เจาะเทรนด์แนวโน้มการค้าออนไลน์ไทยปี 2013 (Thailand E-Commerce Trend 2013)

การค้าบนโลกออนไลน์ของไทยตอนนี้เติบโตไปอย่างมาก โดยเฉพาะในปี 2012 ซึ่งถือว่าเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากเลยทีเดียว เป็นปีที่มีการพัฒนาระบบพื้นฐานที่สนับสนุนการค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ได้แก่ การขนส่งสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น ระบบชำระเงินที่หลากหลาย พฤติกรรมคนไทยที่เริ่มจับจ่ายซื้อของออนไลน์มากขึ้น และผู้ให้บริการ E-Commerce ที่เริ่มมีมากขึ้นจากปีก่อนๆ ผมมองว่ามันยังอยู่ในช่วงการเริ่มต้นเท่านั้น แต่หากเราจะลองมาดูว่าอะไรคือแนวโน้มหรือเทรนด์ของอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยในปี 2013 จากประสบการณ์และมุมมองของผมเอง ผมว่ามันจะสร้างความได้เปรียบให้กับคุณได้มาเลยทีเดียวเชียวล่ะ หากคุณสามารถนำมันมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้ก่อนคนอื่นๆ

เจาะเทรนด์แนวโน้มการค้าออนไลน์ไทยปี 2013 (Thailand E-Commerce Trend 2013)

 

1. พฤติกรรมคนไทยจะซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น (Online Shopping Behavior Shift)

ปี 2012 มีคนไทยใช้อินเทอร์เนต มากกว่า 25 ล้านคน และตอนนี้มีสินค้าของผู้ประกอบการไทยที่แสดงขายกันในโลกออนไลน์มีมากกว่า 10 ล้านรายการแล้ว โดยมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การค้นหาซื้อสินค้าทางออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสำหรับทุกๆ คนในประเทศ สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการสำรวจของทางเนคเทค (NETEC) พบกว่าคนไทยซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้นจาก 47.8% เป็น 57.2% และตัวเลขการเพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการออนไลน์ก็เติบโตขึ้นเช่นเดียวกัน ทำให้เห็นได้ชัดว่า พฤติกรรมของคนไทย เริ่มค้นหาสินค้าและจับจ่ายผ่านทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอีกทั้งการเปิดรวมกันของกลุ่มประเทศอาเซียนหรือ AEC จะยิ่งทำให้โอกาสการค้าขายทางออนไลน์เปิดกว้างมากขึ้น และขยายโอกาสเข้าสู่คนมากกว่า 600 ล้านคนเลยทีเดียว ช่องทางออนไลน์คือช่องทางเดียว มีประหยัดค่าใช้จ่ายแต่มีศักยภาพในการเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจในทางตรงได้ทันที

คำแนะนำ : หากธุรกิจของคุณยังไม่มีหน้าเว็บไซต์ไว้ขายสินค้า คงต้องได้เวลาเตรียมอย่างเป็นกิจจะแล้ว เพื่อรองรับกับความต้องการ รวมถึงการมีหลายภาษาอย่างภาษาอังกฤษในการเปิดโอกาสให้คนต่างชาติสามารถเข้ามาซื้อสินค้าของคุณได้

 

2. จากแค็ตตาล็อกออนไลน์สู่ร้านค้าออนไลน์เต็มรูปแบบ (E-Catalog move to E-Tailor)

ตอนนี้ปัจจุบันเว็บไซต์จำนวนมากของหลายธุรกิจของไทย ยังคงเป็นในรูปแบบ เว็บไซต์ให้ข้อมูลบริษัท (Corporate Web Site) หรือ เป็นเพียงแค่แค็ตตาล็อกสินค้า (Catalogue Web Site) ที่ไม่สามารถทำการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ได้ทันที ต้องโทรหรือติดต่อไปผ่านทางช่องทางอื่นแทน ซึ่งจะทำให้สูญเสียโอกาสการขายสินค้าไปอย่างมาก เพราะในโลกออนไลน์หากคุณปล่อยให้ลูกค้าต้องโทรติดต่อ หรือติดตามคุณ นั้นหมายถึงโอกาสที่คุณจะสูญเสียลูกค้าเหล่านั้นมีสูงมากกว่า 50% แต่หากธุรกิจของคุณมีระบบการค้าออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถคลิกสั่งซื้อสินค้าของธุรกิจของคุณได้ทันที นั้นหมายถึงคุณจะสามารถปิดการขายลูกค้าได้ทันที เป็นเป็นช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทั่วประเทศและทั่วโลก ไม่ต้องมีคนมานั่งเฝ้าตลอดเวลา ดังนั้นปี 2013 จะเป็นปีที่หลายๆ ธุรกิจไทย เริ่มเห็นถึงศักยภาพของการค้าออนไลน์มากขึ้น เพราะเริ่มมีหลายคนเริ่มประสบความสำเร็จและสามารถเพิ่มยอดขายได้มากมาย ผ่านช่องทางนี้ ทำให้หลายธุรกิจจะเริ่มเปลี่ยนจากเว็บไซต์รูปแบบเดิมๆ เข้าสู่เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์(E-Tailor) เต็มรูปแบบมากขึ้น

 คำแนะนำ : สร้างเว็บไซต์ของคุณให้รองรับการซื้อสินค้าออนไลน์ทันที นึกไม่ออกลองไปใช้บริการฟรี ของ TARAD.com ได้ได้ครับ 

 

3.สินค้าอุปโภคบริโภคจะเริ่มเข้าสู่โลกการค้าออนไลน์มากขึ้น (FMCG Goods Go Online)

จากเดิมที่สินค้าอุปโภคบริโภค (Fast Moving Consumer Goods – FMCG) จะเน้นการตลาดในการสื่อสารในการสร้างแบรนด์และโปรโมชั่นแล้วดึงคนให้ไปซื้อตามจุดขายต่างๆ เป็นหลัก แต่ปี 2013 จะเป็นปีที่ สินค้าหลายๆ ตัวจะเริ่มต้นการใช้ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางการขายสินค้าเพิ่มมากขึ้น และใช้การตลาดออนไลน์เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดยอดขาย ผ่านไปยังกลุ่มเป้าหมายลูกค้าทั่วประเทศ โดยแนวโน้มนี้จะเห็นได้จากสินค้าหลายๆ ตัวที่เริ่มมีการขายในโลกออนไลน์แล้ว เช่น เถ้าแก่น้อยสินค้าของค่ายแบรนด์ เป็นต้น

คำแนะนำ : ออนไลน์คือช่องทางที่มีศักยภาพในการเข้าถึงคนเป็นจำนวนมาก การสร้างแบรนด์หรือการจดจำอย่างเดียวอาจจะไม่พอ มันสามารถสร้างต่อเนื่องไปถึงการสร้างยอดขายได้ทันที อยากให้ลองครับ

 

4. คนไทยจะช๊อปผ่านมือถือและแท็ปเล็ตเพิ่มมากขึ้น (Growth of Mobile Commerce)

ปี 2013 จะเป็นปีที่ 3G แท้ๆ ของไทยจะได้ออกมายลโฉมกันจริงๆ ซักที และราคาจะถูกลงด้วย และมือถือและอุปกรณ์พกพาราคาจะถูกลง ฉลาดและเก่งมากขึ้น มือถือในมือคนไทยจะต่ออินเทอร์เน็ตได้เพิ่มมากขึ้น คนไทยจะเริ่มเปลียนพฤติกรรมใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือกันมากขึ้น  แน่นอนเมื่อเค้าใช้มากขึ้น การซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้ก็จะเพิ่มมากขึ้นอย่างเช่นกัน  ทำให้เราก้าวเข้าสู่ ยุคที่ 4 ของอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มตัว (http://www.pawoot.com/thailand-E-Commerce-Generatio) อย่างตอนนี้ จำนวนคนใช้มือถือและอุปกรณ์พกพาเข้ามาที่ TARAD.com มากถึง 30% ของจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ทั้งหมด และมียอดขายที่เกิดขึ้นผ่านช่องทางนี้ 11% และเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ เดือน เป็นช่องทางที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

คำแนะนำ : เริ่มสร้างเว็บไซต์ในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับมือถือ (Mobile Site) นอกเหนือจากการสร้างเว็บไซต์ อย่าเพิ่งไปสร้างแอพ เพราะจากข้อมูลทั่วโลก พบว่าคนใช้เว็บบนมือถือมากกว่าแอพในการซื้อสินค้า และการเชื่อมโยงจะทำได้ดีกว่า (หากเป็นแอพ คุณต้องกระตุ้นให้คนโหลดแอพอีก แต่หากเป็นหน้าเว็บสำหรับมือถือมันเข้าได้ทันที)

 

5. การชำะเงินผ่านบัตรเดบิต (บัตรเอทีเอ็ม) จะเติบโตมากขึ้น (Raise of Debit Card Payment)

ในปี 2012 เป็นปีที่หลายๆ ธนาคารเริ่มหันมาเปิดให้ บัตรเดบิต (Debit Card) หรือบัตรเอทีเอ็ม สามารถใช้ซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้เหมือนบัตรเครดิต ทำให้กลุ่มคนที่ถือบัตรเดบิตที่มีมากกว่า 35 ล้านใบทั่วประเทศ ที่จะเป็นกลุ่มคนที่มีความหลากหลายมากขึ้น เช่นเด็กวัยรุ่น และคนทั่วไป ซึ่งจะมีจำนวนมากกว่าคนที่ถือบัตรเครดิตที่มีเพียง 14 ล้านใบเท่านั้น กลุ่มคนจำนวนมากเหล่านี้จะสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้มากขึ้น ดังนั้นในปี 2013 จึงเป็นปีที่ คนไทยเกือบครึ่งประเทศสามารถซื้อสินค้าออนไลน์และจ่ายผ่านทางออนไลน์โดยบัตรเดบิตได้ทันที

คำแนะนำ : เตรียมเว็บไซต์ของคุณให้รองรับการชำระเงินผ่านบัตรเดบิต และเตรียมแคมเปญและการตลาดกระตุ้นให้ลูกค้ากลุ่มที่มีบัตรเดบิต ใช้จ่ายและซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ของคุณ  ติดต่อธนาคารหรือผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์ดูครับ

 

6. บริการขนส่งและชำระเงินที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น (Better shipping and payment service quality)

เราจะเริ่มเห็นการขนส่งสินค้าช่องทางใหม่ๆ นอกเหนือจากบริการของไปรษณีย์ไทย ตอนนี้บริษัทที่ให้บริการขนส่งต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศเริ่มหันมามองและลงทุนกับการขนส่งสินค้าให้กับธุรกิจประเภทอีคอมเมิร์ซมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งบางแห่งจะเริ่มมีบริการฝากสินค้าในคลัง (Warehouse) เพื่อให้บริการแบบครบวงจรทั้งเก็บและจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าทันที หรือเรียกว่า “ระบบจัดการคลังและการส่งสินค้า (Service Fulfilment)” และบางแห่งจะเริ่มมีการให้บริการ “เก็บเงินปลายทาง (Cash on Delivery – COD) ซึ่งการจ่ายเงินรูปแบบนี้ ค่อนข้างจะถูกใจผู้ซื้อคนไทยเป็นจำนวนมาก

คำแนะนำ : ปรับปรุงบริการจ่ายเงินและการขนส่งสินค้าของธุรกิจของคุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยสิ่งที่แนะนำมา สิ่งเหล่านี้มีจะผลทางตรงกับการยอดขายทางออนไลน์ 

 

7. โซเชี่ยลมีเดียสื่อและช่องใหม่ในการสร้างยอดขาย (Social Media Communication Strategy)

เดียวนี้คนไทยหลายคนเริ่มหันมาใช้โซเชี่ยลมีเดียกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่แทบจะไม่ต้องจ่ายเงินหรือมีค่าใช้จ่าย ทำให้การใช้ช่องทางนี้ เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าจึงเป็นช่องทางที่ได้ผลในด้านการเพ่ิมยอดขายให้กับธุรกิจการค้าออนไลน์มากขึ้น แต่ควรจะมีกลยุทธ์และวิธีการสื่อสารผ่านทางโซเชี่ยลมีเดียที่มีชั้นเชิง รวมถึงการเลือกใช้โซเชี่ยลมีเดียตรงกลับกลุ่มเป้าหมาย เพราะเดียวนี้นอกเหนือจาก Facebook ยังมีอีกหลายบริการโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ เช่น Twitter, Instgram, Line ที่สามารถใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน

คำแนะนำ : วางแผนกลยุทธ์การใช้โซเชี่ยลมีเดียกับการค้าทางออนไลน์ของคุณ อ่านเพิ่มเติม เจาะเทรนด์กลยุทธ์ Social Media ไทยในปี 2013 (http://www.pawoot.com/social-media-trend-2013)

 

8. การแข่งขันด้านโปรโมชั่นและการตลาดทางออนไลน์ (Online Promotion and Online Marketing)

ในหลายๆ ปีทีผ่านมา การค้าทางออนไลน์ยังไม่มีลูกเล่นหรือโปรโมชั่นลด-แลก-แจก-แถมเท่าไร แต่ในปี 2013 เราจะเริ่มเห็นเว็บไซต์หลายๆ เริ่มจัดโปรโมชั่นผ่านทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อเรียกและกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าทางออนไลน์กันมากขึ้น รวมถึงการตลาดทางออนไลน์ที่จะเริ่มมีหลายธุรกิจเริ่มหันเข้ามาใช้มากขึ้น โดยช่องทางที่ได้ผลในการทำการตลาดออนไลน์สำหรับการเพิ่มยอดขายที่ได้ผล ได้แก่ การตลาดผ่านทางอีเมล์, การตลาดผ่าน Search Engine, การตลาดผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย เป็นต้น ซึ่งหลายธุรกิจจะเริ่มปันเม็ดเงินงบการตลาดมาลงในช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพราะเป็นช่องทางที่สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน และสามารถวัดผลได้แม่นยำ ทำให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนในการตลาดทางด้านนี้ หลังจากหลายๆ ธุรกิจทีได้ลองจะติดใจ และจะเพิ่มเม็ดเงินงบประเมินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไปปีต่อไป

คำแนะนำ : วางแผนกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่มีศักยภาพและการทำโปรโมชั่นสำหรับช่องทางออนไลน์โดยเฉพาะควบคู่กันไป จะทำให้การเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางนี้เติบไตได้อย่างไม่อยากเลย อ่านเทคนิคการเริ่มต้นวางแผนกลยุทธการตลาดออนไลน์ได้ที่ http://www.pawoot.com/e-marketing-startup

 

9. คนทำงานและธุรกิจด้าน E-Commerce จะเติบโตอย่างมาก (Resource and Business relate with E-Commerce will growth)

เมื่อแนวโน้มการค้าออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างมากในประเทศไทย สิ่งที่ตามมาคือธุรกิจต่างๆ ก็อยากจะเริ่มต้นนำธุรกิจของตัวเองเข้าสู่การค้าออนไลน์ ซึ่งทำมีหลายวิธีเช่น หากเป็นองค์กรใหญ่ก็อาจจะมีการจัดตั้งคนทำงานหรือทีมงานที่ดูแลด้านนี้โดยเฉพาะ หรือหากเป็นธุรกิจขนาดเล็กก็จะเริ่มหาผู้ให้บริการที่จะช่วยทำให้ธุรกิจของตัวเองสามารถเข้าสู่โลกออนไลน์ได้ด้วยความคุ้มค่ามากที่สุด ดังนั้นปี 2013 จะเป็นปีที่คนที่เรียนจบมา หรือทำงานด้านการค้าออนไลน์ จะเป็นที่ต้องการตัวของของธุรกิจต่างๆ รวมถึงธุรกิจที่ให้บริการเกี่ยวกับการค้าออนไลน์ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จะเติบโตอย่างมาก เพื่อตอบรับกับความต้องการของธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  และนอกจากนี้ เราจะยังเห็นการเข้ามาของธุรกิจการค้าออนไลน์ต่างประเทศที่จะเริ่มบุกและรุกเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น

คำแนะนำ : หากยังไม่รู้จะเรียนอะไร การเรียนทางด้านสายการค้าออนไลน์จะมีแนวโน้มดีอย่างมาก และการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการค้าออนไลน์ ก็จะมีโอกาสเติบโตมากเช่นเเดียวกัน

 

จะเห็นได้ว่าในปี 2013 รูปแบบการค้าทางออนไล์ของไทยจะเปลี่ยนรูปแบบและพัฒนาจากรูปแบบเดิมไปอย่างมาก ดังนั้นการปรับตัวและการเข้าสู่โลกการค้าออนไลน์ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากคุณต้องการเพ่ิมศักยภาพการแข่งขันและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างมากขึ้นธุรกิจของคุณ ดังนั้นลองพิจาณาดูจาก 9 ข้อที่อ่านมาว่า คุณจะสามารถเริ่มต้นทำในข้อไหนได้บ้าง อ่านข้อไหน ลงมือทำมันจึงจะเกิดผลครับ เชื่อผมเหอะ…

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

แอบดู อนาคตของ Social Network?
เทคนิคการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ
ปี 2020 ธุรกิจไทยจะไร้ที่ยืน หากไม่ปรับตัววันนี้ และตอนนี้.!
เพิ่มยอดขายหน้าร้านด้วย Smart Signage TV แทนป้ายโฆษณาแบบเดิมๆ!!

Comments

comments

%d bloggers like this: