Search Engine Marketing

มารู้จัก Canonical Tag เพื่ออันดับที่ดีใน Google กัน

คุณรู้ไหมว่า Canonical Tag คืออะไร?  จริงๆ แล้วมันเกี่ยวข้องกับ SEO หรือการปรับแต่งเว็บให้ติด Search Engine การใส่ Canonical tag เอาไว้ที่เว็บ เพื่อเป็นการลดและป้องกันการ เกิดข้อมูลซ้ำ (duplicate content) ของเว็บเรา ซึ่งหาก Google ทราบว่าเว็บเรามีข้อมูลซ้ำกับที่อื่น ก็จะทำให้หน้าของเราด้อยค่าลง และโอกาสในการค้นหาเจอใน Google ก็จะน้อยลงเช่นกัน ดังน้นการใช้ Canonical Tag จะเป็นการแจ้ง Google ว่าหน้าเว็บเรามีหน้าไหนก็ลักษณะคล้ายๆ กัน ซึ่งการใช้จะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของเว็บเราดีขึ้น เมื่อ Google ทราบถึงข้อมูลนี้ 

 

การตลาดออนไลน์กับร้านก๋วยเตี๋ยว.. ไม่น่าเชื่อ! แต่ก็เป็นไปได้

วันนี้ผมมีตัวอย่างสุดยอดผู้ประกอบการ SME ที่มีการใช้อินเทอร์เน็ต โซเชียลเน็ตเวิรก์และการตลาดเต็มรูปแบบ เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจ ให้สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วจากเดิมยอดขายวันละไม่กี่พันมาเป็นวันนึงหลายหมื่นบาทภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ถ้าเรียกกันง่ายๆ เป็นธุรกิจร้านอาหารที่สามารถเรียกได้ว่า ธรรมดาๆ ทั่วๆ ไป แต่ต้องนับถือความ "มีกึ๋น" ของเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นหนุ่มๆใหม่ไฟแรงอายุไม่ถึง 30 แต่สามารถบริหารธุรกิจให้เติบโตได้ขนาดนี้ แหมเกริ่นขนานแล้วก็ชักจะสนแล้วสิ... มาดูกัน

 

เจ๊กเม็งมาแล้วจ้า....

ธุรกิจที่ผมจะแนะนำวันนี้คือ "ร้านก๋วยเตี๋ยว เจ๊กเม็ง" ซึ่งเป็นร้านอาหารเก่าแก่ในเมืองเพชรบุรี มีมานานเกือบ 50 ปี มีก๋วยเตี๋ยวและมีอาหารหลายอย่างมากมาย อยู่ถนนหน้าถนนเขาวัง ไปง่ายมากๆ (แผนที่)  ส่วนตัวผมรู้จักร้านเจ๊กเม็งนี้จาก Twitter โดยในเดือนมีนาคม ผมเห็นพี่ชาล๊อต โทณวณิก (@charlot2000) ส่ง Twitter มาบอกว่า ได้ไปก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ และเป็นร้านที่มีการนำเอาสื่อออนไลน์ทุกรูปแบบมาใช้ในการโปรโมทร้านค้า ผมเห็นก็เกิดความสนใจ ที่ธุรกิจร้านอาหารสามารถนำ Internet และ Social Network มาใช้กับธุรกิจได้ด้วย โดยสิ่งที่ร้านนี้ได้มีการเอาสื่อออนไลน์มาใช้ได้แก่ เว็บไซต์ www.jekmeng-noodle.com, facebook, hi5, msn, blackberry, QR-Code เห็นสื่อทางออนไลน์ที่ผมบอกว่า เห็นได้เลยว่า ร้านนี้ "ไม่ธรรมดา" เลยใช่ไหมครับ 

 ช่องทางการให้บริการของร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม็ง 

เพิ่มพลังธุรกิจด้วยโซเชียลเน็ตเวริก์เกมส์ (Business & Social Network Games)

     หากถามคุณว่าอะไรคือสิ่งที่คนใช้ Social Network อย่าง Facebook นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน? ถ้าได้ถามคำถามนี้กลับหลายๆคน คำตอบที่ได้ก็จะเป็น "เอาไว้เล่นเกมส์กับเพื่อน" นี้คือความจริงครับ ที่คนส่วนใหญ่ นิยมใช้ Facebook เพื่อเล่นเกมส์ซะเป็นส่วนใหญ่ เรามาดูเหตุผล "ว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงนิยมเล่นเกมส์ทาง Facebook?" และเราสามารถประยุกต์นำเกมส์บน Social Network มาใช้เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจของเราอย่างไรได้บ้าง?

ปัจจุบัน Facebook กลายเป็นเว็บไซต์หรือแพลทฟอร์ม (Platform) ที่ค่ายเกมดังๆ ต่างเข้ามาพัฒนาเกมส์ ให้ผู้ใช้งานกลุ่มสังคมออนไลน์เล่นกัน เช่น บริษัท Zynga เจ้าของเกม Farmville (ปลูกผัก) , บริษัท Playfish เจ้าของเกม Restaurent City (ร้านขายอาหาร) ซึ่งผู้ผลิตเกมเจ้าใหญ่ๆเหล่านี้ก็โกยเงินจากผู้เล่นกันวันละเป็นล้านๆ จนรวยไม่รู้เรื่อง จากการขายไอเท่ม หรือของรางวัลต่างๆ ภายในเกมส์ ที่สามารถนำเงินจริงๆ ไปแลกซื้อของเหล่านี้มาได้ง่ายๆ ทำให้ตอนนี้หลายๆ บริษัท ต่างเริ่มให้ความสนใจกับการพัฒนาเกมส์ Facebook กันมากขึ้นเรื่อย

5 เทคนิคง่ายๆ ทำเว็บ E-Commerce ติด Search Engine ได้โดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรมาก

       หากคุณต้องการหาซื้อสินค้าซักชิ้นนึง และอยากหาซื้อสินค้านี้ในช่องทางออนไลน์หรือเว็บไซต์ คุณจะหาสินค้าที่ต้องการได้อย่างไร? ผมว่าเกือบ 90% เกือบทุกคนจะบอกว่า ก็ค้นหาข้อมูลสินค้าที่ต้องการในบริการค้นหาข้อมูลออนไลน์ หรือ Search Engine เอาสิ.!  แหมเป็นวิธีที่คนเกือบทุกคนทั่วประเทศและทั่วโลก ต่างก็ใช้วิธีนี้กันหมดแหละ ซึ่งผมว่าหลายๆ คนก็คงจะเลือกใช้วิธีนี้เช่นกัน

    นั่นคงจะเป็นคำตอบของผู้ที่ซื้อและค้นหาข้อมูล แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับ "ผู้ขาย" ของทางอินเทอร์เน็ตหรือเว็บไซต์ ก็คงอยากให้ข้อมูลสินค้าของเว็บไซต์ของคุณ ไปอยู่อันดับต้นๆ ของผลของการค้นหาในระบบ Search Engine ที่คนค้นหา "คำ" (Keyword) ที่เกี่ยวข้อง (Related) กับสินค้าของคุณ แต่การที่จะให้ข้อมูลสินค้าหรือเว็บไซต์ของคุณขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆ ของผลของการค้นหาข้อมูลจาก Search Engine ดังๆ อย่าง Google.com หรือ Yahoo.com คงจะไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ และเป็นเรื่องบังเอิญได้บ่อยครั้งหรอกครับ มันมีวิธีการและขั้นตอนการทำให้เว็บไซต์ของคุณ ขึ้นไปเด่นเป็นสง่าอยู่ในอันดับต้นๆ ของการค้นหาได้อย่างไม่ยากเลย ซึ่งเราเรียกวิธีการทำแบบนี้ว่า การตลาดผ่านการค้นหา (Search Engine Marketing) ซึ่งจะเห็นได้เลยว่า การตลาดวิธีนี้ เกี่ยวข้องกับการค้าขายออนไลน์หรือ E-Commerce แทบจะ 100% เลย

เพิ่มยอดขายธุรกิจด้วย Search Engine Marketing

    ด้วยภาวะเศรษฐกิจอย่างปัจจุบัน ที่ตกต่ำ การแข่งขันที่สูง และเพิ่มมากขึ้น ยอดขายหลายๆ บริษัทและองค์กรลดลงในภาวะเช่นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการไทยในปัจจุบันที่เป็น SME คือ เป็นการค้าขายในพื้นที่ของตนเอง เช่นเป็นมีร้านค้าอยู่ในจังหวัดนครปฐม ยอดขายและลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะมาจากจังหวัดนครปฐมเท่านั้น โอกาสที่ลูกค้าจากจังหวัดอื่นๆ จะมีน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย ดังนั้นในภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้ทำให้ หลายๆ คนเริ่มลดกำลังซื้อลง ทำให้ยอดขายของธุรกิจลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะสาเหตุคือ SME ส่วนใหญ่ยังพึ่งพาเศรษฐกิจท้องถิ่นอยู่

    แต่หากเปรียบเทียบกับธุรกิจอีกแห่งที่ ได้เริ่มขยายธุรกิจตัวเองเข้าสู่อินเทอร์เน็ต โดยเริ่มสร้างเว็บไซต์ของธุรกิจตัวเอง และภายในเว็บไซต์ มีข้อมูลสินค้าและบริการอยู่ในเว็บไซต์อย่างครบถ้วน และยังทำเป็น 2 ภาษาทั้งไทยและอังกฤษ แต่เนื่องจากเจ้าของธุรกิจแห่งนี้ไม่ได้แค่มีแต่เว็บไซต์เพียงอย่างเดียว เค้าได้มีการทำ "การตลาดผ่านอินเทอร์เน็ต" เพื่อที่ต้องการให้ "คนทั่วโลก" และ "คนทั่วประเทศไทย" สามารถเข้ามาดูข้อมูลและซื้อสินค้าของร้านค้าเค้าได้ผ่านเว็บไซต์ และ ภายหลังจากเปิดเว็บไซต์ได้ไม่นาน จำนวนลูกค้าก็เริ่มเข้ามาที่เว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น และจำนวนการสั่งซื้อสินค้าเข้ามาทางเว็บไซต์ก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว นี้คือรูปแบบของการค้าทีเกิดขึ้นจริง ของบรรดาผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่ทำการค้าขายสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต

วิธีการหา Keyword ให้กับ Search Engine Marketing ของคุณ

เทคนิคการ หา Keyword ให้กับการทำ Search Engine Marketing ของคุณ มีหลายวิธี ทั้งจะเป็นเทคนิคการคิดและสร้าง Keyword หรือ แหล่งที่คุณจะสามารถ หา Keyword ได้ ลองดูเลยละกันครับ

เทคนิคการหา Keyword จากที่อื่นๆ

  1. หา Keyword ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า (วิเคราะห์เป้าหมายให้ชัด ด้วย 5W1H)
  2. ค้นหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ว่าเมื่อเค้าจะหาสินค้าหรือบริการ "เค้าจะค้นด้วยคำว่าอะไร" แล้วค่อยเอา Keyword ทีได้ไปขยายต่อ
  3. คิด เพิ่มคำศัพท์ให้มากขึ้น จากคำเดิม เช่นเปลี่ยนรูปคำศัพท์เป็นเอกพจน์พหูพจน์ คำศัพท์ที่สะกดผิด หรือใช้การผสมผสาน Keyword (แต่ต้องดูว่าน่าจะมีคนคลิก หรือใช้เครื่องมือช่วยเช็ก)
  4. หาคู่แข่งจาก Search Result (Google, Yahoo, MSN) หรือ ดูหน้าเว็บเค้า ไป view source หรือวิเคราะห์ ดูว่าเค้ามี keyword อะไรบ้าง
  5. ใช้ Niche Keyword (คำเฉพาะ) ก็เป็นสิ่งที่ได้ผลสูง และแข่งขันน้อย
  6. 1 Unique Keyword ต่อ 1 ads ดีที่สุด (สำหรับคนทำ Adwords) ซึ่งจำเป็นต้องใช้งานทั้ง Broad, Match and Phrase ถ้าถามว่า maximum keywords เท่าไรจึงจะดีสำหรับ 1 ads คำตอบก้อคือ 25 unique keywords ซึ่งถ้าใช้ทั้ง 3 แบบ ก้อจะเป็น 75 keywords
  7. search รายชื่อบริษัท หริือ คู่แข่งเรามเป็น Keyword เลย (วิีธีน่ากลัว)
  8. ใช้ระบบพื้นที่ หรือ เมืองเข้าไปร่วมกับ keyword จะช่วยทำให้ keyword ดูเฉพาะ และหลายหลายมากขึ้น

 

มารู้จัก Google ทุกมุมมองผ่านรายการ บันทึกโลก ดูเป็น VDO กันเลย

หากท่านอยากจะรู้จักกับ Google ให้มากขึ้น ในทุกๆ มุมมอง ขอแนะนำให้ลองดูรายการของ บันทึกโลก ช่อง MCOT 9 มี 4 ตอน (แต่หามาได้แค่ 3 ตอนขาดตอนแรกไปครับ)

 

10 เทคนิคการออกแบบเว็บให้ Google รู้จัก

                       ตอนนี้ผมเชื่อว่าคนไทยมากกว่า 90% ที่ใช้อินเทอร์เน็ต มักจะใช้ เสริช์เอนจิ้น (Search Engine)ในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ จากอินเทอร์เน็ต  และจากข้อมูลของ Truehits.net พบกว่า คนไทยเกินกว่า 90% ใช้ Search Engine ของ Google.com  (และ จากการสำรวจของผม ทุกครั้งที่มีโอกาสไปสอนและสอบถามกับคนที่เรียน พบกว่าข้อมูลเป็นไปตาม Truehits.net) จากข้อมูลที่บอกมา ทำให้เห็นได้ว่า คนส่วนใหญ่จะหาเว็บไซต์ที่เค้าต้องการหา จาก Google ค่อนข้างมาก ซึ่งหากคุณ "สามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณสามารถติดอันดับต้นในการค้นหา ของ Search Engine" ได้ นั้นหมายถึงการที่คนที่เป็นลูกค้าคุณจะสามารถรู้ และเข้าไปยังเว็บไซต์คุณได้  

               ดังนั้นการทำการตลาดผ่าน Search Engine ถือเป็นวิธีและช่องทางที่ เจ้าของเว็บไซต์ "ทุกคน" ควรทราบและนำไปปฏิบัติกับเว็บไซต์ของคุณ โดยวันนี้ผมจะมาทิปและเทคนิคง่าย ๆ ในการทำให้เว็บไซต์ของคุณเข้าไปอยู่ในอันดับของ Search Engine โดยเราเรียกวิธีการทำแบบนี้ว่า Search Engine Optimization หรือ เรียกสั้นๆ ว่า SEO และทิปและเทคนิคนี้จะเน้นกับเว็ไซต์ Google.com ซะส่วนใหญ่นะครับ

ออกแบบไซต์ให้โดนใจเสิร์ช (เอนจิ้น)

 ฉบับนี้ เรามาว่ากันต่อเรื่องของการตลาดเสิร์ชเอนจิ้น(Search Engine Marketing) โดยพุ่งประเด็นไปที่เรื่องของการออกแบบ และสถาปัตยกรรมของการจัดวางเนื้อหาในหน้าเว็บ ซึ่งส่วนใหญ่นักการตลาดจะเข้าใจว่า แค่วางลิงก์ไว้ตรงโน้น เพิ่มคีย์เวิร์ดไว้ตรงนี้ รวมกันให้ดูดี อันดับของเว็บไซต์ก็ติดทอปเท็นแล้ว โอ้ว...จอร์จ คุณกำลังเข้าใจผิดถนัด


การทำการตลาดเสิร์ชเอนจิ้นที่มีประสิทธิภาพจะต้อง เริ่มต้นจากการออกแบบเว็บไซต์ที่ถูกต้องเหมาะสมด้วย คีย์เวิร์ดต่างๆ จะไม่มีความหมายใดๆ เลย ถ้าเสิร์ชเอนจิ้น หรือแม้แต่ผู้เยี่ยมชมไซต์ไม่สามารถเข้าถึง (วัยรุ่นใช้คำว่า “คลิก”) คีย์เวิร์ดเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

เว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพหมายถึงเว็บไซต์ที่ใช้งาน ง่าย เป็นมิตรกับเสิร์ชเอนจิ้น และเย้ายวนพอจะเปลี่ยนผู้ชมไปเป็นผู้ซื้อได้ ซึ่งจากองค์ประกอบทั้งสามนี้ ความเป็นมิตรกับเสิร์ชเอนจิ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน “Usability Design” หลายท่านจะให้ความสำคัญกับการสร้างหมวดของรายการต่างๆ ที่ชัดเจนโครงสร้างการนำร่องท่องเว็บเป็นลำดับชั้น และคีย์เวิร์ด หรือ ทริกเกอร์เวิร์ด (trigger word)

หลักพื้นฐานโดยทั่วไป ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ควรจะสามารถสืบค้นเว็บไซต์ของคุณได้อย่างง่ายดาย รวมถึงค้นพบสิ่งที่ต้องการจากในไซต์ได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งคุณสมบัติของเว็บไซต์ในจินตนาการ ผู้เยี่ยมชมจะสามารถเข้าไปยังหน้าเว็บที่มีข้อมูลที่เขาต้องการได้โดยตรง จะเห็นว่านักการตลาด และนักออกแบบเว็บจะคิดไม่เหมือนกันทีเดียวนัก นักพัฒนา และออกแบบเว็บจะให้ความสำคัญกับเรื่องของการทดสอบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของการออกแบบที่ดีกว่า (ผู้เยี่ยมชมแฮปปี้กับความง่ายในการใช้งานไซต์) โค้ด HTML และโปรแกรมมิงที่จะทำให้การส่งข้อมูลไปยังผู้รับเป็นเรื่องง่ายที่สุดเท่า ที่จะเป็นไปได้ แม้ว่าโค้ดที่ได้จะซับซ้อนเพียงใดก็ตาม

การตลาดเสิร์ชเอนจิ้นไม่เพียงแต่จะให้ ความสำคัญกับกระบวนการทางการตลาดเท่านั้น แต่มันยังมีเรื่องของกระบวนการออกแบบ และอรรถประโยชน์ในการใช้งานด้วย ในการสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้น นักการตลาดเสิร์ชเอนจิ้นจะต้องสร้างจุดขายที่เป็นหนึ่งเดียวเพื่อปิดการขาย กับลูกค้า กรณีศึกษาของเว็บไซต์แห่งหนึ่งที่แจกจ่ายนิวสเล็ตเตอร์ออนไลน์ว่าด้วยการ เขียน “ก็อปปี้ที่เป็นมิตรกับเสิร์ชเอนจิ้น” ค้นพบว่า จุดขายที่เป็นหนึ่งเดียวของบริษัทก็คือ การเขียนก็อปปี้ที่เต็มไปด้วยคีย์เวิร์ดที่เพิ่มโอกาสขายสินค้าได้นั่นเอง แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ นักเขียนข้อความโฆษณาส่วนใหญ่กลับไม่ทราบวิธีเขียนก็อปปี้ที่รุ่มรวย คีย์เวิร์ดที่นำมาซึ่งโอกาสขาย

ดังนั้น การออกแบบไซต์ให้โดนใจเสิร์ชเอนจิ้น จะต้องเริ่มต้นจากทีมงานที่เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ซึ่งประกอบด้วยผู้เขียนคำโฆษณา และผู้จัดการทางด้านเนื้อหาที่สามารถเขียนก็อปปี้ที่เต็มไปด้วยคีย์เวิร์ด ที่เย้ายวนได้ ถ้าเสิร์ชเอนจิ้น และผู้เยี่ยมชมไซต์ไม่สามารถพบเห็น หรือเข้าถึงก็อปปี้นั้นโดยง่าย มั่นใจได้เลยว่า เว็บเพจ นั้นจะไม่มีโอกาสได้ปรากฏในอันดับต้นๆ ของหน้าผลลัพธ์เสิร์ชเอนจิ้นอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี บางเว็บไซต์อาจสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีเพิ่มส่วนนำร่องที่มีลักษณะเป็นลิงก์ ข้อความ (text-link navigation) และแผนที่ไซต์ แต่ในหลายเว็บไซต์อาจจะไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีง่ายๆ นี้ เว็บไซต์จัดการเนื้อหา (Content Management System) และชอปปิ้งคาร์ทแบบสำเร็จรูปจะมีการใช้คิวรี่ที่ซับซ้อนมาก ทำให้โครงสร้างของ URL เกิดปัญหากับเสิร์ชเอนจิ้นได้ ซึ่งถ้าคุณใช้เว็บไซต์แบบนี้คงต้องให้โปรแกรมเมอร์ หรือนักพัฒนาที่มีประสบการณ์ในการเขียนภาษาโปรแกรมเว็บหลายๆ ภาษาเข้ามาวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหา

กล่าวโดยสรุปก็คือ องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำการตลาดด้วยเสิร์ชเอนจิ้น ไม่ใช่แค่เรื่องการออกแบบเท่านั้น แต่การเขียนก็อปปี้ (ที่รุ่มรวยคีย์เวิร์ด) ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เช่นเดียวกับ สถาปัตยกรรมโครงสร้างของการนำเสนอข้อมูลในเว็บ พูดง่ายๆ เว็บไซต์ที่ออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพ เนื้อหา (ก็อปปี้, กราฟิก, เลย์เอาต์, ส่วนนำร่องการใช้งาน, HTML) จะต้องเป็นมิตรกับทั้งผู้ใช้ และเสิร์ชเอนจิ้น โดยเฉพาะคีย์เวิร์ดที่ต้องพบเห็น และเข้าถึงได้ง่าย แล้วพบกันใหม่จันทร์หน้า สวัสดีครับ

เมื่อกู.......เกิ้ลลุกขึ้นมาขจัดขยะในเว็บไทย

เคยไหมครับ เวลาค้นหาข้อมูลในเว็บค้นหา ผมขอเน้นไปที่ Google.com ละกันครับ ว่าหลายๆ ครั้งที่ผลลัพย์ของการค้นหา เดียวนี้มันได้ผลลัพย์เว็บไซต์ที่ไม่ตรงกับความต้องการเท่าไร บางทีมีเว็บพวก ภาพดารา เว็บอะไรก็ไม่รู้ ข้อมูลไม่เกี่ยวข้องกับ สิ่งที่เราจะค้นหาเล้ย แต่ทำมาาาาย มันถึงมาโผล่อยู่ในอันดับการค้นหาต้นๆ ของการผลของการค้นหาได้....เค้าทำยังไง ทำไมมันถึงเกิดขึ้น และ Google จะทำยังไงกับผลครั้งนี้ เรามาดูกันครับ

Syndicate content (C01 _th3me_)