
"ค้าปลีกออนไลน์” ยุคเศรษฐกิจดับ เปลี่ยนวิกฤติสู่โอกาส
พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ระยะหลัง หากพูดถึงการทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต หรือ "อี-คอมเมิร์ซ"
ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา หากแต่ใครหยิบยกเรื่องนี้
มาเป็นประเด็นในยุควิกฤติเศรษฐกิจ ที่แทรกซึมไปทุกหย่อมหญ้าแบบวันนี้
แน่นอนว่า "อี-คอมเมิร์ซ" จะกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที
ในฐานะทางเลือกของการทำธุรกิจ ที่อาศัยการลงทุนเริ่มแรกไม่มากนัก
และในฐานะทางเลือก ของการช้อปสินค้า ที่สามารถช้อปได้อย่างไม่จำกัด
ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บ้านคุณ
ไม่ต้องเสียเวลาขับรถออกมาให้สิ้นเปลืองน้ำมัน
"ธีรวุธ วงษ์วิบูลย์สิน" กรรมการผู้จัดการ บริษัท
เอเชี่ยนสตาร์ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ประกอบการเวบไซต์ค้าปลีกออนไลน์
www.tohome.com
พูดถึงปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีว่า
“ทั้งประเภทสินค้า ยอดจำหน่าย และฐานลูกค้ามีการเติบโตขึ้นทุกปี
ปัจจัยหลักมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น
รวมถึงมีความเชื่อมั่นที่จะทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ด้วย”
ด้วยความสะดวกสบายที่ผู้ซื้อได้รับจากการช้อปสินค้าอยู่กับบ้าน
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจากน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้น
ดังนั้นเมื่อมีช่องทางในการซื้อสินค้าที่ง่ายกว่า
และสามารถศึกษาข้อมูลได้อย่างเต็มที่
รวมถึงมีราคาที่ต่ำกว่าสินค้าในท้องตลาด 5-10% ด้วย
จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคนถึงนิยมมาใช้บริการค้าปลีกบนออนไลน์มากขึ้น
“วิถีชีวิตที่รีบเร่งขึ้นของคนเมืองเป็นส่วนเสริมให้มีการซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น
ส่วนกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัด
จะซื้อสินค้าที่ไม่สามารถหาได้จากจังหวัดนั้นๆ
ถือเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
ซึ่งถูกมากเมื่อเทียบกับค่าจัดส่ง” ธีรวุธเล่า
สำหรับแนวโน้มในอนาคตนั้น ธีรวุธ มองว่า
การเพิ่มขึ้นของอัตราผู้บริโภคที่สั่งซื้อสินค้าผ่านเวบไซต์ในสหรัฐอเมริกา
มียอดถึง 80 ล้านคน หรือ 1 ใน 4 ของประชากร ในญี่ปุ่นมีถึง 20 ล้านคน
ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบจำนวนประชากรต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยแล้ว
แสดงให้เห็นว่าโอกาสเติบโตของธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ในไทยยังมีอีกมาก
"ยิ่งคนไทยสามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตได้มากเท่าไร
โอกาสของการขายสินค้าออนไลน์ก็จะมากขึ้นด้วย
ในที่สุดจะโตแบบก้าวกระโดดเหมือนกับปริมาณการใช้โทรศัพท์มือถือ" ธีรวุธบอก
ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจออนไลน์นั้นมีเพียงค่าใช้จ่ายทางไอทีเท่านั้น
เมื่อเทียบกับธุรกิจปกติที่ต้องมีความเสี่ยงกับการหาทำเลที่ตั้ง
ค่าเช่าที่ พนักงานขาย การสต็อกสินค้า
ซึ่งทำให้ส่วนต่างของรายได้จากธุรกิจออนไลน์ดีกว่า
ธีรวุธ พูดถึงกลยุทธ์การทำตลาดต่อไปว่า
“จะเน้นขยายประเภทสินค้าที่มีอยู่บนเวบไซต์ให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้า
รวมถึงทำกิจกรรมร่วมกับสถาบันการเงิน เช่น ผ่อนชำระ 0% เป็นต้น
และเตรียมเปิด Tohomeone ตลาดค้าปลีกพลาซ่าออนไลน์ในเดือน
ส.ค.เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่สนใจมาเปิดร้านบนเวบไซต์
tohome.com โดยร้านค้าที่มาเปิดจะใช้ระบบแพลตฟอร์มของ tohome.com ทั้งหมด"
ทั้งนี้ ระบบชำระเงิน ลูกค้าสามารถชำระผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง,
ไดเรคเดบิต, หรือผ่อนชำระได้ โดยข้อมูลในการทำธุรกรรมของลูกค้าทั้งหมด
จะถูกเก็บรวบรวมโดยธนาคาร ส่วนการจัดส่งสินค้านั้น tohome.com
เป็นพันธมิตรกับบริษัทขนส่งชั้นนำระดับโลกอย่าง ทีเอ็นที
ที่มีระบบการตรวจสอบสถานการณ์จัดส่งสินค้าได้ตลอดเวลา
ปัจจุบัน tohome.com มีสินค้าที่ขายในเวบไซต์กว่า 50,000 รายการ
ครอบคลุมสินค้าเกือบทุกประเภท เช่น หนังสือ ซีดี ดีวีดี โทรศัพท์มือถือ
กล้องดิจิทัล คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายจะเป็นกลุ่มคนวัยทำงานอายุ 25 -35 ปี
คาดว่าภายในปีนี้ ทั้งรายได้และฐานลูกค้าจะเพิ่มขึ้นอีก 30%
ยอดรายได้ปีที่ผ่านมา 60 ล้านบาท
ด้าน ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด
(www.tarad.com) ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ และรายแรกๆ ของ
อี-คอมเมิร์ซเมืองไทย ก็ย้ำไปในทิศทางเดียวกันว่า
ครึ่งปีแรกธุรกิจออนไลน์มีการเติบโตขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
เนื่องจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่แพร่หลาย
และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ส่วนแนวโน้มในครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการจะมีมากขึ้น
มีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายรายให้ความสนใจเข้ามาทำธุรกิจ
เพราะมีกลุ่มแรกที่เข้ามามีผลประกอบการธุรกิจที่ดี
และโอกาสในการโตยังมีอีกมาก
"เศรษฐกิจไม่ดี น่าจะเป็นโอกาสให้กับธุรกิจออนไลน์
เพราะคนต้องการลดค่าใช้จ่ายลง เมื่อต้องการซื้อของ
ก็จะเลือกสินค้าที่ราคาถูกและไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อด้วย" ภาวุธ บอก
ปัจจุบัน tarad.com มีฐานลูกค้ากว่า 1 ล้านคน
มีสินค้าจำหน่ายบนเวบไซต์กว่า 180,000 รายการ
มีผู้ประกอบการที่สนใจมาเปิดร้านค้าบนเวบไซต์กว่า 15,000 ร้านค้า
นอกจากนี้ยังมีตลาดเวบไซต์ในลักษณะ ซี2ซี (c2c) www.thaisecondhand.com
ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถขายสินค้ามือสองได้โดยไม่ต้องมีเวบไซต์ของตัวเอง
|