|
|
|
|
|
|
| ตอบโดย SJSJ
- 2004 October 07 - 2:56pm - 0
comments - Edit
|
สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย-สภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทยรวมพลังหนุนรื้อร
่างกฎหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ตั้ง "สมเกียรติ
ตั้งกิจวานิชย์"
เป็นหัวหน้าทีมร่างกฎหมายเวอร์ชั่นใหม่ออกมาประชัน
เตรียมดึงผู้ประกอบการอื่นที่เกี่ยวข้องเป็นแนวร่วม
เพื่อระดมความคิดเห็นอย่างรอบด้าน
ชำแหละร่างฉบับแรกเขียนกฎหมายแบบเหวี่ยงแหในวงกว้าง
แถมให้อำนาจเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายมากเกินเข้าขั้นอันตร
าย
นายภาวุธ
พงษ์วิทยภานุ เลขาธิการสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย
เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า
สืบเนื่องจากกลุ่มผู้ประกอบการเว็บไซต์เห็นว่าร่างกฎหมายว่าด้ว
ยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
(ชื่อเดิมร่างกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์)
ที่จัดทำโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็ก
ทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเข้ากระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
(ครม.)
มีหลายประเด็นที่ผู้ประกอบการเห็นว่าไม่เหมาะสมเนื่องจากไม่สอด
คล้องกับข้อเท็จจริงและจะทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ
อาทิ
ในส่วนของบทลงโทษก็ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
โดยกำหนดบทลงโทษแฮกเกอร์หรือบุคคลที่โจรกรรมข้อมูลความลับของผู
้อื่นรุนแรงน้อยกว่าการทำผิดของเว็บมาสเตอร์
ซึ่งเป็นกรณีของความผิดพลาด เช่น
เป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่อันควร
ซึ่งไม่ทราบว่าผู้ร่างมีเหตุผลอย่างไร
โดยบทลงโทษตามมาตรา 5
กล่าวถึงผู้ใดที่เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบ
และกระทำการอย่างใดต่อข้อมูลดังกล่าว
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4
หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่ในกรณีของเว็บมาสเตอร์ที่ละเลยทำให้มีการเผยแพร่ข้อมูลของบุ
คคลที่ 3 ที่จะทำให้บุคคลที่ 3 หรือประชาชนเสียหาย
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1
แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดังนั้นทางสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยและสภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทย
ได้ร่วมกันตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำร่างกฎหมายดังกล่าวอีกฉบับขึ้
นมาเพื่อเป็นข้อเปรียบเทียบ
พร้อมกันนี้จะเชิญผู้ประกอบการในกลุ่มอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้อง
นอกเหนือจากผู้ประกอบการเว็บไซต์มาเป็นพันธมิตร
เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ได้มุมมองที่
รอบด้าน
พร้อมกันนี้จะเชิญตัวแทนจากเนคเทคเข้าร่วมหารือด้วย
พร้อมกันนี้ได้เชิญ ดร.สมเกียรติ
ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านโทรคมนาคม
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
ซึ่งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทย
มาเป็นประธาน คณะทำงานชุดดังกล่าว
คาดว่าคณะทำงานจะจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในวงกว้างในช่วงเดื
อนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้
นายภาวุธกล่าวว่า
เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้จะเกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการสื่อดิจ
ิทัลทั้งหมด ไม่เฉพาะคนทำเว็บเท่านั้น
รวมถึงผู้ให้บริการซอฟต์ แวร์, ผู้รับฝากข้อมูล
และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี)
ดังนั้นทางสมาคมจึงต้องการผลักดันให้มีการปรับแก้ไขร่างกฎหมายด
ังกล่าวให้มีความสมบูรณ์รอบด้าน
ด้าน
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์
ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านโทรคมนาคม ทีดีอาร์ไอ
กล่าวว่า
เนื่องจากลักษณะของร่างกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิ
วเตอร์ฉบับของเนคเทคเปิดโอกาสให้ผู้บังคับใช้กฎหมายใช้ดุลพินิจ
ในการพิจารณามากเกินไป
และร่างกฎหมายที่ออกมาเป็นการเขียนกฎหมายแบบเหวี่ยงแหครอบคลุมใ
นวงกว้าง
ซึ่งจะทำให้ผู้ที่อยู่ภายใต้บังคับใช้กฎหมายฉบับนี้จะค่อนข้างม
ีปัญหาเพราะไม่รู้ว่าทำอย่างไรจึงจะไม่ผิดกฎหมาย
นอกจากนี้
ยังเป็นอุปสรรคต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนผ
่านเว็บไซต์ด้วย
"เห็นด้วยที่จะต้องมีกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเ
ตอร์ แต่วิธีการออกกฎหมายก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ซึ่งต้องมีความสมดุลระหว่างการป้องกันการก่อความผิด
และรักษาสิทธิเสรีภาพความคิดเห็นของประชาชน
และสิทธิเสรีภาพการประกอบวิชาชีพของประชาชน"
มองในมุมวิชาการ
เรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก
การเขียนกฎหมายมีเจตนาที่ดี
แต่การให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ดุลพินิจมากเกินไปก็จะเป
็นอันตราย
ดร.สมเกียรติกล่าวว่า
การจัดทำร่างกฎหมายเวอร์ชั่นใหม่จะสะท้อนให้เห็นการเปรียบเทียบ
ของร่างกฎหมาย 2
ฉบับว่ายังมีวิธีการควบคุมการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์
และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนไปพร้อมกันได้
แม้ว่าตามกระบวนการขณะนี้ร่างกฎหมายฉบับของเนคเทค
ทางสำนักงานกฤษฎีกาได้ส่งกลับเข้า ครม.แล้ว
แต่ก็ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาอีกหลายขั้นตอน
ซึ่งคณะทำงานก็สามารถนำเสนอร่างกฎหมายเวอร์ชั่นใหม่ให้กับฝ่ายน
ิติบัญญัติเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขได้
"แต่ที่สำคัญคือ
ขณะนี้จะต้องนำเสนอให้สาธารณชนรับรู้
เพื่อแสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมายังไม่มีกระบวนการรับฟังความคิดเห
็นอย่างรอบคอบ แม้ว่าจะมีการจัดสัมมนาประชาพิจารณ์
แต่มีคำถามว่าครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอบด้านหรือยัง
ซึ่งผู้ประกอบการเว็บไซต์ก็เป็นเพียงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่ม
หนึ่งเท่านั้น"
ประชาชาติธุรกิจ หน้า
32 | |
|
| | |
|
No Comments |
| No
one has made any
comments. | | |
|
|
[ Script Execution time: 0.0630
]
| | |