เมื่อกู…….เกิ้ลลุกขึ้นมาขจัดขยะในเว็บไทย

เคยไหมครับ เวลาค้นหาข้อมูลในเว็บค้นหา ผมขอเน้นไปที่ Google.com ละกันครับ ว่าหลายๆ ครั้งที่ผลลัพย์ของการค้นหา เดียวนี้มันได้ผลลัพย์เว็บไซต์ที่ไม่ตรงกับความต้องการเท่าไร บางทีมีเว็บพวก ภาพดารา เว็บอะไรก็ไม่รู้ ข้อมูลไม่เกี่ยวข้องกับ สิ่งที่เราจะค้นหาเล้ย แต่ทำมาาาาย มันถึงมาโผล่อยู่ในอันดับการค้นหาต้นๆ ของการผลของการค้นหาได้….เค้าทำยังไง ทำไมมันถึงเกิดขึ้น และ Google จะทำยังไงกับผลครั้งนี้ เรามาดูกันครับ

ต้องยอมรับครับ ว่าเดียวนี้ผลของการค้นหาเว็บไซต์ใน Google หลายๆ ครั้งมักไม่ได้ผลลัพย์ข้อมูลหรือเว็บไซต์ตามที่เราต้องการ หลายๆครั้งจะมีเว็บไซต์รวมอะไรต่ออะไรเต็มไปหมดโผล่ขึ้นมา อย่างที่ผมเกริ่นมาข้างต้น ซึ่งพอคุณกดเข้าไปดูในเว็บไซต์เหล่านั้นแล้ว แต่ก็ไม่เจอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่คุณต้องการค้นหา เลยเหตุการณ์หรือการกระทำลักษณะนี้กำลังเริ่มฮิต และมีหลายๆ เว็บไซต์ในเมืองไทยกำลังนิยมทำกันอย่างแพร์หลาย โดยสาเหตุที่หลายๆ เว็บไซต์ทำกันเพราะว่า เค้าจะได้จำนวนคนเข้าเว็บไซต์เข้าสูงมากขึ้น ซึ่งเมื่อตัวเลขคนสูงมากขึ้น นั้นหมายถึงเว็บก็จะเป็นที่รู้จักมากขึ้น และนั้นหมายถึงโอกาสการขายโฆษณาในเว็บไซต์ได้มากขึ้นตามด้วยเช่นกัน

โดยเทคนิคที่เว็บไซต์เหล่านี้เค้าใช้กันเราเรียกว่าการสร้าง “ฟาร์มคีย์เวิรด์” หรือสร้างแหล่งรวบรวมเก็บคีย์เวิรด์ที่มีคนนิยมใช้ค้นหาในบรรดา Search Engine ไว้ในเว็บไซต์ของตน และใช้เทคนิคการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับ (Search Engine Optimization) ผสมร่วมกับ คีย์เวิรด์ที่มีเก็บไว้ในฟาร์ม หรือในเว็บของเค้า ที่มีเก็บไว้นับหมื่นๆ คำ ซึ่งจะทำให้เวลาที่คนทั่วไปค้นหา คำอะไรก็ตามที่มีอยู่ตรงใน ฟาร์มคีย์เวิรด์ ที่เค้าเก็บเอาไว้ โอกาสที่เว็บไซต์เหล่านี้จะแสดงออกมาอยู่ในอันดับแรกๆ ของการค้นหาจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่าย และมีให้เห็นกันเป็นจำนวนมาก เพราะ

“หลักง่ายๆ ของการทำเว็บไซต์ให้ติดในการค้นหาของ Search Engine คือ คุณอยากให้คนค้นเจอเว็บไซต์คุณจาก คำหรือคีย์เวิรด์คำว่าอะไร ในเว็บไซต์ของคุณต้องมี คำหรือคีย์เวิรด์นั้นอยู่”

แต่ในเมื่อคุณใช้เทคนิคสร้าง “ฟาร์มคีย์เวิรด์” ในเว็บไซต์ของคุณ ดังนั้นเว็บไซต์ของคุณก็จะอุดมไปด้วยคำหรือคีย์เวิรด์ต่างๆ มากมาย ซึ่งหมายถึงโอกาสที่คนจะค้นเจอเว็บไซต์คุณเป็นจำนวนมากเช่นกัน โดยหลายคนอาศํยวิธีการหรือเทคนิคไปหา คำหรือคีย์เวิรด์ จากแหล่งข้อมูลต่างๆ แล้วนำมาใส่และเก็บสะสมไว้ใน “ฟาร์มคีย์เวิรด์” ภายในเว็บไซต์ของตน จนทำให้บรรดา Search Engine หรือ Google เข้าใจ (ผิด) คิดว่าเว็บไซต์เว็บนี้ มีคำที่เกี่ยวข้องกับการค้นหามากมาย จึงเอาเว็บเหล่านี้ขึ้นมาติดผลลัพย์ในการค้นหา โดยยิ่ง คำหรือคีย์เวิรด์ในฟาร์มมีมากเท่าไร โอกาสที่เว็บไซต์เว็บนั้นจะแสดงในการค้นหาในอันดับต้นๆ ก็มีมากขึ้นเท่านั้น

ซึ่งวิธีการลักษณะนี้ กลับทำให้เกิดผลลัพย์ที่แย่ต่อการค้นหาข้อมูลใน search engine เพราะข้อมูลที่ถูกค้นหาออกมาจากเว็บไซต์เหล่านี้ เมื่อกดเข้าไปดูในเว็บไซต์ คุณก็จะพบว่าเว็บไซต์เหล่านี้ ไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณค้นหาเลย มีเพียงแค่ คำหรือคีย์เวิรด์ที่ถูกซ่อนหรือเก็บไว้เอาไว้ในเว็บไซต์นั้นๆ เท่านั้น

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานมาก ผมว่าหลายๆ คนคง เคยเห็นอาการลักษณะนี้ และเริ่มเอือมกับเว็บไซต์ที่ใช้วิธีนี้ ซึ่งนับวันมันก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลายๆ เว็บไซต์เริ่มเห็น และนำเทคนิคนี้ไปใช้กันจนเต็มไปหมด จนบางครั้งคุณค้นหาอะไรไป บางที่หน้าแรกของการค้นหา ใน search engine บางครั้งแทบจะไม่เจอเว็บไซต์ที่มีข้อมูลที่คุณต้องการเลย….

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทาง ชมรม Search Engine Marketing ของไทยได้จับตาดูและให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างที่ผมได้เกริ่นมาข้างต้น เพราะมันเป็นการนำศาสตร์ด้านการตลาดผ่าน Search Engine ไปใช้ในทางที่ผิด และทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเมืองไทยอย่างมาก จนกระทั่งทางชมรมฯ ได้มีการจับตา และเก็บรวบรวมพฤติกรรมของการกระทำผิดของเว็บไซต์ที่เข้าข่ายการกระทำการสร้าง “ฟาร์มคีย์เวิรด์” และประสานงานกับทาง Google ประเทศไทย ให้จัดการกับเว็บไซต์ที่กระทำลักษณะนี้ ซึ่งตอนนี้ทาง Google เองก็ได้เริ่มตอบโต้ต่อเว็บไซต์ต่างๆ ทำเทคนิคนี้คือ เว็บไซต์ต่างๆ เหล่านี้ แทบจะไม่ได้ขึ้นไปแสดงในหน้าผลลัพย์ของการค้นหาในหน้าของ Google อีกเลย คือปรับให้ความสำคัญของเว็บไซต์เหล่านี้ลง จนแทบค้นหาไม่เจอเลย ซึ่งในวงการอินเทอร์เน็ตถือว่า เป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก

โดยหลังจากที่ Google ได้เริ่มดำเนินมาตรการป้องกันและตอบโต้เว็บไซต์เหล่านี้ บางเว็บไซต์ที่แต่เดิมมีคนเข้าวันนึงเป็นแสนๆ คน กลับมีคนเข้าลดลงเหลือเพียงหมื่นกว่าคนเท่านั้น สรุปง่ายๆ คือมีคนเข้าเว็บไซต์หายไปเป็นแสนคนต่อวัน ซึ่งต้องยอมรับว่า คนนับแสนคน ส่วนใหญ่เข้าเว็บไซต์เหล่านี้จากเทคนิคการสร้าง “ฟาร์มคีย์เวิรด์” เป็นหลัก ซึ่งนับว่าเป็นเทคนิคที่ไม่ถูกต้องเลย และผมอยากให้นักพัฒนาเว็บไซต์เมืองไทย ทราบไว้เป็นอุทาหรณ์ว่า บางอย่างที่มาง่ายๆ บางทีมันก็ไปง่ายๆ เหมือนกัน ดังนั้นเทคนิคที่คุณจะสามารถสร้างจำนวนคนเข้าเว็บไซต์เป็นจำนวนมากได้อย่างยั่งยืน ก็คือ “การสร้างเนื้อหา (Content) ของตัวเอง และใช้เทคนิคการปรับแต่งเว็บไซต์ที่ถูกวิธี ไม่ไปก๊อปปี้หรือใช้เทคนิควิชามารสร้างมันขึ้นมา” เพราะมันจะเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มกันเลย หากเว็บไซต์ของคุณโดนมาตรการณ์นี้ …. ทีนี้คุณคงค้นไม่เจอเว็บพวกนี้แล้วละ หากเจอกันอีกก็ช่วยไปแจ้งกันได้ที่เว็บของชมรม Search Engine Marketing ของไทยที่ www.SEM.or.th นะครับ

Pawoot P. 15/1/08

Comments

comments

%d bloggers like this: