เค้าวัดผลจากการมองได้อย่างไร? Eyes tracking และ Heat Map Tracking

 เคยเห็นการวัดผลเชิงการมองไหมครับ? (Eyes Tracking) โดยเป็นการวัดว่าคนส่วนใหญ่จะมองตรงไหน ของสื่อโฆษณาหรือหน้าเว็บไซต์ วันนี้ผมบังเอิญไปเจอเค้ามีเครื่องมือในการวัดผลว่าคนส่วนใหญ่มองอย่างไร? จากVDO 


วิธีการ Track ของ Head Map + Eyes tracking


เทคโนโลยีของ tobii สามารถวัดผลทางตาได้
 


ตัวอย่างการวัดจากมุมมอง ของการไปซื้อของใน Super Market


 อันนี้ Track กับโฆษณาทางทีวีก็ได้นะ 

เจาะลึก-วิเคราะห์คู่แข่งคุณทางโซเชียลมีเดียผ่าน ZocialRank.com

 ต้องยอมรับว่าเดียวนี้หลายๆ ธุรกิจเริ่มมีการใช้โซเชี่ยลมีเดีย มาเป็นเครื่องมือในการทำการตลาด การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าของตัวเอง รวมถึงมีการสร้างกลยุทธในการดึงลูกค้าให้เข้ามาเป็นสมาชิกผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดียมากขึ้น ทั้ง Facebook และ Twitter หลายธุรกิจประสบความสำเร็จมากในการใช้ช่องทางนี้ ยกตัวอย่างเช่น Facebook ของคุณตัน อิชิตัน ตอนนี้มีสมาชิกทะลุ 1 ล้านคนไปแล้ว นั้นหมายถึงการสื่อสาร การพูดคุยกับคน 1  ล้านจะเป็นเรื่องที่ง่ายๆ และทำได้ทันที ฟรีอีกต่างหาก ดังนั้นตอนนี้จึงมีคนและธุรกิจไทยเข้าไปสร้างหน้าใน Facebook (Facebook Pages) มากกว่า 3 หมื่นแห่งแล้ว เราจึงสามารถวิเคราะห์ กลยุทธการตลาด การสื่อสารของธุรกิจและแบรนด์ต่างๆ รวมถึงคุณแข่งของธุรกิจคุณได้ผ่านช่องทางนี้ วิธีการง่ายๆ ทำได้ไม่ยากเพียงแค่เข้าไปที่ ZocialRank.com ครับ

เว็บ www.ZocialRank.com เป็นเว็บไซต์ที่รวมรวมข้อมูลการใช้งานโซเชียลมีเดียของเมืองไทย ทั้ง Facebook และ Twitter มีการจัดอันดับของธุรกิจและแบรนด์ว่าใครเป็นอันดับที่ 1 ในการใช้โซเชี่ยลมีเดียในการสื่อสารกับลูกค้า อีกทั้งคุณยังสามารถวิเคราะห์ลงลึกไปแต่หน้า Facbook ของแบรนด์หรือธุรกิจที่คุณสนใจในเมืองไทย ว่าเค้ามีกลยุทธและเทคนิคอย่างไร และทำอะไรบ้าง รวมถึงยังเปรียบเทียบกับ Facbook ของคุณได้ทันที ลองมาดูกันลึกๆ กันว่าเว็บนี้บอกอะไรคุณได้บ้าง

 

Facebook ของคุณอันดับที่เท่าไรของประเทศไทย? เทคนิคการวัดผล Facebook Marketing

ตอนนี้หลายธุรกิจและบริษัทต่างเริ่มนำธุรกิจตัวเอง เข้าไปเปิดหน้าอยู่ใน Facebook Pages กันมากขึ้น โดยใช้เป็นช่องในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและลูกค้าคนไทย (หรือต่างประเทศ) ที่ใช้อยู่หลายล้านคนทั่วประเทศหรือทั่วโลก บางธุรกิจสามารถใช้ช่องทาง Facebook เป็นช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้าได้ดีและมีประสิทธิภาพมากๆ ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่เป็นปัจจัยหลักคือ "จำนวนของสมาชิกในหน้า Facebook Pages" ซึ่งหากมีจำนวนสมาชิกที่เข้ามา "ชื่นชอบ (Likes)" มาก นั้นหมายถึงโอกาสการเข้าถึงหรือสื่อสารกับคนจำนวนมาก ก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้หลายๆ ธุรกิจต่างเริ่มสร้างและสะสมจำนวนสมาชิกของหน้า Facebook Pages ของตัวเองกันเป็นจำนวนมาก แต่คุณจะรู้ไหมว่า จำนวนคนสมาชิกที่อยู่ใน Facebook Pages ของเรามีมากหรือน้อย เมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆ หรือคู่แข่ง? หรืออัตราการเติบโตของ Facebook เราเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ เป็นอย่างไร? วันนี้เราสามารถเช็กได้ง่ายๆ แล้วครับ

รู้จัก Social Communications and Collaboration Social Analytics

 ผมได้รับเชิญไปพูดในงานสัมมนาหัวข้อ "Social Communications and Collaboration Social Analytics : What does it mean?" จากทาง Software Park ในเดือน ธันวาคม 2010 โดย – มีผม (ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ) – คุณนภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ – ดร.ประสบโชค ประมงกิจ – อ.กำพล ศรธนะรัตน์ – ว่าที่ร้อยตรี พรพรหม อธีตน้นท์ บนเวทีครับ ลองมาดูกันว่าพวกเราคุยอะไรกันบ้าง


ตอนที่ 1

 


ตอนที่ 2

ตอนที่ 3

เทคนิคการวัดผลการทำการตลาดใน Facebook

หลายคนที่เริ่มต้นทำการตลาดผ่าน Facebook คงอยากจะทราบว่าการตลาดที่เราทำผ่าน Facebook ได้ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งวิธีที่คุณควรจะทำคือการ "วัดผล (Tracking)" ซึ่งวันนี้ผมจะเล่าถึงเทคนิคการวัดผลการตลาดบน Facebook กันว่ามีวิธีและเทคนิคอะไรบ้าง  ซึ่งการวัดผลใน Facebook ครั้งนี้ผมของเน้นไปที่ การวัดผลจากการสร้าง "หน้า (Page)" ใน Facebook กันนะครับ ซึ่งมันเหมาะสมกับการทำการตลาดมากกว่าการสร้าง "หน้าส่วนตัว (Profile)" ที่เหมาะสำหรับเรื่องส่วนตัวมากกว่า 

 

1. Facebook Insight

นี้คือเครื่องมือที่ Facebook ให้มาพร้อมกับตัวของ "Page" ที่คุณสร้างขึ้นมาทันที เป็นเครื่องที่จะช่วยวิเคราะห์แนวโน้มและพฤติกรรมของคนที่ "ชอบ (Like)" หรือเข้ามาในหน้า "Page" ว่าเค้าเป็นใคร เข้ามาทำกิจกรรมอะไรบ้าง โดยสามารถเข้าเช็กข้อมูล Insight ได้ที่ http://www.facebook.com/insights ซึ่งเมื่อเข้ามาหน้านี้ก็จะเป็นหน้ารวมของ "Page" ท้ังหมดที่คุณได้สร้างไว้ และสามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดความเคลื่อนไหวของกิจกรรมาต่างๆภายใน "Page" ของคุณได้ทันที โดย Facebook insights จะมีข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 

 

1.) ข้อมูลของผู้ใช้ (Users)

เราสามารถดูข้อมูลของผู้ใช้งาน (Active User) ที่เข้ามาใน "Page" ของคุณได้โดยแบ่งเป็นรายวัน และยังสามารถจำนวนคนที่ "ชอบ (Like)" ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ (New Likes) ในแต่ละวัน รวมถึงยังดูได้ว่า มีกี่คนที่ "ยกเลิก (Remove Likes)" ในแต่ละวันได้เช่นกัน ส่วนนี้สามารถดูว่าหน้าของเราได้รับความนิยมมากได้ระดับไหน?

สรุปมาตรฐานและประสิทธิภาพโดยรวมของ Online Advertising ปี 2009 ทั่วโลกโดย Eyesblaster

 ล่าสุดทาง Eyesblaster ได้ออกสรุปผลรวมของ Online Advertsing ทั่วโลก ออกมาของปี 2009 มีข้อมูลหลายๆ อย่างน่าสนใจมากๆ เช่น การตอบสนองของการใช้งาน Rich Media, จำนวน CTR (Click Thru Rate) ของแต่ละสื่อ ของแต่ละประเทศ น่าสนใจมากๆ คนทำงานด้านการตลาดออนไลน์ ครับ 

วิธีการวัดผลการตลาดผ่าน Twitter

ผมได้มีโอกาสลองใช้ Twitter (หากไม่รู้จัก Twitter อ่านที่นี่) มานานแล้วและได้มีโอกาสประยุกต์ใช้ในเชิงด้านการตลาด (ดูตัวอย่าง) แต่คงจะมีหลายๆ คนถามว่า มันจะได้ผลเหรอ? แล้วเราจะวัดผลมันได้อย่างไร หากเรานำเอา Twitter เป็นเครื่องมือในเชิงการตลาด เดียววันนี้ เราจะมาดูกันว่า มีเครื่องอะไรบ้างในโลกออนไลน์ที่จะช่วย Track และติดตามว่าผลของการตลาดออนไลน์ผ่าน Twitter นั้นจะได้ผลหรือไม่ เราใช้อะไรกันดี

เครื่องมือ
คำอธิบาย
http://twittercounter.com ใช้วัดว่า Twitter ของคุณ มีคนตาม (Follow) มีเพื่อน (Friends) และ Update เท่าไรแล้ว โดยสามารถเป็นกราฟ เปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ได้เลย เจ๋งมาก
http://bit.ly/ ระบบทำ Short URL ที่สามารถ Track ได้ว่า มีคนคลิกที่ลิงค์ที่คุณส่งไปใน Twitter กี่คนแล้ว (สามารถวัดผลได้เลย)
http://tweetstats.com เครื่องมือช่วยวัดว่าพฤติกรรมการ Tweet ของเราเป็นอย่างไรบ้าง (ละเอียดดีมาก) ดู ตัวอย่างของผม
http://www.trendrr.com เครื่องมือช่วยวัดผลการตลาดผ่าน SocialNetwork ใช้ได้หลายบริการมาก เช่น Twitter, Youtube, Google
http://www.twitalyzer.com วัดผลความมีศักยภาพของการทำการตลาดของ Twitter แต่ละ Account

เดียวจะมา update เรื่อยๆ นะครับ สำหรับบทความนี้.. นึกออกเท่าไร เจอใหม่ทีไหน จะมา update แน่นอน แล้วใครมีอะไรแนะนำ ก็แนะนำได้เลยนะครับ

เทคนิคการวัดผลธุรกิจและเว็บไซต์ ออนไลน์ (Measurement and Metrics)

      ผมเชื่อว่าการมีเว็บไซต์เดียวนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะเดียวนี้มีทั้งบริการ Blog หรือเว็บไซต์สำเร็จรูปเต็มไปหมด แต่จุดที่น่าสนใจคือ จะมีสักกี่คนที่ทำเว็บขึ้นแล้วมาแล้วประสบความสำเร็จ และเช่นกันการ ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เว็บประสบความสำเร็จได้ คือ คุณต้องรู้และสามารถวัดผลได้ว่าเว็บไซต์ที่คุณทำไปแล้วนั้น จะมีเป้าหมายที่ชัดเจน และวิธีการในการวัดผลนั้นได้ วันนี้เรามาลองดูกันว่า ในรูปแบบของการวัดผลของเว็บไซต์จะมีวิธีการ และรูปแบบการวัดยังไงบ้าง

การวัดผลด้านธุรกิจ (Business metrics)
***************************************************************************************************************
การวัดผลการทำธุรกิจบนเว็บไซต์ สามารถวัดผลได้ไม่ยาก โดยเราสามารถเก็บข้อมูล และนำข้อมูลที่ได้จากเว็บไซต์มาวิเคราะห์ว่าการทำธุรกิจหรือการค้าของเราได้ผลเป็นยังไงบ้าง โดยการดูมีหลายๆ ข้อได้แก่

  • ผลตอบแทนจากการลงทุน ROI (Return on Investment)
    เป็นการคำนวนทางการเงินง่ายๆ เพื่อดูว่า การลงทุนทำธุรกิจไปแล้วเราคุ้มหรือไม่ หลายๆ คนเค้ามักจะดูค่า ROI กันครับ ROI คือการ เอา กำไรสุทธิ หารด้วย เงินลงทุนทั้งหมด นั่นเอง แล้ว x 100 ได้เป็น % ออกมา

    ROI = (Net Profit / Cost) x 100

    เช่น ขายสินค้าราคา 100 บาท ได้ 1 ชิ้น ต้นทุน 80 บาท แสดงว่าจะได้กำไร 100-80=20 บาท
    ROI = (20/80)x100
    ROI = 25%

    แต่ถ้า ROI ติดลบแสดงว่า ขายทุนครับ  ROI ยิ่งเยอะ แสดงว่ากำไรเยอะครับ อิอิ

     

  • ยอดขาย (Sales)
    วิธีการที่ง่ายที่สุดคือการดู "ยอดขาย" หากธุรกิจคุณมียอดขายมาก นั้นก็หมายความว่า ธุรกิจเว็บไซต์คุณกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่จริงๆ แล้วการดูแต่ยอดขายอย่างเดียวอาจจะไม่สะท้อนผลประกอบการ หรือการทำงานมากนักเท่าไร เพราะ หาก "ยอดขายเยอะ" แต่ปรากฏว่า "ต้นทุน (Cost)" เยอะตามด้วย อาจจะส่งผลให้ ภาพรวมของธุรกิจของคุณติดลบ หรือขาดทุนได้เช่นกัน

     

  • โอกาสการขาย (Leads)
    บางครั้งเว็บไซต์ของคุณอาจจะไม่ได้ขายของ ดังนั้นการวัดผลด้วยยอดขายอาจจะไม่สามารถทำได้ ดังนั้นบางเว็บไซต์ ก็อาจจะวัดผลด้วยการได้ "โอกาสการขาย" หรือ "รายชื่อคนทีน่าจะเป็นลูกค้า" (Leads) ว่ามีเข้ามามากน้อยแค่ไหน ซึ่ง Leads นั้นมีโอกาสสามารถเปลี่ยนไปเป็น "ยอดขาย" ได้

     

  • การแปลงหน่วยวัด (Conversions)
    การดูอัตราการเปลี่ยนแปลงจาก ผู้ชม (Visitor) ไปเป็น ลูกค้า (Customer) ว่าจะตัวเลขและอัตราที่เท่าไร  หากเป็นในรูปแบบของการค้าขายผ่านเว็บไซต์ Conversion Rate คือ อัตราส่วนการซื้อ ต่อจำนวนคลิก

    Conversion Rate = (Number of sales / Number of Clicks) x 100

    เช่น จาก 100 คนคลิกเข้ามา มีคนซื้อ 5 คน แสดงว่า Conversion Rate = 5% ถ้า Conversion Rate ยิ่งเยอะยิ่งดีครับ

     

  • จำนวนผู้สมัคร (Subscribers)
    บางเว็บไซต์ใช้จำนวนผู้สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกในเว็บไซต์ เป็นตัววัดผลว่า เว็บไซต์นี้ได้ผลมากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่จะไม่ใช่กับเว็บไซต์ E-Commerce หรือเว็บค้าขาย (เพราะมักจะวัดจากยอดขายมากกว่า) ซึ่งการมี จำนวนสมาชิกเป็นสมาชิกเป็นจำนวนมาก นั้นหมายถึง เว็บไซต์นั้นจะมีมูลค่ามากขึ้น จากจำนวนคนที่เข้ามา และฐานข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่  บางครั้งใช้เป็นการวัดจำนวน email ที่มีสมัครเข้ามาในแคมเปญ หรือบางครั้งจะวัดจากจำนวนคนที่รับ Feed RSS ว่ามีจำนวนมากเท่าไร

Yahoo เปิดตัวระบบ Web Analytic ชนกับ Google Analytic

      หลายๆ คนทีทำเว็บไซต์ และอยากจะทราบว่า เว็บตัวเองมีคนเข้ามาเท่าไร? มาจากไหน? มาำทำอะไร? ส่วนใหญ่หลายๆ คนก็จะติดระบบวิเคราะห์เว็บไซต์หรือ Web Analytic ซึ่งที่ดังมากๆ ตอนนี้ก็คือ Google Analytic (Google ซื้อบริษัท Urchin มาทำเป็น Google Analytic) แต่หลังจากปล่อยให้ Google ครอบครองใจเจ้าของเว็บไซต์มาแล้วเกือบครึ่งค่อนโลก ทาง Yahoo ก็ได้ออกระบบ Web Analytic ออกมาเหมือนกัน โดยใช้ชื่อว่า Yahoo! Web Analytics ซึ่งเป็นระบบ เก็บข้อมูลและวิเคราะห์สถิติของเว็บไซต์ แบบเดียวกับ Google Analytics ซึ่งบริการนี้ เป็นผลมาจากการซื้อบริษัท IndexTools เมื่อเดือนเมษายน 08 ที่ผ่านมา

        จุดขายสำคัญของ Yahoo! Web Analytics คือความเร็วในการอัพเดตข้อมูลแบบ “เกือบเรียลไทม์” ซึ่งดีกว่ารอบ 8-12 ชม. ของ Google Analytics อีกอย่างคือให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลดิบทั้งหมดผ่านทาง API ด้วย เมื่อเทียบกับของกูเกิลที่แสดงเฉพาะข้อมูลที่วิเคราะห์แล้วเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้ Yahoo! Web Analytics สามารถเขียนโปรแกรมวิเคราะห์สถิติเพิ่มเติมเองได้

สำหรับท่านที่สนใจ ก็ลองไปใช้ดูได้ครับ.. แต่ให้เชียร์ ก็ยังแอบเชียร์ Truehits.net ของคนไทยอยูเ่หมือนเดิม.. ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ

 

 

ข้อมูลจาก http://www.blognone.com/node/9227

เจาะเวลาหาอดีต”ของเว็บไซต์ด้วย Archive.org

 

พอจะนึกหรือจำได้ไหมครับ ว่าเว็บไซต์ที่เข้าเป็นประจำทุกวันนี้ หรือเว็บไซต์ของคุณในปัจจุบัน ถ้าย้อนกลับไปในอดีต มันมีหน้าตา รูปแบบ หรือข้อมูลอะไรบ้าง? วันนี้ผมมีวิธีและเทคนิคมาแนะนำ และพาคุณดำดิ่งย้อนรอยกลับไปในอดีตของเว็บไซต์เกือบทุกๆ เว็บทั่วโลกได้ง่ายๆเพียงปลายนิ้วครับ

 

วิธีง่ายๆ ที่คุณจะสามารถย้อนกลับไปในอดีตของเว็บไซต์เกือบทุกๆ เว็บไซต์ทั่วโลก เพียงคุณเข้าไปที่ เว็บไซต์ www.Archive.org หรือจะเรียกว่า “เครื่องเจาะอดีต (Wayback Machine)”   และทำการค้นหาจากชื่อเว็บไซต์ที่เราต้องการ จากนั้นระบบจะพาคุณย้อนกลับสู่อดีตว่าเว็บไซต์นั้นมีหน้าตาและพัฒนาการเป็นอย่างไรบ้าง โดยเว็บนี้จะทำการเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 1996 รวมๆ ก็ย้อนหลังกลับไปได้เกือบ 12 ปีเลยทีเดียว นับว่าเริ่มเก็บกันตั้งแต่เริ่มมีเว็บไซต์ขึ้นมาบนโลกนี้เลยทีเดียว ซึ่งคุณจะสามารถติดตามความคืบหน้าการพัฒนาของเว็บไซต์ต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างง่ายดายผ่านบริการของเว็บไซต์นี้

 

ทรูฮิต

ครั้งก่อนผมพูดถึงมีเดียโกส์ดิจิตอล วันนี้จึงขออนุญาตเล่าให้คุณๆ ฟังต่อถึงส่วนควบอันสำคัญของโลกดิจิตอลมี เดีย ซึ่งเชื่อว่าหลายคนอาจจะทราบมาแล้วบ้างเกี่ยวกับเครื่องวัดความนิยมของเว็บไ ซต์ ซึ่งสำคัญมากต่อผู้ลงโฆษณาและผู้ที่คิดจะประกอบการบนโลกไซเบอร์ ที่เป็นเว็บไซต์ที่ชื่อว่า ทรูฮิต (www.truehits.net) ซึ่งเป็นของสำนักงานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐสบทร. ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ – สวทช. เป็นผู้ที่ตั้งต้นสร้างเครื่องมือดังกล่าวเพื่อมีข้อมูลสำหรับเว็บไซต์ของไท ย

ประโยชน์ของการวัดความนิยม ทั้งจำนวนคนเข้าชมเว็บ (Unique IP) และความนิยมในประเภทของเว็บที่เกิดขึ้น (New Service) ทำให้ผู้ที่ตั้งใจประกอบธุรกิจบนโลกออนไลน์และผู้ลงโฆษณา มีทิศทางที่เกิดจากการใช้ข้อมูลอ้างอิง ทำให้เห็นภาพรวมของธุรกิจเว็บไทย รวมไปถึงว่าจะลงโฆษณากับเว็บไหนดีจึงจะครอบคลุมกลุ่มคนได้มากที่สุด
 

รู้ลึกพฤติกรรมคนใช้เว็บไซต์คุณด้วย Truehits.net

สำหรับคนที่มีเว็บไซต์อยู่ของตัวเอง หรือของบริษัท คุณเคยทราบไหมว่า แต่ละวัน เว็บไซต์ของคุณมีคนเข้ามาเยี่ยมชมกี่คน, มาจากไหนบ้าง, ส่วนใหญเค้าจะไปเข้าหน้าไหนของเว็บไซต์คุณ และ เค้ากลับมาเว็บไซต์คุณบ่อยแค่ไหน?  นี้เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่คุณ ควรจะรู้ และบางครั้งอาจจะ ต้องรู้ ด้วย เพราะมันเป็นข้อมูลที่สำคัญมากๆ ในการวิเคราะห์เว็บไซต์คุณว่า พฤติกรรมของผู้ใช้บริการของเว็บไซต์คุณ ว่าเค้าเป็นอย่างไร และคุณจะสามารถทำเว็บไซต์ของคุณให้สามารถตอบสนองคนใช้เหล่านั้นได้ ด้วยข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้.. ซึ่งวิธีที่จะสามารถทราบข้อมูลเหล่านี้ เพียงแค่คุณใช้บริการของ www.Turehits.net ครับ.! และที่สำคัญมันเป็นบริการฟรี..! ซะด้วย (พอบอกว่าฟรี.! ละสนใจละสิครับ) 

 

%d bloggers like this: