<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Pawoot.com</title>
	<atom:link href="http://www.pawoot.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.pawoot.com</link>
	<description>E-Business Knowledge</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 May 2013 10:35:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.5.1</generator>
		<item>
		<title>เจาะพฤติกรรมคนไทยกับโซเชี่ยลมีเดียและการซื้อสินค้าออนไลน์</title>
		<link>http://www.pawoot.com/thailand-online-behaviour-2013</link>
		<comments>http://www.pawoot.com/thailand-online-behaviour-2013#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 May 2013 06:44:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pawoot</dc:creator>
				<category><![CDATA[E-Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[behavior]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pawoot.com/?p=1623</guid>
		<description><![CDATA[ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสทำการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก พฤติกรรมการใช้ Social Media จากงาน Thailand Zocial Award 2013 และพฤติกรรมการซื้อสินค้าทางออนไลน์ของคนไทย โดยข้อมูลจาก TARAD.com ซึ่งผมว่ามันน่าสนใจเลยทีเดียวสำหรับคนที่ทำงานด้านออนไลน์ ลองมาดูครับว่าพฤติกรรมของคนไทยในโลกออนไลน์ เปลี่ยนไปยังไงบ้าง การใช้งานโซเชี่ยลมีเดียของคนไทย ภาพรวมมีการเติบโตขึั้นสูงสุด 163% เมื่อเทียบจากปีก่อน คนไทยนิยมใช้ อินสตาร์แกรมเพิ่มสูงสุดถึง โดยมีคนไทยใช้ 6 แสนคน และมีภาพถ่ายจากคนไทยสูงถึง 70 ล้านภาพต่อปี โดยภาพถ่ายที่มีคนกดไลค์มากที่สุด ได้แก่ภาพของ บอย ปกรณ์ (@boy_pakorn) และสถานที่ๆ คนนิยมถ่ายภาพและเช็กอินมากที่สุดคือ &#8220;บ้านของตนเอง&#8221;  และยูทูป เว็บไซต์วีดีโอที่คนไทยนิยม  มีคนไทยอัพโหลดวีดีโอเข้าไปมากกว่า 5.3 ล้านคลิป โดยมีการอัพโหลดสูงถึง 2,500 คลิปต่อวันเลยทีเดียว  เพลงคือข้อมูลที่คนไทยนิยมอัพโหลดมากที่สุด และวีดีโอของเพลง ลูกอม วงวัชราวรี มีคนดูสูงสุดในประเทศไทยสูงถึง 44 ล้านคน  ในขณะที่ Facebook มีการเติบโตขึ้น 28% คนไทยนิยมโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กในช่วงเวลา [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสทำการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก พฤติกรรมการใช้ Social Media จากงาน Thailand Zocial Award 2013 และพฤติกรรมการซื้อสินค้าทางออนไลน์ของคนไทย โดยข้อมูลจาก TARAD.com ซึ่งผมว่ามันน่าสนใจเลยทีเดียวสำหรับคนที่ทำงานด้านออนไลน์ ลองมาดูครับว่าพฤติกรรมของคนไทยในโลกออนไลน์ เปลี่ยนไปยังไงบ้าง</p>
<p><span id="more-1623"></span></p>
<h2><b>การใช้งานโซเชี่ยลมีเดียของคนไทย</b></h2>
<p>ภาพรวมมีการเติบโตขึั้นสูงสุด 163% เมื่อเทียบจากปีก่อน คนไทยนิยมใช้ อินสตาร์แกรมเพิ่มสูงสุดถึง โดยมีคนไทยใช้ 6 แสนคน และมีภาพถ่ายจากคนไทยสูงถึง 70 ล้านภาพต่อปี โดยภาพถ่ายที่มีคนกดไลค์มากที่สุด ได้แก่ภาพของ บอย ปกรณ์ (@boy_pakorn) และสถานที่ๆ คนนิยมถ่ายภาพและเช็กอินมากที่สุดคือ &#8220;บ้านของตนเอง&#8221;  และยูทูป เว็บไซต์วีดีโอที่คนไทยนิยม  มีคนไทยอัพโหลดวีดีโอเข้าไปมากกว่า 5.3 ล้านคลิป โดยมีการอัพโหลดสูงถึง 2,500 คลิปต่อวันเลยทีเดียว  เพลงคือข้อมูลที่คนไทยนิยมอัพโหลดมากที่สุด และวีดีโอของเพลง ลูกอม วงวัชราวรี มีคนดูสูงสุดในประเทศไทยสูงถึง 44 ล้านคน  ในขณะที่ Facebook มีการเติบโตขึ้น 28% คนไทยนิยมโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กในช่วงเวลา 22:00 น. และวันอาทิตย์เป็นวันที่นิยมโพสต์ข้อความมากที่สุด ส่วนทวิตเตอร์มีคนไทยใช้บริการประมาณ 2 ล้านคน มีการส่งข้อความวันละ 5.5 ล้านข้อความต่อวัน และใช้ผ่านมือถือมากถึง 66.7%</p>
<p><a href="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/Screen-Shot-2013-05-14-at-1.41.20-PM.png"><img class="aligncenter size-full wp-image-1624" alt="Screen Shot 2013-05-14 at 1.41.20 PM" src="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/Screen-Shot-2013-05-14-at-1.41.20-PM.png?resize=568%2C250" data-recalc-dims="1" /></a></p>
<p>ส่วนการแช็ตผ่านมือถือเติบโตขึ้นเช่นเดียวกัน โดย WeChat มีคนใช้ทั่วโลกถึง 300 ล้านคน และเริ่มเติบโตมากขึ้นในประเทศไทย และโปรแกรมแช็ตยอดฮิตอย่างไลน์ (Line) มีคนไทยใช้สูงถึง 15 ล้านคน โดยแนวโน้มตอนนี้การแอพพิเคชั่นแช็ตกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในคนไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>พฤติกรรมการซื้อสินค้าทางออนไลน์ของคนไทย</b></h2>
<p>จากการสำรวจของราคุเท็นพบว่าคนไทย 47.5% เริ่มซื้อสินค้าออนไลน์ครั้งแรกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา  และจากข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนไทยในเว็บไซต์ TARAD.com พบข้อมูลน่าสนใจโดยพบว่า สินค้าประเภทเสื้อผ้า แฟชั่นคือสินค้าที่คนนิยมซื้อทางออนไลน์มากที่สุด รองลงมาคือ อาหารเสริมและนาฬิกา และพบว่าคนไทยอายุ 41 ปีขึ้นไปซื้อสินค้าออนไลน์โตสูงสุดถึง 10% และแท็ปเล็ตกลายเป็นช่องทางที่คนไทยนิยมซื้อสินค้ามากที่สุดตอนนี้  ในช่วงต้นปี 2013 ทางวีซ่าและทางธนาคารต่างๆ เริ่มเน้นการกระตุ้นให้คนไทยใช้บัตรเดบิต ซื้อสินค้าออนไลน์แทนการใช้บัตรเครดิตเพิ่มมากขึ้น โดยมีการกระตุ้นโดยการ จัดแคมเปญ หากซื้อสินค้าด้วยบัตรเดบิต จะได้รับส่วนลดราคาถึง 10% เพิ่มทันที โดยมีส่วนยอดการใช้จ่าย 9.19% และบัตรเครดิต 43.48% โดยยอดขายที่เกิดขึ้นผ่านจากทางโซเชี่ยลมีเดียเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่่ว่าจาก Facebook, Twitter และ Instagram</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เมื่อดูข้อมูลทั้งการใช้โซเชี่ยลมีเดีย และการซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทย จะเห็นได้ชัดว่าพฤติกรรมคนไทยได้เปลี่ยนไปอย่างมากจากปีก่อน ผู้ใหญ่จะเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้นโดยส่วนใหญ่จะใช้ผ่านทางแท็ปเล็ต เพราะใช้งานง่ายและสะดวก ซึ่งแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดตัวของ 3G เต็มรูปแบบและการเติบโตของอุปกรณ์เทคโนโลยีพกพาที่มีความหลากหลายมากขึ้น ดังนั้นลองดูครับว่า คุณเองจะปรับตัวเองอย่างไร กับการเปลี่ยนของพฤติกรรมของคนไทยในยุคนี้ ให้ไวก่อนคู่แข่งของคุณจะนำไปก่อนครับ</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pawoot.com/thailand-online-behaviour-2013/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผมเป็นคนบ้าชอบจัดงาน มาดูกันผมทำงานอะไรมาบ้าง</title>
		<link>http://www.pawoot.com/seminar-list</link>
		<comments>http://www.pawoot.com/seminar-list#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 May 2013 05:19:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pawoot</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blog Marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pawoot.com/?p=1621</guid>
		<description><![CDATA[ลองมานั่งนึกๆ ดู พบว่าผมเป็นพวก &#8220;บ้าจัดงานสัมมนา&#8221; ต่างๆ มากมายมาเยอะเหมือนกันนะ ถ้ารวมๆ จัดงานมาแล้วน่าจะเป็นร้อยคร้งได้แล้วมั้งครับ และเป้าหมายของงานส่วนใหญ่คือ &#8220;การสร้างและกระจายความรู้ให้กับคนไทย&#8221; เพื่อพัฒนาให้คนไทยสามารถนำความรู้ ไปต่อยอดให้กับตัวเองและเศรษฐกิจได้ กลัวจะลืม เลยขอนำมา List เอาไว้ว่าเราได้เคยทำงานอะไรไปแล้วบ้าง และยังทำอะไรอยู่บ้างครับ &#160; Event Name Type of Knowledge Period Status Detail TARAD Award Commerce Start 2004 Ongoing งานที่เรามอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ทำ E-Commerce ยอดเยี่ยม พร้อมข้อมูลด้าน E-Commerce และเทรนด์ในแต่ละปี ของ TARAD.com จำได้เลยปีแรกจัดที่ สวนตรงอนุเสาวรีย์ชัยฯ TARAD Tech Talk Development &#38; Technology Start 2011 Ongoing งานที่เน้นไปที่กลุ่มนักพัฒนา โดยพูดถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ในปีนั้นๆ โดยมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งในองค์กร TARAD.com [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div>ลองมานั่งนึกๆ ดู พบว่าผมเป็นพวก<strong> &#8220;บ้าจัดงานสัมมนา&#8221;</strong> ต่างๆ มากมายมาเยอะเหมือนกันนะ ถ้ารวมๆ จัดงานมาแล้วน่าจะเป็นร้อยคร้งได้แล้วมั้งครับ และเป้าหมายของงานส่วนใหญ่คือ<strong> &#8220;การสร้างและกระจายความรู้ให้กับคนไทย&#8221;</strong> เพื่อพัฒนาให้คนไทยสามารถนำความรู้ ไปต่อยอดให้กับตัวเองและเศรษฐกิจได้ กลัวจะลืม เลยขอนำมา List เอาไว้ว่าเราได้เคยทำงานอะไรไปแล้วบ้าง และยังทำอะไรอยู่บ้างครับ</div>
<div></div>
<p>&nbsp;</p>
<div></div>
<div>
<div>
<div>
<table style="width: 100%;" border="1" cellspacing="0" cellpadding="2">
<tbody>
<tr>
<td style="text-align: center;" valign="top">Event Name</td>
<td style="text-align: center;" valign="top">Type of Knowledge</td>
<td style="text-align: center;" valign="top">Period</td>
<td style="text-align: center;" valign="top">Status</td>
<td style="text-align: center;" valign="top">Detail</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">TARAD Award</td>
<td valign="top">Commerce</td>
<td valign="top">Start 2004</td>
<td valign="top">Ongoing</td>
<td valign="top">งานที่เรามอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ทำ E-Commerce ยอดเยี่ยม พร้อมข้อมูลด้าน E-Commerce และเทรนด์ในแต่ละปี ของ TARAD.com จำได้เลยปีแรกจัดที่ สวนตรงอนุเสาวรีย์ชัยฯ</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">TARAD Tech Talk</td>
<td valign="top">Development &amp; Technology</td>
<td valign="top">Start 2011</td>
<td valign="top">Ongoing</td>
<td valign="top">งานที่เน้นไปที่กลุ่มนักพัฒนา โดยพูดถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ในปีนั้นๆ โดยมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งในองค์กร TARAD.com และภายนอก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่นมีการเชิญทีมมาจาก Rakuten ญี่ปุ่นมาแบ่งปันข้อมูลให้กับนักพัฒนาไทย</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">Thailand E-Commerce Forum</td>
<td valign="top">E-Commerce</td>
<td valign="top">Start 2006</td>
<td valign="top">Ongoing</td>
<td valign="top">เป็นงานประจำปีของอุตสาหกรรม E-Commerce ประเทศไทย จัดโดยสมาคม E-Commerce  เป้าหมายคือเพื่อ เผยแพร์ และแนะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ของ E-Commerce ให้กับ ธุรกิจ คนไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐ โดยเป็นงานที่ร่วมจัดกับทางภาครัฐ</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">Truehits Award</td>
<td valign="top">Internet Data</td>
<td valign="top">1st Join 2010</td>
<td valign="top">Ongoing</td>
<td valign="top">งานนี้ผมได้มีโอกาสไปเป็นพิธีกรในงาน เพื่อแจกและมอบรางวัล ทำติดต่อกันมาหลายปีแล้ว และที่น่าสนใจคือมีการเปิดเผยข้อมูลของอินเทอร์เน็ตประเทศไทยทุกๆ ปี ข้อมูลน่าสนใจมากๆ</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">Young Webmaster Camp</td>
<td valign="top">Education to Student</td>
<td valign="top">Start 2003</td>
<td valign="top">Ongoing</td>
<td valign="top">เป็นค่ายอบรมน้องๆ นักศึกษาเกี่ยวกับ การทำเว็บไซต์ในทุกๆ ด้านได้แก่ ด้าน Web Content, Marketing, Design และ Programming โดยเราเชิญนักศึกษา 80 คนจากทั่วประเทศ มารวมกันและมีพี่ๆ จากในอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตมารวมตัวสอนน้องๆ กัน โดยรุ่นหลังๆ จัดโดยน้องๆ กันเองแล้ว เป็นค่ายที่น่าสนใจจริงๆ และเหมาะกับเด็กๆ ที่ต้องการเข้าสู่วงการอินเทอร์เน็ตของไทย</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">Thailand Zocial Award</td>
<td valign="top">E-marketing</td>
<td valign="top">Start 2013</td>
<td valign="top">Ongoing</td>
<td valign="top">งานแจกรางวัลให้กับคนทำงานด้านออนไลน์และ Social Media และมีการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกของการใช้งาน Social Media ของไทย และนอกจากนี้ยังเป็นการรวมตัวของ Net Idol และคนดังในโลกออนไลน์มากมาย</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">Google Business Group (GBG)</td>
<td valign="top">E-marketing</td>
<td valign="top">Start 2012</td>
<td valign="top">Ongoing</td>
<td valign="top">เป็นกลุ่มของคนที่ชื่นชอบการนำเทคโนโลยีมาใช้กับธุรกิจ โดยมี Google สนับสนุนอยู่ โดยผมได้มีโอกาสก่อตั้งกลุ่มนี้ขึ้นจากการชักชวนของทีมงาน Google เป้าหมายคือ การกระจายความรู้เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีมาใช้กับธุรกิจให้กับคนไทย</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">Jib Cafe</td>
<td valign="top">General Topic</td>
<td valign="top">Start 2003</td>
<td valign="top">Ongoing</td>
<td valign="top">เป็นงานพบปะของบรรดาคนทำเว็บไซต์และคนในโลกอินเทอร์เน็ต จัดครั้งแรกเมื่อปี 2003 และจัดต่อมาเรื่อยๆ เป็นงานของสมาคม (ชมรม) ผู้ดูแลเว็บไทย โดยตอนหลังเปลี่ยนชื่อเป็น WebPresso โดยมีการจัดหัวข้อที่น่าสนใจ เพื่อสร้างความรู้ให้กับอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตไทย</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div></div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pawoot.com/seminar-list/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Thailand E-Commerce Landscape 2013</title>
		<link>http://www.pawoot.com/node/1614/</link>
		<comments>http://www.pawoot.com/node/1614/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 May 2013 19:03:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pawoot</dc:creator>
				<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[thailand e-commerce]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pawoot.com/?p=1614</guid>
		<description><![CDATA[Had discussed with ETDA last month about Thailand E-Commerce Landscape 2013. Then I&#8217;m draft what elements that we have in E-Commerce industry in Thailand. Let&#8217;s check this image. Thanks A-Pao to draft this images. &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>Had discussed with ETDA last month about Thailand E-Commerce Landscape 2013. Then I&#8217;m draft what elements that we have in E-Commerce industry in Thailand. Let&#8217;s check this image. Thanks A-Pao to draft this images.<span id="more-1614"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<div id="attachment_1615" class="wp-caption aligncenter" style="width: 1045px"><a href="http://i1.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/Screen-Shot-2556-05-07-at-1.59.01-AM.png"><img class="size-full wp-image-1615" alt="Thailand E-Commerce Land Scape 2013" src="http://i1.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/Screen-Shot-2556-05-07-at-1.59.01-AM.png?resize=1035%2C910" data-recalc-dims="1" /></a><p class="wp-caption-text">Thailand E-Commerce Land Scape 2013</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pawoot.com/node/1614/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลดค่าใช้จ่ายการจ่ายบิลกับ KTB Net Fee Zero</title>
		<link>http://www.pawoot.com/ktb-net-fee-zero</link>
		<comments>http://www.pawoot.com/ktb-net-fee-zero#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 May 2013 03:54:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pawoot</dc:creator>
				<category><![CDATA[Advertorial]]></category>
		<category><![CDATA[ktb]]></category>
		<category><![CDATA[netbank]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pawoot.com/?p=1609</guid>
		<description><![CDATA[ลองใช้ KTB netbank จำได้ว่าเมื่อหลายเดือนก่อน เห็นโฆษณาของ KTB netbank ด้วยความชอบลองเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านออนไลน์ เลยรีบไปสมัครมาลองใช้อย่างเร็วพลัน รู้สึกได้ว่าบริกาารนี้มันสะดวกดี และเป็นแนวโน้มของธนาคารสมัยใหม่ ที่ต้องการปรับตัวตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพราะพวกเราเข้าสู่ยุคของ Post PC หรือยุคสิ้นสุดการใช้ PC กันแล้วนี้เอง  และล่าสุดเห็นโฆษณาตัวใหม่ของทาง KTB ที่ออกมาบอกว่า &#8220;ค่าธรรมเนียมฟรี ไม่มีอั้น&#8221; เหอะๆ ไหนๆ มี KTB netbank แล้วต้องขอลองหน่อยล่ะ   หน้าเว็บของ Net Free Zero - https://www.ktbnetbank.com/netfeezero/#home วิธีการเปิดใช้บริการ Net Fee Zero หน้าจอตอนเข้าระบบมาแล้ว สามารถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของธนาคารแบบสดๆ ผ่านทางเว็บไซต์ได้เลย เจ๋งโพดๆ เลยครับ หน้าจอตอน Login เข้าเจอบริการต่างๆ หน้าจอ KTB netbank ดูข้อมูลรายการ นี้ไง หน้าสมัครบริการ Net Free Zero [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/d93a7a91-b724-4d42-b46e-ee6ca0232bd0.png"><span style="color: #333333;">ลองใช้ KTB netbank จำได้ว่าเมื่อหลายเดือนก่อน เห็นโฆษณาของ KTB netbank ด้วยความชอบลองเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านออนไลน์ เลยรีบไปสมัครมาลองใช้อย่างเร็วพลัน รู้สึกได้ว่าบริกาารนี้มันสะดวกดี และเป็นแนวโน้มของธนาคารสมัยใหม่ ที่ต้องการปรับตัวตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพราะพวกเราเข้าสู่ยุคของ Post PC หรือยุคสิ้นสุดการใช้ PC กันแล้วนี้เอง  และล่าสุดเห็นโฆษณาตัวใหม่ของทาง KTB ที่ออกมาบอกว่า </span><b style="color: #333333;">&#8220;ค่าธรรมเนียมฟรี ไม่มีอั้น&#8221;</b><span style="color: #333333;"> เหอะๆ ไหนๆ มี KTB netbank แล้วต้องขอลองหน่อยล่ะ</span></a></p>
<div> <span id="more-1609"></span></div>
<div><a href="http://i1.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/d93a7a91-b724-4d42-b46e-ee6ca0232bd0.png"><img alt="d93a7a91-b724-4d42-b46e-ee6ca0232bd0" src="http://i1.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/d93a7a91-b724-4d42-b46e-ee6ca0232bd0.png?resize=1023%2C712" data-recalc-dims="1" /></a></p>
<div>หน้าเว็บของ Net Free Zero - <a href="https://www.ktbnetbank.com/netfeezero/#home" target="_blank">https://www.ktbnetbank.com/netfeezero/#home</a></div>
</div>
<div></div>
<div><a href="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/a6b2a6e6-0405-4d8a-b44d-f8d15c9fcfd6.png"><img alt="a6b2a6e6-0405-4d8a-b44d-f8d15c9fcfd6" src="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/a6b2a6e6-0405-4d8a-b44d-f8d15c9fcfd6.png?resize=944%2C590" data-recalc-dims="1" /></a></div>
<div>วิธีการเปิดใช้บริการ Net Fee Zero</div>
<div><a href="http://i1.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/ac022931-8176-430e-b2e9-31f49e9a9f8d.png"><img alt="ac022931-8176-430e-b2e9-31f49e9a9f8d" src="http://i1.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/ac022931-8176-430e-b2e9-31f49e9a9f8d.png?resize=638%2C530" data-recalc-dims="1" /></a></div>
<div>หน้าจอตอนเข้าระบบมาแล้ว</div>
<div></div>
<div style="text-align: left;"><a href="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/Screen-Shot-2013-05-21-at-5.34.16-PM.png"><img class="size-full wp-image-1638" alt="Screen Shot 2013-05-21 at 5.34.16 PM" src="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/Screen-Shot-2013-05-21-at-5.34.16-PM.png?resize=609%2C605" data-recalc-dims="1" /><br />
</a>สามารถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของธนาคารแบบสดๆ ผ่านทางเว็บไซต์ได้เลย เจ๋งโพดๆ เลยครับ</div>
<div></div>
<div><a href="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/20eace4a-fd60-45c2-bc64-65230da983f9.png"><img alt="20eace4a-fd60-45c2-bc64-65230da983f9" src="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/20eace4a-fd60-45c2-bc64-65230da983f9.png?resize=867%2C718" data-recalc-dims="1" /></a></div>
<div>หน้าจอตอน Login เข้าเจอบริการต่างๆ</div>
<div></div>
<div><a href="http://i1.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/7dbf8f3c-a9c0-46e7-bc21-a41ad0be7895.png"><img alt="7dbf8f3c-a9c0-46e7-bc21-a41ad0be7895" src="http://i1.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/7dbf8f3c-a9c0-46e7-bc21-a41ad0be7895.png?resize=1172%2C664" data-recalc-dims="1" /></a></div>
<div>หน้าจอ KTB netbank ดูข้อมูลรายการ</div>
<div></div>
<div><a href="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/1275a184-893b-42a7-bd53-a16508b7a24e.png"><img alt="1275a184-893b-42a7-bd53-a16508b7a24e" src="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/1275a184-893b-42a7-bd53-a16508b7a24e.png?resize=1113%2C589" data-recalc-dims="1" /></a></div>
<div>นี้ไง หน้าสมัครบริการ Net Free Zero</div>
<div></div>
<div></div>
<div><a href="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/1919a550-e21d-4b1e-87f9-24e60d4def35.png"><img alt="1919a550-e21d-4b1e-87f9-24e60d4def35" src="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/05/1919a550-e21d-4b1e-87f9-24e60d4def35.png?resize=1149%2C657" data-recalc-dims="1" /></a></div>
<div>นี้คือหน้าจอสำหรับจ่ายเงิน เหอะๆ มี  TARAD.com ด้วย เย้ จ่ายได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียเลย</div>
<div></div>
<div></div>
<div></div>
<div><b>สรุปการใช้งาน</b></div>
<div></div>
<div>หลังจากการใช้งานพบว่า ทาง KTB ได้ออกแคมเปญนี้ออกมา เพื่อกระตุ้นให้คนหันมาใช้บริการการเงินทางออนไลน์กันมากขึ้น โดยใช้ Net Fee Zero เป็นตัวกระตุ้นให้คนที่จ่ายเงินค่าบิลอะไรต่างๆ อยู่แลัว หันมาใช้ทางออนไลน์กันมากขึ้น ปกติผมจ่ายค่าบิล โดยใบละ 15-20 บาทเลยนะ คิดดู หากผมมีบิล 10 ใบต่อเดือน ผมจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 200 บาทต่อเดือน และคิดเห็นปีก็ 1,200 บาท/ปี เลยทีเดียว</div>
<div></div>
<div>ดังนั้นบริการนี้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าบิลต่างๆ และสร้างความสะดวกสะบายให้กับผู้ใช้ได้อีกด้วย ซึ่งผมว่าแบบหลังจะเป็นประโยชน์มากกว่า เพราะไม่ต้องออกไปให้เสียเวลา</div>
<div></div>
<div>หากสนใจใช้บริการก็ไปสมัครได้เลยครับ ที่ ธนาคารกรุงไทย หรือไปได้ที่ <a href="https://www.ktbnetbank.com/netfeezero" target="_blank">https://www.ktbnetbank.com/netfeezero</a></div>
<div></div>
<div></div>
<div>++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++</div>
<div></div>
<h3>ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการนี้</h3>
<div>
<p>KTB netbank ยังมีบริการ Pay-receive  with mobile ให้คุณสามารถโอนเงินให้ใครก็ได้ โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือแทนหมายเลขบัญชี      และมีบริการ Talk to net Officer ที่ให้คุณสามารถ VDO CALL แบบเห็นหน้าค่าตา  สั่งให้เจ้าหน้าที่ Net Officer ทำรายการธุรกรรมต่าง ๆ ให้ ซึ่งสะดวกมากๆ</p>
<p>บัญชีภายใต้ KTB netbank  ก็เหมือนกับธนาคารทั่วไป คือมีทั้งบัญชีออมทรัพย์ และบัญชีเงินฝากประจำ</p>
<p>ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>บัญชี  Net Saving เป็นบัญชีหมุนเวียนให้ความคล่องตัวสะดวกในชีวิตประจำวัน</li>
<li>บัญชี Net Extra เป็นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าปกติถึง 0.5%</li>
<li>บัญชี Net Fixed เป็นเงินฝากประจำที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีฝากประจำปกติและ  กำหนดเวลาในการฝากได้ด้วยตัวเอง</li>
<li>และใหม่ล่าสุดบัญชี net Fee Zero</li>
</ul>
<p>KTB  net fee zero   หนึ่งในบริการพิเศษจาก KTB netbank  ในรูปแบบบัญชีเงินฝากออมทรัพย์แบบ No book ซึ่งไม่มีสมุดคู่ฝาก ผู้ใช้บริการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ด้วยตนเอง ผ่าน  Application บน Smartphone Tablet หรือ PC   ที่แสนสะดวกและใช้บัตร บัตร VISA DEBIT Classic-KTB netbank    ในการเบิกถอนเงินสด</p>
<ul>
<li> ความพิเศษของบัญชีเงินฝาก KTB  net fee zero  คือ
<ul>
<li>จ่าย/ชำระบิลต่างๆ ฟรีไม่อั้น  ในหน่วยงานที่รับชำระบน KTB netbank</li>
<li>โอนเงิน ฟรีไม่จำกัด  ระหว่างบัญชีธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ</li>
<li>ไม่จำเป็นต้องมีรายการเงินเข้าบัญชีทุกเดือน</li>
<li>ไม่กำหนดวงเงินคงเหลือขั้นต่ำในบัญชีประจำเดือน</li>
<li>ที่สำคัญมีดอกเบี้ยให้ด้วย  ในกรณีที่ยอด Balance ในบัญชีมี   20,000 บาท  ขั้นไปแต่ไม่ถึง 100,000 บาท  จะได้รับอัตราดอกเบี้ย   0.75%ต่อปี  แต่ถ้ายอด  100,000 บาทขึ้นไป  จะได้รับดอกเบี้ย  สูงถึง  1.25% ต่อปี</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>สนใจอยากใช้บริการ net fee zero  ติดต่อขอเปิดบัญชีได้เลย ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา โดย</p>
<ul>
<li>เปิดให้บริการสำหรับบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป</li>
<li>การเปิดบัญชีไม่สามารถเปิดบัญชีร่วมกับผู้อื่นได้</li>
<li>มีโทรศัพท์มือถือที่จดทะเบียนในประเทศไทย (ทั้งแบบ Pre-paid และ Post-paid ทุกเครือข่าย)</li>
<li>เปิดบัญชีขั้นต่ำ 500 บาท<b> </b> และมีค่าธรรมเนียม 299 บาทต่อปี  ซึ่งอัตรานี้ประกอบไปด้วย
<ul>
<li>ค่าบริการรายปีบัตร VISA DEBIT Classic-KTB netbank</li>
<li> ค่าบริการแจ้งการเคลื่อนไหวทางบัญชีผ่านโทรศัพท์มือถือ (SMS Alert)</li>
<li>ค่าบริการแจ้งเตือนการ Log in เข้าสู่ระบบผ่านโทรศัพท์มือถือ (Notify Login)</li>
<li> ค่าบริการแจ้งการทำรายการผ่านโทรศัพท์มือถือ (notifycation SMS)</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่ง่ายไปกว่านี้  ผู้ที่มีบัญชี KTB netbank  อยู่แล้ว และต้องการใช้บริการ net fee zero สามารถสมัครใช้บริการได้ด้วยตนเอง โดย Log in เข้าระบบ  KTB netbank  แล้วเลือกเมนู <b>“</b><b>My netbank account”</b> จากนั้นก็ทำตามขั้นตอน ซึ่งสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktbnetbank.com/netfeezero  หรือผู้ที่มีบัญชี KTB netbank อยู่แล้ว แต่ก็ไม่อยากทำเอง ไม่อยากไปสาขา  จะสมัครใช้บริการผ่าน</p>
<p>VDO CALL ผ่าน Talk to net Officer ก็ได้  โดยเลือกเมนู <b>“</b><b>Talk to net officer”</b> ใส่ net ID และ Password จากนั้นก็สั่งเจ้าหน้าnet Officer  ให้ทำการสมัครใช้บริการ  net fee zero ให้ แค่นี้คุณก็เริ่มต้น  โอนเงิน จ่ายบิลฟรีแบบไม่อั้นกันได้เลยทีเดียว</p>
</div>
<div></div>
<div></div>
<div></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pawoot.com/ktb-net-fee-zero/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นำอุปกรณ์ไอทีส่วนตัวมาใช้ทำงานกันดีกว่า (BYOD)</title>
		<link>http://www.pawoot.com/bring-your-own-device-BYOD</link>
		<comments>http://www.pawoot.com/bring-your-own-device-BYOD#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Apr 2013 05:41:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pawoot</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pawoot.com/?p=1598</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เรามีอุปกรณ์ต่างๆ มากมายทั้งโทรศัพท์มือถือ ที่เป็นได้มากกว่ามือถือ แท็ปเล็ตที่ไม่เคยอยู่ห่างมือ และอีกสารพัดเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ มากมายเต็มไปหมด ซึ่งหลายคน ต่างก็มีอุปกรณ์เหล่านี้เป็นของตนเอง และก็ต้องยอมรับว่าหลายๆ อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ บริษัทและองค์กรอาจจะยังไม่อัพเดทหรือทันสมัยเพียงพอ ให้องค์กรใช้กันเท่าไร จึงทำให้เราเริ่มเห็นหลายคนรอบๆ ตัว นำอุปกรณ์เทคโลยีของตัวเองมาใช้กับงานของตัวเองภายในบริษัทหรือองค์กรกันมากขึ้น (Bring Your Own Device &#8211; BYOD)  โดยมีองค์กรบางส่วนที่รู้และไ่ม่รู้ว่า มีการนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ แต่หากคุณสามารถบริหารและวางแผนให้ดี มันจะเป็นสิ่งที่ดีต่อองค์กรเลยทีเดียว &#160; แน่นอนครับ อุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆ จะช่วยทำให้เราทำงานได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งเดียวนี้เราจะเห็นหลายๆ คนที่นำอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ของตัวเองมาใช้ภายในองค์กร เช่น โทรศัพท์มือถือสมารท์โฟน, โน็ตบุ๊ก, แท็ปเล็ต ซึ่งก็จะมีการนำมาเชื่อมต่อเข้ากับระบบเน็ตเวิรก์ของบริษัท ทำงานของตนไป เช่น เชื่อมต่ออีเมล์, เก็บข้อมูลเอกสารต่างๆ ฯลฯ โดยสาเหตุส่วนใหญ่ที่หลายๆ คนมักจะนำอุปกรณ์ตัวเองมาใช้ ได้แก่ เครื่องบริษัทเก่าเกินไป ทำงานไม่สะดวก, ไม่ถนัด (บางคนใช้แม็คแต่บริษัทมีวินโดวส์), เพิ่มความสะดวกของตัวเองในการทำงานได้หลากหลายสถานที่มากขึ้นผ่านแท็ปเล็ต หรือโน็ตบุ๊กส่วนตัว ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในองค์กรต่างๆ ปัจจุบัน มันจะดีไหมครับ [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เรามีอุปกรณ์ต่างๆ มากมายทั้งโทรศัพท์มือถือ ที่เป็นได้มากกว่ามือถือ แท็ปเล็ตที่ไม่เคยอยู่ห่างมือ และอีกสารพัดเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ มากมายเต็มไปหมด ซึ่งหลายคน ต่างก็มีอุปกรณ์เหล่านี้เป็นของตนเอง และก็ต้องยอมรับว่าหลายๆ อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ บริษัทและองค์กรอาจจะยังไม่อัพเดทหรือทันสมัยเพียงพอ ให้องค์กรใช้กันเท่าไร จึงทำให้เราเริ่มเห็นหลายคนรอบๆ ตัว <b>นำอุปกรณ์เทคโลยีของตัวเองมาใช้กับงานของตัวเองภายในบริษัทหรือองค์กรกันมากขึ้น (Bring Your Own Device &#8211; BYOD) </b> โดยมีองค์กรบางส่วนที่รู้และไ่ม่รู้ว่า มีการนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ แต่หากคุณสามารถบริหารและวางแผนให้ดี มันจะเป็นสิ่งที่ดีต่อองค์กรเลยทีเดียว</p>
<p><span id="more-1598"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนครับ อุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆ จะช่วยทำให้เราทำงานได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งเดียวนี้เราจะเห็นหลายๆ คนที่นำอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ของตัวเองมาใช้ภายในองค์กร เช่น โทรศัพท์มือถือสมารท์โฟน, โน็ตบุ๊ก, แท็ปเล็ต ซึ่งก็จะมีการนำมาเชื่อมต่อเข้ากับระบบเน็ตเวิรก์ของบริษัท ทำงานของตนไป เช่น เชื่อมต่ออีเมล์, เก็บข้อมูลเอกสารต่างๆ ฯลฯ โดยสาเหตุส่วนใหญ่ที่หลายๆ คนมักจะนำอุปกรณ์ตัวเองมาใช้ ได้แก่ เครื่องบริษัทเก่าเกินไป ทำงานไม่สะดวก, ไม่ถนัด (บางคนใช้แม็คแต่บริษัทมีวินโดวส์), เพิ่มความสะดวกของตัวเองในการทำงานได้หลากหลายสถานที่มากขึ้นผ่านแท็ปเล็ต หรือโน็ตบุ๊กส่วนตัว ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในองค์กรต่างๆ ปัจจุบัน</p>
<p>มันจะดีไหมครับ หากเราสามารถทำให้พนักงานสามารถนำอุปกรณ์ต่างๆ ของตัวเองมาใช้ภายในองค์กรได้ ซึ่งมาดูกันครับว่ามีข้อดี ข้อไม่ดี และวิธีการป้องกันอย่างไรบ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://i1.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/04/Featured-Image.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1599" alt="Featured-Image" src="http://i1.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/04/Featured-Image.jpg?resize=640%2C350" data-recalc-dims="1" /></a></p>
<h3></h3>
<h3><b>ข้อดีของการนำอุปกรณ์ของพนักงานมาที่ทำงาน</b></h3>
<ul>
<li><b>ลดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กร (Cost Saving)</b> เพราะพนักงานเป็นคนนำอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านั้นมาเอง ทำให้องค์กรไม่จำเป็นลงทุนในอุปกรณ์บางอย่าง โดยบางองค์กรอาจใช้วิธีการเช่าเครื่องของพนักงาน แทนการซื้อเครื่องให้ เพื่อลดต้นทุนในการลงทุนด้านการซื้ออุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงซอฟแวร์บางประเภทได้เช่นเดียวกัน</li>
<li><b>สะดวกสบาย (Convenience)</b> เพราะเป็นเครื่องของตัวเอง ทำให้การจัดการและดูแลอุปกรณ์ต่างๆ สะดวกมากขึ้น บางครั้งพนักงานสามารถลงโปรแกรมอะไรบางอย่างที่ตัวเองอยากใช้งานได้สะดวกมากขึ้น</li>
<li><b>มีเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง (New technology) </b>เมื่อเปิดโอกาสให้พนักงานนำอุปกรณ์ต่างๆ มาเอง จะเปิดโอกาสให้องค์กร มีอุปกรณ์ใหม่ๆ เข้ามาใช้กับงานและธุรกิจมากขึ้น รวมถึงการแบ่งปันข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ระหว่างพนักงานได้ดีมากขึ้น</li>
<li><b>เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Increase Productivity)</b> เพราะเนื่องจากเป็นเครื่องของตัวเอง ทำให้พนักงานสามารถทำงานได้ทุกที่ และสามารถกลับไปทำงานที่บ้านได้</li>
<li><b>สร้างความเพิ่งพอใจให้กับพนักงาน (Increase Statisfaction)</b> เพราะพนักงานสามารถเลือกอุปกรณ์ต่างๆ ตามความต้องการและความเหมาะสมของตัวเองได้</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ข้อเสียของการนำอุปกรณ์ของพนักงานมาใช้ที่ทำงาน</b></h3>
<ul>
<li><b>ความปลอดภัยของข้อมูลภายในองค์กร (Security) </b>ข้อมูลต่างๆ ของบริษัทจะต้องอยู่ในเครื่องของพนักงานและสามารถติดตัวไปไหนก็ได้ ดังนั้นหากเป็นข้อมูลที่เป็นความลับ อาจจะเสี่ยงการรั่วไหลของข้อมูลได้ เพราะบางครั้งพนักงานอาจจะทำอุปกรณ์เหล่านี้ หายหรือลืม <em><span style="color: #800080;">(<b>วิธีการป้องกัน : </b>แบ่งระดับของข้อมูลที่พนักงานสามารถใช้อุปกรณ์พกพาเข้าถึง หรือมีระบบในการจัดการข้อมูลกับอุปกรณ์ต่างๆ ของพนักงาน)</span></em></li>
<li><b>ไวรัสและมัลแวร์ (Virus &amp; Mallware) </b>เนืองจากเป็นเครื่องส่วนตัว การดูและการจัดการอาจจะยังไม่ดี ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อการติดไวรัสและมัลแวร์ ซึ่งเมื่อนำมาใช้กับในองค์กร อาจจะทำให้เกิดติดและกระจายไปยังเครื่องอื่นๆ ในองค์กรได้ <em><span style="color: #800080;">(<b>วิธีการป้องกัน :</b> ติดตั้ง Software ป้องกันไวรัสและกำหนดสิทธิ์และวงการใช้งานของเน็ตเวิรก์ของอุปกรณ์พกพาของพนักงาน)</span></em></li>
<li><b>การช่วยเหลือ (Support) </b>เนื่องจากเครื่องและอุปกรณ์มีความหลากหลาย อาจจะทำให้การช่วยเหลือ พนักงานหากอุปกรณ์ต่างๆ มีความผิดพลาดเป็นไปได้ยาก เพราะองค์กรอาจจะไม่มีบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถในอุปกรณ์นั้นๆ <em><span style="color: #800080;">(<b>การป้องกัน :</b> อาจจะกำหนดว่าอุปกรณ์ประเภทไหนที่องค์กรรองรับ และสนับสนุนให้นำมาใช้ได้ในองค์กร  หรือจัดฝึกอบรมให้กับพนักงานรู้จักการใช้อุปกรณ์ต่างของตน ที่สามารถนำมาใช้ภายในองค์กร อย่างไรให้ถูกวิธี และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด)</span></em></li>
<li><b>การรองรับของเน็ตเวิรก์ (Network Capacity) </b>เนื่องจากองค์กรต่างๆ อาจจะไม่ได้เตรียมตัวหรือรองรับ จำนวนอุปกรณ์ต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นมาจำนวนมากจากพนักงาน เช่น แต่ละคนนำสมารท์โฟน หรือแท็ปเล็ตมาเชื่อมต่อกับเน็ตเวิรก์องค์กร อาจจะทำให้ มีการใช้ข้อมูลหรือเน็ตเวิรก์เพิ่มมากขึ้น จนทำให้เน็ตเวิรก์ขององค์กรมีปัญหาได้ <span style="color: #800080;"><em>(<b>วิธีการแก้ปัญหา :</b> ให้พนักงานลงทะเบียนแจ้งว่าจะนำอุปกรณ์อะไรเข้ามาใช้ เพื่อองค์กรจะได้วางแผนและกำหนดกฏเกณท์ให้ชัดเจนในการนำอุปกรณ์ส่วนตัวเข้ามาใช้)</em></span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ่านมาถึงตรงนี้ ก็หากคุณเป็นผู้บริหารคุณเองก็ลองคำนวนดูว่า คุณจะเลือกเอาแบบไหน? และเช่นเดียวกัน หากคุณเป็นพนักงานในองค์กร และอยากจะนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในองค์กร ก็ลองตัดบทความนี้ ไปให้ผู้บริหารคุณอ่านดู เพราะผมเชื่อว่า มันจะทำให้การทำงานขององค์กรคุณพัฒนาไปได้ดีเลย และพนักงานก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ทั้งนี้และทั้งน้ันต้องขึั้นอยู่กับการกำหนด กฏและระเบียบขององค์กรในนำอุปกรณ์ของพนักงานเข้ามาใช้  ซึ่งหากหลายๆ องค์กรมีการเปิดโอกาสมากขึ้น ผมมองว่า เราเองก็จะใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่เราซื้อมาได้คุ้มค่ามากขึ้น ชีวิตเราก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น<strong> ไม่ใช่ซื้ออุปกรณ์มาแพงๆ เป็นหมื่นๆ แต่ใช้อยู่แค่ สองร้อย แบบนี้มันกาก มากเลยครับ</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pawoot.com/bring-your-own-device-BYOD/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เจาะเทคนิคการวัดผลว่า Social Media เพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจคุณแค่ไหน?</title>
		<link>http://www.pawoot.com/social-media-measuremen</link>
		<comments>http://www.pawoot.com/social-media-measuremen#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Mar 2013 05:29:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pawoot</dc:creator>
				<category><![CDATA[Recent Article]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[google trends]]></category>
		<category><![CDATA[zocialeye]]></category>
		<category><![CDATA[zocialrank]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pawoot.com/?p=1574</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบันหลายๆ ธุรกิจทั่วโลก ได้หันมาใช้ Social Media กับธุรกิจมากขึ้น รวมถึงในประเทศไทยก็เริ่มมีหลายๆ ธุรกิจหันมาใช้กันมากขึ้นเช่นกัน โดยเป็นการใช้ผ่าน Social Media ดังๆ หลายๆ อย่างเช่น Facebook, Twitter, Youtube, Instagram เป็นต้น ซึ่งผมเห็นว่าหลายๆ แห่งใช้แล้วได้ผลจริงๆ แต่บางแห่งก็นำไปใช้แบบผิดๆ ใช้ตามกระแสมากกว่า และไม่ได้ผลลัพย์ออกมาดีเท่าที่ควร ซึ่งการจะวัดผลว่า Social Media ว่ามันเวิรก์และทำให้ธุรกิจของคุณก้าวหน้านั้นมันมีวิธีครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำครับ &#160; การวัดผลสื่อ Social Media  ก่อนจะวัดผล คุณเองก็ต้องตั้งเป้าหมาย (Goal) ของการใช้สื่อ Social Media กับธุรกิจของคุณก่อนว่า คุณต้องการผลลัพย์อะไร และมันจะทำให้เกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจของคุณ ซึ่งผมต้องบอกว่า Social Media มันคือช่องที่ทำให้คุณสามารถเข้าถึงคนทั่วโลกนับพันๆ ล้านคน และคนไทยอีก 18 ล้านคนดังนั้น มันสามารถ ใช้เป็นช่องทางการโปรโมทและทำให้คนรู้จัก (Awareness) ธุรกิจของคุณ,  ใช้เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสาร [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันหลายๆ ธุรกิจทั่วโลก ได้หันมาใช้ Social Media กับธุรกิจมากขึ้น รวมถึงในประเทศไทยก็เริ่มมีหลายๆ ธุรกิจหันมาใช้กันมากขึ้นเช่นกัน โดยเป็นการใช้ผ่าน Social Media ดังๆ หลายๆ อย่างเช่น Facebook, Twitter, Youtube, Instagram เป็นต้น ซึ่งผมเห็นว่าหลายๆ แห่งใช้แล้วได้ผลจริงๆ แต่บางแห่งก็นำไปใช้แบบผิดๆ ใช้ตามกระแสมากกว่า และไม่ได้ผลลัพย์ออกมาดีเท่าที่ควร ซึ่งการจะวัดผลว่า Social Media ว่ามันเวิรก์และทำให้ธุรกิจของคุณก้าวหน้านั้นมันมีวิธีครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำครับ<span id="more-1574"></span></p>
<div>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>การวัดผลสื่อ Social Media</b></h3>
<div>
<p> ก่อนจะวัดผล คุณเองก็ต้องตั้งเป้าหมาย (Goal) ของการใช้สื่อ Social Media กับธุรกิจของคุณก่อนว่า คุณต้องการผลลัพย์อะไร และมันจะทำให้เกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจของคุณ ซึ่งผมต้องบอกว่า Social Media มันคือช่องที่ทำให้คุณสามารถเข้าถึงคนทั่วโลกนับพันๆ ล้านคน และคนไทยอีก 18 ล้านคนดังนั้น มันสามารถ ใช้เป็นช่องทางการโปรโมทและทำให้คนรู้จัก (Awareness) ธุรกิจของคุณ,  ใช้เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสาร (Communication) กับลูกค้าที่เร็ว ฟรี สะดวก, ใช้เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ หรือการทำให้ลูกค้าเกิดความผูกพัน (Engagement) กับธุรกิจหรือสินค้าของคุณได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องกลับมาที่ องค์กรของคุณมีกลยุทธ์ (Strategy) ในการนำสื่อ Social Media มาใช้หรือไม่? หากยังไม่มีรีบวางซะ</p>
</div>
</div>
<div></div>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ระบุเป้าหมายและวิธีการวัดผล (Key Metrics)</b></h3>
<div>
<div>จุดเด่นของการใช้ Social Media หรือสื่อออนไลน์ในการทำการตลาดคือ มันสามารถวัดผลได้แม่นยำ แต่เราเองก็ต้องระบุว่าเป้าหมายของการวัดผล มีหน่วย (Metrics) ในการวัดเป็นอย่างไร เช่น</div>
<div>
<ul>
<li><b>กลุ่มเป้าหมาย (Right Target)</b> วัดได้จาก ช่วงอายุ (Age) เพศ (Gender) สถานที่อยู่ (Location) ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามารับรู้ และสื่อสารผ่านช่องทาง Social Media ซึ่งสามารถวัดผลได้แม่นยำมาก</li>
<li><b>การรับรู้และความนิยม (Awareness)</b> วัดได้จาก จำนวนคนกดไลค์ (Like) คนมาติ-ชม (Comment) คนติดตาม (Follower) จำนวนครั้งที่คนเอาข้อความเราไปบอกต่อ (Share, ReTweet), คนดู (Viewer), จำนวนการคลิก (CTR)</li>
<li><b>อารมณ์ของคน (Sentiment)</b> เราสามารถวัดอารมณ์ ของคนที่พูดถึงสินค้า บริการหรือบริษัทของคุณได้ว่าเค้า ด่า ไม่พอใจ ชม รัก หลงสินค้าของคุณแค่ไหน ในโลกออนไลน์และ Social Media</li>
<li><b><b>คนที่มีอิทธิพลต่อแบรนด์ของคุณ (Influencer)</b></b> เราสามารถทราบได้ว่า ใครคือคนที่มีอิทธิพลต่อลูกค้าของคุณในการซื้อ หรือพูดถึงสินค้าของคุณได้</li>
<li><b>ยอดขาย (Sale)</b> วัดได้จาก อัตราการเปลี่ยนผู้ชมเปลี่ยนเป็นผู้ซื้อ (Conversion) จำนวนการสั่งซื้อ (Order)</li>
</ul>
</div>
<div>ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนของการหน่วยและวิธีการวัดผลของสื่อออนไลน์และ Social Media ซึ่งต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดว่าคุณต้องการเท่าไร โดยสามารถระบุตัวเลขลงไปได้เลย แต่หากไม่รู้ว่าจะกำหนดเท่าไรดี ลองไปดูค่ามาตรฐานของคู่แข่งหรือธุรกิจอื่นๆ ในเว็บ <a href="http://www.zocialrank.com/">www.ZocialRank.com</a> เว็บจัดอันดับ Social Media ได้</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เครื่องมือในการวัดผล (Tools)</b></h3>
<div>
<p> การวัดผลที่ดีคุณต้องรู้จักใช้เครื่องมือที่ใช้วัดผลในสื่อ Social Media ก่อนว่ามีอะไรบ้าง โดยตอนนี้มีเครื่องมือหลายๆ ตัวที่สามารถนำมาใช้ได้</p>
<div>
<ul>
<li>Facebook insight : เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทาง Facebook มีให้อยู่แล้ว สามารถดูได้ข้อมูลได้ลึกระดับนึงเลยทีเดียว</li>
<li><a href="http://www.zocialrank.com/">ZocialRank.com</a> : จัดอันดับและสามารถวิเคราะห์ข้อมูล Social Media ในหลายๆ ช่องทางเช่น Facebook, Twitter, Youtube, Instagram, Foursquare ทั้งของคุณและคู่แข่งได้ในเชิงลึก</li>
<li><a href="http://www.google.com/trends/">Google Trends</a> : คุณสามารถวัดผลว่าคน ค้นหาอะไรมากที่สุดใน Google โดยสามารถเปรียบเทียบระหว่าง คีย์เวิรด์ กับ คีย์เวิรด์อื่นๆได้ เช่นเทียบ ชื่อสินค้าคุณกับของคู่แข่ง</li>
<li><a href="https://twitter.com/search-advanced">Twitter Search</a> : ตรวจสอบข้อมูลว่ามคนพูดถึงคุณใน Twitter มากน้อยแค่ไหน</li>
<li><a href="http://www.zocialeye.com/">ZocialEye.com</a> : ระบบเก็บข้อมูลและติดตามว่ามีคนพูดถึง สินค้า แบรนด์ บริษัทหรือผู้บริหารของคุณ ว่ามีคนพูดถึงเท่าไรในแต่ละวัน เค้าด่า เค้าชม เค้าพูดถึงอย่างไรบ้าง และสามารถวัดได้ว่า ใครคือคนที่มีอิทธิพลต่อสินค้าหรือบริการของคุณในโลกออนไลน์ ผ่านหลายๆ Social Media รวมถึงยังสามารถทำ Research หรือ แบบสำรวจกลับไปยังกลุ่มคนในโลกออนไลน์ได้อีกด้วย</li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div>
<div>
<p><a href="http://i2.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/03/3.png"><img class=" wp-image-1576" alt="กราฟแสดงแต่ละช่องทาง Social Media ที่พูดถึงแบรนด์ของคุณ" src="http://i2.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/03/3.png?resize=788%2C356" data-recalc-dims="1" /></a></p>
</div>
</div>
<div>
<p>นี้เป็นเพียงบางส่วนของเครื่องมือในการวัดผล ซึ่งปัจจุบันยังมีเครื่องมีออีกมากมายหลากหลาย ที่คุณสามารถนำมาใช้วัดผล ว่าธุรกิจ สินค้าหรือแบรนด์ของคุณถุกพูดถึง และสามารถเข้าถึงคนได้มากน้อยขนาดไหน และเครื่องมือแต่ละตัวก็จะมีความสามารถในการวัดผลที่แตกต่างกัน</p>
</div>
<div>จากทั้งหมดที่ผมได้เล่าไป ผมมั่นใจว่า หากคุณสามรถกดหนดเป้าหมายได้ชัด และมีเครื่องมือที่ดีในการว้ดผล มันจะทำให้คุณสามารถวัดผลออกมาได้ชัดเจนว่า Social Media มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณมากแค่ไหน มันสามารถใช้ในการตลาดเชิงรับและเชิงรุกได้ และเป็นเครื่องมือและช่องทางทีมีศักยภาพมาก รวมถึงราคาของมันถูกแสนถูกเมื่อเทียบกับผลลัพย์ที่ได้ออกมา แต่ทั้งหมดนี้ <b> &#8221;ถ้าคุณใช้มันเป็น&#8221;</b> และถ้าใช้ไม่เป็น ก็ลองเริ่มวางแผนในการใช้สื่อนี้อย่างจริงๆ จังๆ หรือจะหาทีมงานที่ใช้เป็นและเชี่ยวชาญมาเป็นผู้ช่วยคุณแทนก็ได้ ผมว่าคุณคงต้องเริ่มแล้วล่ะครับ เพราะคู่แข่งคุณคงเริ่มไปแล้วล่ะ</div>
<p>&nbsp;</p>
<div></div>
<div></div>
<div></div>
<div></div>
<div></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pawoot.com/social-media-measuremen/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เอ้า.. บรรดา Startup ไทยได้เวลาลุกขึ้นมาทำจริงๆ จังๆ ได้แล้ว</title>
		<link>http://www.pawoot.com/time-to-startup</link>
		<comments>http://www.pawoot.com/time-to-startup#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 Feb 2013 09:51:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pawoot</dc:creator>
				<category><![CDATA[Advertorial]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pawoot.com/?p=1560</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ กระแสการสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่ หรือ Startup กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ผมเห็นโครงการของ dtac ที่ลุกขึ้นมาทำโครงการสนับสนุน Startup โดยการนำของคุณกระทิง  ดูเหมือนจะทำให้ตลาดของวงการ Tech Startup ไทยตื่นตัวขึ้นมาเลยทีเดียว ผมว่าการที่หลายๆ องค์กรช่วยกันกระตุ้นให้ เด็กรุ่นใหม่ และคนทำธุรกิจ เข้าสู่โลกดิจิตอล จะสร้างโมเดลธุรกิจแบบใหม่ ที่จะสามารถขยายออกไปทั่วโลกได้ง่ายๆ ซึ่งผมเอง ก็อยากเห็น Startup ของไทยไปเชิดชายในต่างประเทศเช่นเดียวกัน  หากใครเป็นคนที่มีความฝัน และอยากเป็นของธุรกิจด้านเทคโนโลยีของตัวนี้ นี้คือโอกาสดีของคุณนะครับ ดูเพิ่มเติม http://dtac.co.th/dtac-accelerate ดีแทค ปั้นโครงการ dtac Accelerate  พลิกเส้นทางลัดสุดยอดนักพัฒนาแอพสู่ซิลิคอน แวลลีย์ ศูนย์กลางนวัตกรรมไฮเทคของโลก ดีแทคเปิดตัวโครงการ dtac Accelerate  ประเดิมกิจกรรมแรกด้วยการจัดประกวดผลงานโมบายแอพพลิเคชั่น ในธีม Wizard of App เฟ้นหาสุดยอดนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อคว้าเส้นทางลัดสู่โอกาสในการเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ทำงานกับนักสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอผลงานกับกลุ่มนักลงทุนที่ “ซิลิคอน แวลลีย์” ศูนย์กลางธุรกิจไฮเทคซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก พร้อมรางวัลอื่น ๆ มูลค่ารวม 50 ล้านบาท [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ กระแสการสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่ หรือ Startup กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ผมเห็นโครงการของ dtac ที่ลุกขึ้นมาทำโครงการสนับสนุน Startup โดยการนำของคุณกระทิง  ดูเหมือนจะทำให้ตลาดของวงการ Tech Startup ไทยตื่นตัวขึ้นมาเลยทีเดียว ผมว่าการที่หลายๆ องค์กรช่วยกันกระตุ้นให้ เด็กรุ่นใหม่ และคนทำธุรกิจ เข้าสู่โลกดิจิตอล จะสร้างโมเดลธุรกิจแบบใหม่ ที่จะสามารถขยายออกไปทั่วโลกได้ง่ายๆ ซึ่งผมเอง ก็อยากเห็น Startup ของไทยไปเชิดชายในต่างประเทศเช่นเดียวกัน  หากใครเป็นคนที่มีความฝัน และอยากเป็นของธุรกิจด้านเทคโนโลยีของตัวนี้ นี้คือโอกาสดีของคุณนะครับ<span id="more-1560"></span></p>
<p>ดูเพิ่มเติม http://dtac.co.th/dtac-accelerate</p>
<p><iframe src="http://www.youtube.com/embed/BegDEveBA-g" height="315" width="560" allowfullscreen="" frameborder="0"></iframe></p>
<p dir="ltr"><strong>ดีแทค ปั้นโครงการ dtac Accelerate  พลิกเส้นทางลัดสุดยอดนักพัฒนาแอพสู่ซิลิคอน แวลลีย์ ศูนย์กลางนวัตกรรมไฮเทคของโลก</strong></p>
<p dir="ltr">ดีแทคเปิดตัวโครงการ dtac Accelerate  ประเดิมกิจกรรมแรกด้วยการจัดประกวดผลงานโมบายแอพพลิเคชั่น ในธีม Wizard of App เฟ้นหาสุดยอดนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อคว้าเส้นทางลัดสู่โอกาสในการเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ทำงานกับนักสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอผลงานกับกลุ่มนักลงทุนที่ “ซิลิคอน แวลลีย์” ศูนย์กลางธุรกิจไฮเทคซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก พร้อมรางวัลอื่น ๆ มูลค่ารวม 50 ล้านบาท</p>
<p dir="ltr">ปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า “ดีแทคเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรม การเลือกใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ดีที่สุด ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจสู่โมบายคอนเทนท์และแอพพลิเคชั่น เพื่อสร้าง application ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ทางด้านการส่งเสริมการตลาดกับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นในประเทศไทย เพื่อนำแอพพลิเคชั่นดีๆ สู่ผู้ใช้บริการ โดยตอนนี้ ทางดีเทคได้ผู้บริหารหน้าใหม่ คือคุณกระทิง เรืองโรจน์ พูลผล มาร่วมงานเพื่อดูแลฝ่ายผลิตภัณฑ์ และ application ecosystem”</p>
<p dir="ltr">กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย เราจึงริเริ่มโครงการ dtac Accelerate เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้คนไทยลุกขึ้นมาสร้างนวัตกรรม แอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ และเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมให้คนไทยร่วมปฏิวัติอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพิ่มพื้นที่เรียนรู้และแสดงศักยภาพให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จากการที่เคยผ่านประสบการณ์ทำงานที่ ซิลิคอน แวลลีย์ มาก่อน ผมเชื่อว่าที่นั่นคือศูนย์กลางนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ เป็นจุดเริ่มต้นขององค์กรด้านเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักทั่วโลกมากมาย แต่ก็ไม่ใช่ที่ที่ใคร ๆ สามารถประสบความสำเร็จได้ง่าย ๆ และวันนี้ ดีแทคได้นำโอกาสนั้นมาสู่คนไทยที่มีความสามารถ มีความกล้าที่จะคิด ทำในสิ่งที่แตกต่าง และเป็นไปได้ โครงการนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นเส้นทางลัดนำทีมนักพัฒนาไทยไปสู่ซิลิคอน แวลลีย์ เพื่อมุ่งมั่นสร้างฝันให้เป็นจริงบนเวทีการแข่งขันระดับโลก”</p>
<p dir="ltr">ซิลิคอน แวลลีย์ คือศูนย์กลางนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมไฮเทคระดับโลก ได้รับการขนานนามว่าเป็นเสมือนดินแดนมหัศจรรย์ ที่ซึ่งความคิด ความฝัน เทคโนโลยี และธุรกิจมาสอดประสานกันและสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ให้กับโลกได้เสมอ ตั้งอยู่ที่เมืองซาน ฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เป็นแหล่งกำเนิดของบริษัทชั้นนำที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก อาทิ กูเกิ้ล ยูทูป แอปเปิ้ล เอชพี ซิสโก้ อินสตาแกรม ฯลฯ</p>
<p dir="ltr">ประสบการณ์ของเรืองโรจน์ที่ซิลิคอน แวลลีย์ มีทั้งการทำงานและการร่วมลงทุนก่อตั้งบริษัท โดยทำงานที่บริษัทกูเกิ้ล และเป็นหนึ่งในทีมผู้พัฒนากูเกิ้ลเอิร์ธ  โปรแกรมแสดงแผนที่ เส้นทาง และภาพภูมิทัศน์จากทั่วโลก และเป็นหนึ่งในผู้</p>
<p><b><b> <img class="alignnone aligncenter" alt="" src="https://fbcdn-sphotos-a-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/559708_10151494776842069_870672459_n.jpg" width="672" height="447" /></b></b></p>
<p dir="ltr">ร่วมก่อตั้ง Technology Startup สามารถระดมเงินทุน 1.1 ล้านดอลลาร์จาก Angel Investor และเริ่มต้นตั้งบริษัทของตัวเองที่นั่น  โดยเรืองโรจน์จะนำเอาประสบการณ์ทำงานที่นั่นกว่า 7 ปี มากลั่นกรองและถ่ายทอดสู่ทีมนักพัฒนาที่เข้าร่วมโครงการ dtac Accelerate ภายในระยะเวลาไม่ถึงปี</p>
<p dir="ltr">กิจกรรมแรกของโครงการ dtac Accelerate คือการจัดประกวดผลงานโมบายแอพพลิเคชั่น ภายใต้ธีม Wizard of App เพื่อหาทีมสุดยอดนักพัฒนาแอพไปสัมผัสบรรยากาศการทำงานแบบองค์กรพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลกที่ “ซิลิคอน แวลลีย์” ศูนย์กลางธุรกิจไฮเทคของโลก และผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันแคมเปญนี้คือ กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล ซึ่งจะนำเอาประสบการณ์ในการทำงานที่ซิลิคอน แวลลีย์มาบอกเล่าเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อมทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประสานงานกับบริษัทต่าง ๆ ที่นั่นเพื่อนำทีมนักพัฒนาไทยไปเรียนรู้การทำงานแบบนักพัฒนานวัตกรรมระดับโลก โดยโครงการ dtac accelerate ได้พันธมิตรระดับโลกมาสนับสนุนโครงการ อาทิ Blackbox และ Founder Institute ซึ่งทั้งสององค์กรเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก</p>
<p dir="ltr">ทีมนักพัฒนาแอพที่ชนะเลิศในโครงการ dtac Accelerate จะได้เดินทางไปซิลิคอน แวลลีย์ เพื่อเข้าร่วมโครงการ Blackbox Accelerate เป็น 1 ใน 12 ทีมจากทั่วโลก และมีโอกาสได้นำเสนอผลงานกับกลุ่มนักลงทุน ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งในโลกธุรกิจปัจจุบันที่มีองค์กรพัฒนาเทคโนโลยีจำนวนมากมายและภาวะการแข่งขันอันรุนแรง และนอกจากนี้ทีมรองชนะเลิศจะได้รับโอกาสร่วม Accelerator program ในระดับภูมิภาค ซึ่งโครงการ dtac Accelerate นี้มีของรางวัลมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 50 ล้านบาท</p>
<p dir="ltr"><img class="aligncenter" alt="" src="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/02/Screen-Shot-2013-03-01-at-4.08.13-PM.png?resize=648%2C427" data-recalc-dims="1" /></p>
<p dir="ltr">การจัดประกวดการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น ในโครงการ dtac Accelerate  เปิดรับสมัครผู้แข่งขันเป็นทีมจำนวนไม่เกิน 5 คน ผู้สมัครจะต้องส่งข้อเสนอโครงการพัฒนาแอพ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2556 จากนั้นคณะกรรมการประกวดจะคัดเลือกให้เหลือ 30 โครงการและประกาศผู้ผ่านการคัดเลือกรอบแรกในเดือนพฤษภาคม จะมีการจัดโค้ชชิ่งเวิร์คช็อปโดยทีมนักพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลกให้กับทีมที่ได้รับการคัดเลือกระหว่างเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2556 จากนั้นจะคัดเลือกผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่เข้ารอบสุดท้าย 10 โครงการเพื่อทำการพัฒนาจริง และตัดสินหาทีมผู้ชนะเลิศในเดือนกันยายน 2556</p>
<p><b id="internal-source-marker_0.28597264364361763">การประกวดโมบายแอพเพื่อคว้าโอกาสในการเรียนรู้ประสบการณ์ทำงานที่ซิลิคอน แวลลีย์ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางลัดสู่ความสำเร็จ ดีแทคยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ภายใต้โครงการ dtac Accelerate ตามมาอย่างต่อเนื่อง</b></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pawoot.com/time-to-startup/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการซื้อเฟอร์บี้ และของทางเว็บไซต์ยังไงไม่ให้โดนโกง</title>
		<link>http://www.pawoot.com/furby-how-to-buy-in-online</link>
		<comments>http://www.pawoot.com/furby-how-to-buy-in-online#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Feb 2013 04:46:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pawoot</dc:creator>
				<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[Recent Article]]></category>
		<category><![CDATA[furby]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pawoot.com/?p=1553</guid>
		<description><![CDATA[เดียวนี้หลายคนชอบซื้อสินค้าออนไลน์ กันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกระแสการเลือกซื้อตุ๊กตาเฟอร์บี้ทางออนไลน์ หรือโซเชี่ยลมีเดีย เพราะว่าถูกกว่า เร็วกว่า และหาซื้อที่อื่นไม่ได้แล้ว จึงเป็นช่องทางที่หลายๆ อยากจะสั่งซื้อกัน แต่หลายคนก็ยังกังวล และไม่ค่อยมั่นใจกับเว็บไซต์ หรือคนที่ขายผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย อย่าง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือ อินสตาร์แกรม ว่างหากคุณซื้อไปแล้วและจ่ายเงินไปแล้ว คุณจะได้สินค้าหรือไม่ วันนี้ผมมีเทคนิคในการเลือกซื้อทางออนไลน์ เพื่อทำให้คุณมั่นใจมากขึ้น A.) เช็กจากเว็บไซต์ร้านค้า &#160; หากซื้อสินค้าผ่านทาง Instagram หรือ Facebook, Social Network  ควรจะขอ Facebook หรือ Social Network ของเจ้าของจริงๆ เพื่อยืนยันการมีตัวตนของผู้ที่ขาย นอกเหนือจากแอคเค้าที่เค้าใช้ขายของ หากเค้ามีเว็บไซต์ เช็กชื่อเว็บไซต์ว่าน่าเชื่อถือหรือเปล่า พวกชื่อเว็บทีลงท้ายด้วย .cc ค่อนข้างน่ากลัวเพราะเป็นชื่อโดเมนที่แจกฟรี และเช็กชื่อเว็บว่าชื่อเว็บนี้จดหรือตั้งมานานแล้วหรือยัง สำหรับ .com เช็กได้ที่ http://dawhois.com  สำหรับชื่อเว็บที่ลงท้ายด้วย .th เช็กได้ที่  http://thnic.co.th/whois หากเว็บที่เปิดมานานแล้ว เกิน 6  เดือนขึ้นไป ก็จะมีความน่าเชื่อมากกว่าเว็บที่เพิ่งเปิดมาเพียงไม่กี่เดือน (ส่วนใหญ่เว็บที่หลอกลวงจะเปิดได้ในช่วงเวลาสั้นๆ) หากเป็นผู้ที่ขายกับผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียงก็จะมีความน่าเชื่อถือระดับนึง เพราะผู้ให้บริการจะมีการตรวจสอบร้านค้ามาก่อน เช่น http://ชื่อร้าน.tarad.com [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เดียวนี้หลายคนชอบซื้อสินค้าออนไลน์ กันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกระแสการเลือกซื้อตุ๊กตาเฟอร์บี้ทางออนไลน์ หรือโซเชี่ยลมีเดีย เพราะว่าถูกกว่า เร็วกว่า และหาซื้อที่อื่นไม่ได้แล้ว จึงเป็นช่องทางที่หลายๆ อยากจะสั่งซื้อกัน แต่หลายคนก็ยังกังวล และไม่ค่อยมั่นใจกับเว็บไซต์ หรือคนที่ขายผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย อย่าง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือ อินสตาร์แกรม ว่างหากคุณซื้อไปแล้วและจ่ายเงินไปแล้ว คุณจะได้สินค้าหรือไม่ วันนี้ผมมีเทคนิคในการเลือกซื้อทางออนไลน์ เพื่อทำให้คุณมั่นใจมากขึ้น</p>
<p><span id="more-1553"></span></p>
<p><b>A.) เช็กจากเว็บไซต์ร้านค้า</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<ol>
<li>หากซื้อสินค้าผ่านทาง Instagram หรือ Facebook, Social Network  ควรจะขอ Facebook หรือ Social Network ของเจ้าของจริงๆ เพื่อยืนยันการมีตัวตนของผู้ที่ขาย นอกเหนือจากแอคเค้าที่เค้าใช้ขายของ</li>
<li>หากเค้ามีเว็บไซต์ เช็กชื่อเว็บไซต์ว่าน่าเชื่อถือหรือเปล่า พวกชื่อเว็บทีลงท้ายด้วย .cc ค่อนข้างน่ากลัวเพราะเป็นชื่อโดเมนที่แจกฟรี และเช็กชื่อเว็บว่าชื่อเว็บนี้จดหรือตั้งมานานแล้วหรือยัง สำหรับ .com เช็กได้ที่ <a href="http://dawhois.com/">http://dawhois.com</a>  สำหรับชื่อเว็บที่ลงท้ายด้วย .th เช็กได้ที่  <a href="http://thnic.co.th/whois">http://thnic.co.th/whois</a> หากเว็บที่เปิดมานานแล้ว เกิน 6  เดือนขึ้นไป ก็จะมีความน่าเชื่อมากกว่าเว็บที่เพิ่งเปิดมาเพียงไม่กี่เดือน (ส่วนใหญ่เว็บที่หลอกลวงจะเปิดได้ในช่วงเวลาสั้นๆ)</li>
<li>หากเป็นผู้ที่ขายกับผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียงก็จะมีความน่าเชื่อถือระดับนึง เพราะผู้ให้บริการจะมีการตรวจสอบร้านค้ามาก่อน เช่น <a href="http://%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99.tarad.com/">http://ชื่อร้าน.tarad.com</a> หากจะตรวจสอบก็ติดต่อกับผู้บริการได้เลย เพื่อตรวจสอบข้อมูลเจ้าของร้าน</li>
<li>เช็กการพูดคุยและโต้ตอบกันก่อนหน้านี้ ของผู้ขายหรือเว็บนั้นๆ ดูว่ามีคนเข้าไปเขียนตอบอะไรบ้าง อัตราการโต้ตอบในเว็บหรือโซเชี่ยลมีเดียเร็วแค่ไหน หรือกระทู้ล่าสุดที่่ตอบคือเมื่อวันไหน? เพราะหากคำถามถูกทิ้งไม่ได้ตอบไว้นาน หรือในอาจจะมีแต่คนเข้าไปด่า แบบนี้ก็อย่าไปซื้อกับเว็บหรือคนๆ นั้นเลยครับ และต้องเช็กว่ามีผู้เคยได้รับสินค้าแล้วหรือยังด้วย เพราะจะสามารถตรวจสอบตัวตนของเจ้าของนั้นได้ (ระวัง Account ที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ๆ)</li>
<li>ตรวจสอบดูความใหม่ของสินค้าหน้าเว็บไซต์ และการอัพเดทเว็บไซต์ หากเว็บไซต์มีการอัพเดทเป็นประจำ เช่นมีสินค้าใหม่ๆ, มีการเปลี่ยนแปลงโปรโมชั่น การแปลี่ยนแปลงข่าวสารหน้าเว็บเป็นประจำ ก็แสดงให้เห็นว่าเจ้าของร้านดูแลหน้าเว็บไซต์เป็นประจำ ทำให้เรามั่นใจได้มากขึ้น</li>
<li>ดูว่ามีลูกค้าที่เคยซื้อสินค้ากับร้านนี้หรือไม่ ลองเช็กได้ทางเว็บบอร์ดของทางร้าน (หากมี) หรือลอง email ติดต่อไปหาคนที่เคยซื้อไป ว่าบริการของร้านค้าเป็นอย่างไรบ้าง เราจะได้มั่นใจมากขึ้น</li>
<li>ต้องระวังหากสินค้ารายการนั้นมีราคาถูกมากจนเกินไป (แบบไม่น่าเชื่อ) ต้องระวังให้ดี และยิ่งหากข้อสังเกตุตามข้อที่ผ่านมา ไม่ครบถ้วนในการตรวจสอบ ก็อาจจะเข้าข่ายน่ากลัวได้เช่นกัน</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>B.) ตรวจสอบข้อมูลของเจ้าของเว็บไซต์ร้านค้า</b></p>
<ol>
<li>เบอร์ติดต่อของร้านค้าที่ หากมีเบอร์ที่เป็น 02 หรือ เบอร์บ้านจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะมีที่อยู่หลักแหล่งแน่นอน</li>
<li>ในเว็บไซต์ควรมีที่อยู่ของธุรกิจแสดงอยู่ เพื่อบ่งบอกว่าร้านค้าหรือเจ้าของร้านอยู่ที่ไหน จะดีกว่าเว็บไซต์ที่ไม่แสดงข้อมูลที่อยู่จริงๆ</li>
<li>ดูว่ามี ชื่อจริง นามสกุลจริง ของเจ้าของร้านแสดงอยู่ไหม หากมีชื่อจริง หรือเลขบัญชีธนาคารที่เราต้องจ่ายเงินไปให้ ลองใช้ชื่อเหล่านั้นค้นหาตรวจสอบใน Google ก่อนว่ามีประวัติอย่างไรมาบ้าง เพราะหากเป็นชื่อหรือบัญชีที่เคยโกงมาก่อน ก็อาจจะเจอคนอื่นๆ มาพูดถึงหรือบ่นถึงไว้ในที่อื่นๆ เช่นกัน</li>
<li>หากเว็บไซต์นั้นๆ มีการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ก็จะน่าเชื่อถือมากขึ้น เช็กและตรวจสอบได้ที่ <a href="http://www.dbd.go.th/edirectory/">http://www.dbd.go.th/edirectory</a></li>
</ol>
<p><b> C.) การซื้อและชำระสินค้า </b></p>
<ol>
<li>ชำระเงินด้วยบัตรเครดิต (หากร้านค้ารองรับ) เพราะหากมีปัญหา เราสามารถดึงเงินกลับได้เพราะเป็นชำระเงินแบบ “เครดิต” ซึ่งแตกต่างกับการจ่ายเงินสด หรือโอนเงิน เพราะหากจ่ายไปแล้ว แล้วผู้ขายเอาเงินออกไป ก็ยากที่จะไปเอาเงินคืน</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คำแนะนำอื่นๆ</b></p>
<ul>
<li>หากยังไม่มั่นใจกับเว็บไซต์เว็บน้ัน ให้ลองซื้อของชิ้นที่ราคาถูกๆ ไปก่อน หากบริการดีและน่าเชื่อถือ แล้วค่อยเพิ่มจำนวนการซื้อหรือราคาของสินค้าเพิ่มมากขึ้น</li>
<li>ลองถามชื่อเว็บไซต์กับคนอื่นๆ ที่เค้าอาจจะเคยซื้อ หรือรู้จักร้านนี้มาก่อน เช่นตามเว็บบอร์ดต่างๆ</li>
<li>เดียวนี้การซื้อสินค้ากับ ช้อปปิ้งมอลล์ออนไลน์ ที่ภายในมีร้านค้ามากมายอยู่ และมีการการันตี ว่าคุณจะได้ของแน่นอน หากไม่ได้ทางเว็บไซต์ช้อปปิ้งมอลล์ จะคืนเงินให้กับคุณ ทำให้คุณมั่นใจได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น <a href="http://tarad.com/">TARAD.com</a> การันตี “มั่นใจได้ของชัวร์” หากไม่ได้ของ <a href="http://tarad.com/">TARAD.com</a> ยินดีจ่ายเงินคืนคุณสูงสุด 5 หมื่นบาทเลยทีเดียว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pawoot.com/furby-how-to-buy-in-online/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้บริหารและหัวหน้ารุ่นเก๋า อ่านตรงนี้หน่อย.! วิธีทำให้องค์กรคุณเติบโตในยุคนี้</title>
		<link>http://www.pawoot.com/change-to-new-media</link>
		<comments>http://www.pawoot.com/change-to-new-media#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Feb 2013 10:30:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pawoot</dc:creator>
				<category><![CDATA[E-Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[e-Commerce]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pawoot.com/?p=1543</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบันนี้คนไทยเราเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับ-ชม-ข่าวสาร และสื่อต่างๆ ไปอย่างมาก ไม่เฉพาะคนกรุงเทพหรือตามหัวเมืองใหญ่เท่าไร คนต่างจังหวัดเองก็เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมไปแล้วเช่นเดียวกัน เช่น หลายๆ คนติดตามเพื่อนๆ ว่าทำอะไรผ่าน เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือต้องค้นหาข้อมูลหรือปัญหาที่ตัวเองต้องการทันทีผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือดูละครและรายการทีวีต่างๆ ทางยูทูป สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไปแล้วสำหรับคนไทย แต่สำหรับธุรกิจแและกิจการต่างๆ ผมต้องถามคุณว่า &#8220;คุณปรับตัวเองเข้ากับพฤติกรรมคนไทยที่เปลี่ยนไปแล้วหรือยัง?&#8221; บางคนบอกว่าตัวเองไม่ได้ใช้ แต่ลองสังเกตุคนรอบๆ คุณสิ ว่าเค้าใช้หรือเปล่า? เมื่อพฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนแปลงไปในการรับชมข่าวสาร ทีวี วิทยุ และสิ่งพิมพ์ กลายเป็นช่องทางที่คนบางกลุ่มเริ่มให้ความสนใจ และใช้เวลาน้อยลง แต่กลับกลายเป็นใช้เวลากับสื่อทางด้านดิจิตอลมากขึ้น เช่น คอมพิวเตอร์ มือถือ แท็ปเล็ต ขนาดของหน้าจอที่คนไทยรับชมข้อมูลข่าวสารเริ่มมีหลากหลายขนาดมากขึ้น (multi-screen) จอเล็ก จอใหญ่ ดังนั้นการสื่อสารกับลูกค้าของคุณในช่องทางเดิมๆ คุณอาจจะเริ่มเห็นว่า มันได้ผลน้อยลง การวางแผนการตลาด การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในช่องทางเดิมๆ อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องแล้วในยุคนี้ เรามีตัวอย่างของความสำเร็จของธุรกิจไทยหลายๆ แห่งที่เริ่มนำสื่อดิจิติอลและสื่อออนไลน์เข้ามาใช้ในการ เพ่ิมการรับรู้ของสินค้า (Awareness) และการเพิ่มยอดขาย (Sale) มากมายหลายกรณี แต่จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจขนาดใหญ่ หรือขนาดกลาง มีหลายกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จเกิดขึ้นกับธุรกิจขนาดเล็กเช่นเดียวกัน แต่มันยังไม่มากพอ [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันนี้คนไทยเราเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับ-ชม-ข่าวสาร และสื่อต่างๆ ไปอย่างมาก ไม่เฉพาะคนกรุงเทพหรือตามหัวเมืองใหญ่เท่าไร คนต่างจังหวัดเองก็เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมไปแล้วเช่นเดียวกัน เช่น หลายๆ คนติดตามเพื่อนๆ ว่าทำอะไรผ่าน เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือต้องค้นหาข้อมูลหรือปัญหาที่ตัวเองต้องการทันทีผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือดูละครและรายการทีวีต่างๆ ทางยูทูป สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไปแล้วสำหรับคนไทย แต่สำหรับธุรกิจแและกิจการต่างๆ ผมต้องถามคุณว่า <b>&#8220;คุณปรับตัวเองเข้ากับพฤติกรรมคนไทยที่เปลี่ยนไปแล้วหรือยัง?&#8221; </b>บางคนบอกว่าตัวเองไม่ได้ใช้ แต่ลองสังเกตุคนรอบๆ คุณสิ<b> </b>ว่าเค้าใช้หรือเปล่า?</p>
<p><span id="more-1543"></span></p>
<p>เมื่อพฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนแปลงไปในการรับชมข่าวสาร ทีวี วิทยุ และสิ่งพิมพ์ กลายเป็นช่องทางที่คนบางกลุ่มเริ่มให้ความสนใจ และใช้เวลาน้อยลง แต่กลับกลายเป็นใช้เวลากับสื่อทางด้านดิจิตอลมากขึ้น เช่น คอมพิวเตอร์ มือถือ แท็ปเล็ต ขนาดของหน้าจอที่คนไทยรับชมข้อมูลข่าวสารเริ่มมีหลากหลายขนาดมากขึ้น (multi-screen) จอเล็ก จอใหญ่ ดังนั้นการสื่อสารกับลูกค้าของคุณในช่องทางเดิมๆ คุณอาจจะเริ่มเห็นว่า มันได้ผลน้อยลง การวางแผนการตลาด การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในช่องทางเดิมๆ อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องแล้วในยุคนี้</p>
<p><a href="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/02/executive-recruiter-interviews-candidate.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1546" alt="executive-recruiter-interviews-candidate" src="http://i0.wp.com/www.pawoot.com/wp-content/uploads/2013/02/executive-recruiter-interviews-candidate.jpg?resize=425%2C282" data-recalc-dims="1" /></a></p>
<p>เรามีตัวอย่างของความสำเร็จของธุรกิจไทยหลายๆ แห่งที่เริ่มนำสื่อดิจิติอลและสื่อออนไลน์เข้ามาใช้ในการ เพ่ิมการรับรู้ของสินค้า (Awareness) และการเพิ่มยอดขาย (Sale) มากมายหลายกรณี แต่จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจขนาดใหญ่ หรือขนาดกลาง มีหลายกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จเกิดขึ้นกับธุรกิจขนาดเล็กเช่นเดียวกัน แต่มันยังไม่มากพอ ที่จะเปลี่ยนมุมมองของเจ้าของธุรกิจและนักการตลาดไทยได้ ดังนั้นหากคุณอยากจะเริ่มต้นนำสื่อออนไลน์เข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจของคุณ ผมขอสรุปง่ายๆ ได้ดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เพิ่มยอดขาย (Sale)</b></h3>
<ul>
<li>การเริ่มต้นมีเว็บไซต์ และการทำการค้าผ่านทางหน้าเว็บ (E-Commerce) เว็บที่คุณอยู่ปัจจุบันมันเวิรก์หรือเปล่า? ปรับมันดีแล้วหรือยัง?</li>
<li>กาารใช้การตลาดผ่านอีเมล์ส่งหาลูกค้าได้ทันที (E-mail Marketing) ส่งหาลูกค้าเป็นแสนๆ คนได้ฟรีๆ</li>
<li>การปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณให้คนที่ค้นหาผ่าน Google ได้เจอคุณเป็นอันดับต้นๆ (Search Engine Optimization) เดียวนี้ใครๆ ก็ใช้ Google ก้ันหมดแล้วทั้งประเทศ นี้คือช่องทางที่เข้าถึงลูกค้าดีมากๆ ช่องทางนึง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>การโปรโมตและเพิ่มการรับรู้จักสินค้าและบริการ (Awareness)</b></h3>
<ul>
<li>การลงโฆษณาในเว็บไซต์ตามกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจคุณ</li>
<li>การสื่อสารผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดีย หรือจะลงโฆษณาก็ได้</li>
<li>การโปรโมท ธุรกิจผ่านทางยูทูป (Youtube)</li>
<li>การทำกิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อดึงกลุ่มเป้าหมายของคุณให้เข้ามาร่วมเล่นกิจกรรม</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเริ่มต้น การนำธุรกิจของคุณเข้าสู่โลกออนไลน์ ซึ่งแต่ละวิธีสามารถปรับเปลี่ยน และสามารถวัดผลได้อย่างแม่นยำมากว่าสื่ออื่นๆ เช่น เราสามารถวัดจำนวนคนที่เห็นสื่อทางออนไลน์, วัดผลได้ว่ามีคนซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เท่าไร รวมถึงยังสามารถวัดผลถึงความคุ้มค่า (ROI) ของการลงทุนในแต่ละสื่อได้อย่างแม่นยำ ซึ่งสิ่งที่ผมเกริ่นมา ไม่ใช่เรื่องยาก และเรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนใหญ่องค์กรหรือธุรกิจหลายๆ แห่งที่ยังไม่ได้นำสื่อออนไลน์มาใช้กับธุรกิจ เกิดจาก <b>&#8220;<span style="text-decoration: underline;">ผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการไม่เข้าใจในสื่อออนไลน์</span></b><b>&#8220;</b> ทำให้เมื่อไม่เข้าใจ จึงไม่กล้าที่จะลงมือทำหรือปฏิบัติ <strong><span style="text-decoration: underline;">จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้องค์กรเหล่านั้น ไม่เติบโตไปข้างหน้าเท่าที่ควรจะเป็น</span></strong> เพราะจริงๆ แล้ว หากผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการไม่เข้าใจ หรือไม่รู้เรื่อง ก็ควรจะเปิดใจ เปิดรับ และหาคนที่เข้าใจและทำเป็น ซึ่งอาจจะเป็นคนในองค์กรของคุณ หรือคนนอกองค์มาช่วยพัฒนาและนำพาธุรกิจของคุณเข้าสู่โลกออนไลน์  อย่าเอาความไม่รู้ ใช้ไม่เป็น ของคุณ (ผุ้บริหารและเจ้าของกิจการ) มาเป็นตัวขัดขวางการเติบโตของธุรกิจของคุณ  จงเปิดใจให้กว้าง.. แล้วเรียกลูกน้องคุณ หรือคนที่เข้าใจเรื่องเทคโนโลยีออนไลน์มาช่วยธุรกิจของคุณดีกว่า ก่อนที่จะสายเกินไป..    หรือลองไปอ่านเทคนิคและวิธีการต่างๆ ในการนำธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์ได้ฟรีๆ ที่ www.pawoot.com ครับ  <em>(แนะนำให้นำบทความนี้ ไปวางไว้บนโต๊ะ ของผู้บริหารหรือหัวหน้าของคุณ หากคุณชอบและอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในองค์กรคุณ) </em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pawoot.com/change-to-new-media/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการโอนเงินผ่านธนาคารและสามารถระบุตัวตนได้ทันที แบบง่ายๆ</title>
		<link>http://www.pawoot.com/bank-transfer-verify</link>
		<comments>http://www.pawoot.com/bank-transfer-verify#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 31 Jan 2013 19:15:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pawoot</dc:creator>
				<category><![CDATA[Online Payment]]></category>
		<category><![CDATA[bank transfer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pawoot.com/?p=1538</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ไปเจอเว็บนึง เค้าใช้วิธีการ แจ้งให้ลูกค้าโอนเงินผ่านธนาคาร แล้ว มีวิธีระบุว่ารายการที่โอนเงินนั้น มาจากใครคนไหนได้ง่ายๆ โดยวิธีการคือ &#160; &#8220;การโอนเงิน&#8230; รบกวน ให้โอนยอดเงินมีเศษจุดทศนิยม เป็นเลขท้ายโทรศัพท์มือถือของเพื่อนๆด้วยนะครับเพื่อสะดวกต่อการเช็คยอด เช่น มือถือหมายเลข 080-088-1234 ซื้อของยอดเงิน 990 ให้โอนเงินเป็น 990.34 บาทครับ&#8221; &#160; แหม เป็นวิธีการที่ง่ายๆ และสามารถยืนยันตัวตนได้ดีจริงๆ ครับ เหมาะกับการค้าออนไลน์ง่ายๆ ของไทยครับ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ไปเจอเว็บนึง เค้าใช้วิธีการ แจ้งให้ลูกค้าโอนเงินผ่านธนาคาร แล้ว มีวิธีระบุว่ารายการที่โอนเงินนั้น มาจากใครคนไหนได้ง่ายๆ โดยวิธีการคือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>&#8220;การโอนเงิน&#8230; รบกวน ให้โอนยอดเงินมีเศษจุดทศนิยม เป็นเลขท้ายโทรศัพท์มือถือของเพื่อนๆด้วยนะครับเพื่อสะดวกต่อการเช็คยอด เช่น มือถือหมายเลข 080-088-1234 ซื้อของยอดเงิน 990 ให้โอนเงินเป็น 990.34 บาทครับ&#8221;</h4>
<p>&nbsp;</p>
<p>แหม เป็นวิธีการที่ง่ายๆ และสามารถยืนยันตัวตนได้ดีจริงๆ ครับ เหมาะกับการค้าออนไลน์ง่ายๆ ของไทยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pawoot.com/bank-transfer-verify/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Served from: www.pawoot.com @ 2013-05-22 00:11:02 by W3 Total Cache -->