เทคนิคและการปรับธุรกิจเข้าสู่มือถือ (Move Business to Mobile)

การเติบโตของของการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ เติบโตขึ้นอย่างมากในปี 2013 และมีการคาดการณ์ว่าเป็นปีที่ มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ มากกว่าการใช้งานผ่านทางคอมพิวเตอร์ พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงกับการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต ทั้งการใช้ Social Media, การพูดคุยสื่อสาร, การเข้าถึงข้อมูล ทำให้มือถือและอุปกรณ์พกพากลายเป็นช่องทางหลักที่เค้าใช้ เมื่อเห็นแนวโน้มแบบนี้แล้ว คำถามที่ตามมา แล้วเราจะปรับธุรกิจเราเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างไร ผมมีวิธีการมาแนะนำ

สิ่งที่ต้องการรู้ว่ามือถือมันทำอะไรได้บ้าง
ปัจจุบันมือถือมีความเก่งกาจและมีความสามารถมากขึ้น ทำให้คุณสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่น เข้าสู่อินเทอร์เน็ตได้ เช็กข้อมูลข่าวสารได้ทันที, เช็กตำแหน่งของผู้ใช้ ณ.ขนาดนั้นได้, ดูหนังฟังเพลงได้สบายๆ ดังนั้นเมื่อมือถือมันเก่งมากขึ้น เราเองก็ต้องมาดูกันว่า เราจะนำความสามารถนี้มาใช้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

1.) สร้างตัวตนช่องทางมือถือ

  • วางเป้าหมายของการสื่อสารผ่านอุปกรณ์มือถือ (Objective)  คุณต้องการจะช่องทางมือถือทำให้อะไรให้กับธุรกิจของคุณ เช่นให้ข้อมูล, เพิ่มช่อทางการขาย หรือเป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้า
  • จะมีอะไรบริการในเวอร์ชั่นมือถือ (Features & Function)
    หากคุณมีเว็บไซต์อยู่แล้ว คงต้องมาดูว่าลูกค้าของคุณต้องการอะไรจากธุรกิจของคุณผ่านช่องทางมือถือ เช่น

    • เข้าถึงข้อมูลของธุรกิจของคุณ ข้อมูลองค์กร, เบอร์โทร แผนที่
    • ขายสินค้าและบริการผ่านทางมือถือได้ทันที
    • เข้าถึงบริการบางอย่างขององค์กรคุณ เช่น บริการนัดหมาย, การบริหารข้อมูลลูกค้ากับธุรกิจคุณ
    • สื่อสารกับลูกค้าได้ทันที ส่งข้อมูล การเตือน ส่งข่าวสารเข้าถึงลูกค้าได้ทันที
    • เช็กตำแหน่งของลูกค้าได้ทันที
    • เก็บข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าผ่านมือถือได้ แอพบางตัวสามารถรู้พฤติกรรมคนในแต่ละวันได้ (แต่เค้าต้องอนุญาติก่อนนะ)
  • จะแอพ (Apps) หรือเว็บเวอร์ชั่นมือถือ (Mobile Site) หากสนใจจะสร้างแอพฟรี ง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง ไปลองทำได้ที่ www.ibuildapp.com หรือ http://mobile.conduit.com
ข้อดี ข้อเสีย
แอพ (Apps)
  • ใช้งานได้ถึงแม้ไม่ออนไลน์
  • เช็กตำแหน่งข้อมูลได้ทันที
  • ส่งข้อความเข้าสู่แอพได้ทันที (Push Notification)
  • ราคาแพงในการพัฒนา
  • การแก้ไขทำได้ยาก
  • ต้องพัฒนาหลายครั้งเพื่อรองรับทุกแพล็ทฟอร์ม
  • ต้องได้รับการตรวจสอบทุกครั้งจากผู้ให้บริการ
  • ต้องมาคอยดาวน์โหลดก่อนถึงจะได้ใช้งาน
เว็บเวอร์ชั่นมือถือ (Mobile Site)
  • ใช้ผ่านบราว์เซอร์บนมือถือได้ทุกรุ่น
  • รองรับกับทุก OS (Andriod, iOS, Windows Phone)
  • ราคาพัฒนาไม่แพงมากเมื่อเทียบกับแอพ
  • ไม่ต้องมีการตรวจสอบ ปรับเปลี่ยนได้ทันที
  • ไม่สามารถใช้ความสามารถบางอย่างได้เช่น ส่งข้อความ
  • ต้องมีอินเทอร์เน็ตเท่านั้นถึงใช้งานได้
  • ต้องใช้งานบนบราว์เซอร์เท่านั้น

Screen Shot 2013-12-17 at 1.01.09 PM

2.) สื่อสารผ่านทางมือถือ

  • เก็บและสร้างฐานข้อมูลลูกค้าที่ติดต่อทางมือถือ ต้องเริ่มเก็บสะสมข้อมูลของลูกค้าที่เราสามารถติดต่อสื่อสารกับเค้าได้ผ่านทางมือถือเช่น เบอร์โทร (เพื่อส่ง SMS), Email เป็นต้น
  • เริ่มสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางมือถือ เริ่มดูช่องทางที่มีอยู่เช่นการ Email, SMS, หรือการใช้แอพอย่าง Line, Skype, Facebook Group มาใช้เป็นอีกช่องทางในการสือสารกับลูกค้า นอกเหนือช่องทางๆ ปกติ
  • สร้างสรรค์การสื่อสารผ่านมือถือ ในการติดต่อกับลูกค้าทางมือถือ คุณสามารถส่งอะไรที่น่าสนใจให้ลูกค้าได้ทันทีเช่น คูปองลดราคา, การเตือนผ่านมือถือ (mobile reminder) เมื่อลูกค้าเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของร้านค้าเรา ทั้งนี้เพื่อเป็นการดึงดูดให้ลุกค้ากลับมาหาเราอีกครั้ง
  • โฆษณากับลูกค้าผ่านทางมือถือ (Mobile Advertising) เดียวนี้การเปิดให้ลงโฆษณา และสื่อโฆษณาของคุณจะถูกส่งผ่านไปทางมือถือในรูปแบบ แบนเนอร์, ตัวหนังสือ โดยสามารถทำผ่าน Facebook Ads, Google Adwords ซึ่งบริการเหล่านี้ สามารถเลือกและระบุกลุ่มเป้าหมายที่ใช้มือถือได้ทันที

3.) วัดผลและติดตาม (Tracking)
การวัดผลว่ามีคนเข้ามาใช้บริการทางมือถือนั้นจำเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้รู้ถึงประสิทธิการให้บริการผ่านมือถือ โดยสามารถวัดผลได้ หลายวิธีได้แก่

  • วัดผลจากจำนวนคน ดาว์นโหลด (Download) ดูว่ามีจำนวนคนโหลดเท่าไร
  • วัดจากคะแนนที่คนให้หลังจากการใช้บริการ (Review) ตรวจสอบได้จาก App Store หรือที่เปิดให้ดาว์นโหลดแอพของคุณ
  • วัดจากการใช้งานแอพจริงในแต่ละวัน (Daily Active User) อาจจะติดตั้ง Google Analytics เข้าไปใน App ของคุณ
  • ซึ่งการวัดผลควรจะวัดไปทุกๆ มุมมองอย่างที่แนะนำมา เพื่อทำให้เห็นถึงประสิทธิภาพการให้บริการผ่านทางมือถืออย่างแท้จริง
Google Analytics สามารถตรวจสอบได้ว่า มีคนเข้ามาผ่านมือถือมากน้อยแค่ไหน

Google Analytics สามารถตรวจสอบได้ว่า มีคนเข้ามาผ่านมือถือมากน้อยแค่ไหน

 

 

สังเกตุดูดีๆ ในบทความที่ผมเขียนมาข้างต้นจะมีคำว่า “ทันที (Instant)” เยอะมาก เพราะการสื่อสารกับลูกค้าผ่านทางมือถือจะเป็นช่องทางที่ลูกค้าสามารถรับรู้ได้ “ทันที” จริงๆ เพราะเดียวนี้คนจะเช็กข้อมูลต่างๆ ผ่านมือถือบ่อยกว่าคอมพิวเตอร์ ทำให้ประสิทธิภาพของการสื่อสารดีมากกว่าการสื่อสารรูปแบบอื่นๆ  ดังนั้นคุณต้องกลับมาคิดจริงๆ จังแล้วล่ะว่า คุณจะทำธุรกิจของคุณเข้าสู่มือถืออย่างไร เพราะตอนนี้ มือถือได้กลายเป็นช่องทางหลักในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ตแล้ว หากคุณไม่ปรับตัวเอง ลูกค้าก็คงจะไมปรับตัวตามคุณ ดังนั้นคิดให้ดี และวางแผนให้ชัดครับ

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

Mobile Marketing อย่างง่าย แต่ได้ผล
เพิ่มศักยภาพชีวิตและธุรกิจด้วย กล้องในมือถือ + Social Network Photo
จะสร้างแอพในมือถือให้กับธุรกิจ อ่านตรงนี้ก่อน!
รู้ก่อนรวยก่อน ทะลวง 10 เทรนด์การค้าออนไลน์ (E-Commerce) ไทยปี 2014

Comments

comments

%d bloggers like this: