4 วิธีพีอาร์ในโลกออนไลน์

เมื่อ มาร์ค บิทเทอร์แมน ซึ่งเรียกตัวเองว่า “Selmelier” กำลังพยายามปลุกยอดขายในร้านขายเกลือสำหรับนักดื่มและนักกินของ เขา เขารู้ว่าเทคนิคการตลาดแบบมาตรฐานที่ทำกันทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการทำสปอตวิทยุ การทำป้ายโฆษณา หรือการขายตรงทางไปรษณีย์นั้นยังไม่เพียงพอ เขายังอยากเรียกลูกค้าให้มาที่เว็บไซต์และร้านที่อยู่ในเมืองพอ ร์ตแลนด์ รัฐออรีกอน ด้วยการเขียนบล็อกให้ความรู้และความบันเทิง เพื่อเรียกร้องความสนใจที่ชื่อว่า “Salt News”

บิทเทอร์แมนรู้ว่าคนทั่วไปรวมทั้งนักข่าวจะเข้าไปเยี่ยมชมทั้งเ ว็บไซต์และบล็อก และในที่สุดหลายๆ คนก็จะแวะมาที่ร้านเพื่อมาชมเกลือชนิดต่างๆ ที่แตกต่างกันถึง 60 ชนิด และนี่คือการทำตลาดและเพิ่มยอดขายอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ประโยชน์จา กโลกอินเทอร์เน็ตอย่างชาญฉลาด แต่บิทเทอร์แมนแนะนำว่า เว็บไซต์หรือบล็อกที่น่าสนใจยังต้องมีองค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้ควบคู่กันไปด้วย คือ

สร้างเว็บไซต์ที่เรียบง่ายและมีประสิทธิภาพ

ลองดูว่าเว็บไซต์ของคุณอธิบายถึงสินค้า และบริการด้วยข้อความที่สั้นๆ จับใจ และเห็นภาพหรือไม่ หรือตอบคำถามเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าเป้าหมายได้ภายในเวล าต่ำกว่า 10 วินาทีหรือไม่ “เพราะเมื่อมีผู้คลิกไปที่เว็บไซต์ของคุณ คุณมีเวลาประมาณ 5 ถึง 8 นาที ที่จะชักจูงพวกเขา จงพูดให้ตรงประเด็น และตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกให้หมด” ลาร์รี เบลิน ผู้บริหารสูงสุดของบริษัท Single Throw Internet Marketing ในเมืองวอลล์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ได้เคยกล่าวเอาไว้ และเขายังเป็นผู้เขียนหนังสือ Mommy, Where Do Customers Come From? ของสำนักพิมพ์ Larstan ซึ่งกำลังจะตีพิมพ์เร็วๆ นี้

เหตุนี้ในโฮมเพจของคุณควรใช้งานง่าย ข้อมูลที่จำเป็น ตรงประเด็น และอย่าลืมว่าต้องจัดให้คำว่า “ติดต่อเรา” ที่คลิกได้นั้น ดูโดดเด่น ที่สำคัญต้องให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของคุณจะปรากฎอยู่ในอันดับต้นๆ ของผลการสืบค้นจากเสิร์ชเอ็นจิ้น ทุกวันนี้นักออกแบบเว็บไซต์ที่เก่งๆ จะสามารถจัดการกับการตลาดของเสิร์ชเอ็นจิ้นในฐานะส่วนหนึ่งของก ารออกแบบและการเขียนโปรแกรม ทว่ามันก็ขึ้นอยู่กับคุณที่จะหาวิธีที่ดีที่สุดที่จะอธิบายถึงส ินค้าและบริการของคุให้กับลูกค้าเป้าหมาย และเปลี่ยนมันให้เป็นการขายในที่สุด

“ไม่ควรใส่ใจกบปุ่มหรือฟังก์ชันที่พิเศษมากนัก” เบลินเตือน “ให้คิดถึงการเชื่อมโยงและวิธีที่จะช่วยตอบสนองความต้องกา รของลูกค้าจะดีกว่า ทำให้ลูกค้าเข้าใจแจ่มแจ้ง และคุณก็จะชนะในทุกครั้ง”

หัดเป็นบล็อกเกอร์

ผู้ประกอบการที่ใช้บล็อก สามารถที่จะเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ ได้ด้วยการเขียนในลักษณะที่คุยกัน และแสดงถึงด้านที่เป็นปุถุชนของธุรกิจ ดังที่วิลเลียม บิวท์เลอร์ นักวิเคราะห์ออนไลน์แห่ง New Media Strategies บริษัทการตลาดบนเว็บไซต์ในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย กล่าวไว้ว่า “ธุรกิจของคุณจะเป็นที่สนใจสำหรับผู้คนด้วยการเขียนในรูปแ บบของการสนทนา เพราะจะทำให้คนอ่านเห็นภาพของสิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน”

ใช้ podcasting

Podcasting เป็นเทคโนโลยีที่ง่ายๆ ที่เพิ่งได้รับความสนใจอย่างจริงจังโดยบริษัทในกลุ่มฟอร์จูน 500 และสิ่งที่คุณจะต้องทำเพื่อเป็นการเริ่มต้นก็คือ ไมโครโฟนดีๆ สักตัว เครื่องบันทึกเสียงดิจิตอล และซอฟต์แวร์สำหรับตัดต่อภาพ วิธีนี้จะทำให้คุณใช้ประโยชน์จากสัญชาตญาณความบันเทิงได้มากที่ สุด

จอห์น แจนทซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจากเมืองแคนซัส ซิตี้ รัฐมิสซูรี ผู้เขียนหนังสือชื่อ Duct Tape Marketing: The World’s Most Practical Small Business Marketing Guide สำนักพิมพ์ Thomas Nelson กล่าวว่า “ในหลายๆ ธุรกิจ padcasting มีความเป็นเอกลักษณ์มากพอที่จะทำให้คุณแตกต่างจากคู่แข่ง เพราะเสียงพูดที่เข้าไปแทนที่คำที่เขียนบนกระดาษจะสามารถสื่อถึ งอารมณ์และความเป็นตัวตนได้มากกว่า สำหรับผู้ที่คิดจะใช้ podcasting ในการสร้างความน่าสนใจให้กับธุรกิจ สิ่งแรกที่ควรทำคือ เชิญหุ้นส่วนที่มีส่วนในการวางแผนกลยุทธ์ให้กับธุรกิจมาเป็นแขก ในการ podcast แล้วคุณจะได้ความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญในระดับสูง เช่นคนในระดับนักเขียน หรือแม้กระทั่งลูกค้าเป้าหมาย”

ประชาสัมพันธ์ใน YouTube!

YouTube ไม่ใช่แค่เพียงคลิปจากสื่อ หรือภาพสัตว์เลี้ยงที่ทำอะไรน่ารักๆ หรือภาพการเล่นตลกโลดโผนจากหอพักนักศึกษาอีกต่อไป การมี YouTube ลิงก์เข้ากับเว็บไซต์ของคุณ หรือการลิงก์เว็บไซต์ของคุณเข้ากับ YouTube จะทำให้คุณมีเครื่องมือทางการตลาดใหม่ๆ แต่ก็อย่าทำอะไรพิเรนเช่นการโพสต์ข้อมูลโฆษณาที่แผลงๆ เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ

“สิ่งที่คุณควรจะโพสต์ก็คือสิ่งที่ทำให้คนที่เข้ามาใน YouTube พบว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์ และนั่นจะทำให้เขาหยุดดู” ไมเคิล มิลเลอร์ ผู้เขียน YouTube 4 U (ของสำนักพิมพ์ Que) จากอินเดียนาโพลิสกล่าว โดยในหนังสือเล่มนี้ มิลเลอร์ ยกตัวอย่างถึงธุรกิจเครื่องปั้นดินจากแป้นหมุน “นั่นคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าก้าวเข้ามา จากนั้นคุณก็สามารถดึงเขาไปยังเว็บไซต์ของคุณได้จากที่นั่น

ข้อมูลจาก http://www.arip.co.th/

Comments

comments

%d bloggers like this: