Cover Story





B- School





Small Biz





ถนนนักลงทุน





Local Biz





Property





ธุรกิจการตลาด





Travel Biz





Food Biz





I - Biz





Auto Biz




วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548














'อี-คอมเมิร์ซไทย' ยกเครื่อง ชุบชีวิตเถ้าแก่ดอทคอม

เอกรัตน์ สาธุธรรม
แม้วันนี้ ยังไม่มีตัวเลขที่แน่ชัดของมูลค่าตลาด 'อี-คอมเมิร์ซไทย' แต่กูรูในวงการประเมินกันว่า น่าจะถึงระดับหลายหมื่นล้านบาท ที่สำคัญ การรีเทิร์นอีกครั้ง ของการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต ดูจะได้รับความสนใจไม่น้อย ยิ่งมีการก่อตั้งสมาคม ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ยิ่งทำให้ทิศทางของอี-คอมเมิร์ซ มีแววแห่งการเติบโต และน่าติดตามมากขึ้น สมาคมฯ นี้ตั้งโจทย์ไว้ว่า 'อี-คอมเมิร์ซ' จะเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ ของการเพิ่มมูลค่า ให้กับเศรษฐกิจไทยได้ในอนาคต

'ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ' ประธานสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย หรือเรียกให้กระชับว่า 'สมาคมผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซไทย' เล่าว่า การรวมตัวครั้งนี้ถือเป็น 'ก้าวสำคัญ' ของวงการธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ที่จะมีทิศทางการทำธุรกิจที่เป็นรูปธรรม และชัดเจนในรายละเอียดมากขึ้น

'ตอนนี้เรายื่นเรื่องตั้งเป็นสมาคมไปเรียบร้อย ภายในปีนี้ กิจกรรมหลักๆ เราจะเน้นจัดสัมมนาเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำอี-คอมเมิร์ซให้กับสมาชิก ที่มีอยู่กว่า 100 เวบ แล้วจะมีการประชุมใหญ่ประจำปีตอนต้นเดือนมกราคม 2549 สมาคมของเรามีที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญหลายท่าน ไม่ว่าผู้เชี่ยวชาญจากเนคเทค จากกระทรวงไอซีที ผมเชื่อว่า อย่างน้อยสมาคมฯ นี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของอี-คอมเมิร์ซไทย หลังจากที่เราผ่านอะไรมาเยอะแล้ว'

ภาวุธ บอกว่า ปัญหาหลักๆ ของ 'อี-คอมเมิร์ซ' ไทยตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่ 'จะขายสินค้า หรือบริการ' อะไรแล้ว แต่เป็นปัญหาเรื่อง 'กระบวนการให้บริการลูกค้า' ที่เข้ามาซื้อสินค้าในเวบไซต์มากกว่า เช่น ปัญหาในเรื่องของการขนส่ง (โลจิสติกส์) การจัดทำใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Invoice) ปัญหาเรื่องการลดหย่อนภาษี ระบบสมาชิกต่างๆ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ประกอบการ

'ปัญหาตอนนี้ของผู้ประกอบการ ก็จะเป็นเรื่องที่เราได้กำหนดเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ต้องหามาตรการมาช่วยสมาชิก ก็จะมีเรื่องของ โลจิสติกส์ เรื่องนี้จริงๆ เราอยากให้สมาคมฯ เป็นโลจิสติกส์ ฮับ (Logistic Hub) ให้กับผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซ ด้วยกันเองไปเลย แล้วก็จะเร่งผลักดันในเรื่อง E-Invoice และการลดหย่อนภาษีจากการค้าอี-คอมเมิร์ซ'

ภาวุธ บอกว่า การรวมตัวครั้งนี้ น่าจะเป็นโอกาสที่ดี เพราะที่ผ่านมาความเคลื่อนไหวของ 'อี-คอมเมิร์ซ' จะมาจากทางภาครัฐเสียส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อี-ออคชั่น หรือ อี-โพรเคียวเม้นท์ แต่ครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ออกมาจากฝั่งเอกชน ถือว่า เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการทำให้ 'อี-คอมเมิร์ซ' กลายเป็นหนึ่งยุทธศาสตร์ของการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยได้อีกทางหนึ่ง

'ตอนนี้ถือว่า มีการผลักดันอี-คอมเมิร์ซทั้งฟากของภาครัฐ และเอกชนไปพร้อมๆ กัน ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่เข้ามาช่วยเสริมกันและกันได้มากขึ้น'

ภาวุธ บอกว่า สมาคมฯ นี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่แตกไลน์ออกมาจาก สมาคมผู้ดูแลเวบไทย ซึ่งถือเป็นภาพใหญ่ของวงการเวบไซต์ เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เห็นว่า วงการนี้กำลังขยายตัวมากขึ้นตามลำดับ เพราะยังมีการแบ่งเป็นคลัสเตอร์ย่อยๆ ลงลึกไปแต่ละกลุ่มมากขึ้นไปอีก เช่น กลุ่มที่ทำเวบค้าขายในลักษณะบีทูบี (Business to Business) ค้าขายในลักษณะบีทูซี (Business to customer) เวบไซต์ด้านโอเพ่นซอร์ส เป็นต้น

'ช่วงปีแรกของการตั้งสมาคมฯ ผมอยากให้มีการรวมสมาชิกที่ทำธุรกิจด้านอี-คอมเมิร์ซให้มากที่สุดเข้ามาร่วม กันก่อน เพราะที่ผ่านมาไม่มีการรวมตัวกัน แล้วบางทีเกิดปัญหา การแก้ไขก็ไปคนละทาง แต่เมื่อรวมตัวกันเราจะได้ทราบถึงปัญหาของแต่ละเวบ และเก็บข้อคิด ปัญหาของแต่ละคนไว้เพื่อสรุปเป็นเรื่องราว ทำเป็น knowledge base ขึ้นมา หลังจากนั้นเราถึงเข้าไปคุยกับทางภาครัฐในเรื่องความร่วมมือที่จะก่อประโยชน ์ให้กับสมาชิกของเรา'

ภาวุธ บอกว่า ช่วงนี้ อี-คอมเมิร์ซไทย คึกคักมากขึ้น เพราะ 2 ปีที่ผ่านมามี 'ผู้นำ' ที่เข้ามาทำธุรกิจนี้และประสบความสำเร็จ เลยมีคนเข้ามาทำตาม ประกอบกับเทคโนโลยีมันเอื้อไปหมด ไม่ว่าจะเป็นบรอดแบนด์ เครื่องมือในการจ่ายเงิน หรือการชอปปิง มีความ 'ง่ายขึ้น' มาก

'อย่างเวบท่องเที่ยว ก็ฮิตมากช่วงนี้ ขายแพ็คเกจทัวร์ต่างๆ ขายดีมาก หรือมีเวบไซต์ขายของแปลกๆ แต่ถูกกฎหมายมากขึ้น อย่างเวบไซต์ขายถุงยางอนามัย เวบพวกแฟชั่นต่างๆ ขายเสื้อผ้า เครื่องสำอางต่างๆ กลายเป็นเวบที่ได้รับความนิยมมาก และก็ต้องไม่ปฏิเสธด้วยว่า คนทำงานส่วนใหญ่ปัจจุบันใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่า หน้าจอทีวี ดังนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมากที่จะคลิกแล้วซื้อสินค้าบนเวบต่างๆ '

ภาวุธ บอกว่า แค่เปิดเวบไซต์แล้วขายสินค้า หรือบริการได้สัก 2 ชิ้น ก็ถือว่าคุ้มแล้ว แทบไม่จำเป็นต้องอาศัยโฆษณาออนไลน์ หรือแบนเนอร์เหมือนในอดีตด้วยซ้ำ

'ผมว่าตัวเลขอี-คอมเมิร์ซไทยมันเยอะกว่าอดีตนะ เป็นหลักหลายหมื่นล้าน อี-คอมเมิร์ซมันกินความหมายกว้างมาก การดาวน์โหลดคอนเทนท์ต่างๆ ในเวบที่เปิดกันมากมายตอนนี้ ก็ถือว่าเป็นอี-คอมเมิร์ซแล้ว '

ประธานสมาคมฯ บอกด้วยว่า ปัจจุบัน เวบไซต์อี-คอมเมิร์ซ มีการพัฒนารูปแบบไปมากกว่าในอดีต มีการนำเทคนิควิธีเข้ามาทำให้เวบเป็นที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการนำ 'เสิร์ชเอ็นจิ้น มาร์เก็ตติ้ง' เข้ามาใช้ การนำวิธีการจ่ายเงินลักษณะ M-Payment ต่างๆ เข้ามาสร้างความสะดวกให้ลูกค้า

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่นับจากนี้ต่อไป 'อี-คอมเมิร์ซ' ไทยจะไม่มีก้าวเดินที่เตาะแตะอีกแล้ว แต่จะเป็นการก้าวไปอย่างมั่นใจ และน่าติดตาม

ภาวุธ บอกด้วยว่า ภารกิจของสมาคมฯ ยังสามารถกำหนดทิศทาง และหาแนวทางความร่วมมือระหว่างเอกชนและภาครัฐ เพื่อเสนอและกำหนดเป็นนโยบาย พัฒนาผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขันกับต่างประเทศได้ ด้วย

'สมาคมจะเป็นเหมือนศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านอี-คอมเมิร์ซให้ผู้ประกอบการไทย การสร้างมาตรฐานอี-คอมเมิร์ซ ของผู้ประกอบการไทย (ความน่าเชื่อถือ,จรรยาบรรณ) ทั้งยังเป็นองค์กรกลางที่จะติดต่อสื่อสารกับองค์กรอี-คอมเมิร์ซกับต่างประเท ศ ที่สำคัญเป็นการสร้างอำนาจต่อรอง ผลักดัน กับองค์กรอื่นๆได้'

สำหรับผู้ที่สนใจเป็นสมาชิกของสมาคมอี-คอมเมิร์ซไทยนี้ รูปแบบของสมาชิกจะมีทั้งหมด 4 ประเภทคือ 1.สมาชิกกิตติมศักดิ์ เป็นสมาชิกที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับชมรม โดยเป็นไปตามความเห็นของสมาชิก 2.สมาชิกสามัญ ต้องเป็นผู้ประกอบการด้านอี-คอมเมิร์ซ (ผู้ให้บริการ,ซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนทางอินเทอร์เน็ตไม่ขัดต่อศีลธรรม จริยธรรมตามเกณฑ์ของสภาวิชาชีพเวบไทยและกฎหมาย) ที่มีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือทะเบียนการค้า 3.สมาชิกวิสามัญ สำหรับคนทั่วไปที่สนใจ หรือเวบไซต์ ที่ไม่ใช่การค้า 4.สมาชิกนักเรียน นักศึกษา ที่สนใจทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ

-----------ล้อมกรอบ----------------

'สิงคโปร์' แชมป์อี-คอมเมิร์ซเอเชีย

สำนักข่าวดีพีเอ รายงานว่า 'สิงคโปร์' ติดอันดับสุดยอดประเทศที่มีการซื้อขายออนไลน์มากที่สุดในแถบเอเชีย รองจากไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เชื่อเหตุจากประชากรมีเน็ตใช้มากขึ้น

ผลสำรวจโดยบริษัทวิจัยเอซี นีลเส็น จากผู้ตอบแบบสอบถาม 21,100 คน ใน 38 ประเทศทั่วโลก พบว่า 8 ใน 10 ของประชากรสิงคโปร์มีการซื้อขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต นำห่างจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่มีเปอร์เซ็นต์ซื้อขายออนไลน์ทิ้งห่าง 57%, 44% และ 30% ตามลำดับ แต่ทั้งนี้ก็ยังเป็นรองจากไต้หวัน, เกาหลี และญี่ปุ่นที่มีแต้มนำห่างจากสิงคโปร์เพียง 9 ใน 10 คนเท่านั้น

นายอัสฮอค ชาราน กรรมการผู้จัดการบริษัทเอซี นีลเส็น ในสิงคโปร์กล่าวว่า จากสัดส่วนการมีอินเทอร์เน็ตใช้ในครัวเรือนของสิงคโปร์ถึง 60% เป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้ทั้งผู้ผลิต และผู้ให้บริการต่างๆ หันมาสนใจทำธุรกิจผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น

โดยสินค้าที่มีการซื้อขายกันผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตพบว่ามีหลากหลาย เช่น จีนนิยมซื้อหนังสือ ไทยนิยมซื้อแผ่นดีวีดี ญี่ปุ่นนิยมซื้อของชำ และเกาหลีใต้นิยมซื้อประเภทเครื่องสำอาง

ขณะที่ชาวสิงคโปร์นิยมซื้อสินค้าออนไลน์ประมาณ 6 ไอเทมต่อเดือน โดยในจำนวนนี้มีการซื้อตั๋วเครื่องบินมากที่สุด และราว 1 ใน 3 นิยมจองตั๋วเครื่องบินผ่านทางอินเทอร์เน็ต

ส่วนสหรัฐอเมริกาอยู่ในอันดับ 17 ระดับเดียวกับแคนาดา เดนมาร์ก และนอร์เวย์ แต่อันดับต้นของโลกตกเป็นของประเทศเยอรมนี, ออสเตรีย และบริเตนที่มียอดใช้บริการซื้อขายออนไลน์สูงเกือบ 100%

ทั้งนี้ เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์รวมทั่วโลกจะมีผู้ใช้บริการซื้อขายแบบออนไลน์เกือบ 620 ล้านคน หรือประมาณ 10% ของประชากรทั่วโลก


About Us I Suggestion I Site Map I GetThaiFont | Contact Us I Privacy Policy
copyright @ 2004 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept.