5 โอกาสการลงทุนหลังการเปิด AEC

ในปี2558  ประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคอาเซียนก็จะเข้าสู่ AEC กันแล้ว ซึ่งกระแสในประเทศไทยดูค่อนข้างตื่นตัวกันทีเดียวกับการรวมเป็นประชาคมเศรษฐกิจครั้งนี้ แล้วการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มันส่งผลอะไรกับประเทศของเรา เศรษฐกิจของเราบ้าง และในการเปลี่ยนแปลงนี้มีโอกาสอะไรซ่อนอยู่บ้างมาดูกันครับ

1. ขยายตลาด….ขยายโอกาส ตลาดใหญ่ขึ้น ฐานการผลิตใหญ่ขึ้น ต่อไปนี้เราจะมองตลาดเพียงคนไทยแค่คนไทย 60 ล้านคนไม่ได้แล้ว ถ้าเปิด AEC เมื่อไหร่ ขนาดตลาดเปลี่ยนแปลงเป็น 2ล้านล้านคนทันที!!!  แต่สื่งที่ท้าทายคือ ประชากรก้อนมหึมานี้ล้วนมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะในแง่ วัฒนธรรม ดังนั้นเราต้องหา Insight คนในแต่ละประเทศ เพื่อเข้าใจความต้องการที่แท้จริง และทำธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ความแตกต่างเหล่านี้ให้ได้

โอกาส : เข้าเว็บ www.linkedin.com หาคู่ค้า หรือเจ้าของธุรกิจในประเทศต่างๆ ที่สามารถเป็นคู่ค้าหรือพาร์ทเนอร์เราได้ในประเทศ AEC

images222

2. เคลื่อนย้ายแรงงานเสรี  เคลื่อนคนดีๆมาหาเรา  

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรีกันมากขึ้น การเคลื่อนย้ายแรงงานผมเห็นหลายคนมักมองในแง่ลบ  สมองไหลบ้างล่ะ (คนไทยเก่งๆไปทำงานให้ต่างชาติ) หรือต่างชาติจะมาแย่งงานเราทำบ้างล่ะ  เอาจริงๆนะครับ บางทีการกังวลทั้งขึ้นทั้งร่องก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ผมว่าเราลองมองมุมบวก ถ้าคนไหนเก่งเรื่องไหน ก็ให้เขาทำเรื่องนั้นครับ Put the right man, to the right job  เราควรดึงศักยภาพในแต่ละประเทศออกมาเพื่อช่วยกันพัฒนาภูมิภาคไปด้วยกัน มากกว่าจะมองว่าชั้นจะได้เปรียบ เสียเปรียบอะไร

โอกาส : ลองเปรียบเทียบและศึกษาความได้เปรียบ เสียเปรียบของแรงงานกับการมาของ AEC ได้จาก 1 หรือ 2

 

3. เปิดตา เปิดใจ ในการรวมภูมิภาค   

การรวมเป็น AEC ทำให้เราตื่นตัวกับมาตรฐานโลกมากขึ้น  เป็นโอกาสสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการเรียนรู้  เหมือนเราชกมวยอะครับ  เคยชกกันแต่ในวัด  พอไปลงสนามใหญ่หน่อย บางคนภูมิใจคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว  พอไปต่อยเวทีใหญ่ แพ้ครับ ลองเปิดตา  เปิดใจมองหาจุดแข็ง  ยอมรับจุดอ่อน และดึงศักยภาพของเราออกมาเพื่อตอบโจทย์กับการแข่งขันในระดับภูมิภาคกันดูบ้าง อย่างที่บอกครับ ทุกประเทศมีจุดเด่นต่างกัน จะให้เป็ดไปดำน้ำเก่งเหมือนปลาก็ไม่ใช่ แต่อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติพื้นฐานเช่น ความรู้เรื่องภาษาที่สาม หรือความรู้เฉพาะด้านในสายอาชีพของคุณก็ยังจำเป็นนะครับ  มันเหมือนการติดอาวุธให้คุณก้าวไปได้ไกลมากขึ้น  เพราะฉะนั้น ดึงจุดแข็งกับรักษามาตรฐาน มองหาโอกาสเพื่อพัฒนาตัวเองครับ

โอกาส : ลองค้นหาสินค้าและบริการของคุณในประเทศ AEC เช่นหากคุณขายรองเท้า ลองไปค้นหา รองเท้าในประเทศมาเลย์เซีย อินโดนิเซีย ดูว่ามีใครขายบ้าง ขายอย่างไร เรามีโอกาสไหม ง่ายๆ ใช้ Google นี้แหละครับ แต่ลงท้ายด้วยชื่อประเทศ หรือจะลองใช้ Google Translate แปลเป็นภาษาท้องถิ่น

 

4. Know-how นั้นสำคัญมากกก!!!

การสร้าง Know how ทางธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความแตกต่างได้  อาจเป็นความแตกต่างในแง่ของ Business Model หรือตัว Production Know How  ผมอยากเห็นโครงการใหม่ๆ  หรือKnow How ทางธุรกิจจากฝีมือคนไทย ไปโดดเด่นในเวทีโลกเยอะๆ แต่จะว่าไปทุกวันนี้โครงการดีๆก็มีนะครับ แต่อาจขาดเงินสนับสนุน  ผมชอบลองเข้าไปดูโครงการน่าสนใจจากเว็บไซต์ระดมทุน (Crowd Sourcing) www.taejai.com ในนั้นมีโครงการน่าสนใจที่รอผู้สนับสนุนอยู่นะครับ  อีกอย่างข้อสำคัญของ การมี Know-How ทางธุรกิจ คือคุณต้องมองย้อนกลับไปครับว่าธุรกิจที่คุณทำมามีการจัดการความรู้บ้างหรือเปล่า การทำ Knowledge Management ที่ดีจากการถอดบทเรียนจากธุรกิจที่ทำทุกวันๆกลั่นออกมาจนเป็น Know-How ทางธุรกิจ เพื่อไปปรับใช้ต่อกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค ถือเป็นคัมภีร์ชั้นยอดในการทำธุรกิจของคุณ  แต่อย่าลืมศึกษาคนแต่ละประเทศด้วยนะครับ

 

โอกาส : ศึกษาคุ่แข่งของธุรกิจของคุณในประเทศอื่นๆ ใน AEC ง่ายๆ โดยค้นหาผ่านเว็บไซต์ หากอยากรู้ลึกๆ ว่าเค้าเป็นอย่างไร ก็ลองสั่งซื้อสินค้าของเค้าทางออนไลน์มาดูครับ จะได้รู้ว่าเค้าบริการเป็นอย่างไร

 

5. ช่องทางออนไลน์ สร้างรายได้เพียงปลายคลิก มันไม่ใช่เรื่องใหม่หรอกครับกับการขายของออนไลน์หรือ E-commerce

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ หลังจากการเปิดตลาด AEC แล้ว ช่องทางออนไลน์ เป็นช่องทางหนึ่งที่มีความน่าสนใจ เพราะคุณสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ อย่าว่าแต่ใน ASEAN เลยครับ เข้าถึงทั้งโลกยังได้เลย

“ข้อมูลล่าสุดจาก Frost &Sullivan Sullivan บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจและสำรวจข้อมูลทางการตลาดชื่อดังของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่ากิจการดังกล่าวเฉพาะ 6 ประเทศใหญ่ในภูมิภาคนี้อันได้แก่ ไทย สิงค์โปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ เวียดนาม จะมีมูลค่าการเติบโตอยู่ที่ปีละ 34,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.1 ล้านล้านบาท) ไปถึงปี 2018 เพิ่มขึ้นจากปี 2013 ถึง 37.6 % และจากกรอบเวลาเดียวกันอินโดนีเซียจะขึ้นเป็นตลาดการซื้อขายสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตที่ใหญ่สุด ครองสัดส่วน 40% ในกลุ่มอาเซียน แซงหน้าสิงค์โปร์แชมป์ในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อปี 2013 มีมูลค่าตลาด E-Commerce อยู่ที่ 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 54,400 ล้านบาท)”

 

โอกาส : เริ่มต้นนำธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์ได้แล้ว เปิดเว็บไซต์ สร้างตัวตน และเริ่มทำการตลาดทางออนไลน์

 

หากคุณเริ่มปรับตัวตาม 5 ข้อ ตามที่ผมเกริ่นมาด้านบน ผมมั่นใจว่า คุณจะสามารถเห็นโอกาสการค้าและโอกาสการเปิดของ AEC มากขึ้น และเห็นได้ว่าการเติบโตค่อนข้างสูง หากเรารีบคว้าโอกาสเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเหล่า SMEs นะครับ เราต้องอาศัยความเร็วในการเข้าสู่ตลาดให้เป็นประโยชน์  อย่ามัวแต่จดจ้องนะครับ สิ่งสำคัญกว่าการมองหาโอกาสคือลงมือทำทันที เมื่อเห็นโอกาสนั้น  ผมเห็นมาหลายๆคนแล้วครับ “โอโห ธุรกิจออนไลน์ดีจังนะ ดีดี น่าทำๆ” พอผมมาเจอเขากี่ทีๆ เขาก็ยังไม่ได้ทำครับ  รู้นะ เห็นโอกาส แต่ชักช้า  โอกาสทีเคยมีอาจกลายเป็นเรื่องธรรมดา หรืออาจจะไม่ใช่โอกาสอีกต่อไป น่านน้ำสีน้ำเงินต้องคนที่ไวและลงมือทำจริงนะครับ ถึงจะคว้าไปครองได้  ผมเป็นกำลังใจให้ และสนับสนุนให้ทุกคนลงมือทำครับ Just Do It!!!! 

 

ลองดู Infographic จากธนาคารกรุงศรี เราจะเห็นชัดเจนขึ้นนะครับ

5 โอกาสการลงทุนหลัง AEC_Final

ภาพ Infographic ข้อมูลจาก http://www.krungsri.com

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

เอ้า.. บรรดา Startup ไทยได้เวลาลุกขึ้นมาทำจริงๆ จังๆ ได้แล้ว
ลดค่าใช้จ่ายการจ่ายบิลกับ KTB Net Fee Zero
"พลังงาน" เรื่องใกล้ตัวที่คุณควรจะรู้นะ.!
เมื่อจับ Printer มาวิ่งแข่งกัน กับงาน Samsung Printer Run

Comments

comments

%d bloggers like this: