะเบียนการค้า) เพื่อยืนยันการมีตัวตนของธุรกิจกับทางราชการไว้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการทำการค้ากับผู้อื่น แต่ตอนนี้โลกของการทำธุรกิจและการค้าขายได้เริ่มมีการขยายเข้าไปสู่ในโลก ของอินเทอร์เน็ตแล้ว โดยผู้ที่นำธุรกิจเข้าสู่อินเทอร์เน็ตนั้นมีความได้เปรียบหลายๆอย่าง เช่น จำนวนลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมากมาย และสามารถเปิดขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ถึงอย่างไรก็ดี ด้วยความที่สื่ออินเทอร์เน็ตเป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและสามารถจัด ทำหน้าเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย และยังไม่มีสิ่งที่ช่วยยืนยันการมีตัวตนของเว็บไซต์เหล่านั้น ทำให้ความน่าเชื่อถือของการซื้อ-ขายผ่านทางอินเทอร์เน็ตยังเป็นช่องทางที่ ยังมีความน่าเชื่อถือไม่มาก และยิ่งเว็บไซต์ของคุณ ยังไม่เป็นที่รู้จัก ลูกค้าที่จะทำการซื้อ-ขายกับเว็บคุณอาจจะเกิดความไม่แน่ใจในตัวเว็บไซต์คุณ มากนัก

แต่ ปัญหานี้กำลังจะหมดไป เพราะตอนนี้ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้มีการจัดตั้งกองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมและตอบรับกับ การทำการค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่กำลังมีเพิ่มมากขึ้นอย่างมากในไทย และเมื่อเร็วๆ นี้เองก็ได้มีการเปิดการให้บริการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจต่างๆ ในเมืองไทยมีการทำ E-Commerce กันมากขึ้น โดยสามารถจดได้ทั้งรูปแบบ นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา โดยเสียค่าใช้จ่ายเพียง 50 บาทเท่านั้น สำหรับผู้ที่มีเว็บไซต์สามารถตรวจสอบว่าเว็บไซต์ของท่านต้องจดทะเบียน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ http://www.thairegistration.com/thai/e-commerce/regis_ecom.phtml

ประโยชน์ของจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

1.       สร้างความมั่นใจในการทำธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้บริโภค (รู้ว่าผู้ประกอบการได้ขึ้นทะเบียนกับกรมแล้ว)

2.       สร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ประกอบการด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

3.       เป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค

4.       การได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น

4.1    การได้รับสิทธิพิเศษด้านการตลาด เช่น E-marketplace

4.2    การได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น การจัดหัวข้อการอบรมสัมมนาที่กลุ่มผู้ประกอบการต้องการ การให้คำปรึกษาต่าง ๆ การเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล

4.3    การได้รับการส่งเสริมในการขอใช้เครื่องหมาย Trust mark

หากการเริ่มต้นการส่งเสริม E-Commerce ของภาครัฐวันนี้สามารถทำให้ผู้ประกอบการ SME สามารถนำธุรกิจตัวเองเข้าสู่โลกการค้าทางอินเทอร์เน็ตได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น โดยกำหนดเป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการทุกคน ต้อง นำธุรกิจของตัวเองเข้าสู่ E-Commerce โดยทางราชการจะเป็นผู้ช่วยเหลือและสนับสนุน อนาคต E-Commerce ของเมืองไทยจะเติบโตมากขึ้น และมี E-Commerce จะเป็นช่องทางในการทำการค้าที่มีประสิทธิภาพ ของผู้ประกอบการ SME ในเมืองไทย ในการนำสินค้าและบริการต่างๆ ขายออกสู่ตลาดภายในประเทศและต่างประเทศได้อย่างง่าย

ฉะนั้น โครงการการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับเว็บไซต์ในเมืองไทย ถือเป็นก้าวแรกและเป็นก้าวที่สำคัญและที่จะมีส่วนช่วยทำให้องค์ประกอบของ การทำ E-Commerce ของ ไทยมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น โดยผู้ที่มีเว็บไซต์หรือผู้ประกอบการท่านใดสนใจที่ ทำการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.DBD.go.th  หรือ โทร 02 547-5961 เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

บทความที่เกี่ยวข้อง:

เทคโนโลยีติดตามพัสดุโฮมเดลิเวอรีในอังกฤษ
E-commerce คืออะไร? พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร
รวมเทคนิคการซื้อสินค้าออนไลน์ ยังไงไม่ให้โดนโกง
[EN] 10 Thailand E-Commerce Trends in Year 2014

Comments

comments

%d bloggers like this: