Cover Story





B- School





Small Biz





ถนนนักลงทุน





Local Biz





Property





ธุรกิจการตลาด





Travel Biz





Food Biz





I - Biz





Auto Biz




วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2547














ผ่าทางตัน!!! เวบไซต์ไทย 'ข่าวดี' หรือ 'ข่าวร้าย'

เอกรัตน์ สาธุธรรม
หากจะแยกประเภทเวบไซต์ไทยวันนี้ อาจเห็นชัดเพียงแค่ 3 กลุ่ม คือ เวบอี-คอมเมิร์ซ เวบพอร์ทัล และเสิร์ชเอ็นจิ้น โดยที่ผ่านมาถูกปัจจัยรุมเร้าทั้งด้านบวก และด้านลบ จากเทคโนโลยี ที่ถาถมแบบถล่มทลายทำให้ 'เวบพอร์ทัล' ใหญ่ๆ ปรับตัว ขยายสู่ธุรกิจอื่นเพื่อความอยู่รอด ขณะที่เสิร์ชเอ็นจิ้นไทยยุคแรกอย่าง 'siamguru.com' ก็ถูกจู่โจมจากเสิร์ชเอ็นจิ้นระดับโลก อย่าง 'google.com' และ 'msn.co.th' จนซวนเซ จะเหลือรอดเพียงแค่ 'เวบอี-คอมเมิร์ซ' ที่ดูแล้ว มีแววรุ่งโรจน์มากที่สุด.. จึงเกิดคำถามตามมามากมายว่า เวบเหล่านี้ 'เขาทำอะไรกันอยู่' ?.....

วันนี้ทุกคนพูดถึงแต่ความสามารถเกินตัวของ 'โทรศัพท์มือถือระดับล้านพิกเซล' พูดถึงแต่ 'เทคโนโลยีไร้สายไวไฟความเร็วสูง' พูดถึงแต่ 'อุปกรณ์อัจฉริยะอิเล็กทรอนิกส์' หลายคนลืมนึกถึงผลพวงของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตอีกอย่างหนึ่งไป ทั้งๆ ที่เป็น 'เอาท์พุท' แรกของเครือข่ายใยแมงมุมนั่น คือ 'เวบไซต์' (WEBSITE)

ยุคแรกของ 'อินเทอร์เน็ต' ไม่มีใครปฏิเสธว่า 'เวบไซต์' เป็นที่รวมของข้อมูลมหาศาล เป็นแหล่งข้อมูลเคลื่อนที่ที่ไม่ว่าใครก็สามารถ 'แอคเซส' เข้าไปท่องโลกมหึมาใบนี้ได้ จนมีใครบางคนเปรียบเปรยว่านี่คือ 'ห้องสมุดเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก'

ครั้งนั้น มีเวบไซต์มากมายเกิดขึ้นภายใต้เครือข่ายอันน่ามหัศจรรย์เครือข่ายนี้ ไม่ว่าจะเป็นเวบไซต์ที่ให้ข้อมูลข่าวสาร เวบไซต์ค้นหาข้อมูล เวบไซต์ขายของ และอีกมากมายอย่างไร้ขีดจำกัด

ประเทศไทยยุคหนึ่งเกิดอาการ 'เห่อ' อินเทอร์เน็ต หลายคนแห่ทำเวบไซต์ให้ข้อมูลเรื่องราว เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าเราคือส่วนหนึ่งของชุมชนไซเบอร์ หลายคนลงทุนทำธุรกิจดอทคอมอาศัยฐานเวบไซต์ดำเนินเรื่องราว ยุคนั้นเป็นยุคที่ใครก็บอกว่า ธุรกิจดอทคอมเป็นกระแสของอนาคต ทำมาได้พักหนึ่งจนเกิดเวบมากมายหลายเวบที่คนไทยดำเนินการ

เวบอี-คอมเมิร์ซ ถูกเปิดขึ้นจำนวนมาก ซึ่งก็มีทั้ง 'ขาดทุน' และมีทั้ง 'ได้กำไร' ที่ปิดตัวลงไปก็มีหลายเวบ

แต่วันนี้ 'เวบไซต์บนอินเทอร์เน็ต' กลายเป็นสิ่งปกติของแหล่งข้อมูลสำหรับมนุษย์ยุคใหม่ ใครใคร่ค้า ค้า ใครใคร่ขาย ขาย จึงเกิดเวบมากมาย จนอาจแยกประเภทหลักๆ ได้เป็น 'เวบอี-คอมเมิร์ซ' 'เวบพอร์ทัล' และ 'เสิร์ชเอ็นจิ้น'

วันนี้ เวบไซต์ทั้ง 3 ประเภทยังยืนหยัดอยู่คู่คนไทย แม้ว่าช่วงนี้อาจมีปัจจัยแวดล้อมรุมเร้า ทั้งจากเทคโนโลยีที่ถาถมทำให้ 'พอร์ทัล ไซต์' ใหญ่ๆ ปรับตัว ไม่เสนอแค่เพียง 'เนื้อหา' ที่อยู่บนเวบอย่างเดียวอีกต่อไป ต้องขยายสู่ธุรกิจอื่นเพื่อความอยู่รอด อันเป็นที่รู้กันดีในแวดวงพอร์ทัลไซต์เมืองไทย

โดยรู้ว่า การปรับตัวครั้งนี้ก็เพื่อไปสู่ 'อนาคตที่ดีกว่า' เพราะช่วงนี้ใครๆ ก็บอกว่าเป็นโอกาสของการกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งของบรรดาเวบไซต์ไทยทั้งหลาย หลังจากผ่านการเจ็บปวดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

ความนิยมแบบถล่มทลายของ 'โทรศัพท์มือถือ' หรือการหันมาเอาจริงในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนของภาครัฐในการยื่นมือเข้ามาทลายกำแพงการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตกลายเป็น 'ผู้ชุบชีวิต' ให้เวบไซต์เหล่านี้หันมาสร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้กับเวบไซต์ หลังจากที่ต้องเดินคนเดียวแบบไร้ทิศทางมาหลายปี

แต่ในท่ามกลางข่าวดี ก็ยังมีข่าวร้ายแซมมานิดหน่อย เมื่อการปรับตัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ ดูอย่าง เสิร์ชเอ็นจิ้นไทยยุคแรกอย่าง 'siamguru.com' ที่ถูกจู่โจมทั้งจากเสิร์ชเอ็นจิ้นระดับโลกอย่าง 'google.com' หรือการเกิดขึ้นของ 'msn.co.th' ที่เข้ามาตอบสนองการค้นหาในเวอร์ชั่นภาษาไทย

จะเหลือรอดเพียงแค่ 'เวบอี-คอมเมิร์ซ' ที่ดูแล้วมีแววรุ่งโรจน์มากที่สุด......

จึงเกิดคำถามตามมาว่า 'เวบเหล่านี้ เขายังอยู่ดีหรือไม่ อย่างไร?'

'แหล่งข่าวที่คลุกคลีในแวดวงเวบไซต์ไทย' เล่าให้ฟัง พร้อมยืนยันว่า ตอนนี้เวบไซต์คนไทยกำลังถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง....

หากพูดถึง 'เวบพอร์ทัล' ตอนนี้เห็นได้ชัดว่า เวบเหล่านี้ไม่นิยมสร้าง 'คอนเทนท์' ของตัวเองมากนัก ถึงมีก็น้อยแต่ส่วนใหญ่จะเป็นเหมือน 'aggregator' ที่คอยรวบรวมข่าวสารจากเวบข่าวต่างๆ มาจัดสรร และรีไรท์ใหม่ให้เกิดความน่าสนใจ และน่าอ่านมากขึ้น

'แนวโน้มเวบไซต์ไทยตอนนี้ ผมถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งนะ เพราะหากพูดถึงพอร์ทัลไซต์ ตอนนี้จะไม่เน้นการสร้างคอนเทนท์ของตัวเองเท่าไหร่ คอนเทนท์ในทีนี้ ผมหมายถึงคอนเทนท์ที่อ่านได้บนเวบไซต์นะครับไม่เกี่ยวกับบนโทรศัพท์มือถือ

แต่พอร์ทัลไซต์เหล่านี้ จะเป็นเหมือนผู้รวบรวม ที่คอยรวมข่าวจากเวบไซต์ข่าวต่างๆ มา แล้วนำมาเพิ่มสีสันให้น่าอ่าน ผสมผสานกับการครีเอทเนื้อหาอื่นๆ แนววาไรตี้ พวกแฟชั่น ผู้หญิง สุขภาพ แต่ก็เห็นน้อยลง เพราะส่วนใหญ่จะทำคอนเทนท์ที่สามารถป้อนให้กับพวกไวร์เลสดีไวซ์ อย่างพวกโทรศัพท์มือถือ และพอคเก็ต พีซีมากกว่า ตอนนี้เท่าที่ผมทราบมีบางเวบไซต์ที่ยุบทีมงานด้านคอนเทนท์ที่นำเสนอทางเวบไซต์ลงบ้างแล้ว'

แหล่งข่าว บอกว่า พอร์ทัลไซต์ในหลายๆ เวบ ปัจจุบันต่างมีธุรกิจอื่นที่นอกเหนือไปจากการเป็นเวบพอร์ทัลธรรมดาๆ และนอกเหนือไปจากการเป็นผู้ให้บริการ 'คอนเทนท์' บนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถือเป็นธุรกิจ 'มาตรฐาน' เป็นเหมือน 'ไฟล์ท บังคับ' ที่พอร์ทัลไซต์ปัจจุบันต้องมีแล้วนั้น

การ 'ขวนขวาย' ในการวิ่งเข้าประมูลตามหน่วยงานภาครัฐ ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ 'พอร์ทัลไซต์' ในปัจจุบันต้องทำเพื่อความอยู่รอด และดำรงคงไว้ซึ่งธุรกิจ

'ปัจจุบันพอร์ทัลไซต์ใหญ่ๆ จะหันหน้าเข้าสู่หน่วยงานราชการมากขึ้น ด้วยการเข้าประมูลการพัฒนาเวบไซต์ ซึ่งรวมถึงการสร้างสรรค์การดำเนินงานยุคใหม่ให้กับหน่วยงานภาครัฐ โดยการนำเสนอโซลูชั่นต่างๆ และทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลระบบ อัพเดทข้อมูลลงเวบไซต์ การให้บริการโซลูชั่นทางธุรกิจ และอื่นๆ สอดคล้องกับนโยบายด้านไอทีของภาครัฐ ซึ่งมูลค่าในการประมูลแต่ละโครงการนั้น มีตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลาย 10 ล้านบาท'

'พิสชา โสมดี' ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทสยามทูยูจำกัด เจ้าของเวบไซต์ siam2you.com พอร์ทัลไซต์แรกๆ ของคนไทย ที่ยอมรับอย่างเปิดเผยว่า หากทำแค่พอร์ทัลไซต์เพียวๆ ไม่มีธุรกิจอื่นเลย เรื่องความอยู่รอดแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะอยู่ไม่ได้อยู่แล้ว

'ตอนนี้ บอกได้เลยว่าถ้าทำพอร์ทัลไซต์แบบเพียวๆ เลย อยู่ลำบาก จะบอกว่า ยุคนี้เป็นช่วงขาลงก็ได้ แต่ถ้ามีธุรกิจอื่นทำควบคู่ไปด้วย มันน่าจะไปได้สวยมากกว่า อย่างการหันมาทำคอนเทนท์เพื่อป้อนโทรศัพท์มือถือนั้นก็เป็นโซลูชั่นทางออกของปัญหาที่ทุกเวบพอร์ทัลตอนนี้ทำกันอยู่'

เธอบอกว่า ปัจจุบัน พอร์ทัลไซต์เกือบทุกที่ พยายามหารูปแบบของธุรกิจเพื่อที่จะเข้ามาช่วยเสริมสร้างรายได้ อย่างในส่วนของสยามทูยูเอง ก็เฟดตัวออกไปทำธุรกิจในที่เรียกว่า 'Design & Develop' หรือการพัฒนาเวบไซต์ให้กับองค์กรใหญ่ๆ (Corporate) และการเข้าประมูลในภาครัฐมากขึ้น อย่างที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการก็ถือเป็นลูกค้าของเวบไซต์มาแล้ว

'อย่างในสยามทูยูเอง ขณะนี้ เราได้แบ่งธุรกิจออกเป็น 2 ส่วน คือ ในส่วนของ Interactive Solution ที่จะทำในเรื่องของพอร์ทัลไซต์ และโฆษณา รวมถึงการ Design & Develop ส่วนนี้จะวิ่งหาลูกค้าตามคอร์ปอเรท และภาครัฐ เพื่อเสนอบริการเกี่ยวกับเวบไซต์ ตั้งแต่ครีเอท พัฒนา และการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนที่สอง คือ Wireless Team ส่วนนี้ให้ความสำคัญมุ่งไปที่การพัฒนาคอนเทนท์ป้อนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งที่ผ่านมาผู้บริหารสยามทูยูให้ความสำคัญกับ 2 ส่วนนี้เท่ากัน แต่ต้อง ยอมรับว่า รายได้จากส่วนไวร์เลสนั้นจะมีมากกว่า และได้มาเร็วกว่า'

เธอบอกว่า การเข้าประมูลภาครัฐแต่ละครั้งนั้น มูลค่าโครงการจะมีตั้งแต่ห้าแสนถึง 1 ล้านบาท และมากกว่านั้น ซึ่งแล้วแต่โครงการ และระยะเวลาในการดำเนินงาน ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีการเข้าประมูลกับทางหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

'เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ธุรกิจพอร์ทัลไซต์จะมีความสำเร็จค่อนข้างสูง มีคนเข้าเวบเพื่อดูข้อมูลตั้งกระทู้สดกันเยอะ แต่เมื่อถึงวันนี้ต้องบอกว่า ธุรกิจพอร์ทัลไซต์ไปได้เรื่อยๆ ซึ่งนั่นหมายถึงต้องมีธุรกิจอื่นเข้ามาช่วยเสริม อัตราการเติบโตจะไม่รุนแรงเหมือนธุรกิจอื่น หรือแบบในช่วงที่ผ่านมาอีกแล้ว อย่างปีก่อนหน้านี้ธุรกิจพอร์ทัลเติบโตกว่า 200-300% แต่ปีนี้โตแค่ 100% ก็ถือว่าโอเคมากแล้ว'

พิสชา บอกว่า ปัจจุบันรายได้ของ 'พอร์ทัลไซต์' ส่วนใหญ่น่าจะยังอยู่ที่หลักแสนบาท แต่ถ้าช่วงไหนสามารถประมูลโครงการได้ ก็หมายความว่ารายได้ต่อเดือนจะถึงหลักล้านบาท แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลา เพราะด้วยขั้นตอนของการประมูลต่างๆ ไม่เหมือนกับการทำรายได้แบบทันทีของการเข้ามาดาวน์โหลดคอนเทนท์สู่โทรศัพท์มือถือ ที่ในวันนี้เองเธอบอกว่า 'เหมือนกับตลาดจะเริ่มอิ่มตัวอีกครั้ง'

'แหล่งข่าวในแวดวงพอร์ทัลไซต์' ให้ความเห็นว่า ถ้าจะถามถึงความอยู่รอดของ 'พอร์ทัลไซต์' เมืองไทย คำตอบสุดท้ายที่ควรจะตอบมากที่สุด คือ การแตกแขนงธุรกิจเพิ่ม โดยใช้ Skill ที่มีอยู่แล้วพัฒนาเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ

คำตอบที่ผ่านมาทุกคนมุ่งสู่ 'คอนเทนท์' บนโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก ซึ่งวันนี้ตลาดก็ถือว่า ใกล้ถึงจุดอิ่มตัวขึ้นมากทุกที แค่ทำคอนเทนท์บนมือถืออย่างเดียวอาจไม่พอ

จึงไม่แปลกที่จะเห็นพอร์ทัลไซต์ระดับชั้นนำ ต่างวิ่งเข้าหากลุ่มลูกค้าที่เตรียมจะหลุดนอกกรอบความเป็น 'อนุรักษนิยม' อย่างหน่วยงานราชการ เพราะการกระตุ้นอย่างหนักของกระทรวงไอซีที ที่ต้องการเห็นความ 'ไฮเทค' ของการบริหารงานในหน่วยงานราชการเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ เริ่มมีความชัดเจนในเรื่องของการเสนอ 'โซลูชั่น' ใหม่ๆ ให้กับองค์กรคอร์ปอเรทใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น โซลูชั่นด้านเน็ตเวิร์ก โซลูชั่นบริหารงานไอที โดยดึง 'Skill' ที่มีอยู่ของพอร์ทัลไซต์มาทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม

บางคนในแวดวงถึงกับ มองว่า เวบไซต์ไทย ถ้าจะเป็น 'เวบขนาดใหญ่' มีรายได้ และพนักงานจำนวนมาก คงอยู่ตามลำพังคนเดียวได้ลำบาก ถ้าจะอยู่รอด ต่อไปจะถูกซื้อโดยผู้ให้บริหารอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) และไอเอสพีที่จะอยู่รอด ต่อไปก็ควรจะถูกซื้อไปโดยบริษัทให้บริการโทรศัพท์แทน เช่น ทรู เอไอเอส ทีทีแอนด์ที ทศท และ กสท

ไม่เหมือนกับเวบ 'อี-คอมเมิร์ซ' ที่อาจจะเป็นประเภทของธุรกิจบนเวบไซต์ ที่ยังคงมีแววรุ่งโรจน์ แม้ว่าจะรุ่งโรจน์แบบไม่รุนแรง แต่การซื้อขายของบนอินเทอร์เน็ตก็เริ่ม 'ซึมลึก' เข้าสู่ชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้น

'ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ' เลขาธิการสมาคมผู้ดูแลเวบไทย และผู้บริหารเวบไซต์ thaisecondhand.com และ tarad.com เล่าว่า ความเคลื่อนไหวของเวบอี-คอมเมิร์ซไทยนั้นถือว่า ไปได้ด้วยดี มีผู้เล่นเข้ามาในตลาดนี้มากขึ้น

'ผมว่า ไปได้ดีเลยละ มีผู้เล่นเยอะขึ้น และตอนนี้อินเทอร์เน็ตก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว คอมพิวเตอร์มีการกระจายตัวมากขึ้น คนใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น อินเทอร์เน็ตถูกลง โดยเฉพาะบรอดแบนด์ ผมว่าอี-คอมเมิร์ซไทยไปได้ดี ถ้ารู้จักวิธีการบริหารที่ถูกต้อง เพราะเราก็ถือว่าผ่านบทเรียน และได้รับประสบการณ์จากดอทคอมในช่วงหนึ่งที่เฟื่องฟู และวูบลง แต่ตอนนี้มันกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับความมั่นใจของคนทำธุรกิจนี้มากขึ้น

วัดจากเวบไซต์ของผมเอง ไทยเซกันแฮนด์ ขณะนี้มียอดผู้เข้ามาเปิดร้านขายของเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 100 ร้านค้า ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตเกือบ 30% เลยทีเดียว'

ภาวุธ บอกว่า ยิ่งนับวันมูลค่าการซื้อขายบนอินเทอร์เน็ตในไทยก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น อย่างเมื่อปี 2546 ที่ผ่านมา ข้อมูลตัวเลขที่ทางเนคเทคได้รวบรวมพบว่า มูลค่าของการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ต โดยผ่านเกตเวย์ของธนาคาร มีมูลค่าการซื้อขายราว 26,800 ล้านบาท และในปีนี้คาดว่าตัวเลขระดับนี้จะโตขึ้นอีกอย่างน้อย 30%

'ผมว่า ช่วงนี้น่าจะพูดได้เต็มปากว่า อี-คอมเมิร์ซไทยเข้าสู่ยุคของการเฟื่องฟูทางธุรกิจอีกครั้ง' ภาวุธ เชื่ออย่างนั้น

ด้าน 'วันฉัตร ผดุงรัตน์' ผู้ก่อตั้งเวบไซต์ พันทิปดอทคอม เคยบอกไว้เมื่อเร็วๆ นี้ว่า กระแสการแข่งขันในธุรกิจเวบไซต์ ยังถือว่าสูงมาก เพราะมีต้นทุนในการทำที่ถูก ทำให้มีเวบไซต์เกิดขึ้นมากมาย แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ

และการจะประสบความสำเร็จนั้น ปัจจัยสำคัญที่สุด คือ ต้องรู้จักสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ไม่ให้เหมือนใคร ตรงกับความต้องการตลาด ด้วยความที่เป็นธุรกิจสมัยใหม่ต้องมีความยืดหยุ่นสูง ทั้งในเรื่องของเวลา และการทำงาน

'การทำธุรกิจปัจจุบันเราต้องมองให้ออกว่า ทำอย่างไรที่จะลงทุนลงแรงเพียงครั้งเดียว แต่ได้ผลประโยชน์ หลายๆครั้ง ไม่ต้องเหนื่อยกับงานนั้นอีก ไม่เช่นนั้น เราต้องเหนื่อย ทำเหมือนเดิมเรื่อยๆ ธุรกิจก็ไม่มีวันโต' วันฉัตรให้ข้อคิด


About Us I Suggestion I Site Map I GetThaiFont | Contact Us I Privacy Policy
copyright @ 2004 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept.