เจาะ 4 เทรนด์เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

ตอนนี้ต้องยอมรับว่าเรากำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการทำธุรกิจ ซึ่งต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีเข้ามาบทบาทอย่างมากในการทำให้ ธุรกิจของคุณสร้างความได้เปรียบ เปลี่ยนแปลงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่เทคโนโลยีมีมากมายเต็มไปหมด แล้วจะมีเทคโนโลยีไหน ที่เหมาะสมและคุณไม่ควรพลาดในยุคนี้ ผมขอเจาะไปที่ 4 เทคโนโลยีที่มีบทบาทอย่างมากในการทำธุรกิจ

เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงในยุคใหม่ของการทำธุรกิจ
1. Big Data และ Analytics – ทรัพยากรแหล่งใหม่ของโลก
2. Social Business: ไลน์การผลิตแบบใหม่ (New Production Line) ยกตัวอย่าง Case study ด้วย
3. Mobility – ปัจจัยที่ 5 ในชีวิตคนยุคใหม่ ยกตัวอย่าง Case study ด้วย
4. Cloud Computing ยกตัวอย่าง Case study ด้วย

1. Big Data และ Analytics – ทรัพยากรแหล่งใหม่ของโลก

จากพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์ของคนที่เปลี่ยนไป มีการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันอย่างมากมายโดยอาศัยเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งโซเชียล โมบาย และคลาวด์ ทำให้เกิดข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เชื่อมโยงถึงกันและกัน เรียกว่า Big Data ข้อมูลเหล่านี้มีความหลากหลาย อาทิ ข้อมูลพยากรณ์อากาศ ข้อมูลที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียโพสต์ขึ้นมา ภาพ วีดิโอ ข้อมูลเกี่ยวกับการขาย โปรโมชั่น การทำธุรกรรมต่างๆ  การซื้อสินค้าทางออนไลน์ อีเมล์  ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลจากระบบ GPS และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในแต่ละวันจะมีข้อมูลที่สร้างขึ้นถึง 2.5 quintillion ไบต์

ข้อมูลเหล่านี้เป็นเสมือนทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญในยุคใหม่ รวมทั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จและความสามารถในการแข่งขันขององค์กร  ความท้าทายของผู้บริหารและองค์กรในยุคใหม่ คือ ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลมากมายเหล่านี้เพื่อค้นหาinsight เกี่ยวกับตลาดและผู้บริโภค  ที่จะช่วยให้องค์กรในทุกธุรกิจ ภาครัฐ บริการสารณสุข และองค์กรต่างๆ สามารถเอาชนะความท้าทายและก้าวสู่ความสำเร็จ

IDC คาดการณ์ว่าเทคโนโลยีและบริการที่เกี่ยวข้องกับ Big Data ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ โซลูชั่น บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การวิจัยและวิเคราะห์เพื่อให้เข้าใจและนำ insight มาใช้ จะกลายเป็นตลาดใหญ่ ที่มีมูลค่าสูงถึง 1.69 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2558 หรือมีอัตราการเติบโตประมาณ 40% ต่อปี และเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการสื่อสารทั้งหมดถึง 7 เท่า

ขณะที่ Big Data ครอบคลุมทุกด้านของการใช้ชีวิตประจำวัน และบ่งชี้เทรนด์ต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหารขององค์กรต้องเข้าใจและตามให้ทัน  โดยการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อค้นหา insight ให้พบ  การสำรวจของไอบีเอ็มพบว่า 89% ของผู้บริหารระดับ CEO ต่างก็ต้องการ insight ที่แม่นยำ  ผู้บริหารระดับนโยบายจึงต้องการเครื่องมือ ซอฟต์แวร์หรือโซลูชั่นในการรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ หรือ Data Analytics รวมทั้งต้องอาศัย Data Scientist หรือผู้เชี่ยวชาญข้อมูลที่จะช่วยเปลี่ยนข้อมูลให้เป็น insight  ซึ่ง Gartner ได้คาดการณ์ไว้ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า (2558) ทั่วโลกจะต้องการผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data มากถึง 4.4 ล้านคน แต่ทั่วโลกผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ด้าน Big Data อยู่เพียง 1 ใน 3 ของความต้องการนี้เท่านั้น

321138_600x800_AF Overarching.indd

ประโยชน์:

การวิเคราะห์หรือ Data Analytics จะช่วยให้องค์กรใช้ประโยชน์จาก Big Data ได้เต็มศักยภาพ มองเห็นเทรนด์ สามารถกำหนดทิศทางหรือกลยุทธ์ที่เหมาะสม
การวิเคราะห์และกำหนดแนวทางที่ถูกต้องซึ่งจะช่วยให้องค์กรเพิ่มประสิทธิผลของกิจกรรมทางการตลาด เช่น response rate  การดึงดูดลูกค้าใหม่ การรักษาฐานลูกค้าเดิม รวมทั้งช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรได้
การวิเคราะห์ช่วยแก้ไขปัญหาเดิม เช่น แต่เดิมผู้บริหารต้องคาดการณ์สถานการณ์ต่างๆ เอง เนื่องจากขาดข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ ซึ่งทำให้ไม่สามารถกำหนดกลยุทธ์หรือนโยบายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด  การระบุปัญหาในกระบวนการทำงานต่างๆ ที่ทำให้แก้ไขปัญหาได้ถูกจุดเพื่อลดความสูญเสียทางธุรกิจ เป็นต้น

ตัวอย่าง:

1.) โรงพยาบาลกรุงเทพเป็นเครือโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกๆ ในประเทศไทย ที่ได้นำเทคโนโลยีเพาเวอร์ซิสเต็มของไอบีเอ็มมาใช้ในการเข้าถึงระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (Hospital Information System: HIS) ที่เชื่อมโยงระบบการให้บริการเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ของโรงพยาบาล 29 แห่งในเครือทั่วประเทศ  ระบบเพาเวอร์ซิสเต็มส์ช่วยประมวลผลจากข้อมูลทั้งที่เกี่ยวกับลูกค้าและการบริหารจัดการโรงพยาบาล เพื่อช่วยให้โรงพยาบาลให้บริการได้ดียิ่งขึ้น และบริหารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประโยชน์ได้แก่

ประโยชน์ต่อลูกค้าและผู้ป่วย – ลูกค้าและผู้ป่วยจะได้รับการบริการที่ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น  เพราะโรงพยาบาลสามารถนำข้อมูลเกี่ยวกับผลการตรวจร่างกายของลูกค้าแต่ละรายมาวิเคราะห์สถิติที่บ่งชี้โรคที่เกิดขึ้นในอดีตถึงปัจจุบัน เช่น ประวัติการป่วย ประวัติการป่วยของคนในครอบครัว เป็นต้น เพื่อคาดการณ์แนวโน้มสุขภาพของผู้ป่วยพร้อมทั้งวางแผนการรักษาและดูแลสุขภาพที่เหมาะกับแต่ละคนได้ตั้งแต่การป้องกัน การรักษาและดูแลฟื้นฟูหลังการรักษา ผลลัพธ์ได้แก่

  •      จำนวนผู้ป่วยนอกที่เข้ามารับการรักษาเพิ่มขึ้น 25% ต่อวัน
  •      จำนวนลูกค้าที่มีความพึงพอใจในบริการและเข้ามารับบริการจากโรงพยาบาลต่อเนื่อง เพิ่มขึ้นเป็น 30%
  •      เพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และให้การดูแลรักษาที่ต่อเนื่องได้อย่างดี

ประโยชน์ต่อโรงพยาบาล – สามารถวางแผนการลงทุน การบริหารการเงิน การจัดการ และการสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ ที่เหมาะกับลูกค้าของตนเอง  และเพิ่มผลประกอบการให้แก่โรงพยาบาล  เช่น

  • ในด้านการวางแผนการสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ โรงพยาบาลกรุงเทพสามารถเชื่อมโยงข้อมูลสถิติเกี่ยวกับผู้ป่วยและการตรวจรักษา เข้ากับการบริหารจัดการ  ทำให้ผู้บริหารสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่า ผู้ป่วยส่วนมากเข้ารับการรักษาด้วยโรคอะไร  หรือมาหาแพทย์เพราะอะไร ทำให้สามารถจัดโปรแกรมการตรวจสุขภาพที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า หรือเตรียมตัวได้ว่าแนวโน้มคนไข้จะต้องการการรักษาด้านใด และสามารถเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และบริการไว้รองรับแนวโน้มดังกล่าว
  • ส่วนในด้านการบริหารจัดการ จากข้อมูลเรื่องความต้องการของผู้ป่วย ทำให้โรงพยาบาลวางแผนล่วงหน้าเรื่องการลงทุนในเครื่องมือ บุคลากรด้านต่างๆ ที่จะช่วยให้ดูแลผู้ป่วยได้ดีขึ้น  สามารถคาดการณ์และเตรียมตัวได้ว่าต้องออกบริการใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่มใด มีตลาดเท่าไร และต้องการเงินลงทุนเท่าไร  จะคุ้มทุนในกี่ปี เพื่อให้รองรับทิศทางการขยายตัวและการบริการของโรงพยาบาลในอนาคต

2.) บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)  ที่ใช้ Business Analytics Software เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลจัดกลุ่มลูกค้า การติดตามผลการดำเนินงานด้านการขายและดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลจากแต่ละแหล่งข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งจะสามารถช่วยในการจัดทำรายงานที่มีความละเอียดซับซ้อน ร่นระยะเวลาทางธุรกิจ เพิ่มข้อมูลในการตัดสินใจอันจะช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต เพิ่มผลลัพท์ด้านความพึงพอใจของลูกค้า ทั้งยังสามารถติดตาม ประเมินผล และบริหารจัดการตัวชี้วัดทางธุรกิจเพื่อเปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์ด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน

 

2.โซเชียลบิสซิเนส(Social Business): ไลน์การผลิตแบบใหม่ (New Production Line)

โซเชียลเน็ตเวิร์ค เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้คนพูดคุยกันได้ และสร้างความสัมพันธ์ความใกล้ชิดระหว่างกันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน  จากข้อได้เปรียบในจุดนี้ องค์กรสามารถใช้เทคโนโลยีโซเชียลเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างพนักงานทั่วองค์กรไม่ว่าจะอยู่แผนกใดหรือในสำนักงานสาขาใดๆ ขณะเดียวกันก็ใช้เทคโนโลยีนี้ในการสร้างและกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์  โซเชียลเน็ตเวิร์คกำลังสร้างปรากฎการณ์ใหม่ในการพลิกโฉมโมเดลการทำธุรกิจทั่วโลก

การใช้โซเชียลเทคโนโลยีกำลังได้รับความนิยมและทวีความสำคัญมากขึ้น และผู้บริหารระดับสูงสุดทั้งในด้านการบริหาร ไอทีและการตลาด (CEO, CIO และ CMO) ต่างก็ให้ความสำคัญต่อโซเชียลเน็ตเวิร์คทั้งสิ้น   การศึกษาความเห็นของ CEO  (2012 CEO Study) ที่ไอบีเอ็มทำขึ้นในปี 2555 พบว่า

  • 16% ของ CEO ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลบิสซิเนสในการเชื่อมโยงและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า แต่ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า จำนวน CEO ในกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 57%
  • 73% ของ CEO เหล่านี้กำลังลงทุนเพิ่มเติมในปัจจุบัน เพื่อจะได้นำข้อมูลที่ได้รับจาก Big Data มาวิเคราะห์เป็น insight  ส่วน IBM CIO Survey หรือการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริหารด้านไอทีขององค์กรชั้นนำ 3,000 แห่งพบว่า 55% ขององค์กรเหล่านี้ระบุว่าโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นส่วนสำคัญในเชิงกลยุทธ์ที่จะผลักดันการเติบโตขององค์กร
  • ขณะที่ CMO Study ของไอบีเอ็มพบว่า 82% ของ CMO 1,700 คนใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นเครื่องมือมากขึ้น
  • 2012 Institute for Business Value พบว่า 66% ของบริษัทต่างๆ ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คในการค้นหาข้อมูลได้เร็วขึ้น ทำให้เพิ่มประสิทธิผลการทำงาน และคาดว่าจำนวนองค์กรที่ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คในการหาข้อมูลจะเพิ่มเป็น 84% ในอีก 2 ปีข้างหน้า และนี่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสู่การทำธุรกิจแบบใหม่ที่มีโซเชียลเน็ตเวิร์คเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการบริหารจัดการองค์กร

IBM Poster Social Business

ประโยชน์:

  • โซเชียลเน็ตเวิร์คสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ เช่น การใช้ social collaboration เพื่อเชื่อมโยงพนักงานในแต่ละมุมโลกเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการแบ่งปันความรู้ ทักษะ และไอเดียในกลุ่มพนักงานด้วยกันเองผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะองค์กรที่มีการดำเนินงานในหลายๆ ตลาดทั่วทุกมุมโลก  พนักงานสามารถติดต่อสื่อสารเพื่อปรึกษางานกันได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด พนักงานทุกระดับสามารถพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงได้ ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการประสานงาน ซึ่งไอบีเอ็มเองเป็นผู้นำในด้านนี้ด้วยโปรแกรม Connections
  • สร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า ผ่านการใช้ social media listening ฟังความต้องการของลูกค้า สิ่งที่ลูกค้าพูดบน social media ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ หรือความเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการ จะถูกนำมาวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อหา insights ที่จะนำไปพัฒนาสินค้าและบริการ และรูปแบบการสื่อสารให้ตรงใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ในรูปแบบเรียลไทม์  ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถให้กับองค์กรในที่สุด

ตัวอย่าง

CEMEX  ซึ่งเป็นบริษัทวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโลก สามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำเร็จรูประดับโลกได้โดยใช้เวลาเพียง 1 ใน 3 ของที่คาดการณ์ไว้ จากการสร้างโซเชียลเน็ตเวิร์คของพนักงานหลายหมื่นคนใน 50 ประเทศทั่วโลก มีการแชร์ความรู้และไอเดียกันอย่างมากมายที่ทำให้บริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงกว่าการดำเนินการตามปกติ  รวมทั้ง ยังมีต้นทุนที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับถ้า CEMEX ยังใช้วิธีโทรศัพท์ข้ามประเทศเพื่อคุยกับพนักงานในส่วนต่างๆ ของโลกในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ CEMEX อาจต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 0.5-1 ล้าน ดอลลาร์ก็ได้

ความสำเร็จนี้ เป็นผลมาจากเทคโนโลยีโซเชียลที่เข้ามามีบทบาทมากใน CEMEX การที่บริษัทฯ มีพนักงานหลายหมื่นคนทั่วโลกหมายถึงแหล่งความรู้มหาศาลในองค์กรที่เกิดจากการเรียนรู้ของแต่บุคคล   ถ้าไม่มีโซเชียลเทคโนโลยี พนักงานที่อยู่แต่ละมุมโลกอาจจะไม่มีโอกาสได้พบ คุย หรือแลกเปลี่ยนไอเดียกันเลยตลอดชีวิต ยิ่งเมื่อพนักงานเกษียณอายุ หรือลาออกไปจากบริษัทฯ ความรู้และประสบการณ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในพนักงานแต่ละคนก็จะสูญไปด้วยเช่นกัน และ CEMEX ก็อาจจะใช้เวลาหรือการลองผิดลองถูกมากกว่านี้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลก

เมื่อ CEMEX นำระบบของไอบีเอ็มมาใช้ตั้งแต่ปี 2552 พนักงานใน 50 ประเทศมีโอกาสได้พูดคุยกันผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ภายในหนึ่งปีพนักงานกว่า 20,000 คนของบริษัทฯ เข้ามาพูดคุยกันบนเครือข่ายนี้ มีการตั้งกลุ่มและ blog มากถึง 500 กว่ากลุ่มหรือ blog  มีการแชร์ความรู้ ประสบการณ์ ไอเดียใหม่ๆ แบบเรียลไทม์  และโซเชียลได้กลายเป็นช่องทางสื่อสารที่สำคัญของการปฏิบัติงานในทุกตลาดทั่วโลกของ CEMEX

 

Amadori ซึ่งเป็นบริษัทอิตาเลียนที่ผลิตผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกชั้นนำ ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คในการสร้างประสบการณ์ที่ดี เข้าถึงลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ และ “ฟัง” สิ่งที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าตามที่ลูกค้าเป็นคนบอก เช่น แพ็คเกจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Amadori พัฒนามินิไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้น และประหยัดเวลาและต้นทุนในการพัฒนาถึง 40%  นอกจากนี้ มินิไซต์ในสไตล์ที่สนุกสนาน ทันสมัยทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ดีขึ้น  มินิไซต์เหล่านี้เชื่อมกับเฟสบุ๊คและยูทูบ ซึ่งเข้าถึงตัวกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้ตรงจุด   ขณะเดียวกัน การที่ลูกค้าเข้ามาดูข้อมูลและมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทฯ ผ่านช่องทางเหล่านี้มากขึ้น ทำให้บริษัทฯ มีข้อมูลที่อัพเดตเกี่ยวกับลูกค้า สามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าได้ละเอียดและแบ่งเซ็กเมนต์ได้ชัดเจน หรือทำความเข้าใจความต้องการจำเพาะของลูกค้าแต่ละคนได้ ทำให้ Amadori สร้างดาต้าเบสของลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ

3. Mobility – ปัจจัยที่ 5 ในชีวิตคนยุคใหม่

เทคโนโลยีโมบายเรียกว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนยุคนี้  และความต้องการอุปกรณ์สื่อสารไร้สายทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไอบีเอ็มคาดว่าภายในปี 2556 จะมีอุปกรณ์ไร้สายจำนวนหมื่นล้านเครื่องในตลาด และยอดขายทางอุปกรณ์ไร้สายขึ้นมาอยู่ที่ 13.3% ในไตรมาสแรกปี 2555 จาก 7% ในปี 2554

  • Gartner Research ทำวิจัยเมื่อปี 2555 ระบุว่าในปี 2559 จะมีจำนวนสมาร์ทโฟนที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกรวมถึง 1.6 พันล้านเครื่อง และในปีหน้า (2557) คนทำงาน 80% จะมีอุปกรณ์สื่อสารไร้สายคนละ 2 เครื่องสำหรับใช้งานกับระบบของบริษัทหรือใช้ข้อมูล
  • งานวิจัยของ Forrester ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ระบุว่าในปี 2559 พนักงานทั่วโลก 350 ล้านคนจะมีสมาร์ทโฟนใช้
  • มอร์แกน สแตนลีย์ รีเสิร์ช เรื่อง “China Mobile 50k Survey” เมื่อปี 2554 ระบุว่า 90% ของผู้ใช้อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่มักเก็บอุปกรณ์สื่อสารของตนไว้ใกล้ตัวตลอดเวลา
  • การที่อุปกรณ์สื่อสารไร้สายเป็นที่นิยมมาก เพราะเทคโนโลยีไร้สายหรือ Mobility ให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้งานในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น และเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต การคิด การทำงาน ซึ่งคนยุคนี้สามารถทำทั้งหมดนี้ได้ในเวลาใดก็ได้ และในที่ใดก็ได้ตามต้องการ เช่น การทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะฝากเงินหรือโอนเงินผ่านมือถือ การติดตามผลการตรวจรักษาโดยใช้มือถือเป็นเครื่องรับ-ส่งข้อมูลที่ได้จาก remote monitoring devices   เช่นที่นักวิจัยหลายสำนักทั่วโลกคาดการณ์ว่า ในปี 2559 ผู้ป่วย 3 ล้านคนทั่วโลกจะใช้อุปกรณ์ติดตามตัวหรือ remote monitoring devices เช่น เครื่องติดตามการเต้นหรือการทำงานของหัวใจ เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ชีพจร ปริมาณออกซิเจนในเลือด เป็นต้น ที่จะป้อนข้อมูลเข้าสู่สมาร์ทโฟนและส่งต่อไปยังแพทย์ เป็นต้น เทคโนโลยีไร้สายจึงเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่สำคัญ และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับการที่องค์กรต่างๆ หันมาใช้เว็บบราวเซอร์หลังจากที่เริ่มเปิดตัวเมื่อ 20 ปีก่อน และยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก
  • ในประเทศที่กำลังเติบโต เช่น ประเทศต่างๆ ในแถบแอฟริกา   นักวิจัยคาดว่าประชากรครึ่งหนึ่งของประเทศเหล่านี้จะทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านอุปกรณ์มือถือ

ความปลอดภัย เป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากใช้ระบบที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพออาจก่อให้เกิดปัญหาได้       ดังตัวอย่างการโจรกรรมข้อมูลบนอุปกรณ์ไร้สายที่มีให้เห็นบ่อยๆ

321138_600x800_AF CMO.indd

ประโยชน์:

เทคโนโลยีไร้สายไม่ได้เป็นแค่แฟชั่น แต่เป็นเทคโนโลยีตัวจริงที่สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่องค์กร ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การสร้างภาพลักษณ์และทำให้คนรู้จักองค์กร การบริการลูกค้า สร้างเสริมประสบการณ์ที่มีต่อแบรนด์ การเพิ่มศักยภาพและความสามารถพนักงาน
IDC คาดการณ์ว่าตลาดของแอพพลิเคชั่นไร้สายสำหรับองค์กร (Mobile Enterprise Application Platform) จะมีมูลค่าถึง 3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2558
การศึกษาของไอบีเอ็มพบว่า 71% ของ CEO ที่ร่วมในการศึกษาครั้งนี้ระบุว่าเทคโนโลยีไร้สายและคลาวด์ช่วยให้องค์กรปรับตัวทันสถานการณ์ได้เร็วขึ้น ขณะที่ CIO สามารถนำ insight จาก Big Data มาใช้และแชร์ให้กับฝ่ายอื่นๆ ในองค์กรเพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จ  ส่วน CMO พบว่าเทคโนโลยีโมบายช่วยให้พัฒนาตนเองได้เร็ว และร่วมกับผู้บริหารระดับสูงคนอื่นในการเข้าถึงลูกค้า

ตัวอย่าง:

แอร์แคนาดา ต้องการเป็นผู้นำด้านการให้บริการแบบ self-service ที่ให้ความสะดวกและตรงตามความต้องการของผู้โดยสาร และสร้างประสบการณ์ที่ผู้โดยสารมีต่อบริการของสายการบินให้ดีขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง  จึงได้ตั้ง “Innovation Team” ขึ้นเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการแบบ self-service ที่ตรงใจผู้โดยสารยุคใหม่มากยิ่งขึ้น

สายการบินแอร์แคนาดาได้ใช้โซลูชั่นของไอบีเอ็มในการพัฒนาบริการต่างๆ สำหรับไอโฟนและ             แบล็คเบอรีที่ใช้งานง่าย  ผู้โดยสารสามารถคลิกไอคอนบนมือถือของตนเอง และเลือกบริการต่างๆ ของแอร์แคนาดา ทั้งหาข้อมูลและบริการ เช่น ดูตารางการบิน จองตั๋วเครื่องบิน ดาวน์โหลดบอร์ดดิ้งพาส  เช็คอิน ตรวจสอบสถานะการจองตั๋วเครื่องบิน หรือบริการเกี่ยวเนื่องอื่นๆ เช่น จองรถเช่า เป็นต้น

ประโยชน์สำหรับผู้โดยสาร

  • ความสะดวกในการเลือกช่องทางรับบริการ ทั้งทางเว็บไซต์  kiosk  หรือผ่านมือถือ
  • ทำธุรกรรมได้อย่างปลอดภัย
  • ได้รับข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานะการจอง และได้รับข้อมูลผ่านช่องทางที่ตนเองสะดวก เช่น ข้อความในมือถือ หรือทางอีเมล์

ประโยชน์สำหรับแอร์แคนาดา

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนได้ถึง 80%
  • ใช้เวลาการพัฒนาบริการเหล่านี้น้อยลง 50%
  • ลดต้นทุนในการทำเอกสาร เพิ่มคุณภาพการบริการลูกค้า ซึ่งสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นด้วย

ING Bank ต้องการเป็นผู้นำในด้านการให้บริการโมบายแบงกิ้ง และเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายกลุ่มที่มีอายุประมาณ 20 ปี   การนำเทคโนโลยีจากไอบีเอ็มมาใช้ทำให้ธนาคารฯ สามารถเพิ่มช่องทางการให้บริการ และนำเสนอบริการที่เฉพาะเจาะจงสำหรับลูกค้าแต่ละรายได้มากกว่าเดิม และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ING Bank พัฒนาแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย และมีบริการ “Small Sacrifice” ซึ่งเมื่อลูกค้าไปซื้อกาแฟเพียงแก้วเดียว ไม่ซื้อแก้วที่ 2 ลูกค้าสามารถคลิกไอคอน Small Sacrifice บนมือถือแล้วใส่ราคากาแฟลงไป แอพพลิเคชั่นนี้จะส่งเงินจำนวนดังกล่าวไปที่บัญชีเงินฝากของลูกค้าทันที และลูกค้าสามารถแชร์ข้อมูลนี้บนโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์หรืออื่นๆ ให้คนในครอบครัวหรือเพื่อนๆ ทราบได้

รวมทั้งยังมีแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ เช่น ช่วยให้ลูกค้าเก็บเงินเพื่อโครงการพิเศษ เช่น เก็บเงินพาครอบครัวไปเที่ยวหน้าร้อน   ซึ่งแอพพลิเคชั่นของ ING จะช่วยสรุปและแจ้งให้ลูกค้าและคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูงทราบว่าตอนนี้เก็บเงินได้ตามเป้าหมายหรือยัง

4.คลาวด์ คอมพิวติ้ง(Cloud Computing)

ในยุคนี้ เทคโนโลยีดิจิตอล โซเชียล และโมบายก้าวเข้ามาเป็นเทคโนโลยีหลักในหลากหลายมิติของการใช้ชีวิตและทำธุรกิจ  เทคโนโลยีคลาวด์มีความสำคัญมากขึ้น เพราะคลาวด์ถือเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้ทำงานและการจัดการกับ Big Dataเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ  มีความยืดหยุ่นสูงสามารถรองรับปริมาณดาต้าจำนวนมหาศาลหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้สะดวก   รวมทั้งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร จากความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือบริการที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภค
 

321138_600x800_AF CMO.indd
ประโยชน์:
เทคโนโลยีคลาวด์ ช่วยให้ผู้บริหารช่วงชิงความเหนือกว่าทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อาทิ

  • องค์กรสามารถค้นหาโอกาสทางธุรกิจ  พัฒนานวัตกรรม สินค้า หรือบริการที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าและให้คุณค่ามากยิ่งขึ้น การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบยั่งยืน สามารถปรับตัวและเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว มีความคล่องตัว รวมทั้งบริหารการเติบโตขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ใช้ประโยชน์จาก Big Dataโดยการวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว เพื่อเข้าใจถึง insight
  • การสนับสนุนให้พนักงานทำงานร่วมกันและแชร์ความรู้ (Collaboration) เนื่องจากเทคโนโลยีคลาวด์ช่วยให้มีการเชื่อมโยงกันตลอดเวลา ทุกสถานที่ และทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าพนักงานจะอยู่ที่ไหน มากน้อยเท่าไรก็สามารถทำงานร่วมกันได้ แชร์ไฟล์หรือเอกสารต่างๆ  ปรึกษากัน แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ได้ตลอดเวลา อันจะนำมาซึ่งการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ให้คุณค่าและตรงตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะรายมากขึ้น

 

  • ความยืดหยุ่น (Scalability) ทุกคนในองค์กรสามารถใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบคอมพิวเตอร์จะสามารถรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติในช่วงที่ลูกค้าเยอะหรือมีกิจกรรมมากได้สะดวก โดยที่ผู้บริหารองค์กรไม่ต้องคาดเดาปริมาณงานเอาเองเหมือนแต่ก่อน
  • การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ  องค์กรที่เลือกใช้บริการบนเทคโนโลยีคลาวด์สามารถประหยัดเงินลงทุนในด้านอุปกรณ์หรือโครงสร้างพื้นฐาน การดูแลบำรุงรักษาเซิฟเวอร์ ต้นทุนด้านซอฟต์แวร์  การอัพเกรด และอื่นๆ  ผู้บริหารจึงสามารถให้ความสนใจกับเรื่องกลยุทธ์และการบริหารงานในด้านอื่นๆ ได้มากขึ้น
  • ความปลอดภัยและความมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ที่มีความมั่นคงวางใจได้มาก ทำให้องค์กรสบายใจว่าข้อมูลจะมีความปลอดภัย มีการสำรองข้อมูลล่าสุดให้เรียกใช้งานได้ตลอดเวลา สามารถดำเนินธุรกิจหรือการทำงานได้โดยไม่สะดุดหยุดชะงัก

 

ตัวอย่าง

เน็ตเบย์  เปิดให้บริการซอฟต์แวร์ผ่านคลาวด์คอมพิวติ้งเป็นรายแรกของประเทศไทย ทั้งในรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานและซอฟต์แวร์โซลูชั่นให้แก่ลูกค้าทั้งในภาครัฐและเอกชน โดยให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure as a Service) บริการแพลตฟอร์ม (Platform as a Service) และบริการซอฟต์แวร์ (Software as a Service) โดยเน้นเรื่องเสถียรภาพของการบริการ
 
เน็ตเบย์ให้บริการอี-บิสซิเนสใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
1)  e-Logistics การบริหารจัดการการขนส่งสินค้าแบบออนไลน์ สำหรับการนำเข้าส่งออกสินค้าระหว่างลูกค้าและกรมศุลกากร
2)  e-Payment ระบบการชำระเงินเกี่ยวกับภาษีการนำเข้าระหว่างผู้นำเข้า-ส่งออกสินค้า ด้วยการเชื่อมโยงกับธนาคารกว่า 14 แห่งในประเทศ
3)  e-Services ระบบการซื้อ-ขายกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองสินค้านำเข้า-ส่งออกกับบริษัทประกันภัยและระบบคำสั่งซื้อ จองสายการบิน และเรือขนส่งสำหรับระวางสินค้า
4)  e-Commerce ระบบการให้บริการซื้อขายสินค้าออนไลน์รวมถึงระบบขนส่ง ชำระเงิน

ด้วยโซลูชั่นคลาวด์มาตรฐานระดับโลก เน็ตเบย์สามารถให้บริการที่มีความเสถียร มั่นคง และปลอดภัยของข้อมูล  สมรรถนะสูงในการจัดเก็บข้อมูล การบีบอัดข้อมูลเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดเก็บ การจัดการระบบอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่สะดวก วางใจได้ และไม่ต้องกังวลในเรื่องของไลเซนส์หรือการพัฒนาการดูแลซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้อง

กสท. โทรคมนาคม (CAT) ใช้โซลูชั่นของไอบีเอ็มในการสร้างและให้บริการในรูปแบบคลาวด์         คอมพิวติ้ง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและแอพพลิเคชั่นเฉพาะทางของลูกค้าแต่ละรายทั้งในภาครัฐและเอกชน  โดยเป็นการต่อยอดและใช้ประโยชน์สูงสุดจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพความพร้อม ดาต้าเซ็นเตอร์ โครงข่ายอินเทอร์เน็ตและโครงข่ายโทรศัพท์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศของ CAT ช่วยขับเคลื่อน CAT ให้เป็นผู้ให้บริการไอทีครบวงจร มีโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย ลดต้นทุน คาใช้จ่าย และเพิ่มผลิตผลในการทำงาน ประหยัดพลังงาน  รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า เช่น การให้บริการแก่สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ใช้โซลูชั่นของไอบีเอ็ม (IBM SmartBusiness Desktop Cloud) ในการพัฒนาระบบการศึกษามิติใหม่ “ยูทีซีซีไฮบริดเลิร์นนิ่งซิสเต็ม” (UTCC Hybrid Learning System) ช่วยให้นักศึกษาเข้าถึงและใช้สื่อการเรียนการสอนได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยคอมพิวเตอร์ในทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น iPad หรือ iPhone ที่ใช้ iOS หรือ แท็บเล็ตที่ใช้ระบบ Android หรือวินโดวส์ และสามารถอัพเดตแอพพลิเคชั่นหรือข้อมูลต่างๆ ได้เองโดยไม่ต้องยกเครื่องเข้ามาให้เจ้าหน้าที่ไอทีของมหาวิทยาลัยช่วยทำให้ และมหาวิทยาลัยสามารถใช้ประโยชน์จากระบบอีเลิร์นนิ่งได้อย่างเต็มศักยภาพด้วย รวมทั้งจะช่วยต่อยอดการพัฒนาศักยภาพอาจารย์และนักศึกษาได้เช่นกัน  รวมทั้งลดภาระค่าใช้จ่ายในการลงทุน  ทั้งนี้ การประมวลผลโดยใช้เซิร์ฟเวอร์แทนเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย และรวดเร็วในการใช้งาน อัพเดต และการส่งต่อหรือเชื่อมโยงข้อมูล

มีบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ
– New era of computing and Smarter Planet >> http://www.ibm.com/smarterplanet/th/en/
– Social business, analytics, mobility and cloud computing >>http://www.thinglink.com/ibmthailand
– IBM Thailand Facebook >> https://www.facebook.com/IBMThailand

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

9 เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและธุรกิจด้วย 3G
เจาะเทรนด์กลยุทธ์ Social Media ไทยในปี 2013
คุณเสพติดโซเชี่ยลมีเดียไหม? เทคนิคการใช้โซเชี่ยลมีเดียอย่างไรไม่ให้ติด.!
เทคนิคการเสกยอดขายเพิ่มขึ้นทันที.!

Comments

comments

%d bloggers like this: