อินเตอร์แอคทีฟเอเยนซี ขานรับสื่อออนไลน์พุ่งทะยาน

 

1.3 ล้านล้านบาท (36.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ อัตราแลกเปลี่ยนที่ 35 บาท) ตัวเลขมหาศาลนี้ คือมูลค่าคาดการณ์สำหรับโฆษณาออนไลน์ปี 2554 ที่มีแนวโน้มการเติบโตขึ้น 87% ภายใน 5 ปี ระหว่างปี 2550-2554

++++++++++++++++++++++

และถ้าหากมองตัวเลขอัตราการเติบโตใน รอบ 10 ปี หรือ 1 ทศวรรษ มูลค่าโฆษณาออนไลน์ มี 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2545 ซึ่งถ้าใช้อัตราแลกเปลี่ยนช่วงปีนั้นคูณ จะตกประมาณ 101,800 ล้านบาท เรียกได้ว่ามูลค่าเติบโตจนต้องจับตามองเป็นพิเศษ และเป็นสิ่งไม่น่าพลาดที่จะโดดเข้ามีส่วนร่วมชิงเค้กขนาดอภิมหามหึมานี้

ตัวเลขข้างต้น แม้จะมีที่มาจากสหรัฐอเมริกา ผู้เป็นต้นแบบความศิวิไลซ์แห่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล กรรมการผู้จัดการ และที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท ธอมัสไอเดีย จำกัด บอกว่า เทรนด์ที่เกิดขึ้นที่อเมริกา ไม่นานเกินรอก็ต้องมาสู่ไทย นั่นคืออนาคตของโฆษณาออนไลน์ ย่อมต้องมีบทบาทสูงขึ้นในตลาดไทย

สำรวจพบ”โกงคลิก”โฆษณาออนไลน์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

การสำรวจอุตสาหกรรมโฆษณาออนไลน์สหรัฐฯประจำไตรมาสสองของปีพบว่า มูลค่าความเสียหายจากการ"โกง"คลิกโฆษณาออนไลน์นั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆอย่าง น่าเป็นห่วง ซึ่งเป็นฝีมือของบรรดาผู้รับจ้างคลิกโฆษณาบนเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมากๆเ ช่นกูเกิลและยาฮู
       
       บริษัทคลิกฟอเรนซิคส์ (Click Forensics) บริษัทที่ปรึกษาไอทีในซานแอนโตนิโอ สหรัฐอเมริกา ทำการสำรวจข้อมูลจากบริษัทที่ลงโฆษณาออนไลน์ทั่วสหรัฐฯกว่า 1,300 ราย พบว่าการลงโฆษณาออนไลน์กับกูเกิลและยาฮูจะมีเปอร์เซ็นต์ถูกโกงคลิกราว 14.1 เปอร์เซ็นต์ต่อครั้ง มากกว่าตัวเลขเดิม 13.7 เปอร์เซ็นต์ที่สรุปได้จากไตรมาสแรกของปี
   

“เว็บไซต์” สื่อใหม่การสร้างแบรนด์ กับ KeepWalkingSociety.com

วันนี้หากคุณต้องการให้สินค้าหรือบริการของคุณเป็นที่รู้จัก และจดจำ เพื่อนำมาสู่การบริโภคและใช้ให้ได้มากที่สุด  การนำรูปแบบการผสมผสนของการตลาดและการใช้สื่อหลายๆรูปแบบ หรือ IMC (Integrated Marketing Communication) มาใช้ในการนำเสนอสินค้าหรือบริการของคุณออกไปยังกลุ่มคน ดูจะเป็นรูปแบบที่ตอนนี้ หลายๆ บริษัทเจ้าของสินค้าหรือบริการต่างๆ นิยมนำมาใช้กัน เช่นการใช้สื่อ วิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ ป้ายบิลบอร์ด และสื่ออินเทอร์เน็ต

 

Sanook.com Kapook.com สมรภูมิเว็บพอลทัลปี 48 นี้ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

ตอนนี้สมรภูมิการแข่งขันของพอลทัลในเมืองไทยกำลังดุเดือนเลือดพล่านกันอยู่ จากการแข่งพยายามเป็นผู้นำของ 2 พอลทัลใหญ่ของเมืองไทยผู้นำเดิมคือ Sanook.com จากค่ายเอ็มเว็บ และผู้ท้าชิง Kapook.com จากค่ายบัญฑิตไซเบอร์ ซึ่งหากวัดดูจากการจัดอันดับของ truehits.net สถาบันจัดอันดับเว็บไซต์ของเมืองไทย ดูแล้วทาง Sanook จะมีจำนวนคนเข้ามากกว่า Kapook อย่างชนิดหายใจลดต้นคอเลยทีเดียว คือแบบว่าถ้าเผลอเมื่อไร Kapook ก็พร้อมจะแซงได้ทุกเมื่อ

 สมรภูมินี้ดุเดือนนัก

          สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดการแข่งขันในกันระหว่าง 2 เว็บนี้ คือความต้องการเป็นผู้นำในตลาดเว็บไซต์ในเมืองไทย โดยฐานลูกค้าหลักคือกลุ่มวัยรุ่น ที่ทั้งสองเว็บพยายามสร้างรูปแบบของการบริการใหม่ๆ เพื่อพยายามจับกลุ่มลูกค้าให้อยู่กับเว็บของตนให้ได้มากที่สุด (Stickiness) จะสังเกตุได้ว่า หากเว็บหนึ่งมีบริการอะไรใหม่ๆ ออกมา ทางอีกฝั่งหนึ่งก็จะมีบริการคล้ายๆ กันออกมาเพื่อป้องกันคนจะไหลไปใช้บริการอีกเว็บหนึ่ง เช่น บริการห้อง Chat การ์ตูนอนิเมชั่น Kapook World กับ Sanook World, บริการฟังเพลงออนไลน์ หรือการพาดหัวข้อข่าวร้อนๆ ในขณะนั้น

 

การหาเสียงผ่านอินเทอร็เน็ต

การเลือกตั้งในเมืองไทยตอนนี้กำลังขับเคี่ยวกันอย่างหนัก ยิ่งโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ผู้ลงสมัครเลือกตั้ง และพรรคการเมือง ต่างใช้กลยุทธต่างๆ ในการหาเสียงเพื่อที่จะทำให้ตัวเองและพรรค เป็นที่รู้จักในทุกๆ กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ และทั่วประเทศ

 ปีนี้ทุกพรรคการเมือง ต่างมุ่งทำการประชาสัมพันธ์ลงทุกสื่อ โดยเม็ดเงินมากมายได้ลงไปกับสื่อสิ่งพิมพ์, ป้ายต่างๆ โทรทัศน์ วิทยุ และอินเทอร์เน็ต

 

 

%d bloggers like this: