เพิ่มพลังธุรกิจด้วยโซเชียลเน็ตเวริก์เกมส์ (Business & Social Network Games)

     หากถามคุณว่าอะไรคือสิ่งที่คนใช้ Social Network อย่าง Facebook นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน? ถ้าได้ถามคำถามนี้กลับหลายๆคน คำตอบที่ได้ก็จะเป็น "เอาไว้เล่นเกมส์กับเพื่อน" นี้คือความจริงครับ ที่คนส่วนใหญ่ นิยมใช้ Facebook เพื่อเล่นเกมส์ซะเป็นส่วนใหญ่ เรามาดูเหตุผล "ว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงนิยมเล่นเกมส์ทาง Facebook?" และเราสามารถประยุกต์นำเกมส์บน Social Network มาใช้เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจของเราอย่างไรได้บ้าง?

ปัจจุบัน Facebook กลายเป็นเว็บไซต์หรือแพลทฟอร์ม (Platform) ที่ค่ายเกมดังๆ ต่างเข้ามาพัฒนาเกมส์ ให้ผู้ใช้งานกลุ่มสังคมออนไลน์เล่นกัน เช่น บริษัท Zynga เจ้าของเกม Farmville (ปลูกผัก) , บริษัท Playfish เจ้าของเกม Restaurent City (ร้านขายอาหาร) ซึ่งผู้ผลิตเกมเจ้าใหญ่ๆเหล่านี้ก็โกยเงินจากผู้เล่นกันวันละเป็นล้านๆ จนรวยไม่รู้เรื่อง จากการขายไอเท่ม หรือของรางวัลต่างๆ ภายในเกมส์ ที่สามารถนำเงินจริงๆ ไปแลกซื้อของเหล่านี้มาได้ง่ายๆ ทำให้ตอนนี้หลายๆ บริษัท ต่างเริ่มให้ความสนใจกับการพัฒนาเกมส์ Facebook กันมากขึ้นเรื่อย

รายการงานการใช้ Social Network ของบริษัท Top 100 Fortune จากทั่วโลก

ล่าสุดทาง Burson-Marsteller  ได้ออกรายงานผลสำรวจของ Top 100 ของบริษัที่ติดอันดับในนิตยสาร Fortune ในปี 2010 เกี่ยวกับการใช้ Social Network ขององค์กรต่างๆ ชื่อว่า "Global Social Media Check Up" โดยสำรวจดูว่า องค์ใหญ่ๆ ระดับโลกมีการใช้ Social Network หลักๆ 4 ตัวได้แก่  Facebook, Twitter, Youtube, และ Corporate Blog กันมากน้อยแค่ไหน ซึ่งดูจาก Report แล้วประเทศจาก Asia-Pacific ก็ไม่น้อยหน้าในโซนอื่นๆ นะครับ  แต่ถ้าดูภาพรวมแล้ว องค์กร บริษัทต่างๆ นิยมใช้ Twitter กันมากสุด รองลงมา Facebook Fan Page, Youtube และ Blog ขององค์กรตัวเอง  
 

ดู slide ทั้งหมได้ที่นี่ Burson Marsteller 2010 Global Social Media Check Up Report

 
ขอบคุณพี่ @mikavon  สำหรับข้อมูลนะครับ
 

เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ

  ในปัจจุบันโซเชียลเน็ตเวิรก์ อย่างเช่น Facebook, Twitter เริ่มค่อยๆ เข้ามาบทบาทกับสังคมและธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของธุรกิจ หรือนักธุรกิจหลายๆ เริ่มนั่งงงๆ อยู่ว่ามันจะเอามาใช้กับงานหรือธุรกิจเราได้ยังไง? หรือหลายคนหนักกว่านั้น ยังไม่รู้จัก? หรือยังไม่เคยใช้พวกนี้เลย ซึ่งแน่นอนหลายๆ คงต้องถามว่า "ใช้แล้วผมหรือธุรกิจได้อะไร จาก Social Network?" แหม.! เป็นคำถามที่ดีมากเลยครับ ที่ผมเชื่อว่าเป็นคำถามยอดฮิตของคนทำธุรกิจในตอนนี้ งั้นเรามาดูกัน

 

Social Network คืออะไรงะ? (เห็นคนพูดกันมานานแล้ว งง วุ้ย.!)

        หลายๆคนคงรู้จัก Social Network เว็บไซต์กันอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้คำอธิบายง่ายๆ สั้นๆ ของ Social Network มันก็คือ เว็บไซต์หรือบริการทางอินเทอร์เน็ตที่ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อ หรือติดต่อพูดคุย (Communicate) กับเพื่อนเก่าๆ สมัยมัธยม, มหาวิทยาลัย หรือที่ทำงานเก่าๆ ได้ง่ายๆ และยังสามารถหาเพื่อนใหม่ๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถ เล่นเกมส์ (Games) หรือ ทำอะไรหลายๆ ที่คุณไม่เคยทำมาก่อนได้ เช่น ขโมยผักเพื่อน, เลี้ยงสัตว์กับเพื่อนๆ ของคุณได้ โดยกิจกรรมที่ทำ ทั้งหมดล้วนอยู่บนพื้นฐานของการ "ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนของคุณเท่านั้น" หากจะยกตัวอย่าง Social Network มีหลายแห่งที่ดังๆ เช่น Linkedin.com หรือ Myspace.com แต่ตัวที่ดังๆ จริงๆ ในเมืองไทยตอนนี้หลักๆ คงได้แก่ Facebook.com และ Twitter.com ส่วนตัวอื่นๆ ก็เริ่มๆ เอาท์ๆ กันไปแล้วอย่างเช่น hi5.com เป็นต้น 

 

เออ… แล้ว Social Network มันมาช่วยอะไรธุรกิจเราได้บ้าง(วะ)?

     อ่านๆ ดูแล้วมันเป็นการเชื่อมโยงระหว่างเพื่อนกับเพื่อนหรือคนกับคน แล้วธุรกิจหรือการค้าจะเอาไปใช้อะไรได้บ้าง ตอนนี้นักการตลาดยุคใหม่ "เริ่มเปลี่ยนวิธีการสื่อสารกับลูกค้าตรงๆ เริ่มเปลี่ยนมาเป็นสื่อสารให้คนอื่นพูดถึงสินค้าแทน ในช่องทางโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์แล้ว เพราะได้ผลมากกว่าการโฆษณาตรงๆ" ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น "ระหว่างมีร้านมาโฆษณาบอกว่า โดนัทร้านเค้าอร่อย กับ เพื่อนสนิทของคุณบอกว่า โดนัทร้านนี้อร่อย คุณจะเชื่อใครมากกว่ากัน.!" แน่นอนครับ แทบทุกคนต้องบอกว่า "เชื่อเพื่อนบอกมากกว่าโฆษณาบอก" นี้คือหลักการง่ายของการตลาดผ่าน Social Network คือ "ให้คนอื่นพูดถึงสินค้าหรือบริการของคุณแทนคุณบอกเอง" แต่ต้องบอกในทางที่ดีนะครับ

 

วิธีการง่ายๆ ทำให้องค์กรคุณเป็นองค์กร Social Network

  1. สร้างตัวตนขององค์กรคุณใน Social Network 
    วิธีการนี้ง่ายมากๆ เพียงแค่เข้าไปสมัครใน Social Network แต่ละแห่งแล้วเริ่มนำข้อมูลสินค้า หรือบริการบอกให้ข้อมูลผ่านทางช่องทางนี้ แต่ต้องใช้ทักษะการบอกผ่านในช่องทางนี้ อย่างแยบยล และ "ควรจะสื่อสารสิ่งที่ลูกค้าอยากฟัง" ไม่ใช่เอาแต่พูดแต่เรื่องของสินค้าของคุณ "ควรจะพูดในมุมว่าสินค้าหรือบริการของคุณจะไปช่วยทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้นอย่างไรได้" เช่นผมขาย "ไดร์เป่าผม แทนที่จะบอกว่าผมขายไดร์เป่าผม ก็เปลี่ยนวิธีสื่อสารใหม่ เช่น "เพิ่มความสวยให้แต่วันทำงาน ด้วยไดร์เป่าผมของคุณ" สิ่งที่คุณพูดออกไปก็จะมีคนใจมากกว่า



     

  2. หาคนรับผิดชอบให้ชัดเจน
    การระบุคนหรือทีมที่ชัดเจนในการดูแล Social Network ขององค์กรก็จะเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะสามารถโฟกัสในสิ่งที่ทำได้ โดยส่วนใหญ่ หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านนี้ คือฝ่ายการตลาด เพราะสามารถใช้เป็นอีกช่องทางนึงในการสื่อสารได้อย่างเต็มที่พร้อมๆ บางองค์กรผู้บริหารระดับสูงก็เข้ามาใช้ Social Network นี้เอง อย่างเช่น คุณพาที สารสิน CEO ของนกแอร์ (http://twitter.com/patee122) เฮียฮ้อของ RS (http://twitter.com/HereHorRS) หาก CEO หรือผู้บริหารคนไหนสนใจจะเริ่มต้นทำ Social Network ลองอ่านที่ "6 เหตุผลที่ผู้บริหารควรเอาตัวเองเข้าไปกระแทก Social Network" หรือหากองค์กรของคุณไม่มีคนรับผิดชอบ ก็สามารถอาจจะให้บริษัทมืออาชีพที่ทำงานด้านนี้มาช่วยดูแลแทนก็ได้ 



     

  3. ให้คนในองค์กรมีส่วนร่วมในการสร้าง Social Network
    ผมเชื่อว่าในองค์กรของคุณ อาจจะมีคนอยู่หลายคนเลยทีเดียวที่ใช้ Social Network อย่างเช่น Facebook หรือ Twitter แต่ส่วนใหญ่เราจะพบว่าคนส่วนใหญ่ที่ใช้ "มักใช้ในเรื่องส่วนตัว" แต่หากเราสามารถปรับและกระตุ้นให้คนในองค์กร มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ Social Network มาเพิ่มศักยภาพของแบรนด์หรือสินค้าขององค์กร ให้ผ่านไปยังเครือข่าย Social Network ของเพื่อนๆ เค้าออกไป ยกตัวอย่างง่ายๆ หากองค์กรคุณมีคน 20 คนที่ใช้ Social Network แต่ละคนมีเพื่อนอยู่ใน Network 100 คน และใน 100 คนก็บอกต่อไปหาเพื่อนอีก 100 คน ลองคิดดูง่ายๆ ว่า "หากทั้ง 20 คนในองค์กร ช่วยกันพูดถึง สินค้าและบริการของคุณออกไป วันละ 1 ครั้ง เราจะมีคนเห็นสินค้าหรือบริการของคุณผ่านออกไปมากถึง 2 แสนคน/วันเลยทีเดียว" และที่สำคัญข้อความเหล่านี้ จะน่าเชื่อถือมากกว่าข้อความปกติ เพราะถูกส่งผ่านไปยังในรูปแบบ "เพื่อนบอกเพื่อน"

 

ทั้งหมดนี้่เป็นเพียงขั้นตอนง่ายๆ ที่องค์กรของคุณ สามารถปรับตัวเองเข้าสู่โลกของ Social Network ได้ไม่ยากครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป รีบสมัครเลยครับ ลองมาหาวิธีการนำ Social Network มาใช้ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับองค์กรของคุณดีกว่า จะปล่อยให้พนักงานหรือคนในองค์กรของคุณปลูกผักหรือเปิดร้านขายอาหารไปวัน ๆใน Facebook ไปทำไม อ่านจบแล้วก็คิดวิธีการทำได้เลย… จะรออะไรอยู่ละ.!

 

 







6 เหตุผลที่ผู้บริหารควรเอาตัวเองเข้าไปกระแทก Social Network

** บทความนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารที่ไม่รู้ค่อยรู้เรื่อง Internet และหากคุณเป็นลูกน้องต้องการอัพเดทกบาลหัวหน้าหรือผู้บริหารของคุณ ลอง Print หน้านี้ออกไปวางไว้บนโต๊ะให้เค้าอ่านสิครับ

 

อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังถึง "เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ" ตอนนี้ก็เริ่มมีหลายๆ องค์กรเริ่มนำ Social Network เข้ามาใช้ในธุรกิจ หลายแห่งก็ยังไม่ได้ทำ แต่สำหรับผู้บริหารหรือหัวหน้าที่ยังไม่ได้เอาตัวเองเข้าไปใช้ Social Network หรือผมเรียกว่า "เอาตัวเองเข้าไปกระแทก" นั้น มาดูกันว่า ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดการใช้ Social Network ซึ่ง Social Network ในที่นี้ผมขอเน้นไปที่ Facebook.com และ Twitter.com นะครับ

 

1. ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่เร็วและ แร๊ง..งง 

ด้วยรูปแบบของการใช้ Social Network ที่ผู้บริหารสามารถควบคุมและดูแลได้ด้วยตัวเอง ทำให้สามารถส่งข้อความ ที่ตัวเองต้องการส่งได้เมื่อไรก็ได้ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเราได้ทันที และยังสามารถสื่อสารออกไปในวงกว้างได้อีกด้วย จึงถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพมากในยุคของสื่ออินเทอร์เน็ตเช่นนี้

 

2. แนบชิดกับลูกค้า และคนในองค์กร

ผู้บริหารสามารถความเป็นกันเองกับ ลูกค้า หรือคนในองค์กรของคุณ ด้วยการใช้ Social Network โดยไม่จำเป็นต้องส่งเฉพาะเรื่องงานเข้าไปเท่านั้น การส่งเรื่องส่วนตัว หรือกิจกรรมต่างๆ ของตนในแต่ละวัน ก็จะทำให้ผู้รับข้อมูลรู้สึกเป็นกันเอง และรู้สึกใกล้ชิดกับผู้บริหารมากขึ้น ทำให้เกิดความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งระหว่างคุณกับลูกค้าหรือแม้แต่กับคนในองค์กรของคุณ และนอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องมือทำให้คุณรู้ว่า คนในองค์กรของคุณตอนนี้เค้าคิดหรือทำอะไรอยู่บ้าง ทำให้คุณสามารถเข้าใจคนในองค์กรของคุณได้ดีมากขึ้น นอกเหนือจากมุมมองด้านการงานเพียงอย่างเดียว 

 

3. ลดการนินทาว่าร้ายจากคนในองค์กร

เมื่อคุณอยู่ในโลก Social Network เดียวกับคนในองค์กรของคุณ และทำให้คนในองค์กรคุณที่รู้ว่าคุณอยู่ในนี้เช่นเดียวกันจะ "มีการระมัดระวังการพูดจาหรือกล่าวร้ายต่อองค์หรือตัวคุณได้" เพราะมีหลายๆ ครั้งที่คนในองค์กรมักจะเขียนอะไรที่ไม่ดีต่อองค์กรที่ตนทำงานอยู่ หรือ ผู้บริหารที่ได้ทำงานด้วย เพราะส่วนใหญ่มักคิดว่า เขียนไปแล้ว ผู้บริหารหรือองค์กรจะไม่มีทางมาเจอข้อมูลเหล่านี้ และบางครั้งมักเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งการที่คุณอยู่ใน Social Network เดียวกับเค้า จะช่วยลดเหตุการณ์แบบนี้ลงไปได้มากๆ เลยทีเดียว

 

4. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กร

ตอนนี้หากผู้บริหารมีการใช้ Social Network เป็นช่องทางในการสื่อสารอีกวิธีหนึ่ง สื่อหรือสังคมก็จะเริ่มให้ความสนใจกับ การพัฒนาของผู้บริหารที่มีการนำเทคโนโลยีรูปแบบใหม่มาใช้กับการสื่อสาร ทำให้ภาพลักษณ์ของผู้บริหารและองค์กรมีความทันสมัย และภาพลักษณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น

 

5. ช่องทางกระจายองค์ความรู้

ผู้บริหารหลายๆ คนมักเป็นคนเก่ง แต่มักไม่มีโอกาสในการถ่ายทอดความรู้ หรือเทคนิคอะไรดีๆ ดังนั้นการมี Social Network จะทำให้ผู้บริหารสามารถใช้เป็นช่องทางในการ กระจายความรู้ที่ตัวเองแก่คนทั่วไป และคนในองค์กรได้อีกด้วย เพียงทิปเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณสื่อสารออกมา อาจจะะเป็นความรู้สิ่งใหม่สำหรับคนอื่นๆ ได้อย่างมากเลยทีเดียว

 

6. สร้างความได้เปรียบในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆ

หลากครั้งที่ผู้บริหารมักไม่เข้าใจ เรื่องของ Internet และเทคโนโลยีใหม่ๆ การเอาตัวเองเข้ามาอยู่ในโลกของ Social Network จะทำให้คุณได้เปิดโอกาสการเรียนรู้สิ่งใหม่ ที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผ่าน Social Network และ Internet  ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารมีมุมมองที่กว้างไกลมากขึ้น เมื่อคุณสามารถเข้าใจเทคโนโลยี และรู้จัก รวมถึงการนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้

 

ทั้งหมดนี้สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปสมัครใช้บริการของ Social Network ต่างๆ อย่าง Facebook.com หรือ Twitter.com ส่วนตัวผมขอแนะนำ Twitter.com เพราะสามารถใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และสามารถใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับคนที่สนใจจะใช้ Twitter ลองอ่านที่นี่ครับ (http://www.pawoot.com/twitter) อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อย่าลังเลครับ รีบเปิดแล้วเข้าไปสมัครเว็บ Twitter.com หรือ Facebook.com เลยครับ อย่าปล่อยให้โอกาสของการเปลี่ยนแปลงขององค์กรของคุณผ่านไปครับ….

หากมี twitter กันแล้ว ก็ add ผมมาได้เลยนะครับ http://www.twitter.com/pawoot 

 

แอบดู อนาคตของ Social Network?

ตอนนี้ Social Network เป็นสิ่งที่คนหันมาใช้กันเยอะมาก เรามาลองแอบดูกันดีกว่า ว่าในอนาคตของ Social Network มันจะเป็นยังไงบ้าง ตามความคิดของผม

 

  1. Network จะกว้างและเข้าถึงกลุ่มคนได้กว้างมากขึ้น รองรับกับคนทั่วโลกมากขึ้น เช่น function แปลภาษาอัตโนมัติจำทำให้เกิดการสื่อสารข้ามเชื้อชาติได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งเวลานั้นจะเกิดเหตุการณ์ "การข้ามของการสังคมผ่าน Social Network หรือ Cross Culture Social Network"

     

  2. ช่องทางการเข้าถึง (Channels) จะมีมากขึ้น และง่ายมากขึ้น
    มันจะเริ่มผสานเข้ากับชีวิตคนเรามากขึ้น เช่นผมขับรถปุ๊ป รถก็จะมีการส่งข้อความออกไปยัง social network ได้ทันที พร้อมกับบอกตำแหน่งของผมผ่าน GPS ลงในแผนที่ของ Google Map ทันที หรือ อย่างตอนนี้ผู้ผลิต อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ ก็เริ่มนำ Social Network ต่างๆ เข้าไปรวมกับมือถือมากขึ้น เช่นบริการของ Facebook, Twitter, MySpace เป็นต้น หรืออีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ผลิตกล้องดิจิตอลเริ่มนำบริการ Social Network เชื่อมเข้ากับกล้องถ่ายรูปหรือ VDO โดยเมื่อคุณถ่ายภาพ คุณก็จะสามารถ Upload ภาพหรือ VDO เข้าไปที่ Youtube, หรือ Flickr ได้ทันที โดยในตัวกล้องมีการเชื่อมต่อกับ GPS และ WIFI อยู่แล้ว

     

  3. จะ Automatic มากขึ้นใน ส่งข้อมูลหรือเข้าถึง Social Network เช่นต่อไปเราไม่ต้องเข้ามา พิมพ์หรือกดอะไรเพื่อส่งข้อมูลเข้า Social Network เพราะอุปกรณ์ต่างๆ หรือสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา มันจะเข้าหาเราเอง และดึงข้อมูลจากเราเข้าสู่ Social Network เองเป็นแบบระบบ Autometic โดยอุปกรณ์ต่าง ๆจะตรวจสอบ (Detect) เราได้ว่าเรากำลังอะไรอยู่ ตัวอย่างนึงที่มีแล้วตอนนี้ คือบริษัทในเยรมันชื่อ Yello Strom ได้พัฒนาระบบที่สามารถแจ้งการใช้ไฟฟ้าของมิเตอร์ผ่าน twitter ได้แล้ว (ดูได้ที่นี่) หรือ ดูตัวอย่างการที่ Social Network เข้าไปเชื่อมโยงกับการวิเคราะห์หน้าของแต่ละคนแล้วเชื่อมโยงไปที่ social network ที่คนๆนั้นใช้ได้ ดูจาก VDO อันนี้ครับ

     

  4. จะฉลาดมากขึ้น (intelligent) จะเริ่มสามารถ "เข้าใจ" และ "วิเคราะห์ (Analyze)" พฤติกรรมคนใน Social Network ได้ดีมากขึ้น ทำให้เราสามารถเข้าถึง และเข้าใจถึงพฤติกรรมของแต่ละคนได้มากขึ้น และจะเกิด "กลุ่ม หรือ Segment" ใหม่ที่ "ลึกและเฉพาะ (niche)" มากขึ้น โดยเกิดจากความกว้างหน้าของวิทยการด้านเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรวดเร็ว ซึ่งผมคิดว่า cloud computing + internet + social network จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว ลองดู VDO อันนี้คือตัวอย่างของการวิเคราะห์อัตโนมัติ

     

  5. จะเกิด Social Network เฉพาะ (Niche & Vertical) เกิดขึ้น ที่จะเข้าถึงกลุ่มคนเฉพาะกลุ่มและ จะเกิด "Social on Social" หรือ "สังคม ใน สังคม" จะเกิดสังคมเล็กๆ ซ้อนทับในสังคมใหญ่ๆ อีกที เช่นจะเกิดการสร้างสังคมย่อยเกิดขึ้นในสังคม social network ใหญ่ๆ อีกทีเช่น จะเกิด social network เล็กๆ ย่อยๆ ใน facebook อีกทีโดยมี application หรือ service เข้ามาช่วยทำให้เกิดได้ง่ายมากขึ้น

5 เทคนิคการนำ Social Network มาใช้กับการตลาดและธุรกิจ และทำยังไงให้สำเร็จ

มาดูคำถามที่มักถามกันเข้ามาบ่อยๆ เกี่ยวกับการนำ Social Network กับการทำการตลาด ว่าทำยังไงบ้าง  วันน้ผมรวบรวมเอามาไว้ให้แล้ว

  1. หากธุรกิจจะนำ Social Network มาใช้คนกลุ่มไหน เป็นกลุ่มที่ Social Network สามารถเข้าถึงได้?
    คำตอบ : กลุ่มหลักที่ใช้ Social Network ในปัจจุบัน วัยรุ่น วัยทำงาน อายุ 25-40

     

  2. วิธีการสื่อสารผ่าน Social Network รูปแบบไหนที่ ธุรกิจควรนำมาใช้ในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย
    คำตอบ :
    1. ไม่ควรสื่อสารตรงๆ จากสินค้าหรือ Brand เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการตรงๆ เพราะคนจะไม่ค่อยติดตาม และให้ความสนใจกับสิ่งที่เจ้าของสินค้าหรือ brand พูดมากเท่าไร
    2. การกระตุ้นหรือมีกลยุทธที่ให้คนที่มีอิทธิพล (Influencer) ในการพูดถึงสินค้าหรือ Brand ของคุณแทน จะทำให้คนทั่วไปสนใจ และพูดถึงสินค้าหรือ Brand ของคุณ

    "86% ของคนทั่วไปมักไม่เชื่อสิ่งที่สินค้าหรือ Brand พูดถึงตัวเอง แต่ 78% ของคนทั่วไปมักเชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูดถึง Brand" 

    เมื่อก่อน Brand ต่างๆ มักจะเชิญ celeb ดารา ไปงาน แต่เดียวนี้ สินค้าไอที หรือสินค้าต่างๆ เริ่มเชิญ คนที่มีคนรู้จักทางออนไลน์ (Online Celebrity) ไปร่วมงาน และให้สินค้าไปใช้ เพื่อสร้างกระแส เพราะช่องทางออนไลน์มันไปได้เร็วกว่า Celeb ธรรมดา และเข้าถึงกลุ่มคนกลุ่มใหม่ได้

     

  3. จะขายสินค้าผ่านทาง Social Network ได้ไหม?
    คำตอบ : การขายหรือสื่อสารข้อมูลสินค้าตรงๆ ผ่านทาง social network ผ่านทาง brand ดูจะเป็นทางที่เพิ่มยอดขายได้น้อยกว่า แต่สิ่งที่น่าสนใจมากว่าก็คือ การขายแบบอ้อม หรือ in-direct ที่จะให้คนอื่นพูดถึงและบอกต่อกันไปผ่าน social network

    Social Network จะใช้ในการสื่อสาร ส่งข้อความมากว่าที่จะใช้ในการสร้างยอดขายหรือปิดการขาย แต่การปิดการขายหรือการขายของได้ (Make Transaction) ก็ยังคงต้องอาศัยเว็บไซต์ เป็นเครื่องในการปิดการขายอีกตัว โดยลักษณะมันจะเป็นการเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน

    ดังนั้นนักการตลาดที่ดี "ต้องเข้าใจ" และสามารถ "วางกลยุทธ" ในการผสมผสาน Social Network เข้ากับ E-Commerce ให้ได้อย่างกลมกลืนที่สุด เมื่อนั้น Social Network จะสามารถสร้างยอดขายให้กับ สินค้าหรือ Brand ได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

     

  4. หากคู่แข่งใช้ Social Network ด้วยแล้วเราจะทำยังไงดี?
    คำตอบ :
    1. ให้ดู positioning หรือจุดยืนทางการตลาดว่า ของเรากับของคู่แข่งมีความแตกต่างกันอย่างไร
    2. พยายามสร้าง network หรือเครือข่ายให้กว้างกว่า และเข้าถึงให้ "ตรงกลุ่มเป้าหมาย" มากที่สุด
    3. สร้าง Creativity และการสร้างสรรค์ ให้เกิดความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง หรือการนำเทคโนโลยี หรือ innovation เข้ามาใช้

     

  5. ทำยังให้คนเข้ามาใน Network ของเราหรือ Follow เราเพิ่มมากขึ้น? และ ปัจจัยความสำเร็จ (Key Success Factors) ของการทำการตลาดบน Social Network
    คำตอบ :
    1. จุดยืนหรือ positioning ของคุณว่าคุณคือ "อะไร" อะไรคือ "จุดเด่นของคุณ"  และทำไมเค้าต้องมาตามคุณในโลกของ Social Network และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "เค้าตามคุณไปได้ เค้าจะได้อะไร?"
    2. ถามตัวเองก่อนว่า "คุณมีอะไรให้เค้าน่าตามหรือดึงให้เค้าเข้ามาร่วมใน network ของคุณบ้าง?"
    3. ขนาดของ Network หากเรามีคนอยู่ในเครือข่ายหรือ Network เรามาก ก็จะได้เปรียบและข้อความที่ส่งออกไป ก็จะมี impact และมีความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้น
    4. Trust หรือความน่าเชื่อถือ ว่าคุณสามารถสร้างสิ่งนี้ได้ดีระดับไหน
    5. ข้อความ (Content) ที่คุณจะส่งออกไปต้องมีคุณภาพ และเป็นสิ่งที่เค้าอยากฟัง ไม่ใช่ พูดแต่สิ่งที่เราอยากจะพูด และสิ่งที่เค้าได้รับต้องเป็นสิ่งคนรับต้อง "ได้"
    6. ความถึ่ในการสื่อสาร ควรจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
    7. การสร้างเทคนิคหรือกลยุทธทางการตลาด ที่สามารถเปลี่ยนจาก "ผู้ชม (Vistior)" กลายเป็น "ผู้ซื้อ (Customer)" ได้ หรือการสร้าง conversion rate ให้เกิดขึ้น
    8. เทคนิคการโปรโมทให้คนมาตามเราหรือเข้ามาใน network เรามากที่สุดคือ การโปรโมทผ่านทาง Social Network ออกไป ให้คนใน network ที่ยังไม่ตามเรา เข้ามาหาเรามากขึ้น แต่ต้องมีกลยุทธที่น่าสนใจ

     

 

 

9 ความลับที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ Social Network Marketing

หลายๆ คนมักมีคำถามเกี่ยวกับ Social Network เช่นพวก Facebook, Twitter หรือ Hi5.com ในหลายๆ มุมมองวันนี้ผมมาวิเคราะห์ Social Network ในมุมของผมผ่านคำตอบหลายๆ ข้อซึ่งแต่ละข้อเป็นยังไงลองมาดูกันครับ

  1. ทำไมคนถึงติด Social Network ?

    ตอบ : เพราะมันคน มันมีความสัมพันธ์ (Relation) มีคนที่เรารู้จักอยู่ในนี้เต็มไปหมดในโลกของ Social Network ทำให้หลายๆ คนเริ่มติดและให้ความสนใจกับ Social Network เพราะเราสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่เรารู้จักมากๆ ได้ทันที แม้ว่าเราจะอยู่ทีไหนก็ตาม แต่บางทีมันก็เป็นข้อเสียเช่นกัน เพราะมันอาจจะทำให้คนบางคน เริ่มหลุดหรือใช้เวลาน้อยลงจากสังคมจริงๆ หันไปใช้เวลากับ Social Network มากขึ้น (ใครเป็นบ้างเนี่ย? Tweet ทั้งวัน คุยกับคนรอบข้างน้อยลง ผมเป็นเหมือนกันนะ บางจังว่ะ)  และยิ่งเดียวนี้ "ช่องทาง (Channel)" ในการเข้าถึงสื่อ Social Network สามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นด้วย เช่นทาง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอนาคตมันจะเริ่ม "ผนวกเข้าไปกับ life style" ของคนมากขึ้น เมื่อวันนั้นละ ทั้งชีวิตของคนเราจะเริ่มเชื่อมเข้าสู่ Social Network กันจนบางทีแทบแยกไม่ออกเลยทีเดียว

     

  2. อะไรคือสาเหตุให้ Social Network สามารถเติบโตได้รวดเร็ว

    ตอบ : นอกจากสาเหตุที่เกิดจากการเชื่อมโยง "คน" เข้าด้วยกันแล้วผ่าน Social Network แต่สิ่งหนึ่งที่เป็น "ปัจจัยหลัก" ที่ทำให้ Social Network เติบโตได้เร็วคือการ "เชื่อมโยงเข้ากับระบบอื่นได้" โดยมีการเปิด "ช่องทางการเชื่อมต่อ หรือ API" ขึ้นมาทำให้นักพัฒนาทั่วโลกต่างพัฒนาเว็บไซต์หรือระบบของตัวเอง เชื่อมต่อกับ Social Network ต่าง เช่น ผู้ผลิตเกมส์ Farm Ville พัฒนาเกมส์บน Facebook ขึ้นมา หรือ มีคนพัฒนาระบบทำให้ Twitter เชื่อมโยงกับ Facebook ได้ เป็นต้นน่ะ เมื่อ ระบบสามารถเชื่อมโยง พูดคุยกับอีกระบบได้อย่างอัตโนมัติเราเรียกอีกอย่างนึงกว่าเกิดการ "Mashup" ขึ้น

     

  3. ทำไมวัยรุ่นถึงใช้ Twitter หรือ Social Network บางอย่างน้อย?

    ตอบ : 
    เพราะ วัยรุ่นส่วนใหญ่เจอกันอยู่แล้วทุกๆ วันตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ดังนั้นการสื่อสารระหว่างกันจึงไม่ค่อยได้ทำเท่าไร แต่สำหรับผู้ใหญ่ขึ้นมาเช่นคนทำงาน ที่ไม่ค่อยมีเวลาเจอเพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ เท่าไร เพราะเวลาหมดไปกับการทำงาน ดังนั้นการใช้ Twitter จึงเป็นการทำให้คนกลุ่มนี้สามารถ "สื่อสารและติดต่อ" กับคนอื่นๆ ที่เค้าสนใจหรือเพื่อนของเค้าได้ นึ้คือสาเหตุที่ทำให้ Twitter เติบโตในกลุ่มคนที่อายุเยอะ และวัยรุ่น บางส่วนบอกว่า Twitter ไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้ และมี app เหมือน facebook (ขอบคุณน้อง @thangman22)

     

  4. ความแตกต่างระหว่าง Social Media กับ Social Network

    ตอบ : Social Network คือ ฐาน คือ infrastructure หรือที่ๆ มีคนอยู่เยอะๆ เกิดเป็นโครงข่าย เช่น  Facebook,Hi5 , Twitter
    Social Media คือ การสื่อสารผ่านลงไปยัง Social Network เช่นเราสื่อสารลงไปยังคนที่ใช้ Facebook ก็คือเราทำ Social Media บน Facebook

     

  5.  ความแตกต่างระหว่าง Hi5 Facebook และ Twitter

    ตอบ : จริงๆ แล้วบริการทุกอย่างที่เอยมา คือ Social Network เหมือนกันตรงที่ทุกอย่างใช้ "ความสัมพันธ์ (Relation)" ในการสร้าง "การเชื่อมโยง (Network)" ให้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ Twitter ใช้ในการ "สื่อสาร (Communication)" เป็นหลัก แต่ในขณะที่  Facebook และ Hi5 เริ่มเปลี่ยนตัวเองเป็น Platform ที่สามารถมี Application หรือ บริการอื่นๆ ให้บริการบนตัวเองได้

     

  6. สาเหตุที่ Facebook ดังในเมืองไทย

    ตอบ : เพราะเริ่มมีการให้บริการในเวอร์ชั่นภาษาไทย โดยการแปลเกิดการคนไทยช่วยกันแปลให้ Facebook (Social Contribution) และเกิดจากคนกลุ่มคนในกลุ่ม Trend Setter ก่อนเช่นพวก นักเรียนนอก ไฮโซ ดารา แล้วค่อยขยายออกมายังกลุ่มคนอื่นๆ

     

  7. สาเหตุที่ Hi5.com ดังในเมืองไทย
    ตอบ :
    1. เป็น social network แรกๆ ที่คนไทยรู้จัก
    2. เกิดการกระจายไปอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนไทยที่ใช้ hotmal เพราะต่างก็ไปกดปุ่ม "แนะนำเพื่อนๆใน hotmail" ของตัวเอง ซึ่งคนไทยใช้ hotmail เกือบ 70% ของประชากรไทยที่ใช้ internet นี้คือสาเหตุที่ทำให้ hi5.com เติบโตเร็ว (ในมุมมองของผม)

     

  8. บริการอะไรบน Social Network ที่คนจะไม่ใช่?

    ตอบ :
    1. บริการนั้นไม่ให้ประโยชน์กับคนที่ใช้เลย เช่นบริการนั้นจะพยายามโปรโมทสินค้าหรือบริการตัวเอง
    2. บริการที่ไม่ได้ดึงความเป็น Social มาใช้ เช่น พัฒนาเกมส์ขึ้นมา แต่เกมส์นั้นไม่มีการเชื่อมโยงกับเพื่อนๆ ในกลุ่มของเค้าได้

     

  9. Facebook.com ใหญ่แค่ไหนแล้วตอนนี้?

    ตอบ : ปัจจุบันวันนี้ 11/03/2009 มีคนใช้ Facebook แล้วทั่วโลก 316,402,840 คน เมืองไทยมี 1,632,880 คน เช็กได้ที่ http://www.checkfacebook.com/

     

เสก Twitter ให้ทำงานอย่างอัตโนมัติดีกว่า

    ในการเลือกใช้ Twitter เป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายหรือ target market ของเรานั้น สิ่งที่สำคัญข้อหนึ่งคือการ "ความสม่ำเสมอ" ในการติดต่อสื่อสารพูดคุยกับคน follower คนอยู่ แต่ผมเชื่อว่าหลายๆ แบรนด์หรือองค์กร อาจจะไม่มีเวลามาคอยนั่ง Tweet ทั้งวันก็เป็นได้ หรือวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่ได้มาทำงาน ก็อาจจะทำให้การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าของเราเป็นเรื่องที่ขาดตอน ดังน้ั้นวิธีการแก้ปัญหาง่ายๆ ก็คือ "ตั้งเวลา Tweet ไว้ล่วงหน้าสิครับ"

ธุรกิจไทยที่ไหนบ้างใช้ Twitter ในการโปรโมทธุรกิจ

    ผมมักจะเจอปัญหาหลายๆ ครั้ง ในการอธิบายให้คนทั่วๆ ไปฟังว่า Twitter คืออะไร และมันสามารถเอาใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง ซึ่งผมได้แนะนำไปหลายๆ ครั้งแล้วที่ "Twitter คืออะไร?", "การเพิ่มยอดขาย กระตุ้นผู้คนด้วย Twitter" และอีกหลายๆ เรื่อง ไปอ่านเพิ่มได้ที่นี่..

    ผมว่าการยกตัวอย่างธุรกิจที่นำ Twitter มาใช้ในการทำธุรกิจดูจะเป็นแนวทางที่ สามารถทำให้หลายๆ คน เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า เค้านำ Twitter ไปใช้ในแนวทางไหนบ้าง น่าจะเป็นวิธีการที่ดีครับ เอ้ามาดูกันว่ามีธุรกิจไหนบ้างในไทยที่นำ Twittre มาใช้ครับ

Business Twitter Account
Detail
กลุ่ม IT-Telecom    
HTC thailand HTCthailand กิจกรรมต่างๆ ของ HTC PDA Phone
DTAC dtac_feelgoood ส่งเรื่องราวน่ารักๆ เป็นกันเองสบายๆ ตาม Concept Feel Good
Dell Thailand DELLThailand กิจกรรมโปรโมชั่น สินค้าใหม่ๆ ของทาง Dell Thailand
Sony Thailand SonyThailand กิจกรรมของทาง Sony มีเกมส์ และส่วนลดต่างๆ
AIS Privilege AIS_Privilege สิทธิพิเศษต่างๆ ของทาง AIS
น้องอุ่นใจจาก AIS personalbutler ทิปเทคนิคดีๆ จาก น้องอุ่นใจจาก AIS
GSM Advance GSMAdvance_Fan กิจกรรมดีๆ จากทาง GSM Advance
Power Buy Power_Buy แนะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ๆ และกิจกรรมต่างๆ ของทาง Power buy
HP Thailand HPThailand คำแนะนำน่ารักๆ กิจกรรมดีๆ ของทาง HP Thailand
INET INET_th  กิจกรรมจาก INET
     
Entertainment    
GMM International Gmm_inter กิจกรรมของทาง GMM International
Major Cineplex MajorGroup เรื่องราวของหนัง และกิจกรรมต่างๆ ของทาง Major
โรงหนัง iMAX iMaxTH หนังใหม่ๆ ที่เข้าของโรงหนัง iMax
ซีเอ็ดบุ๊ก SBC_PR ร้านหนังสือ ซีเอ็ด บุ๊ก โปรโมชั่นหนังสือ
สหมงคลฟิลม์ Sahamongkolfilm หนังใหม่ๆ จากทางสหมงคลฟิลม์
SF Cinema welovesf หนังใหม่ๆ จาก SF Cinema
รายการ Five Live five_live กิจกรรมของรายการทีวี Five Live
ร้านหนังสือนายอินทร์ naiin กิจกรรมของทาง ร้านหนังสือ นายอินทร์
สำนักพิมพ์แจ่มใส jamsai หนังสือใหม่ๆ ของทางสำนักพิมพ์แจ่มใส
Central World CentralWorld กิจกรรมส่วนลดจากทาง Central World
ค่ายหนัง GTH gthchannel หนังใหม่ๆ กิจกรรมของทาง GTH
ช่อง 7 ch7 กิจกรรมของทีวีช่อง 7
     
อาหาร-เครื่องดืม-สุขภาพ    
เบียร์ Federbrau Federbrau_Beer กิจกรรม ภาพพริตตี้สวยๆ จาก Federbrau
ช้างเบียร์ Chang_beer  กิจกรรมของทางเบียร์ช้าง
Thai Bev thaibev กิจกรรมต่างๆ ของทาง Thai Bev ผู้ผลิตเบียร์ช้าง
เบียร์อาชา archa_beer  กิจกรรมของเบียร์อาชา
น้ำดื่มช้าง Chang_water กิจกรรมต่างของ น้ำดื่มช้าง
MK Restaurant mkrestaurant เกมส์ กิจกรรมมากมายของทาง MK
ราชเทวีโพลีคลีนิค RCSkinClinic วิธีการรักษาผิวหน้า การรักษาสุขภาพ
แพนนคอสเมติค pancosmetic กิจกรรมต่างๆ ของทางพอนส์
กาแฟดอยช้าง doichaangcoffee กิจกรรมของร้านกาแฟดอยช้าง
เบียร์สิงห์ Singha_Beer กิจกรรมของเบียร์สิงห์
ร้านฟูจิ อาหารญี่ปุ่น WELOVEFUJI พูดคุยเกี่ยวกับอาหารของฟูจิ กิจกรรมต่างๆ
     
ธุรกิจอื่นๆ    
ห้างเซนทรัล Centralnews โปรโมชั่นสินค้า จากห้างเซนทรัล
ธนาคารกสิกร kasikornbank_ กิจกรรมของทาง ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารไทยพาณิชย์ scb_thailand กิจกรรมของทาง ธนาคารไทยพาณิชย์
บริษัทหางาน Adacco AdeccoThailand งานใหม่ๆ ล่าสุดจากทาง Adecco
บุญถาวร Boonthavorn กิจกรรม ทิปเทคนิคการแต่งบ้าน
Land and House lhhome กิจกรรมดีๆ ทิปเกี่ยวกับบ้านของ Land and House
แสนสิริ sansiriplc กิจกรรมและทิปเกี่ยวกับเรื่องบ้านจาก แสนสิริ
CP All cpall_7eleven กิจกรรมของทาง CP All
โรงแรม Metro Point MetroPointHotel กิจกรรมของโรงแรม Metro Point ลาดพร้าว
บุญถาวร ร้านสุขภัณฑ์ Boonthavorn ความรู้เกี่ยวกับสุขภัณฑ์และกิจกรรม

 

แฉ.! เทคนิคการส่งข้อความผ่าน Twitter ให้ได้ผลมากที่สุด (เทคนิคการเพิ่ม RT ให้มากที่สุด)

สำหรับนักการตลาดออนไลน์ การเขียนข้อความทาง Twitter แล้วมีคนเป็นจำนวนนมาก "ส่งต่อ" หรือ "RT = ReTweet" กันหลายๆ คน นั้นหมายถึง "ข้อความทางการตลาด" ของคุณ ได้ถูกส่งต่อ สู่สายตาคนหมู่มากได้ง่ายๆ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลด้าน การเพิ่มยอดขาย (Sale) การเพิ่มรับรู้ Brand (Awareness) หรือการเข้าไปมีส่วนปฏิสัมพันธ์กับ Brand (Engagement)  แต่คำถามง่ายๆ คือ "ทำยังไง คนจะถึง RT ข้อความของเรา ออกไปเป็นจำนวนมากๆ ได้" อ้าววันนี้เรามาดูเทคนิคการเขียนข้อความที่ทำให้คน RT ข้อความของคุณเยอะ และเทคนิคการวัดผลว่าคน RT ข้อความของคุณเยอะแค่ไหน

 

ก่อนอื่น Retweet หรือ RT คืออะไร? แล้ว RT ยังไง?
(ใครไม่รู้จัก Twitter อ่านตรงนี้ก่อนนะครับ Twitter คืออะไร? สำหรับคนรู้แล้วข้ามไปได้เลยครับ)

Retweet (ผมขอเรียกว่า RT นะครับ) คือ "การนำข้อความคนอื่นที่ Tweet มาส่งต่อซ้ำออกไป โดยมีคำว่า RT นำหน้า" เช่น ผม RT ข้อความของ @thanr ดังภาพด้านล่าง ซึ่ง วิธีการ Retweet ทำก็ง่ายๆ ครับมีหลายวิธี

เพิ่มยอดขาย กระตุ้นผู้คนด้วย Twitter

คุณรู้จัก Twitter ไหมครับ?  หากไม่รู้จัก แนะนำให้ไปอ่านที่นี่ก่อนครับTwitter คืออะไร? หากรู้แล้ว คุณคงจะพอรู้ว่า Twitter มันเป็นเครื่องมือสื่อสารทีสามารถสร้างแรงกระตุ้นให้ "คนที่ตาม (Follower)" คุณอยู่ได้ไม่ยากเลย ยิ่งคุณมีคนตามยิ่งมากเท่าไร แรงกระตุ้นและการกระจายตัวของการสื่อสารจะไปได้ไกลเท่านั้น

ทำไมการส่งข้อความทาง Twitter ถึงเป็นช่องทางที่ดี?

   Twitter เป็น Social Network ประเภทหนึ่ง คือการเชื่อมโยงคนต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันผ่าน Internet ด้วยการส่งข้อความสั้นๆ และ "การตาม (Follow)" ซึ่งหากใครชอบคนไหน ก็จะตามคนๆนั้น เช่น ผมชอบชื่นชอบ กาละแมร์ พิธีกรชื่อดังผมก็จะ "ตาม" กาละแมร์ได้ ซึ่งการตามส่วนใหญ่จะเป็นการ "ตาม" จะเกิดเพราะ ความชื่นชอบ, หรือเป็นเพื่อน, หรือคนที่มีลักษณะ life style เดียวกัน ซึ่ง การตาม หรือ Follow จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงของกลุ่มคน ที่มีลักษณะความชอบคล้ายๆ กันเป็นกลุ่มๆ เชื่อมโยงกันอยู่ ผ่านเครือข่ายของ Twitter ดังนั้น การส่งข้อความจากคนๆ หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คนๆ นั้นชอบออกไปนั้น มันจะสามารถ มีอิทธิพลและสร้างกระแสได้ดีมาก เพราะภายใต้ การเชื่อมโยง ของคนในการเชื่อมโยงน้ันๆ อาจจะมีคนเป็น พันๆ หรือหมื่นๆ คนเลยทีเดียว ที่มีโอกาสได้เห็นข้อความเหล่านั้น

สร้างการแข่งขันในโลก Social Network เทคนิคการสร้างความโด่งดังในชั่วข้ามคืน

การเปิดโอกาสให้คนในโลกของ Social Network สามารถสร้างการแข่งขัน (Competition) โดยใช้ความสามารถของการเชือมโยง network เข้าด้วยกันดูจะเป็น "วิธีการที่ดี" ที่จะช่วยกระตุ้น "ความสนใจ" ของคนใน Social Network ให้มาเข้าร่วมการแข่งขันที่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถสร้าง Traffic, Awareness และหลายๆ ได้ตามมาอีก และยังรวมถึง ความสามารถในการขยายขอบเขต การกระจายข้อมูลไปได้ในวงกว้างไปได้เร็วมากอีกด้วย ลองมาดูตัวอย่างหลายๆ เคสที่น่าสนใจสิครับ

Fujifilm สร้าง social network สำหรับคนใช้กล้องรุ่นเดียวกัน

Fujifilm ร่วมมือกับ Ning ผู้ให้บริการสร้าง social network เฉพาะกลุ่ม เปิดเว็บ ZSpotNow.com (แน่นอนว่าใช้เอนจินของ Ning) ซึ่งเป็นชุมชนสำหรับผู้ใช้กล้องรุ่น Z20fd ของ Fujifilm เอง  กล้องรุ่นนี้มีความสามารถด้านบล็อก ซึ่งจะปรับแต่งภาพให้เล็กลงเหมาะกับลงบล็อก พร้อมทั้งกดอัพโหลดไปยังบล็อกหรือส่งอีเมลได้ในตัว สำหรับวิดีโอก็มีโหมดถ่ายแล้วอัพโหลดลง YouTube โดยตรงเช่นกัน การส่งเสริมให้ผู้ใช้กล้องรุ่นนี้ถ่ายภาพหรือวิดีโอ แล้วเอามาลง ZSpotNow แลกเปลี่ยนกัน จึงเป็นวิธีทำตลาดที่น่าสนใจ ใครอยากเปิดอะไรแนวๆ นี้ก็มาโฆษณาไว้ใน forum ได้นะครับ  นอกจากนี้ Fujifilm ยังจัดคอนเสิร์ตใน 3 เมืองใหญ่ของสหรัฐเพื่อกระตุ้นลูกค้าของกล้องรุ่นนี้อีกด้วย

แอบเนียนนำ Social Network เพิ่มยอดขายให้กับ E-Commerce

    วันนี้ออนไลน์อยู่กำลังจะหาโรงแรมที่ New York บังเอิญค้นเจอเว็บไซต์ของโรงแรม Library Hotel (http://www.libraryhotel.com) ซึ่งเป็น Boutique Hotel แต่จุดที่น่าสนใจ ที่ผมสังเกตุเจอคือ เว็บไซต์นี้ มีการนำ Social Network เข้ามาร่วมกับการค้าได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว โดยเว็บไซต์นี้ได้เปิด Facebook ในส่วนของโรงแรมนี้ขึ้นมา โดยใน Facebook ของโรงแรมนี้อยู่ที่
http://www.facebook.com/pages/New-York-NY/Library-Hotel/20563815294?ref=mf

    จุดที่สังเกตุคือ เค้าสร้าง Facebook ขึ้นมาเพื่อใช้ Facebook เป็นที่คนทั่วไปสามารถเข้ามาร่วมเป็นแฟนของเว็บไซต์แห่งนี้ได้ โดยใช้เครือข่ายของ Facebook ที่คนใช้บริการหลายล้านคน และภายในก็เปิดโอกาสให้คนที่เคยมาพัก สามารถแนะนำ ติ-ชมบริการของโรงแรมได้ และยังสามารถใส่ภาพ โฆษณาถือข้อดีต่างๆ ของโรงแรมแห่งนี้ และสร้างเครื่อข่ายของคนที่เคยพักที่โรงแรมแห่งนี้มาก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยสร้าง ช่องทางใหม่ ในการเข้าถึงลูกค้าของ โรงแรมแห่งนี้

จัดการเว็บไซต์ Social Network สุดโปรดของคุณให้อยู่หมัดด้วย Flock.com

ในโลกอินเทอร์เน็ตปัจจุบันนี้รูปแบบของเว็บไซต์ที่เป็น Social Network ได้มีเพิ่มมากขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งหากถามว่าเว็บในรูปแบบของ Social Network คืออะไรก็คงต้องบอกง่ายๆว่า มันคือเว็บที่คุณสามารถ "สร้าง" ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเพื่อนได้ผ่านเว็บไซต์ในรูปแบบเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายจาก "เพื่อนสู่เพื่อน" ซึ่งหากอธิบายแบบนี้อาจจะมองเห็นภาพได้ยากหน่อย แต่หากยกตัวอย่างเว็บไซต์ เช่น www.Hi5.com ที่โด่งดังมากในกลุ่มวัยรุ่น (และไม่รุ่น)ของเมืองไทย, www.Facebook.com ที่คนฝั่งอเมริกาใช้กันฮิตถล่มทลายตอนนี้, หรือแม้แต่ www.Twitter.com ระบบ Micro Blog ที่คุณสามารถบอกให้เพื่อนคุณรู้ว่า "คุณกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้" ซึ่งกำลังเป็นบริการออนไลน์อันใหม่ ที่มาแรงมากในตอนนี้ ทั้งหมดที่อธิบายมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเว็บไซต์ Social Network ขอเรียกแบบไทยๆ ว่า "โครงข่ายความสัมพันธ์" ที่กำลังฮิตติดลมบนแซงหน้าเว็บไซต์รูปแบบเดิมๆ ในปัจจุบันนี้

    และต้องยอมรับว่า หลังจากเว็บไซต์ในรูปแบบ Social Network ได้รับความนิยมกันมากขึ้นเรื่องๆ ตอนนี้ก็มีนักพัฒนาเว็บไซต์ในรูปแบบนี้ออกมามากมาย จนคนใช้ๆแทบไม่ทันเลยทีเดียว ซึ่งเวลาจะใช้แต่ละบริการของเว็บ Social Network ก็ต้องมาคอยเข้าไปแต่ละเว็บและต้องคอยจำ user + password ของแต่ละเว็บซึ่งมีมากมายเต็มไปหมด แต่ปัญหานี้จะหมดไป เพราะตอนนี้ได้มี Browser รูปแบบใหม่ที่จะช่วยทำให้ชีวิตออนไลน์ของคุณ เป็นเรื่องง่ายขึ้นการรวมรวมบริการ Social Network ไว้ทั้งหมดใน Browser นี้ที่ชื่อ "Flock"

    หากท่านเป็นคนหนึ่งที่เบื่อการใช้งานของ Internet Explorer (IE) หรือ FireFox ผมเองก็อยากจะแนะนำ Flock โดย Flock เป็น Browser หรือแอพพิลเคชั่นสำหรับในการท่องเว็บไซต์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบบรรดาบริการ Social Network ทั้งหลายโดย Browser ตัวนี้ได้รวบรวมบริการ Social Network Service หลายๆ แห่งเข้าไว้ในระบบเลย จึงทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและใช้บริการ Social Network ต่างๆ เช่น Facebook.com, Twitter.com หรือแม้แต่เข้าถึงไฟล์รูปภาพหรือวีดีโอของคุณตามเว็บไซต์ต่างๆ เช่น YouTube.com, Flickr.com, Picasa.com และยังสามารถเขียน blog ได้ทันทีจาก Browser โดยสามารถเชื่อมโยงกับผู้ให้บริการ Blog ต่างๆ เช่น Wordpress.com, Blogger.com, Typepad.comและนอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ E-Mail ต่าง ได้ เช่น Gmail.com หรือ Yahoo Mail ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถจะถูกรวมเข้าไว้ด้วยกันทั้งหมดภายใน Browser ที่ชื่อว่า Flock ที่สามารถ download ได้ที่ Flock.com

 

    Flock เป็น Browser     ที่ใช้ระบบของ Mozilla 5.0 เป็นระบบในการพัฒนา (Mozilla เป็นเทคโนโลยีสำหรับ Browser ในการท่องอินเทอร์เน็ต ซึ่งตัวที่โด่งดังได้แก่ FireFox) หากท่านคุ้นเคยกับ Browser ของ FireFox มาแล้ว (ดาวน์โหลดได้ที่ www.FireFox.com)  ก็จะสามารถใช้งาน Flock ได้อย่างไม่ยาก โดยจุดเด่นของ Flock ก็คือสามารถใช้ Add On หรือ Plug-in ของ Firefox ได้ทันที แต่นี้ไม่ใช่จุดเด่นที่แท้จริงของ Flock ซึ่งจุดเด่นที่แท้จริงของ Flock คือการรวบรวมบริการ Social Network ต่างเข้าไว้ด้วยกันภายใต้ Browser นี้อันเดียว ซึ่งจะทำให้การเขาถึงเว็บไซต์หรือบริการต่างๆ เป็นเรื่องง่ายมากเลยทีเดียว เช่น คุณสามารถเขียนและอัพเดท blog ของคุณได้ง่ายๆ เพียงกดเพียงไม่กี่คลิก ภาพและข้อมูลจากหลายๆ เว็บก็จะถูกนำมารวมกันไว้ในที่เดียว (เช่น คุณอาจจะเอาภาพเก็บไว้ที่ Flickr.com และเขียน Blog ที่ Blogger.com) 

    หลังจากที่ผมได้ลองใช้ดูประมาณ 2 อาทิตย์พบว่า  Flock ได้ช่วยทำให้การเข้าถึงบรรดาเว็บ Social Network ได้ง่ายมากขึ้น มีเวลาทำงานมากขึ้น  เพราะต้องยอมรับครับ ว่าตั้งแต่เว็บ Social Network เริ่มมีให้บริการกันมากขึ้น เวลาในการทำงานและการใช้ชีวิตในแต่ละวันจะถูกใช้ไปกับพวกเว็บ Social Network เหล่านี้ ไหนจะต้อง อัพบล๊อค ไหนจะต้องคอย Twitter ไหนจะต้องอัพโหลดรูปเข้า Flickr โอ้ยเต็มไปหมด แต่ด้วย Flock  จะช่วยทำให้คุณมีเวลามากขึ้น แต่น่าเสียดายที่ Flock ไม่รองรับ Hi5 ไม่งั้นคงมีคนไทยแห่หันไปใช้กันเพียบๆ แน่ๆ ครับ แต่ก็ต้องเตือนตัวเองด้วยนะครับ ว่าอย่าไปใช้เวลากับพวกเว็บ Social Network พวกนี้มากเกินไปนะครับ เพราะคุณเองก็ยังจะมีเพื่อน มีสังคมในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย อย่ามัวติดกับพวกสังคมออนไลน์พวกนี้มากเกินไปเพราะชีวิตของคุณเริ่มค่อยๆ เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว…..

Pawoot P.
6/6/08