Cover Story





B- School





Small Biz





ถนนนักลงทุน





Local Biz





Property





ธุรกิจการตลาด





Travel Biz





Food Biz





I - Biz





Auto Biz




วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2548














"ค้าปลีกออนไลน์” ยุคเศรษฐกิจดับ เปลี่ยนวิกฤติสู่โอกาส

พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ระยะหลัง หากพูดถึงการทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต หรือ "อี-คอมเมิร์ซ" ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา หากแต่ใครหยิบยกเรื่องนี้ มาเป็นประเด็นในยุควิกฤติเศรษฐกิจ ที่แทรกซึมไปทุกหย่อมหญ้าแบบวันนี้ แน่นอนว่า "อี-คอมเมิร์ซ" จะกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที ในฐานะทางเลือกของการทำธุรกิจ ที่อาศัยการลงทุนเริ่มแรกไม่มากนัก และในฐานะทางเลือก ของการช้อปสินค้า ที่สามารถช้อปได้อย่างไม่จำกัด ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บ้านคุณ ไม่ต้องเสียเวลาขับรถออกมาให้สิ้นเปลืองน้ำมัน

"ธีรวุธ วงษ์วิบูลย์สิน" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยนสตาร์ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ประกอบการเวบไซต์ค้าปลีกออนไลน์ www.tohome.com พูดถึงปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีว่า

“ทั้งประเภทสินค้า ยอดจำหน่าย และฐานลูกค้ามีการเติบโตขึ้นทุกปี ปัจจัยหลักมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น รวมถึงมีความเชื่อมั่นที่จะทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ด้วย”

ด้วยความสะดวกสบายที่ผู้ซื้อได้รับจากการช้อปสินค้าอยู่กับบ้าน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจากน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้น ดังนั้นเมื่อมีช่องทางในการซื้อสินค้าที่ง่ายกว่า และสามารถศึกษาข้อมูลได้อย่างเต็มที่ รวมถึงมีราคาที่ต่ำกว่าสินค้าในท้องตลาด 5-10% ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคนถึงนิยมมาใช้บริการค้าปลีกบนออนไลน์มากขึ้น

“วิถีชีวิตที่รีบเร่งขึ้นของคนเมืองเป็นส่วนเสริมให้มีการซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น ส่วนกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัด จะซื้อสินค้าที่ไม่สามารถหาได้จากจังหวัดนั้นๆ ถือเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งถูกมากเมื่อเทียบกับค่าจัดส่ง” ธีรวุธเล่า

สำหรับแนวโน้มในอนาคตนั้น ธีรวุธ มองว่า การเพิ่มขึ้นของอัตราผู้บริโภคที่สั่งซื้อสินค้าผ่านเวบไซต์ในสหรัฐอเมริกา มียอดถึง 80 ล้านคน หรือ 1 ใน 4 ของประชากร ในญี่ปุ่นมีถึง 20 ล้านคน ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบจำนวนประชากรต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยแล้ว แสดงให้เห็นว่าโอกาสเติบโตของธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ในไทยยังมีอีกมาก

"ยิ่งคนไทยสามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตได้มากเท่าไร โอกาสของการขายสินค้าออนไลน์ก็จะมากขึ้นด้วย ในที่สุดจะโตแบบก้าวกระโดดเหมือนกับปริมาณการใช้โทรศัพท์มือถือ" ธีรวุธบอก

ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจออนไลน์นั้นมีเพียงค่าใช้จ่ายทางไอทีเท่านั้น เมื่อเทียบกับธุรกิจปกติที่ต้องมีความเสี่ยงกับการหาทำเลที่ตั้ง ค่าเช่าที่ พนักงานขาย การสต็อกสินค้า ซึ่งทำให้ส่วนต่างของรายได้จากธุรกิจออนไลน์ดีกว่า

ธีรวุธ พูดถึงกลยุทธ์การทำตลาดต่อไปว่า “จะเน้นขยายประเภทสินค้าที่มีอยู่บนเวบไซต์ให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้า รวมถึงทำกิจกรรมร่วมกับสถาบันการเงิน เช่น ผ่อนชำระ 0% เป็นต้น และเตรียมเปิด Tohomeone ตลาดค้าปลีกพลาซ่าออนไลน์ในเดือน ส.ค.เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่สนใจมาเปิดร้านบนเวบไซต์ tohome.com โดยร้านค้าที่มาเปิดจะใช้ระบบแพลตฟอร์มของ tohome.com ทั้งหมด"

ทั้งนี้ ระบบชำระเงิน ลูกค้าสามารถชำระผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง, ไดเรคเดบิต, หรือผ่อนชำระได้ โดยข้อมูลในการทำธุรกรรมของลูกค้าทั้งหมด จะถูกเก็บรวบรวมโดยธนาคาร ส่วนการจัดส่งสินค้านั้น tohome.com เป็นพันธมิตรกับบริษัทขนส่งชั้นนำระดับโลกอย่าง ทีเอ็นที ที่มีระบบการตรวจสอบสถานการณ์จัดส่งสินค้าได้ตลอดเวลา

ปัจจุบัน tohome.com มีสินค้าที่ขายในเวบไซต์กว่า 50,000 รายการ ครอบคลุมสินค้าเกือบทุกประเภท เช่น หนังสือ ซีดี ดีวีดี โทรศัพท์มือถือ กล้องดิจิทัล คอมพิวเตอร์ เป็นต้น กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายจะเป็นกลุ่มคนวัยทำงานอายุ 25 -35 ปี คาดว่าภายในปีนี้ ทั้งรายได้และฐานลูกค้าจะเพิ่มขึ้นอีก 30% ยอดรายได้ปีที่ผ่านมา 60 ล้านบาท

ด้าน ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด (www.tarad.com) ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ และรายแรกๆ ของ อี-คอมเมิร์ซเมืองไทย ก็ย้ำไปในทิศทางเดียวกันว่า ครึ่งปีแรกธุรกิจออนไลน์มีการเติบโตขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่แพร่หลาย และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ส่วนแนวโน้มในครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการจะมีมากขึ้น มีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายรายให้ความสนใจเข้ามาทำธุรกิจ เพราะมีกลุ่มแรกที่เข้ามามีผลประกอบการธุรกิจที่ดี และโอกาสในการโตยังมีอีกมาก

"เศรษฐกิจไม่ดี น่าจะเป็นโอกาสให้กับธุรกิจออนไลน์ เพราะคนต้องการลดค่าใช้จ่ายลง เมื่อต้องการซื้อของ ก็จะเลือกสินค้าที่ราคาถูกและไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อด้วย" ภาวุธ บอก

ปัจจุบัน tarad.com มีฐานลูกค้ากว่า 1 ล้านคน มีสินค้าจำหน่ายบนเวบไซต์กว่า 180,000 รายการ มีผู้ประกอบการที่สนใจมาเปิดร้านค้าบนเวบไซต์กว่า 15,000 ร้านค้า

นอกจากนี้ยังมีตลาดเวบไซต์ในลักษณะ ซี2ซี (c2c) www.thaisecondhand.com ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถขายสินค้ามือสองได้โดยไม่ต้องมีเวบไซต์ของตัวเอง


About Us I Suggestion I Site Map I GetThaiFont | Contact Us I Privacy Policy
copyright @ 2004 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept.