6 วิธีเริ่มต้นการตลาดผ่านโซเชี่ยลมีเดีย (6 Steps start social media in the right way)

ปัจจุบันการสื่อสาร การเข้าถึงลูกค้าผ่านทาง Social Media กลายเป็นช่องทางที่ธุรกิจต่างๆ ปฏิเสธไม่ได้แล้ว ดังนั้นการวางแผนการตลาดผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย จึงเป็นสิ่งที่หลายๆ ธุรกิจต้องทำ และต้องมี แต่จะหลายๆ ธุรกิจต่างวางแผน และทำการตลาดผ่านโซเชี่ยลมีเดียแบบฉาบฉวย หรือผิดวิธี วันนี้ลองมาดูขั้นตอนที่คุณควรเตรียมตัวก่อนทำการตลาดผ่านโซเชี่ยลมีเดียวให้เกิดประสิทธิภาพที่สุดกันดีกว่าครับ

get-social11
1.) “สร้างฐานลูกค้า (Member Base)” ในโซเชี่ยลมีเดียให้มากที่สุด และเลือกให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย (Rigth Target) ของคุณมากที่สุด โดยเทคนิคการสร้างจำนวนให้คนเข้ามาติดตามคุณในโซเชี่ยลมีเดียมีหลายวิธีมากมาย แต่สิ่งที่ไม่แนะนำคือ การไปซื้อ Like โดยเด็ดขาด ต้องยอมรับว่าเดียวนี้ตัวเลขต่างๆ เช่น คนกด Like, คนดู (View) มันสามารถสร้างได้ไม่ยากแล้ว ตั้งแต่มีทีมรับปั่น Like หรือไปจนถึงลงโฆษณาให้ โซเชี่ยลของคุณมีคนคนเห็นเยอะๆ ดังนั้นการมีจำนวนคน (Connection) หรือคนกด Like มากๆ ไม่ได้หมายถึงลูกค้าจะซื้อหรือชื่นชอบคุณนะครับ คุณต้องสร้างความสัมพันธ์ และความผูกพัน อ่านดูที่นี่ว่า เราจะสร้างให้ลูกค้าผูกพันกับเราได้ยังไง http://www.pawoot.com/customer-engagement
 .
2.) การสร้างความสัมพันธ์ และความผูกพัน (Relationship & Engagement) กับลูกค้าทางโซเชี่ยลมีเดีย  โดยการพูดคุยสือสารกับคนที่เข้ามาหาเรา ไม่จำเป็นต้องรอเค้ามีปัญหา เราสามารถทักทาย สอบถาม ลูกค้าเราเหมือนเพื่อนทักเพื่อน เช่น “คุณสมชายครับ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างครับ? สินค้าที่ใช้ไปใช้ได้ดีไหมครับ? หรือ ตอนนี้มีหนังเรื่องนี้สนุกมากๆ หากมีโอกาสลองไปชมดูนะ” เพราะความสัมพันธ์มันจะเกิดขึ้นเมื่อเกิดการสื่อสารแบบ 1 ต่อ 1 เค้าจะรู้สึกว่าเค้าเป็นเพื่อนกับคุณทันที และเมื่อเค้ามีปัญหา หรือจะซื้อสินค้าใหม่ เค้าจะนึกถึงคุณทันที
 .
3.) สร้างเนื้อหาที่ยอดเยี่ยม (Content Marketing) ในปัจจุบัน Facebook ได้ลดค่าการเข้าถึงลูกค้า (Reach) เมื่อคุณโพสต์อะไรลงไปใน Facebook Page ของคุณแล้ว ดังนั้นหากคุณโพสต์อะไรไปปกติ โอกาสแค่ 1-3% ของคุณเท่านั้นที่จะมีโอกาสเห็นข้อความเหล่านั้น (ลองนึกดูหากมีคนกด Like facebook page เรา 10,000 คน คุณโพสต์ไปครั้งเดียว จะมีคนเห็นแค่ 1-300 คนเท่านั้น ดังนั้นการทำเนื้อหา (Content) ที่จะไปโพสต์ลงไปให้เจ๋งเป้ง น่าสนใจมากที่สุด ที่จะทำให้คนกด Like หรือ Share เนื้อหาของคุณออกไป จะเป็นตัวทำให้เกิดการกระจายตัว และเข้าถึงจำนวนคนได้อย่างรวดเร็วและมากที่สุด ดังนั้นจงใส่ใจต่อเนื้อหาที่เราจะโพสต์ลงไปในโซเชี่ยลมีเดียของเรา คิด ให้สร้างสรรค์​ คิดว่าลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของเราจะสนใจข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นไหม? เพราะหามันใช่ หรือมันโดน ข้อความเหล่านั้น จะสามารถเข้าถึงคนได้จำนวนมาก โดยที่คุณแทบไม่จำเป็นต้องไปลงโฆษณาเลย
 .
4.) เป้าหมาย (Target & KPI) เพราะจำนวน Like หรือตัวเลขต่างๆ มันเป็นเพียงมายา คุณต้องกลับมาตอบโจทย์คุณให้ได้ว่า สิ่งที่คุณต้องการและเป้าหมายจริงๆ ของคุณคืออะไรถึงต้องมาทำการตลาดบนโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่ สิ่งที่เกี่ยวข้งอกับยอดขายโดยตรง เช่น ยอดขายที่เพิ่มมากขึ้น (Sale), จำนวนคนที่เดินไปที่หน้าร้านค้าเรามากขึ้น (Traffic), รายชื่อลูกค้าที่จะสามารถติดต่อกลับไปในภายหลัง (Leads) หรือเป็นการสร้างการรับรู้ (Awareness) ทำให้คนสามารถจดจำแบรนด์สินค้าของคุณ คุ้นเคย รู้จัก และสามารถต่อเนื่องไปยัง “การซื้อ” ได้หลังจากนั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ คุณต้องมีเป้าหมายเหล่านี้ให้ชัดเจนว่า Social Media จะช่วยเราอะไรได้บ้าง เท่าไร และจะทำอย่างไรให้สามารถนำไปสู่เป้าหมายได้ ไม่ใช่เอาแต่ตั้งหน้าตั้งหน้า เพิ่มจำนวน Like หรือ คนดู (View)
 .
5.) “ฟังและวัดผล (Listening & Measurement)”  ปัจจุบันคุณสามารถแอบฟังว่าลูกค้าหรือคนที่อาจจะเป็นลูกค้าของคุณเค้าพูดถึงสินค้าของคุณ หรือสินค้าประเภทเดียวกับคุณในโลกออนไลน์ยังไงบ้าง เช่น กำลังสนใจหรือหาสินค้าประเภทนี้อยู่, มีปัญหาการใช้งาน (ปัญหาของสินค้าคุณหรือสินค้าของคุณแข่ง) เมื่อคุณเจอคุณก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ และข้อมูลเพิ่มเติมกับเค้าได้ โดยการ “ฟัง”​ ทางโซเชี่ยลมีเดียหรือออนไลน์ ก็สามารถใช้เครื่องมือ (Tools) ต่างๆ ได้เช่น ZocialEye.com ที่สามารถติดตามว่ามีใครพูดถึงสินค้าคุณ คู่แข่งของคุณได้ทันที หรือการวัดผลซึ่งเดียวนี้ Social Media ต่างๆ ก็มีเครื่องมือหรือตัวเลขออกมาให้เราเห็นอะไรที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น Facebook ก็มี Facebook Insight ที่แสดงให้เห็นประสิทธิภาพของการสื่อสารของใน Facebook ได้ดีเลยทีเดียว
 .
6.) ปรับปรุงให้ดีขึ้น (Optimize) หลังจากเราพูดคุยกับลูกค้าไปแล้ว ติดตามว่าการสื่อสาร เนื้อหา ของเราในโซเชี่ยลมีเดียเป็นยังไงบ้าง หรือสอบถาม พูดคุยกับลูกค้า ฟัง แล้วนำทุกอย่างมาปรับปรุงให้การสื่อสารทุกอย่างดีขึ้น สิ่งเหล่านี้สำคัญมากๆ ที่เราจะต้องวัดผล โดยเฉพาะกลับมาดูว่าสิ่งที่เราทำลงไปในโลกออนไลน์​ มันสร้างมูลค่าบวกให้กับธุรกิจเราหรือไม่ หรือไปตอบโจทย์ และเป้าหมาย (Target & KPI) ที่คุณตั้งไว้หรือไม่
 .
เมื่อมาสรุปทั้งหมดแล้วมันจะเป็นแบบนี้ครับ
 .
 .

วางเป้าหมาย KPI > สร้างฐานลูกค้า >  สร้างเนื้อหาที่ดี > สร้างความสัมพันธ์ > ฟัง > ปรับปรุง

 .
 .
ลองดูครับแล้วกลับมาดูตัวเอง ว่าธุรกิจของคุณที่ใช้ Social Media มีครบทุกข้อแล้วหรือยัง? หากครบแล้วแล้วคุณจะเห็นว่า การตลาดบนโซเชี่ยลมีเดีย มันสามารถเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจของคุณได้ไม่ยากเลย.! แต่หากคุณไม่เชี่ยวชาญหรือไม่เป็นจริงๆ มีอะไรส่งข้อความมาปรึกษาผมได้ครับที่ www.facebook.com/pawoot

บทความที่เกี่ยวข้อง:

รวมเว็บข้อมูลที่จำเป็นต่อเหตุการณ์น้ำท่วม 2011
เทคนิคการซื้อ-ขายของทางเว็บไซต์ยังไงไม่ให้โดนโกง
เจาะเทคนิคการวัดผลว่า Social Media เพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจคุณแค่ไหน?
[EN] 10 Thailand E-Commerce Trends in Year 2014

Comments

comments

%d bloggers like this: