5 เหตุผลที่คุณไม่ควรปฏิเสธ E-Mail Marketing (No Refuse to Email Marketing)

Email marketing ก็คือการทำการตลาดตรงหรือ Direct Marketing นั่นแหละครับ โดยใช้ Email เป็นเครื่องมือสื่อสารในสิ่งที่เราต้องการเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายเพื่อหวังผ ลทางการตลาด เช่น เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บ เพิ่มยอดขาย สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าหรือสมาชิก หาลูกค้าใหม่ หรือ เพิ่มรายได้จาก email ที่ส่งไป หรือ เพิ่มเงิน / สิ่งของบริจาคในกรณีของมูลนิธิต่าง ๆ เป็นต้น

สาเหตุที่ทำให้ E-Mail Marketing แพร่หลายมากในปัจจุบันและเป็น เหตุผลที่ที่คุณไม่ควรปฏิเสธ Email Marketing ได้แก่

  1. ค่าจัดทำและค่าส่งไม่แพง !

    ค ุณลองนึกดูซิครับว่า หากคุณต้องการส่งโบรชัวร์สินค้าใหม่ล่าสุดพิมพ์ลงบนกระดาษ A 4 ถึงมือลูกค้าและสมาชิก 2 , 000 ราย แต่วิธีที่ส่งของคุณคือ ทางไปรษณีย์หรือ Direct Mail ค่าใช้จ่ายเพื่อทำการส่งแต่ละครั้งก็จะประกอบอะไรบ้างล่ะครับ ค่าออกแบบในกรณีที่ไม่มี graphic designer ของตัวเอง ค่าพิมพ์ ค่าจัดส่ง และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่มักละเลยคือ เปอร์เซ็นต์ของการตีกลับ หรือ จำนวนจดหมายที่ไม่ถึงมือ ซึ่งมากน้อยไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับคุณภาพของฐานข้อมูลลูกค้าหรือสมาชิก ความผิดพลาดของไปรษณีย์ คิดๆดูก็มากโขอยู่เหมือนกัน ตรงกันข้ามกับการส่ง Email สิ่งที่คุณต้องจ่ายเพื่อการส่ง Email แต่ละครั้ง ผู้สันทัดกรณีให้ข้อมูลเราว่า Email มันถูกกว่า Direct Mail ถึง 10 เท่า

     

  2. รวดเร็วและแม่นยำ

    ห ากจะเทียบขั้นตอนการทำ Email marketing กับ direct mail แล้ว การส่ง email นั้นมีกนะบวนการที่สั้นกว่ามาก นับตั้งแต่การออกแบบและเตรียมรายชื่อจนมาถึงการจัดส่ง email ออกไปโดยเฉลี่ยแล้วไม่เกิน 1 -อาทิตย์ก็สามารถส่งถึงมือลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ ยิ่งมี email template ไว้แล้วกระบวนการยิ่งสั้นลง (From Desktop-to-Desktop) นั่นหมายความว่าเราสามารถประหยัดเวลาเพื่อไปทำกรรมอื่นๆได้มากขึ้น ในขณะที่การส่ง Direct Mail แบบดั้งเดิมนั้นต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนตั้งแต่

    การออกแบ บ >>> จัดทำอาร์เวิร์ค >>> กระบวนการพิมพ์ >>>Lettershopping >>> จัดส่งไปรษณีย์ หรือ ทีที่รับบริการส่งจดหมาย >>> Mail ถึงมือผู้รับ

    ซึ่งต้องใช้เวลาในการจบกระบวนการนานกว่ามาก

     

  3. เห็นผลเร็วกว่า Direct Mail

    ด ้วยความรวดเร็วและประสิทธิภาพของ Email ทำให้ผู้ส่งสามารถรับรู้การตอบสนองของผู้รับที่มีต่อ Email ได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็น % ของการเปิด email(Open Rate) , % การของการคลิ๊กสินค้าที่นำเสนอใน email (CTR) ,email % ของการเห็นเนื้อหาของ Email (impression rate) เป็นต้น ในขณะที่ Direct Mail แบบเก่า คุณอาจจะไม่ทราบเลยว่า mail ที่คุณส่งไปจะได้รับการเมินหรือสนใจจากผู้รับสักกี่เปอร์เซ็นต์

     

  4. ตรงกลุ่มเป้าหมาย

    ห ากคุณต้องการที่จะเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มให้ได้ผลโดยใช้ Online Tool การส่ง E-Mail ไปยังกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเช่นสมาชิก นับว่าเป็นเครื่องมือที่สนองความต้องการของคุณได้มากพอสมควร แต่การที่จะเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มนั้น จำเป็นต้องอาศัยฐานข้อมูลลูกค้าที่ดีพอสมควร เพราะหากคุณมีเพียงแค่ e-mail โดยขาดข้อมูลที่จำเป็นอื่นๆ ของลูกค้าเช่น ประเภทสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าชอบ พฤติกรรมการซื้อของลูกค้า เป็นต้น ก็คงต้องใช้วิธีหว่าน E-Mail ซึ่งไม่ใช่ Spam นะครับ ในกรณีนี้เป็นการส่งแบบไม่เลือกกลุ่มเป้าหมายแต่โอกาสจะคลิ๊กเปิดเมลล์ หรือ คลิ๊กเพื่อสั่งซื้อสินค้าของคุณอาจจะน้อยกว่า แต่หากคุณมีข้อมูลของฐานข้อมูลลูกค้าของคุณลึกพอ แบบว่าคุณสามารถระบุได้ว่าลูกค้ารายใดนิยมซื้อสินค้าประเภทใด เป็นต้น แนะนำให้คุณ Customize Email ไปเลยดีกว่า เช่นถ้าคุณขาย DVD/VCD หนัง และสามารถแบ่งลูกค้าที่นิยมซื้อ DVD ประเภท แอ็คชั่น หรือ ตลก เป็นกลุ่ม A กับ กลุ่ม B ตามลำดับ คุณก็สามารถส่ง E-mail Update หนังแนวแอ็คชั่นให้กับกลุ่ม A และ Update หนังแนวตลกให้กับกลุ่ม B ก็ได้ และ โอกาสได้รับการคลิ๊กก็สูงขึ้นด้วย

     

  5. ส่ง Email เพื่อการตลาดนั้นง่ายแสนง่าย

    เ หตุที่มันง่ายแสนง่าย เพราะว่าในปัจจุบันมีเว็บไซด์และ Software มากมายที่ช่วยให้คุณสามารถส่ง E-Mail ได้เป็นหมื่น ๆ ภายในพริบตาหากคุณไม่รู้จักวิธีการสร้าง HTML Email เว็บไซด์และ Software เช่น intellicontact (http://www.intellicontact.com) , หรือ subscribeone (http://www.subscribeone.net/) เป็นต้น ก็มี แม่แบบ (Template) ให้คุณเลือกใช้หลากหลายรูปแบบ สิ่งที่คุณต้องทำเพียงนำ email ที่คุณต้องการส่ง เขียนเนื้อหาใน email ที่ตรงใจผู้รับและจุดประสงค์ของคุณ และก็วัดผลหรือวัด Email Marketing ROI ครับ

แต่ทั้งนี้ ใช่ว่า E-mail จะเป็นเครื่องมหัศจรรย์ที่เราจะส่งไปอย่างไร เมื่อไหร่ก็ได้ ดีไม่ดีส่งไม่ดูตาม้าเรือ หรือส่งไปทั้งๆ ที่ผู้รับไม่อยากได้ก็จะกลายเป็นการ Spam ไปซะอีก เผลอ ๆ โดนแบนจาก Server ฝั่งผู้รับไม่รู้ด้วยนะ โดยเฉพาะพวกธุรกิจ MLM ที่นิยมส่ง E-Mail ไปเชิญชวนให้มาสมัครหรือซื้อสินค้าเนี่ยเห็นมาเยอะแล้วที่ email ของท่านน่ะตกกระป๋อง JUNK MAIL ทางที่ดี เลือกใช้ Opt-In Email ดีกว่า สบายใจกว่าครับ

Comments

comments

%d bloggers like this: