สำหรับ Email Marketer- OPEN RATE / CTR สำคัญขนาดไหน

ในการทำ Email Marketing นั้น สิ่งที่ผู้ทำ Email Campaign ควรรู้เป็นอย่างยิ่งคือ Email ที่เราส่งออกไปประสบผลสำเร็จเพียงไหน และการจะวัดระดับความสำเร็จนั้น สิ่งที่ใช้วัดคือ มีคนเปิด email ของเราหรือไม่ เท่าใด และ เมื่อเปิดแล้วได้อ่านและคลิ๊กลิ๊งก์ข้อเสนอไปยัง URL ที่เราต้องการให้ผู้อ่านเข้าชมหรือไม่ และนั่นก็นำมาซึ่ง E-Mail Metrics หรือ ตัววัดผลของ Email Marketing Campaign สำคัญ 2 ตัวคือ Open Rate และ Click-Through-Rate

Open Rate คืออะไร

Open rate(อัตราการเปิด email ) เป็นตัววัดว่า email ที่เราส่งไปนั้นมีผู้คลิ๊กอ่านกี่เปอร์เซ็นต์ หากเขียนเป็นสมการได้่ดังนี้

Open Rate(อัตราการเปิด email) = ( จำนวน email ที่ได้รับการคลิ๊กในครั้งแรก / จำนวน email ที่เราส่งออกไป  ) x 100  

ตัวอย่าง - บริษัท ก. ส่ง email แนะนำสินค้าไปยังสมาชิก mailing list จำนวน 5,000 ฉบับ มีจำนวนสมาชิกที่คลิ๊กเปิด email จำนวน 2,575 ฉบับ เพราะฉะนั้น Open Rate ของ email แนะนำสินค้าจะเท่ากับ (2575/5000)x100 = 51.5 %

จ ากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่า email ที่บริษัท ก. ส่งไปโดยเฉลี่ย 100 ฉบับ(100 email address) ถูกคลิ๊กเปิด 51.5 ฉบับ สำหรับ open rate ที่ควรจะเป็นนั้นอาจไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าเป็นเท่าใด ขึ้นอยู่กับว่า e-mail นั้นถูกจัดให้เป็นแบบใด สแปมหรือไม่สแปม เป็น email ที่ให้ความรู้หรือ email ขายของ แต่สิ่งที่บอกได้คือถ้า open rate อยู่ในอัตราสูงแสดงว่า email นั้นมีหัวข้อที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มเป้าหมาย

 

Open Rate บอกอะไรเราบ้าง

แท้ที่จริงแล้วค่าที่ได้จาก open rate นั้นสามารถวัดความสำเร็จในการส่ง email ถึงกลุ่มเป้าหมายได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ความสำเร็จที่ว่านั้นได้แก่

  • ความน่าเชื่อถือของผู้ส่ง email - เหตุผลที่ทำให้ผูู้ั็รับเมลล์ ไม่เปิด email ที่เราส่งไป อาจจะเป็นเพราะ email นั้นๆ ไม่น่าเชื่อถือในความคิดของผู้รับ หรือ email ที่ส่งไป email แบบไม่ใช่ opt-in หรือผู้รับไม่ได้เป็นสมาชิกรับข่าวสารนั้นๆ มาก่อน แน่นอนว่า โอกาสที่ email นั้นจะได้รับการคลิ๊กเปิดก็ต่ำเช่นกันโดยเฉพาะ Spam Email อย่าง MLM เป็นต้น
     
  • ประสิทธิภาพของ subject หรือ หัวข้อ - นอกจากนี้ open rate ยังสามารถวัดได้ว่า Subject ที่เราใช้นั้นมีประสิทธิภาพเพียงใดในการดึงดูดให้ผู้รับเปิดอ่าน บางครั้ง แม้ว่าผู้รับที่เรา email ส่งไปให้จะเป็นสมชิก opt-in อยู่แล้ว แต่ไม่แน่เสมอไปที่ผู้รับจะเปิด email ทุกครั้ง หากหัวข้อที่ใช้ใน email นั้น ๆไม่ยวนใจให้คลิ๊ก แน่นอน open rate ก็ต่ำตามไปด้วย
     
  • ความสัมพันธ์ของผู้ส่งกับผู้รับ - ในประเด็นนี้ หากเป็น email ที่ส่งมาจากเพื่อนหรือคนรู้จักของคุณ โอกาสที่คุณจะเปิดเมลล์อ่านนั้น สูุงถึงประมาณ 95 -100 % ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณไม่รู้จักเจ้าของ email นั้นๆ มาก่อน แน่นอนว่า open rate ก็ย่อมมีโอกาสดิ่งลงเหวเช่นกัน นั่นหมายความว่า อัตราการเปิดเมลล์นั้นบอกให้เรารู้ว่าเราสามารถสานสัมพันธ์กับผํ้รับได้แค่ไ หน ยิ่งความสัมพันธ์แนบแน่นมากอัตราการเปิด email ก็ยิ่งสูงตามไปด้วย

 

Open Rate ได้มาอย่างไร

ใ นการให้ได้มาซึ่งค่า่ Open Rate นั้นมีเงื่อนไขอยู่อย่างหนึ่ง คือ Email ของคุณจะต้องไม่เป็น Plain-Text email หรือ email แบบข้อความ แต่ต้องเป็น HTML หรือ Rich-Text Email เพราะในการวัดการ Open rate นั้นจะมีการฝังสคริปท์(script) หรือภาพแบบที่ไม่สามารถมองเห็นได้ไว้ เมื่อผู้รับคลิ๊กเปิดเมลล์ ก็จะมีการเรียกสคริปท์หรือภาพนั้นจาก server ซึ่งทำให้เรารู้ได้ว่ามีการเปิดเมลล์ฉบับนั้น ๆกี่ครั้งโดยดูจาก log file ของ Server หรือจากโปรแกรมจำพวก web stat ที่เราติดตั้งไว้

ส ำหรับขั้นตอนการทำนั้น ทางเราขอละไว้เพราะอาจมีผู้ที่ไม่หวังดีประเภทที่ชอบส่ง Spam mail ไปนำไปใช้ครับ เพราะทางเราไม่ส่งเสริมให้ทำ SPAM email

อ ย่างที่กล่าวไว้ว่า Open Rate นั้นวัดได้เพียงว่า ผู้รับเมลล์นั้นเปิดเมลล์หรือไม่ แต่เป้าหมายที่แท้จริงของการส่งemail ก็เพื่อให้เกิด Call-to-Action หรือ อ่านแล้วตอบสนอง การตอบสนองที่ว่าก็แตกต่างกันไปในแต่ละ email สำหรับ email ที่เป็นการแนะนำสินค้าโดยย่อก็ย่อมหวังให้ลูกค้าคลิ๊กเพื่อดูสินค้าในหน้าเว ็บหลัก หรือ email ที่เป็นหัวข้อข่าว ก็อยากให้ผู้รับคลิ๊กไปอ่านรายละเอียดข่าว ดังนั้น จึงเกิดตัววัดขึ้นมาอีกตัวหนึ่งคือ CTR(Click-through-Rate)

Click-Through-Rate คืออะไร

Click-Through-Rate(CTR) หรือ อัตราการคลิ๊กผ่านม ีจุดมุ่งหมายในการวัดประสิทธิภาพของสารที่ส่งออกไป เช่นเดียวกับการวัดประสิทธิภาพของแบบนเนอร์ที่ลงในเราไปลงตามเว็บไซต์ วิธีการคำนวณค่า CTR นั้นทำได้โดย

CTR(อัตราการคลิ๊กผ่าน) = ( จำนวนคลิ๊กที่ผู้อ่านเมลล์คลิ๊กlinkในหน้านั้น / จำนวน email ที่เราส่งออกไป  ) x 100

ตัวอย่าง - บริษัท ก. ส่ง email แนะนำสินค้าไปยังสมาชิก mailing list จำนวน 5,000 ฉบับ มีจำนวนสมาชิกที่คลิ๊กไปยังหน้าสินค้า จำนวน 2,575 ฉบับ เพราะฉะนั้น Open Rate ของ email แนะนำสินค้าจะเท่ากับ (2575/5000)x100 = 51.5 % จากตัวอย่างแสดงว่าในจำนวน email ที่ส่งออกไป 100 ฉบับ มีผู้ที่เปิดอ่านและคลิ๊ก link ใน email มีจำนวนเฉลี่ย 51.5 ฉบับนั่น

เราได้รู้อะไรจาก Click-Through-Rate

ค่าที่ไ้ด้จาก CTR นั้นสามารถวัดประสิทธิภาพของ email ได้หลากหลายเช่น

  • ประสิทธิภาพของเนื้อหา - CTR นั้นสามารถบอกเราได้ว่า เนื้อหาใน email นั้น สามารถดึงดูดใจให้ผู้อ่านคลิ๊กลิ๊งก์ไปยัง URL ที่กำหนดได้มากแค่ไหน ยิ่งเนื้อหาที่น่าสนใจตรงใจผู้อ่านก็ย่อมดึงให้ CTR สูงขึ้น
  • ความสัมพันธ์ของหัวข้อและเนื้อหา - ข้อผิดหพลาดที่มักเจอในการทำให้ CTR ไม่เป็นดังผู้ส่งต้องการนั้นอาจเนื่องมากจากการที่ตัว Subject หรือ หัวข้อของ Email นั้นชวนให้คลิ๊กให้เปิดอ่านเสียเหลือเกิน แต่เมื่อเปิดแล้วการณ์ไม่เป็นดังหวังเช่น โปรยหัวข้อว่า "ดาวน์โหลด ฟรี่" แต่เมื่อเปิดอ่านกลับกลายเป็นการดาวน์โหลด โบรชัวร์สินค้าฟรี ไปเสียนี่ นั่นก็ย่อมทำให้ CTRของ email ที่หัวข้อกับเนื้อหาไม่สัมพันธ์ไม่สูงได้เช่นกัน
  • ข้อเสนอที่ให้ไม่น่าสนใจ - สิ่งที่มีส่วนทำให้ผู้อ่านตัดสินใจคลิ๊กลิ๊งก์ใน email นั้นต่อหรือไม่ก็คือสิ่งที่ผู้ส่งเสนอให้่แก่ผู้รับหรือที่เรียกว่า " Offer " หาก email นั้ำนเป็นตรงใจผู้รับ แน่นอนว่า CTR ของ email campaign ฉบับนั้นก็ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย ในทางตรงกันข้าม หาก email นั้ำนมีข้อเสนอที่ไม่ได้ทำให้ผู้รับพอใจ โอกาสที่จะเลิกอ่านและปิด email นั้นทิ้งก็ย่อมสูงขึ้นเช่นกัน
    อ่านมาถึงตรงนี้ บางท่านอาจสงสัยแล้ว Open Rate และ Click-Through-Rate ควรเป็นเท่าใด ทั้งสองค่านี้เราไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าจะเป็นเท่าไหร่ เนื่องจากปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าทั้งสองไม่สูงนัก เกิดจากระบบ Spam Filter ของ Mail Server แต่วิิธี่วัดที่พอทำได้คือวัดจาก email ฉบับก่อนที่เราเคยส่งไป

ปัจจุบัน แม้ว่าจะมีเครื่องทางการตลาดออนไลน์เกิดขึ้นมาใหม่ ๆหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น Blog หรือ การรับ RSS ซึ่งใกล้ชิดผู้ใช้อินเตอรฺ์เน็ตมากขึ้น แต่ Email Marketing ยังคงเป็นเครื่องที่ใกล้ชิดผู้ใช้อินเตอรฺ์เน็ตที่สุดเพราะกิจกรรมหลักของกา รใช้คือ การรับส่ง email แต่การที่จะวัดผลสำเร็จของการทำ Email Marketing แน่นอนย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลา่ยประการทั้งหัวข้อ เนื้อหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับสมาชิกแบบ Opt-In และการทำให้ email ไม่ตกลงไปอยู่ในกล่อง Junk mail หรือ Spam mail ก็ย่อมเป็นสัญญาณว่า Email ที่ส่งออกมากไปมีโอกาสได้รับการคลิ๊กมากขึ้น

Comments

ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลดีๆ

ขอบคุณครับ ทำให้เข้าใจEmail Marketing มากขึ้นกำลังศึกษาอยู่เลยครับ

ได้ความรู้มากครับ

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
CAPTCHA
This question is for testing whether you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.
Image CAPTCHA
Copy the characters (respecting upper/lower case) from the image.