หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก CyberBiz | ข่าวในประเทศ
ข่าวในประเทศ ไอที เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
กลยุทธ์ล่าสุด E-Commerce ไทย "รวมกันเราอยู่ แยกกันเราไม่โต"
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 กันยายน 2548 16:47 น.
       ช มรมกลุ่มผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทยหรือ E-Commerce เกิด เชื่อเป็นหนึ่งในทางออกของปัญหานานับประการที่ทำให้ E-Commerce ไทยไม่เติบโต โดยเฉพาะปัญหาที่ต้องอาศัยการร่วมมือจากภาครัฐ ขณะที่ผู้ประกอบการชี้ปัญหาภาพรวมของ E-Commerce ไทยอยู่ที่การให้ความสำคัญกับ E เพียงอย่างเดียวโดยทอดทิ้งคำว่า Commerce ไว้ จนกลายเป็นต้นเหตุของการไม่มีการซื้อขายจริงบนเว็บไซต์ ระบุปัญหาเร่งด่วนที่สุดที่ต้องร่วมมือกับภาครัฐคือการสร้างความมั่นใจให้กั บผู้บริโภค
       
       ผู้ประกอบการ E-Commerce กว่า 50 รายรวมตัวกันในงานสัมมนาและเสวนา "ปัญหาและทิศทางของ E-Commerce เมืองไทย" จัดขึ้นโดยชมรมกลุ่มผู้ประกอบการ E-Commerce ไทยร่วมกับเนคเทคและกระทรวงไอซีทีเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อศึกษาปัญหาของผู้ประกอบการและระดมสมองหาทางแก้ไข โดยปัญหาและแนวทางทั้งหมดจะถูกนำมาหารือร่วมกันทั้งทางหน่วยงานภาครัฐและเอก ชน
       
       หนึ่งในประเด็นปัญหาหลักของ E-Commerce เมืองไทยที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึง คือการมองว่าปัญหานั้นอยู่ที่คน ไม่ได้อยู่ที่เว็บไซต์ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยเน้นให้ความสำคัญเฉพาะด้านเทคโนโลยี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับปรากฏปัญหาที่กระบวนการซื้อขายทั้งสิ้น เช่นการขาดความไว้วางใจในการทำธุรกรรม เรื่องภาษี กฎหมาย ภาวะการแข่งขัน และการขาดแคลนองค์ความรู้
       
       " หลายครั้งที่เราพยายามเอาผิดกับคนร้ายที่เข้ามาโกงบนเว็บไซต์ แต่เราจับโกงไม่ได้ หน่วยงานภาครัฐบางส่วนยังไม่มีความรู้ เคยมีเจ้าพนักงานถามว่า คุณช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่าอินเตอร์เน็ตมันคืออะไร อีกจุดหนึ่งคือเรื่องท้องที่เกิดเหตุ ต้องมีการโยนเรื่องไปมาระหว่างท้องที่ จนเราต้องยอมแพ้ไปเองเพราะตามไม่ไหว" จากคำบอกเล่าประสบการณ์ปัญหาบางส่วนของผู้ประกอบการ
       
       การเกิดขึ้นของปัญหามากมายที่เป ็นต้นเหตุของอาการแคระแกรนในธุรกิจ E-Commerce บ้านเราทำให้กลุ่มผู้ประกอบการมองว่าในเมื่อทุกคนพบปัญหา การรวมตัวกันจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะปัญหาที่ต้องอาศัยการร่วมมือจากภาครัฐ
       
       ชมรมเกิด
       
       "ชมรมผู้ประกอบการ E-Commerce ไทย" จึงเกิดขึ้นในฐานะการขยายผลจากการระดมสมองในงานสัมมนาวิชาการ "Thailand ICT Alliance" ที่กระทรวง ICT จัดขึ้นสำหรับวางแผนขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของปร ะเทศไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคเมื่อกรกฏาคมที่ผ่านมา ถูกตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางของกลุ่มของผู้ประกอบการ E-Commerce ประเทศไทย ในการให้ความรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมถึงร่วมกันพัฒนา E-Commerce ของเมืองไทยให้มีการพัฒนาไปอย่างเป็นระบบและมีแบบแผนที่ชัดเจน
       
       กลุ่มผู้ประกอบการ E-Commerce ที่เข้าร่วมประกอบไปด้วยกลุ่มผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ C2C, B2C, B2B, B2G, ผู้ให้บริการการชำระเงินออนไลน์, ผู้ให้บริการขนส่ง, ผู้ให้บริการด้านการรักษาความปลอดภัย เป็นต้น โดยแบ่งกลุ่มย่อยตามแต่ละอุตสาหกรรมเฉพาะทาง ร่วมด้วยหน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงไอซีที, Nectec, สำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์, กรมสรรพกร, กรมสอบสวนคดีเศรษฐกิจ, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, SIPA และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
       
       ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับสมา ชิกเข้าร่วมชมรม ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนิติบุคคล แต่เงื่อนไขเดียวคือจะต้องเป็นเว็บไซต์ที่ไม่ขัดต่อศีลธรรมและกฎหมายเท่านั้ น ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.thaiecommerce.org
       
       " ชมรมนี้น่าจะไปด้วยดี ปกติแล้วชมรมส่วนใหญ่จะพึ่งตัวเอง แต่ชมรมนี้จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เราจะมีคณะทำงานประจำ ไม่ใช่มีแต่คนคิด แต่จะต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ เริ่มมีการวางโรดแมปไว้คร่าวๆแล้ว ชมรมนี้คงจะเป็นแรงผลักดันให้ประเทศไทยเข้มแข็งขึ้น" นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการบริษัทTARAD.com ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานชมรมกล่าว
       
       สำหรับข้อแตกต่างระหว่างชมรมกลุ ่มผู้ประกอบการ E-Commerce ไทยและสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย นายฉัตรชัย ทวีเดช กรรมการผู้จัดการบริษัท e-Business Consulting จำกัด ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเลขาธิการชมรมกล่าวอธิบายว่า "พูดให้เข้าใจง่ายคือชมรมจะเป็นเรื่องการทำมาหากิน แต่สมาคมผู้ดูแลเว็บไทยจะไปในส่วนของมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งทั้งสองคงจะต้องทำงานร่วมกัน"
       
       "ขาดความเชื่อมั่น" ปัญหาเร่งด่วน
       
       ในขณะที่หน่วยงานรัฐหลายฝ่ายกำล ังพยายามเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรม E-Commerce อยู่ตลอดเวลา ผู้ประกอบการมองว่าเรื่องเร่งด่วนที่สุดที่ภาครัฐต้องเข้ามาร่วมมือ คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

       
       "เรื่องเร่งด่วนที่สุดคือเรื่อง การสร้างความไว้วางใจ เรื่องนี้รัฐช่วยได้บางส่วน ยกตัวอย่างเช่นการมีเครื่องหมายมาตรฐาน อาจจะมีการให้เครื่องหมายรับประกันคุณภาพให้กับเว็บไซต์ จุดนี้จะดีตรงที่เว็บไซต์เกิดใหม่จะไม่ต้องรอให้ชื่อแบรนด์ติดตลาดก่อน ก็สามารถเรียกความเชื่อมั่นได้ แต่ก็ต้องอยู่ที่ปัจจัยอื่นๆ ด้วยอย่างเช่นการประชาสัมพันธ์ ว่าคนจะรู้จักเครื่องหมายมาตรฐานที่ว่านั้นมากแค่ไหน" นายฉัตรชัยกล่าว
       
       อ.ชฏามาศ ธุวะเศรษฐกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวถึงความคืบหน้าสิ่งที่คณะกรรมการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้ดำเนินการไปว ่า มีการร่วมมือกับ 4 กระทรวงหลักเพื่อทำงานประสานกัน และกำลังอยู่ระหว่างการรอผ่านร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมบนอินเตอร์ เน็ตอีก 4 ฉบับ
       
       " เราประสานกับ 4 กระทรวงหลักคือกระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงไอซีที กรมสรรพากร และกระทรวงศึกษา เราได้จัดโครงการอบรมบุคคลากรในศาลยุติธรรมไปแล้ว 1 ครั้ง ขณะนี้กฎหมายธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ออกมาแล้ว 1 ฉบับ จากทั้งหมดที่เราเสนอไป 5 ฉบับ ที่เหลือคือต้องรอ หนึ่งฉบับที่ออกมาใช้เวลานานราว 2 ปี"
       
       "ส่วนเรื่องใบกำกับภาษีอิเล็กทร อนิกส์หรือ e-Invoice จากกระประสานงานไปยังกรมสรรพากร ทุกฝ่ายระบุว่าติดอยู่ที่การขาดกฎหมายมารองรับ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการรอผ่านร่างกฤษฎีกา น่าจะออกมาได้เร็วกว่ากฏหมายแม่"

       
       ด้านผอ.เมธินี เทพมณี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงไอซีที กล่าวถึงแนวทางของกระทรวงไอซีทีที่จะเข้ามาช่วยเหลือ คือการผลักดันหรือทำคลัสเตอร์ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
       
       "นอกจากทำคลัสเตอร์ใน 5 กลุ่มหลัก อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ แฟชั่น อาหาร และการท่องเที่ยวที่ได้ทำไปเรียบร้อยแล้ว คลัสเตอร์ต่อไปคงเป็นการพัฒนาระบบขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-logistic ในอุตสาหกรรมกุ้ง ไก่ สิ่งทอ"
       
       นายพงษ์ระพี เตชพาหพงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท Mind Connections หนึ่งในที่ปรึกษาชมรมให้ความเห็นในกรณีที่ผลวิจัยของการ์ทเนอร์ระบุว่า การเติบโตของ E-Commerce โดยรวมจะลดลงราว 1-3 เปอร์เซ็นต์ จากความหวาดกลัวภัยออนไลน์อย่างฟิชชิ่ง (phishing) สปายแวร์ และการถูกบุกรุกข้อมูลส่วนบุคคล ว่าไม่จะส่งผลถึงประเทศไทย
       
       "E-Commerce ในประเทศอื่นเติบโตเพราะถูกปูทางด้วยความนิยมในการสั่งของจากแคตาล็อกทางโทร ศัพท์มาก่อน ขณะที่ประเทศไทยไม่มี ความสะดวกสบายของคนไทยอยู่ใกล้มือมาก มองไปทางไหนก็เจอร้านสะดวกซื้อ ผู้บริโภคสามารถหยิบจับของได้ด้วยตนเอง" นายพงษ์ระพีกล่าวต่อถึงภาพรวมการเติบโตของ E-Commerce " คงจะลดลงชั่วคราว ในประเทศไทยคงไม่มีผลมากนัก เพราะเมื่อเทียบจากขนาดตลาดในแต่ละประเทศ อย่างสหรัฐฯนั้นมีขนาดใหญ่มาก ขณะที่ปัญหาของประเทศไทยคือยังไม่โต"
       
       Company Related Links :
       www.thaiecommerce.org

ข่าวอื่นๆ ในหมวด
ไทยจับมือ 5 ม.ดัง เปิดมหาวิทยาลัยไซเบอร์แห่งแรกของประเทศ
1 ปีผ่านไปไทยลดละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์แค่ 1 เปอร์เซ็นต์
แปซิฟิค อินเทอร์เน็ตไม่เต้นตามแฟชัน คงความเป็นไอเอสพีเจาะตลาดพรีเมี่ยม
วิวโซนิคชูจุดขายผู้นำเทคโนจอภาพ หวังผู้นำ1ใน3ตลาดLCDไทยใน3ปี
“เอชพี”จับมือ”ไซโก้ ไอ อินโฟเทค” พัฒนานวัตกรรมเครื่องพิมพ์หน้ากว้าง
จำนวนคนอ่าน 4156 คน จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงความคิดเห็นผ่านเว็บบอร์ด
 
 
ความคิดเห็นที่ 12 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมก็ซื้อของ ออน์ไลน์นะ แต่เลือกเฉพาะที่มัน เปิดมานานแล้ว และลอง search หาตามบอร์ด ว่ามีคนคิดเห็นอย่างไร หรือว่าด่า หรือชอม เป้นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ผมจะดู ข้อมูลติดต่อ บริษัทด้วย ว่าตั้งอยู่ที่ไหน ยังไม่เคยโดนโกงนะ แต่ของใหญ่ ๆ ยังไม่เคยซื้อ เพราะระบบ ไปรษณีย์บ้านเรา ยัง..... นะ
ครับ
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นี่เขาเคยวิเคราะห์ปัญหาจริงๆ กันหรือยังครับเนี่ย ดูแล้วอารมณ์ประมาณ พอมีปัญหาถึงได้ออกมารวมกันเลย
puh
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่โตหรอกครับ ผมคนหนึ่งหล่ะที่ไม่ซื้อจากเว็บพวกนี้
ฤชา
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ควรมีหน่วยงานตำรวจที่ดูแลอาชญากรรมทาง internet โดยตรงครับ

เพราะผมก็เคยโดนโกง โทรไปถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าต้องแจ้งความอย่างไร ตำรวจถามกลับมาว่า "เหตุเกิดท้องที่ไหนครับ"

เราก็ถึงกับตอบไม่ถูกว่ามันจะยังไงเนี่ย อินเตอร์เน็ทมันจะไปบอกได้อย่างไรว่ามันเกิดท้องที่ไหน

จ ะเอาท้องที่ที่เราอยู่ หรือท้องที่ที่เราเปิดบัญชีธนาคาร หรือท้องที่ที่ server หรือเวบเราตั้งอยู่ หรือท้องที่ที่คนโกงมันให้เราส่งของไปให้ หรืออย่างไรกันแน่

ท่าน รมต ict ก็อย่ามัวแต่ไปดูเรื่องประมูลบัตรสมาร์ทการ์ดเลยครับ เรื่องกฎหมาย เรื่องกระบวนการพวกนี้ ช่วยผลักดันหน่อยเถิด
ป้อม
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
E-Commerce ไทยไม่รุ่งก็เพราะมีแต่พวก E มาทำ Commerce เป็นหลัก ส่วนพวก Commerce ที่หันมาทำ E ก็มีน้อย และพัฒนาการช้า

อ ีกอย่าง อะไรที่สามารถทำกำไรได้งามๆ ก็มักจะเจออุปสรรคจากการคอร์รัปชั่นนั่นแหละ ที่กีดกัน และพยายามทำให้พวกของตัวเองได้ก่อน ทั้งๆที่พวกตัวเองไม่มีฝีมือพอก็จะยังให้ทำ ทำให้ E-Commerce ไทยไม่โต
คนไทย
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อีคอมเมอร์สไทยไม่รุ่ง เพราะคนไทยไม่เชื่อคนไทยกันเอง

คนไทยเชื่อฝรั่ง เห็นมันเป็นพ่อ ต้องใช้ brand ฝรั่งเท่านั้นถึงจะซื้อ

ค นไทยเติบโตมาจากการทุจริต คอร์รัปชั่น ตั้งแต่ตอดเล็กตอดน้อยจนถึงกินระดับประเทศ จึงไม่แปลกว่าการทำ e-commerce ของคนไทยไม่ได้รับความนิยม ทั้งๆที่เป็นช่องทางที่ถูกที่สุดในการขายของไปตลาดโลก เพราะคนทั่วโลกรู้ว่า ประเทศไทยมีการคอร์รัปชั่นมากแค่ไหน

ประเทศไทย จึงเป็นผู้ส่งออกได้แต่สินค้าเกษตรมานาน จะเป็นตัวกลาง หรือเป็นผู้สร้างมาตรฐานไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะไม่มีใครเชื่อถือ จนทำให้คนสิงค์โปร์ จีน ญี่ปุ่นทำ trading ได้ทั่วโลก แต่คนไทยเป็นได้เพียงฝ่ายที่โดนกดราคามาตลอด เพราะคนไทยไม่รวมกลุ่ม ทรยศ หักหลัง ตัดราคา เลื่อยขาเก้าอี้ พินอบพิเทา

บทสรุปของความล้มเหลวในปัจจุบัน มาจากความชั่วที่กระทำในอดีต
bird
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กดเข้าไปดู thaiecommerce.org แล้วทำไมมีรายชื่อเวป www.nisitgirl.com อยู่ในรายชื่อเว็บที่เข้าร่วมในชมรมผู้ประกอบการ E-Commerce ไทย ด้วยง่ะ
เข้ามาดู
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กลัวไม่ได้ใบกำกับภาษีน่ะเลยไม่ค่อยกล้าซื้อ
ซื้อเข้าบริษัท
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดีครับ หนับหนุน
test
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดีครับ..ได้เห็นการรวมตัวกันแบบนี้ อยากให้ e-commerce ในไทยโตขึ้น
toffee
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อืม ผมก็ไม่กล้า ใช้ e com ของไทยเหมือนกัน

ไม่มีความน่าเชื่อ ถือเท่่าไหร่ อ่ะ
(บางเว้บนะ)
ขาลง
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังไงผมว่าการโกงบนอินเตอร์เน็ต ก้ยังต้องมีต่อไป ไม่มีวันหมดหรอกครับ
5555
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกา ที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
เพื่อให้การแสดงค วามคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
ความคิดเห็น :
 *
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการรายสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | โลกยานยนต์
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Metro Life | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | Mast Online | Dajiahao | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2005 Thaiday Dot Com Co., Ltd. Thailand Directory Web Statistics at truehits.net