Technology

วิเคราะห์อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยปี 2009 แบบไม่เกรงใจใคร

ก่อนอื่น ขอบอก่อนครับว่าข้อความที่จะอ่านต่อจากนี้เป็น เกิดขึ้นตอนสติไม่ค่อยดีเท่าไร (มึนๆ นิดๆ) อาจจะมีภาษาอะไรไม่สุภาพบ้าง ก็ต้องขออภัยมา ณ. ที่นี่ด้วยครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในคือวันที่ 11 มกราคม 2010 เวลา เทียงคืนนิดๆ เป็นข้อความที่รวมมาจาก Twitter ของผม อาจจะไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าไร แต่ก็น่าจะพอได้อะไรบ้างครับ

Pawoot P.

มันเริ่มจาก ฝรั่งเศสเล็งเก็บภาษี เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่

    ขอวิเคราะห์ เหตุการณ์ "ฝรั่งเศสเล็งเก็บภาษี เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ Google, Yahoo, Facebook " ผมเองรู้สึกและกำลังจับตามองเรื่องนี้มานานแล้วละครับ อย่างเหตการณ์ในปัจจุบัน เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ในโลกหลายแห่ง กำลังสนุกสนานกับการสร้างรายได้อย่าง "มหาศาล" จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างมากมายในรูปแบบของ Long Tail คือหาโมเดลรายได้เก็บเงินนิดหน่อยๆ แต่เก็บจากคนทั่วโลก ก็สามารถทำให้เกิดรายได้มหาศาล โดยใช้โอกาสให้ผู้ซื้อทั่วโลกสามารถชำระเงินผ่านออนไลน์ ผ่านบัตรเครดิตชำระตรงไปที่ บริษัทเแต่ละแห่งในประเทศนั้นๆ ได้เลย (บริษัทบางแห่งอาจจะมีการวางแผนการรับเงินโดย เปิดบริษัทในประเทศบางประเทศที่มีสิทธิทางด้านภาษี ทำให้เค้าสามารถ ได้ผลประโยชน์ทางด้านภาษีมาก) ทั้งนี้เพื่อให้เกิดกำไรสูงสุด จึงทำให้ปัญหาบางอย่าง เพราะการ "จ่ายเงินตรงและออกไปยังประเทศของบริษัทเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ต่างๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต"  ทำให้ เว็บไซต์ใหญ่ๆ ไม่ต้อง "เสียภาษี" ให้กับรัฐบาลของหลายๆ ประเทศทั่วโลก เพราะการชำระเงินผ่านสามารถส่งผ่านอินเทอร์เน็ต ข้ามไปยังประเทศของเค้าเลย ซึ่งจะเห็นได้ว่า หลายๆ ประเทศมีการจ่ายเงินผ่านออกช่องทางออนไลน์ ไปยังประเทศที่บริษัทเว็บไซต์ใหญ่ ๆอยู่ อาจจะมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทหรือพันล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว นี้คือ "ความเสียเปรียบ ของประเทศที่เว็บไซต์ใหญ่ ๆหลายๆ แห่งไม่ได้มีบริษัทตั้งอยู่" เพราะ "การจ่ายเงินตรงออกไปยังประเทศที่บริษัททเว็บไซต์ใหญ่ๆ อยู่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือประโยชน์อะไรกับภาครัฐหรือประเทศที่เว็บไซต์นั้นไม่ได้ตั้งอยู่เลย" ประเทศเหล่านั้นไม่ได้แม้แต่เงินค่าภาษีการจ้างคน ภาษีธุรกิจ ซักบาท เพราะบริษัทเว็บไซต์ใหญ่ๆ จะจ้างคนประเทศนั้นๆ ไปรวมอยู่ประเทศอื่นๆ ใกล้เคียงเอาไว้รวมกัน เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ และประหยัดค่าใช้จ่าย นีื้คือความได้ เปรียบของธุรกิจที่อยู่ในโลกออนไลน์ ที่สามารถ "กำหนดเส้นทางการเดินทางของเงินได้" ไม่ยาก โดยไม่ต้องเสียภาษีให้กับแต่ละประเทศ กลับมามองเมืองไทย ธุรกิจต่างๆ ของไทย "ใช้ความได้เปรียบด้านนี้ น้อยมากๆ" มีเพียงน้อยนิดของธุรกิจออนไลน์ที่ใช้ความได้เปรียบนี้ ส่วนใหญ่ เราจะเป็นผู้ "ซื้อ" มากกว่า ดังนั้นการผมเห็นข่าวของ รัฐบาลฝรั่งเศส จะออกมาเก็บภาษีกับเว็บใหญ่ๆ เช่น Google, Yahoo, Facebook ตามข่าวนี่ ผมเห็นด้วย 100%

 

วิธีการแก้ปัญหาของเรื่องนี้

       ทางออกของวิธีการเก็บภาษี นี้ไม่ยากครับ คือ การผลักดันให้เว็บใหญ่ๆ เปิดสาขาในประเทศที่ไปเปิดให้บริการ กำหนดให้เค้ามีการรับรายได้ผ่านสาขาในประเทศ เมื่อมีการกำหนดให้ มีการเกิดรับรายได้ผ่านสาขาในประเทศนั้นๆ ข้อดีคือ ประเทศนั้นๆ สามารถเก็บภาษีและสามารถช่วยเหลือสนับสนุนท้องถิ่นๆนั้นๆ ได้ แต่คำถามคือ เว็บใหญ่ๆ จะยอมหรือเปล่า?? คำตอบคือ "ยอม" หากภาครัฐ ออกกฏและเข้ามาดูตรงนี้อย่างชัดเจนอย่างที่ รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังจะทำ (ขอให้ +1 สำหรับเค้า) หากเราไม่ทำวันนี้ ต่อๆไป เราจะเสียเปรียบและสูญเสียรายได้ปีนึงหลายพันล้านบาท จากการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านทางออนไลน์ออกไปตรงๆ มีบริษัทเว็บไซต์ ตปท.หลายๆ บริษัทในปัจจุบันที่มีรายได้มหาศาลจากคนไทย แต่ไม่เคยเสียภาษีให้ประเทศไทยเลย เช่น Amazon, Ebay, Google, Yahoo การผลักดันให้บริษัทต่างๆ เหล่านั้นเข้ามา ตั้ง office ในไทยช่วยอะไรได้หลาย ๆ อย่าง เช่น การพัฒนาด้านคน, เทคโนโลยี, การได้ภาษีมาพัฒนาอุตสหกรรมด้านนี้ และอีกมาก ที่่ผ่านมา รัฐบาลจีนยังทำได้.. อย่าไปยอมเค้าสิ โดยวิธีการ Block ปิด หรือหันไปสนับสนุน local web แทนครับ แบบที่หลายปท.ทำ มีคำถามเกิดขึ้นกันว่า หากเราทำแบบนี้แล้ว จะทำให้ผู้บริโภคคือผู้รับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือเปล่า? < ผมเชื่อว่ามันไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้มาก เพราะโครงสร้างด้านราคามันมี Global Standard และ rate คุมเอาไว้อยู่

 

มองด้านดีของเรื่องนี้.!

     แต่อย่ามองแต่ในด้านไม่ดีอย่างเดียวของปัญหานี้ เราก็ต้องมองอีกมุมด้วยว่า การจ่ายเงินออกไปเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ ของต่างประเทศโดยตรง บางครั้งก็นำมาซื้อรายได้ให้กับผู้ประกอบการในประเทศด้วยเหมือนกัน เช่น คนไทยที่ค้าขายใน Ebay อยู่ก็ได้รายเพิ่มมากขึ้น, คนที่ไปลงโฆษณาออนไลน์ในเว็บไซต์ต่างๆ ก็ได้คนเข้ามามากขึ้นเช่นกัน แต่สิ่งที่น่าสนใจ ผู้ประกอบการเหล่านี้ มักจะไม่มีการเสียภาษีให้กับภาครั ซึ่งหากมองมุมมองภาครัฐเราก็คงสูญเสียรายได้ไปบางส่วน ดังนั้นเราคงต้องมา เปรียบเทียบและวิเคราะห์ดูว่า สิ่งเราได้มา กับสิ่งเราเสียไป มันคุ้มกันหรือไม่ นี้คือสิ่งที่ น่าจะพลักดันให้ หน่วยงาน หรือองค์กรไหน หรือใครก็ได้ มาศึกษาและวิเคราะห์ตัวเลขดู น่าทำเน๊อะ

 

วิเคราะห์อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยอย่างเปิดเผยดีกว่า

      แต่สิ่งทีน่าสนใจที่สุดคือ "การสนับสนุนให้เว็บไซต์ไทย เปิดหูเปิดตา ไปออกตลาดโลกบ้าง" อย่างมัวอยู่แต่ในกะลาแบบนี้ ขอโทษนะ หากจะพูดอะไรแรงๆ ออกไป แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ การรวมตัว พื้นฐานของ ธุรกิจเว็บไซต์ในเมืองไทยอ่อนแอมากๆ เรียกว่า "เหลวเป๋วได้เลย" สิ่งที่หลายๆ คนเคยบอกว่า "ภาษาไทย" จะเป็นตัวกั้นให้ ต่างชาติเข้ามาได้ยาก แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว.

      ตัวอย่างเจ๋งๆ เช่น Facebook เคสการเข้ามาในเมืองไทยของ Facebook น่าสนใจมาก .. เค้าเข้ามาโดยอาศัย concept ของ "Social Contribution" คือ ให้คนท้องถิ่นช่วยกันแปล Facebook เป็น Version ภาษาท้องถิ่น.. แค่นี้ Facebook ก็สามารถพัฒนา Facebook Version ไทยออกมาได้ดีๆ แล้ว โดยอาศัยคนไทยด้วยกัน "ช่วยกันแปล" เจ๋งมาก +100 สำหรับ Facebook แต่ในมุมกลับกัน คนไทย มั่วแต่พัฒนาเว็บไซต์เพื่อ "ตอบสนองคนไทยอย่างเดียว" มันก็แค่ตลาดเล็กๆ เท่านั้น ผมอยากเปิดตาคนพัฒนาเว็บไซต์ไทย ว่าออกไปสู่ตลาดโลกเหอะ "เมืองไทย เล็กไปสำหรับคนทำเว็บเมืองไทย" มองอะไรกว้างๆ หน่อย... พี่น้อง..!

http://translate.camfrog.com/< ขอบคุณมากครับ นีืคืออีกตัวอย่าง ที่อาศัย "Social Contribution" ที่อาศํยคนในท้องถิ่นที่ช่วยกันของทาง Camfrog

อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยอ่อนแอมากๆ

     ปัญหามันอยู่ตรง ที่ "ฐานของอุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทย มันอ่อนแอมากๆ" - เราเป็นผู้เสพมากว่าผู้สร้าง.! เราต้องการ "ผุ้สร้างใหม่ๆ" มากกว่านี้ ท้าเลย.. หากคุณคิดอะไรเกี่ยวกับเว็บไซต์แบบดีๆ เหี้ยๆ ทำเลยครับ... คิดว่าไม่ไหวใช้วิธี "สร้างทีม" และปรึกษาคนเก่งๆ "ทำให้เป็นจริงๆ ให้ได้" คนไทยเก่งๆ เยอะนะ แบบว่า เยอะฉิบหายเลยละ แต่ส่วนใหญ่ "ไม่กล้า ไม่เอาจริง หรือเอาจริงแล้วชอบลุยเดียว" สรุปสุดท้ายก็คือ.. จอดสนิท ผมไม่โทษใครหรอกแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอุตสหกรรมไทยตอนนี้คือ "เราต้องการตัวอย่างดีๆ ที่สำเร็จ ที่เป็นตัวอย่าให้คนอื่นๆ เดินตาม" หากเรามีกลุ่มคนกลุ่มนี้เยอะๆ ผมว่ามันคือการวางรากฐาน และสร้างตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จให้คนอื่นๆ ได้เห็น และสร้างมุมมองดีๆ ว่าเราเองก็ทำได้เช่นกัน

ทางออกของอุตสาหกรรมเว็บไทย

       ผมแนะนำเลยนะ สำหรับคนทำเว็บไซต์ ไอเดียดี + ทีมงานดี + Vision ดี + execution ดี ผมว่าคุณสำเร็จได้ไม่ยากเลยครับ ขาดอันไหน หาเติมเอาเลย ไม่ยากแล้วเดียวนี้ อยากให้ทุกคนที่ อ่านอยู่ หลับตา แล้วลองคิดเล่นๆ ว่า "กูอยากทำโปรเจ็กอะไร ให้คนทั่วโลก หรือคนทั่วเอเซียใช้ดีวะ?" ทำให้ตัวเองเห็นมุมมองนี้ก่อน คนทำเว็บไทย "ลองเลิกคิด ว่า กูจะทำเว็บให้คนไทยใช้สิ" เปิดมุมมองออกไปกว้างๆ หน่อยสิ.. เสียดาย เรายังขาดตัวอย่างเจ๋งๆ น่ะ ผมว่าเรามีคนทำเว็บ รุ่นใหม่ อยู่ใน Twitter นี้เยอะ จำคำผมเอาไว้ คิดงานอะไร "คิดเพื่อคนทั่วโลก" แล้วผมเชื่อว่าโอกาสคุณจะเปิดกว้างมั่กๆ เลย อย่าอ่าน tweet ผมเพลินครับ ผมว่า "คุณ" เองก็สามารถมีไอเดียดีๆ ที่สามารถทำให้เว็บไทยโตไปในระดับโลกได้ คิดสิ คิดเว้ย.. อย่าเอาแต่อ่าน เป้าผมตอนนี้ ทำให้ E-Commerce ไทยออกไประดับโลก... แต่ผมคนเดียวคงไม่พอ... ผมอยากเห็นคนไทยอีกหลายๆ ทำอะไรที่แตกต่าง ทีมงานดี ๆมีอยู่รอบตัวครับ.! มีหลายเว็บเปิดโอกาสสร้างทีมได้ อย่ามั่วแต่ RT คำพูดผม ผมว่าไอเดียในหัวคุณ จะสามารถสร้างมุมมองให้คนอื่นๆ คิดได้... งัดมันออกมาเว้ย.! ฮ่าๆ ทำยังไงกันดี   อ่าน Tweet ผมแล้ว "คุณมีไฟ" สร้างเป้าหมายของคุณเอาไว้ตอนนี้เลย (ก่อนที่มันจะหายไป) แล้วจับจ้องกับมัน นึกถึงมันในวันต่อๆ ไปแล้วหาทางทำมัน.!

จำคำผมว่า "ถ้าเอาแต่คิด แล้วไม่ได้ทำ ยังไงคุณก็ไม่โตหรอก" คิดแล้วทำ.. พลาดแล้วคือ ประสบการณ์ยังไงคุณก็โต.!

ขอวิเคราะห์ เหตุการณ์ "ฝรั่งเศสเล็งเก็บภาษี เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ Google, Yahoo, Facebook "ผมเองรู้สึกและกำลังจับตามองเรื่องนี้มานานแล้วละครับ อย่างเหตการณ์ใน ปัจจุบัน เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง สามารถสร้างรายได้ "มหาศาล" จากคนในประเทศ แต่ละประเทศแต่ใช้โอกาส การชำระเงินผ่านออนไลน์ โดย "ผุ้ใช้" สามารถชำระเงินผ่านบัตรเครดิตไปที่ USA หรือประเทศที่ แต่ละเว็บวางแผนเอาไว้ เพื่อให้เกิดกำไรสูงสุด จึงทำให้ปัญหาบางอย่าง เพราะการ "จ่ายเงิน" ตรงและออกไปยังตปท.โดยตรง ทำให้ เว็บไซต์ใหญ่ๆ ไม่ต้อง "เสียภาษี" ให้กับรัฐบาลแต่ละ ประเทศ แต่สามารถดึงเงินหลายร้อยล้านออก นึกคือ "ความเสียเปรียบ" ของประเทศที่เว็บไซ ต์ใหญ่ ๆหลายๆ แห่งไม่ได้มีบริษัทตั้งอยู่ เพราะ "ไม่เกิดรายได้ หรือประโยชน์อะไรกับภาครัฐ หรือประเทศ" เราไม่ได้แม้แต่เงินค่าภาษีการจ้างคน ซักบาท เพราะบริษัทเว็บไซต์ใหญ่ๆ จะจ้าง คนประเทศนั้นๆ ไปรวมอยู่ประเทศอื่นๆ ใกล้เคียง นีื้คือความได้ เปรียบของธุรกิจที่อยู่ในโลกออ นไลน์ ที่สามารถ "กำหนดเส้นทางการเดินทางของเงินได้" ไม่ยาก โดยไม่ต้องเสียภาษีให้กับแต่ ละประเทศ แต่เมืองไทย "เราใช้ความได้เปรียบด้านนี้ น้อยมากๆ" มีเพียงน้อยนิดของธุรกิจออ นไลน์ที่ใช้ความได้เปรียบนี้ ส่วนใหญ่ เราจะเป็นผู้ "ซื้อ" มากกว่า ดังนั้นการผมเห็นข่าวของ รบ.ฝรั่งเศส จะออกมาเก็บภาษีกับเว็บใหญ่ๆ เช่น Google, Yahoo, Facebook ตามข่าว http://bit.ly/4AkeN5 ผมเห็นด้วย 100% ทางออกของวิธีการ นี้ไม่ยากครับ คือการผลักดันให้ เว็บใหญ่ๆ เปิดสาขาในประเทศที่ไปเปิดให้บริการ กำหนดให้เค้ามีการรับรายได้ผ่านสาขาใน ประเทศ เมื่อมีการกำหนดให้ มีการเกิดรับรายได้ผ่านสาขาในประเทศนั้นๆ ข้อดีคือ ประเทศนั้นๆ สามารถเก็บภาษีและสามารถช่วยเหลือสนับสนุนท้องถิ่นๆนั้นๆ ได้ แต่คำถามคือ เว็บใหญ่ๆ จะ ยอมหรือเปล่า?? คำตอบคือ "ยอม" หากภาครัฐ ออกกฏและเข้ามาดูตรงนี้อย่างชัดเจนอย่างที่ รบ.ฝรั่งเศสกำลังจะทำ +1 สำหรับเค้า หากเราไม่ทำวันนี้ ต่อๆไป เราจะเสียเปรียบและสูญเสีย รายได้ปีนึงหลายพันล้านบาท จากการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านทางออนไลน์ออกไปตรงๆ มีบริษัท เว็บไซต์ ตปท.หลายๆ บริษัทในปัจจุบันที่มีรายได้มหาศาลจากคนไทย แต่ไม่เคยเสียภาษีให้ ประเทศไทยเลย เช่น Amazon, Ebay, Google, Yahoo การผลักดันให้ บริษัทต่างๆ เหล่านั้น เข้ามา ตั้ง office ในไทยช่วยอะไรได้หลาย ๆอย่าง เช่น การพัฒนาด้าน คน, เทคโนโลยี, Tax และอีกมาก รบ.จีนยังทำได้.. อย่าไปยอมเค้าสิ โดยวิธีการ Block ปิด หรือหันไปสนับสนุน local web แทนครับ แบบที่หลายปท.ทำ แต่ผู้บริโภคคือผู้รับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น? < ผมเชื่อว่ามันไม่ สามารถเพิ่มขึ้นได้มาก เพราะมันมี Global Standard และ rate คุม แต่สิ่งทีน่าสนใจที่สุดคือ "การสนับสนุนให้เว็บไซต์ไทย เปิดหูเปิดตา ไปออกตลาดโลกบ้าง" อย่างมัวอยู่แต่ในกะลาแบบนี้ ขอโทษนะ หากจะพูดอะไรแรงๆ ออกไป "เมา" ครับตอนนี้ ฮ่าๆๆ แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ การรวมตัว พื้นฐานของ ธุรกิจเว็บไซต์ในเมืองไทยอ่อนแอมากๆ เรียกว่า "เหลวเป๋วได้เลย" สิ่งที่หลายๆ คนเคยบอกว่า "ภาษาไทย" จะเป็นตัวกั้นให้ ต่างชาติเข้ามาได้ยาก แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว. ตัวอย่างเจ๋งๆ เช่น Facebook เคสการเข้ามาในเมืองไทยของ Facebook น่าสนใจมาก .. เค้าเข้ามาโดยอาศัย concept ของ "Social Contribution" คือ คนช่วยกันแปล.. แค่นี้ Facebook ก็สามารถพัฒนา Facebook Version ไทยออกมาได้ดีๆ แล้ว โดยอาศัยคนไทย ด้วยกัน "ช่วยกันแปล" เจ๋งมาก +100 สำหรับ Facebook แต่ในมุมกลับกัน คนไทย มั่วแต่พัฒนา เว็บไซต์เพื่อ "ตอบสนองคนไทยอย่างเดียว" อยากเปิดตาคนพัฒนาเว็บไซต์ไทย ว่าออกไปสู่ ตลาดโลกเหอะ "เมืองไทย เล็กไปสำหรับคนทำเว็บเมืองไทย" มองอะไรกว้างๆ หน่อย... พี่น้อง..! http://bit.ly/5obtL3 < ขอบคุณมากครับ นีืคืออีกตัวอย่าง ที่อาศัย "Social Contribution" ที่อา ศํยคนในท้องถิ่นที่ช่วยกัน ปัญหามันอยู่ตรง ที่ "ฐานของอุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทย มันอ่อนแอมากๆ" - เราเป็นผู้เเสพ มากว่าผู้สร้าง.! เราต้องการ "ผุ้สร้างใหม่ๆ" มากกว่านี้ ท้าเลย.. คุณคิดอะไรเกี่ยวกับเว็บไซต์ แบบดีๆ เหี้ยๆ ทำเลยครับ... คิดว่าไม่ไหวใช้วิธี "สร้างทีม" และปรึกษาคนเก่งๆ "ทำให้เป็นจริงๆ ให้ได้" คนไทยเก่งๆ เยอะนะ แบบว่า เยอะฉิบหายเลยละ แต่ส่วนใหญ่ "ไม่กล้า ไม่เอาจริง หรือ เอาจริงแล้วชอบลุยเดียว" สรุปสุดท้ายก็คือ.. จอดสนิท ผมไม่โทษใครหรอกแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำ หรับอุตสหกรรมไทยตอนนี้คือ "ตัวอย่างดีๆ ที่สำเร็จ ที่เป็นตัวอย่าให้คนอื่นๆ เดินตาม" เราทำได้ ผมแนะนำเลยนะ สำหรับคนทำเว็บ ไอเดียดี + ทีมงานดี + Vision ดี + execution ดี ผมว่าคุณ สำเร็จได้ไม่ยากเลยครับ ขาดอันไหน หาเติมเอาเลย ไม่ยากแล้ว อยากให้ทุกคนที่ อ่านอยู่ หลับ ตา แล้วลองคิดเล่นๆ ว่า "กูอยากทำโปรเจ็กอะไร ให้คนทั่วโลก หรือคนทั่วเอเซียใช้ดีวะ?" ทำให้ ตัวเองเห็นมุมมองนี้ก่อน คนทำเว็บไทย "ลองเลิกคิด ว่า กูจะทำเว็บให้คนไทยใช้สิ" เปิดมุม มองออกไปกว้างๆ หน่อยสิ.. เสียดาย เรายังขาดตัวอย่างเจ๋งๆ น่ะ ผมว่าเรามีคนทำเว็บ รุ่นใหม่ อยู่ ใน Twitter นี้เยอะ จำคำผมเอาไว้ คิดงานอะไร "คิดเพื่อคนทั่วโลก" แล้วผมเชื่อว่าโอกาสคุณจะ เปิดกว้างมั่กๆ เลย อย่าอ่าน tweet ผมเพลินครับ ผมว่า "คุณ" เองก็สามารถมีไอเดียดีๆ ที่ สามารถทำให้เว็บไทยโตไปในระดับโลกได้ คิดสิ คิดเว้ย.. อย่าเอาแต่อ่าน เป้าผมตอนนี้ ทำให้ E-Commerce ไทยออกไประดับโลก... แต่ผมคนเดียวคงไม่พอ... ผมอยากเห็นคนไทยอีกหลายๆ ทำอะไรที่แตกต่าง ทีมงานดี ๆมีอยู่รอบตัวครับ.! มีหลายเว็บเปิดโอกาสสร้างทีมได้ อย่ามั่วแต่ RT คำพูดผม ผมว่าไอเดียในหัวคุณ จะสามารถสร้างมุมมองให้คนอื่นๆ คิดได้... งัดมันออกมาเว้ย.! ฮ่าๆ ทำยังไงกันดี อ่าน Tweet ผมแล้ว "คุณมีไฟ" สร้างเป้าหมายของคุณเอาไว้ตอนนี้เลย (ก่อน ที่มันจะหายไป) แล้วจับจ้องกับมัน นึกถึงมันในวันต่อๆ ไปแล้วหาทางทำมัน.! จำคำผมว่า "ถ้าเอาแต่คิด แล้วไม่ได้ทำ ยังไงคุณก็ไม่โตหรอก" คิดแล้วทำ.. พลาดแล้วคือ ประสบการณ์ยังไงคุณก็โต.!

อ่านมาถึงตรงนี้ อย่าคาดหวังว่าประเทศเราจะโตได้อย่างไร หากคุณ "ไม่คิดจะเริ่มจากตัวคุณเอง"  คิดแล้วก็ทำ สนุกกับมัน เลิกคิดได้แล้วว่า มันทำไม่ได้ มีอุปสรรคนั้น นู้น เพราะแค่ "คุณคิดว่ามันทำไม่ได้ มันก็ทำไม่ได้ตั้งแต่คุณคิดแล้วละ"  เปลี่ยนความคิดแล้วมาคิดกันว่า "จะทำยังไง เพื่อที่จะทำมัน ให้ได้ดีกว่า"

 

เจาะโมเดลทำเงินเว็บดังของไทย

      ปกติผมมีนัดไปออกสัมภาษณ์ในรายการ MCOT.net ของ อสมท. FM 100.5 ทุกๆ เดือนโดยหัวข้อคือ E-Commerce ในเมืองไทย ซึ่งครั้งนี้ ผมพูดถึงการวิเคราะห์ "เจาะโมเดลทำเงินเว็บดังของไทย" ว่าเว็บไซต์ 30 อันดับต้นๆ เมืองไทยมีวิธีการหารายได้ยังไงกันบ้าง ลองไปฟังกันดูละกันนะครับ ต้องบอกว่า คุณโย และพี่ต่ายศรีสุดา ของ MCOT ทันสมัยมากๆ เป็นการสัมภาษณ์แบบ Phone In เข้าไปที่รายการ (ผมอยู่ทีบ้าน) แต่ก็สามารถ่ายทอดภาพของผมจากที่บ้านให้คนอื่นๆ ได้เห็นได้ด้วย เจ๋งจริงๆ แถมตอนสุดท้าย มีภาพลุกชายและภรรยาผมด้วยครับ ฮ่า ๆ มีทั้งหมด 3 ตอนนะครับลองดูกันได้เลยด้านล่าง

 

 

มาใช้ Android กันเถอะ ตอน : 10 โปรแกรมที่คุณควรมีในมือถือ Android

เพิ่งได้ HTC Magic มาเป็นโทรศัพท์ที่เป็น Android OS จากทางค่าย Google ลองมาดูกันว่าผมใช้ App อะไรบ้าง วิธีการหาคือเข้าไปหาใน "Market" ส่วนที่โหลดโปรแกรมต่างๆ ของ Android ได้เลยครับ

โปรแกรมที่น่าสนในที่คุณควรจะมีในเครื่อง (ฟรี)

โปรแกรม
รายละเอียด
Shazam เพียงเปิดโปรแกรมนี้ แล้วให้ฟัง เพลง (ฝรั่ง) ที่อยากรู้ว่ามันคือเพลงอะไร โปรแกรมนี้จะฟังและเช็กว่า เพลงที่ฟังอยู่ ร้องโดยใคร และอัลบัมอะไร สั่งซื้อได้เลย
Locale โปรแกรมที่จะคอยจัดการทุกอย่างๆ ในโทรศัพท์ของคุณ ตาม สถานที่ เวลา เช่น พอคุณขับรถมาถึงบ้าน โปรแกรมจะตั้งให้ Android Twitter บอกเพื่อนๆ หรือ เปิด WIFI ในเครื่องได้ เจ๋งมาก
Metal Detector เปลี่ยนมือถือ Android ของคุณเป็นเครื่องจับสัญญาโลหะ เมื่อมันไกล้โลหะ มันจะสั่นและร้อง
Astro File Manager โปรแกรมสำหรับจัดการไฟล์ต่างๆ ก๊อปปี้, ย้าย, ลบ, เปลี่ยนชื่อ ค้นหา ไฟล์ต่างๆสามารถเลือกไฟล์ได้หลายๆ ไฟล์และจัดการพร้อมกัน ดีกว่าตัวเดิมที่มีมาให้
Task Killer
จัดการโปรแกรมที่รันอยู่ และกิน memory ของเครื่องได้ง่ายๆ เพียงคลิกเดียว
Twidroid สำหรับคนชอบ Twitter ต้องลงโปรแกรมนี้ใน Android ครับ
Pixel Pipe โปรแกรม upload รูปภาพจาก Android เข้าไปยังเว็บดังต่างๆ เช่น Twitpic, Flickr, Hi5, Google Talk, เพียบบ ลองดูได้ที่ http://pixelpipe.com
Astrid โปรแกรม Task ที่ Sync กับเว็บดังอย่าง RememberTheMilk.com ได้
Qik.com ถ่ายทอดสดผ่านมือถือ Android ของคุณโ้วยโปรแกรม Qik (ต้องสมัคร Qik.com ก่อน)
ShopSavvy โปรแกรมที่จะ Scan Bar Code แล้วเช็กว่าสินค้าชิ้นนั้นราคา,ข้อมูล จาก Internet ได้ทันที
   

 

โปรแกรม Android คนไทย (ที่ควรจะมีเช่นกัน)

โปรแกรม รายละเอียด
PG.in.th ถ่ายภาพและอัพเข้าไปเก็บ หรือส่งให้เพือนดู ผ่านเว็บต่างๆ หรือ Twitter โปรแกรมคนไทยครับ
CN Dict ดิกชั่นนารี่ ไทย-อังกฤษ จากค่าย CN.co.th
CN Thai Keyboard คีย์บอร์ดไทย ที่สุดยอดมากๆ สั่นได้ด้วยใน Version ใหม่ download ได้ที่ http://www.cn.co.th/android/
DroidSans Thai Keyboard
คีย์บอร์ดไทยของ DroidSans.com

 

เดียวเจอโปรแกรมไหนดีๆ จะเอามาลงไว้อีก จดไว้กลัวลืม... แต่หากคนไหนสนใจจะซื้อ มือถือ Andriod ลองไปได้ที่ http://www.htcthailand.com หรือลองไปค้นหามือสองราคาไม่แพงได้ที่ http://search.tarad.com ตอนนี้มีหลายๆ รุ่นออกมาแล้วครับ

 

ฟังสัมภาษณ์เทคนิคการนำไอที เข้ามาช่วยลดต้นทุน-เพิ่มศักยภาพในการทำูธุรกิจของคุณ

      ผมได้ไปออกสัมภาษณ์รายการ SME Today ครั้งนี้ ได้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีด้าน ไอที มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินการ และเพิ่มประสิทธิภาพ (ศักยภาพ) ในการทำธุรกิจได้อย่างง่ายๆ โดยเคสส่วนใหญ่ ที่เล่าไป จะเป็นกรณีของธุรกิจของผมเอง ที่นำไอทีเข้ามาใช้ในการ บริหารและจัดการในบริษัทของผม เช่น VOIP PABX, E-FAX Server, CRM, Accouting Application ซึ่งมันได้ผล ลดต้นทุน รวมถึงการ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และการจัดการข้อมูลได้ดีมากๆ อีกด้วย ลองมาฟังกันครับ

เทคนิคการนำไอที เข้ามาช่วยลดต้นทุน-เพิ่มศักยภาพในการทำูธุรกิจของคุณ (ตอนที่ 1)

 


E-Commerce_Decrease_Budget1_24-10-08.mp3 -

 

เทคนิคการนำไอที เข้ามาช่วยลดต้นทุน-เพิ่มศักยภาพในการทำูธุรกิจของคุณ (ตอนที่ 2)

 


E-Commerce_Decrease_Budget2_31-10-08.mp3 -

 

 

การออกแบบเว็บไซต์ที่ดีทำยังไง?

ลองมาฟังดูว่า การออกแบบเว็บไซต์ที่ดี (Usability) ควรจะออกแบบยังไง การวางแผน และวิธีการออกแบบ การจัดเรียง การจัดวางองค์ประกอบด้าน การออกแบบ (Design) ข้อมูล (Content) และโครงสร้าง (Structure) ของเว็บไซต์ที่ดีควรประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ลองมาฟังกันดูครับ (อันนี้เป็นไฟล์สัมภาษณ์ของผมโดยอาจารย์ศิลปากร เกี่ยวกับเว็บข่าวที่ดี)


New_Web_Usability.mp3 - Pawoot Pongvitayapanu

แนวโน้ม Internet และเว็บไซต์ ในปี 2009 ของเมืองไทย

     ในปี 2009 นี้เป็นปีที่ทั่วโลกเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจถดถอย แต่ในโลกของวงการอินเทอร์เน็ตกลับไม่ได้ถดถอยลงเลย เรามาลองวิเคราะห์ดูกันว่า อะไรจะเป็นแนวโน้มของเทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ตในปี 2009 นี้ของทั่วโลก และของเมืองไทยกันบ้าง?

 

ผู้ให้บริการเว็บไซต์หลักๆ ในไทยจะเหลือไม่กี่เจ้า
    ปี 2009 และปีต่อๆ ไป โอกาสที่จะเห็นเว็บไซต์ไทยใหญ่ๆ เกิดขึ้นมา คงจะเป็นเรื่องที่เห็นกันได้น้อยแล้ว เพราะด้วยปัจจัยเช่น เว็บไซต์ต่างๆ เริ่มเปลี่ยนรูปแบบจาก portal ไปสู่ social กันมากขึ้น คนธรรมดากลายเป็นเจ้าของเว็บ (Blog) กันมากขึ้น ทำให้การเข้าถึงหรือการสร้างเว็บไซต์ขนาดใหญ่จะมีให้เห็นกันน้อยลง โดยเฉพาะในเมืองไทย แต่จะเริ่มเห็นการเข้ามาของเว็บไซต์ต่างประเทศ ที่เริ่มพากันแปลงร่าง แปลภาษา มีเว็บไซต์เวอร์ชั่นภาษาไทยกันมากขึ้น ที่เห็นๆ ได้แก่ Facebook, Friendster หรือ แม้แต่บริการอื่นๆ ของ Google ซึ่งปัจจัยนี้ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยหลายๆ คน หันไปใช้บริการเว็บไซต์ของต่างประเทศกันมากขึ้น

 


คนไทยจะหันไปใช้บริการเว็บไซต์ต่างประเทศกันมากขึ้น

    จากการเปิดให้บริการด้วยภาษาท้องถิ่นของผู้ให้บริการเว็บไซต์ต่างๆ ของต่างประเทศ ทำให้คนไทยจะหันไปใช้บริการเว็บไซต์ต่างประเทศกันมากขึ้น (เดิมก็เยอะอยู่แล้ว) และรูปแบบของผู้ให้บริการก็จะเหลือหลักๆ ไม่มีเจ้า เช่น ฝากวีดีโอกับ Youtube.com, ฝากภาพไว้กับ Flickr.com หรือ Multiply.com, ใช้ E-mail ที่ Hotmail.com หรือ Gmail.com, เขียน blog กับ blogger.com หรือ wordpress.com ส่วนเว็บไซต์ในไทยจะเริ่มเข้าสู่การแข่งขันในรูปแบบของ การแข่งขันในตลาดเฉพาะ (Vertical or Niche Market)  กันมากขึ้น เช่น siambrandname.com, blognone.com เป็นต้น
 

มาใช้ Ubuntu กันเถอะ.!

ผมเริ่มหันมาใช้ Ubuntu อย่างจริงๆ จังเมื่อประมาณเดือนตุลา 2008 ที่ผ่านมานี้เอง อยู่ๆ ทำไมผมถึงมาสนในเจ้า โอเอส (OS) นี้ได้? สาเหตุง่ายๆ คือมันเหมือน Windows เกือบทุกอย่าง แต่ที่สำคัญคือ มันฟรี และใช้งานได้ดีเลยทีเดียว ลองมาดูกันว่า Ubuntu คืออะไร และมันทำอะไรได้บ้าง? บทความนี้ ความตั้งใจ จะพยายามให้ที่เป็นสำหรับ ผู้ที่เริ่มต้นจะใช้ Ubuntu โดยจะนำประสบการณ์ของตัวเองมาเล่าให้ฟังครับ

อูบุนตู (Ubuntu) เป็นระบบปฏิบัติการ (OS) (เหมือนใช้ Windows) ที่พัฒนาโดยใช้ ลินุกซ์ดิสทริบิวชันที่พัฒนาต่อมาจากเดเบียน คำว่า Ubuntu ซึ่งมีความหมายในภาษาอังกฤษคือ "humanity towards others" มาจากคำในภาษาซูลู และภาษาโคซา (ภาษาในแอฟริกาใต้)

อูบุนตูต่างจากเดเบียนตรงที่ออกรุ่นใหม่ทุก 6 เดือน และแต่ละรุ่นจะมีระยะเวลาในการสนับสนุนเป็นเวลา 18 เดือน รุ่นปัจจุบันของ Ubuntu คือ 8.10 รหัส Intrepid Ibex นั้น มูลนิธิ อูบุนตูได้ประกาศว่าจะขยายระยะเวลาสนับสนุนเป็น 3 ปี ซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่รวมมาใน อูบุนตูนั้นเป็นซอฟต์แวร์เสรีทั้งหมด โดยจุดมุ่งหมายหลักของ อูบุนตูคือเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับคนทั่วไป ที่มีโปรแกรมทันสมัย และมีเสถียรภาพในระดับที่ยอมรับได้

หันมาใช้ Software Open Source กันเถอะ ตัวเอง...!

ช่วง นี้รู้สึกตัวเองจะเป็น Geek ๆ ยังไงไม่รู้ จริงๆ Geek คือศัพท์ที่ใช้เรียกพวกบ้า เทคโนโลยีมากๆ พวก Inventor หรือ Early Adopters (อ่านการแบ่งกลุ่มช่วงของผู้บริโภคได้ที่นี่ http://www.pawoot.com/node/302) เพราะหลังจากหันมาใช้ Twitter อย่างหนัก และเริ่มรู้จักและเจอบรรดา Geek มากขึ้น มี Meeting และ Camp พวก Geek มากขึ้น ทำให้ผมรู้สึกว่าผมเป็น Geek แหะ แต่ Geek แบบเขียนโปรแกรมไม่เป็นนะ แต่เป็นเหมือนพวก "เสพติดเทคโนโลยี (Technology Addicted)" และแต่ละครั้งที่เจอพวก Geek เนี่ย หลายๆคนเค้าใช้เครื่อง Apple หรือ ส่วนใหญ่ก็หันไปใช้พวก Linux OS เช่น Ubuntu OS วันก่อน เจอ @bunthidj เปิด Ubuntu โชว์ในงาน BarCamp Bangkok 2 โอ้วแม่เจ้า ทำได้อย่าง Apple เลย แล้ว Effect และการทำงานเร็วมาก (น่าจะเร็วกว่า window เยอะนะ)

ลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารในองค์กรด้วยเทคโนโลยีง่ายๆ

    ตอนนี้ผมอยู่อเมริกาครับ (28/7/08) ผมกำลังจะเลือกว่าจะติดต่อกลับหา คนใน office ของผมได้ยังไง ด้วยวิธีการง่ายและประหยัดที่สุด ซึ่งผมได้ใช้ตัวระบบ VOIP PABX ที่ได้ลงไว้ที่บริษัท ผมว่าค่อนข้างเจ๋งมากเลยทีเดียว โดยวิธีการง่ายๆ ผมเปิดโปรแกรม X-Lite ขึ้นมาแล้วทำการ Register เข้าไปยังระบบ Server ที่บริษัท TARAD Dot Com ผ่าน VOIP PABX ที่เราใช้อยู่ (ผมมีระบบ VOIP PABX อยู่แล้วที่บริษัท) แล้วลงทะเบียนเป็นเบอร์ภายใน ซึ่งหลังจากนี้ ผมก็สามารถโทรหาใครๆ ได้ในบริษัท โดยเพียงแค่กดสายภายในเช่น 1821 ก็วิ่งไปที่ฝ่ายบัญชีเลย เป็นต้น หรือจะโทรไปหาอีกตึกหนึ่ง ก็สามารถกดได้เลยเช่นกัน  และนอกจากนี้ คนภายใน office ก็สามารถโทรหาผมได้เหมือนกันที่เบอรืภายใน เช่นกัน โดยทั้งหมดนี้ "ฟรี" ครับ ถึงแม้ว่าผมจะอยู่ไหนบนโลกใบนี้ก็ตาม ขอให้มีแค่ Internet ผมก็เสมือนนั่งอยู่ในห้องทำงานของผม ที่คนในองค์กรสามารถโทรหาผมได้ทันที ทุกเวลาผ่าน VOIP และผ่านหน้าคอมพิวเตอร์ของผม

Flickr Architecture แอบดู Flickr.com ทำงานยังไง?

วันนี้เจอภาพๆ นึงเจ๋งเลย เลยเอามา share กัน เหมาะกับนักพัฒนาเว็บว่า วิธีการพัฒนาเว็บยังไง ให้สามารถรับคนไ้ด้เยอะๆ ลองมาดูั Architecture ของ Flickr.com เว็บฝากรูปของ Yahoo.com
ดูไว้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ

Syndicate content (C01 _th3me_)