บริหารจัดการ Location Marketing ผ่านเว็บ

วันนี้มา พูดและได้นั่งฟังงาน Asia E-Commerce Conference 2012 ที่มาเลเซีย เค้าพูดถึง เว็บจัดการ Location ต่างๆ ทางออนไลน์ซึ่งผมว่าเหมาะกับธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างประเทศมาก หากมีเวลาลองไปใช้ดูละกันครับ www.Yext.com

เจาะลึกลูกค้าที่เข้ามาในร้านค้าคุณง่ายๆ ด้วย Foursquare

 หากคุณมีธุรกิจที่มีหน้าร้าน และอาจจะมีสาขามากมายหลายแห่ง แต่ละวันคุณอาจจะมีลูกค้าเข้ามายังหน้าร้านค้าคุณมากมาย จนคุณแทบนับไม่ไหวว่ามีจำนวนเท่าไร? และแทบจะไม่มีโอกาสเลยที่คุณจะสามารถรู้ได้ว่า คนเหล่านั้นเป็นใคร อายุเท่าไร เค้าเคยมาร้านค้าคุณกี่ครั้งแล้ว? แต่เชื่อไหมครับ เดียวนี้คุณสามารถรู้จักลูกค้าคุณได้ดีมากขึ้น  ด้วยการใช้บริการของโฟว์สแควร์ (Foursquare.com) มาใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลและรู้จักลุกค้าของร้านค้าคุณได้ดีมากขึ้น ทำอย่างไรเรามาดูกันครับ

Foursquare.com คือบริการที่เปิดโอกาสให้คนสามารถบอกตำแหน่งตัวเอง หรือเรียกง่ายๆ ว่า "เช็กอิน (Check-in)" ผ่านบริการนี้ โดยสามารถเลือกตำแหน่ง หรือสถานที่ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน และกำลังทำอะไรอยู่ โดยหลังจากที่คุณแจ้งข้อมูลแล้ว คุณจะสามารถได้ คะแนนหรือป้ายพิเศษ (Badge) และนอกจากนี้ยังสามารถส่งต่อแจ้งออกไปยัง โซเชี่ยลเน็ตเวิกร์อย่าง Facebook และ Twitter ได้อีกด้วย 

 

Location Marketing บอกพิกัด มัดใจลูกค้า เพิ่มมูลค่าธุรกิจ

มันจะดีไหมครับ หากเราสามารถทราบได้ว่า ตอนนี้มี ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของเราอยู่ที่ไหนหรือตอนนี้เค้าอยู่ในรอบๆ ของพื้นที่ของธุรกิจหรือหน้าร้านค้าหรือเปล่า ซึ่งเราสามารถชักชวนเค้ามาซื้อสินค้าที่ร้านของเราของเราได้ทันที และเราสามารถทราบได้ทันทีว่าลูกค้าท่านนี้เคยมาร้านค้าคุณกี่ครั้งแล้ว  ที่ผมเล่ามานี้ มันไม่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไปแล้ว มันกลายเป็นสิ่งที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเองง่ายๆ ผ่านเทคโนโลยีของฟรี ที่มีอยู่รอบตัวคุณ วันนี้เรามาดูเรื่องนี้กันครับ

ปัจจุบันเทคโนโลยีที่อยู่รอบๆ ตัวคุณสามารถทำให้คุณสามารถรู้ตำแหน่งของคนอื่นๆ ได้อย่างไม่ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันสามารถระบุตำแหน่งของผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ และนอกจากนี้ ยังมีแอ็พพิลเคชั่นบนมือถืออีกมากมาหลายๆ ตัวที่จะช่วยทำให้การจัดการตำแหน่งของผู้คน และการนำธุรกิจเข้าไปสอดประสานได้อย่างลงตัว ลองมาดูตัวอย่างบางส่วนกันครับ

 

Foursquare (for Business)

โฟว์สแควร์ (Foursquare.com) คือแอ็พพิลเคชั่นที่เน้นการใช้งานบนมือถือ ที่ตอนนี้คนไทยมากมายหลายคนที่ใช้แอ็พพิลเคชั่นตัวนี้ในการ บอกว่าตัวเองอยู่ที่ไหนหรืออยู่ร้านไหน เราเรียกว่า เช็กอิน (Check-in) และหลังจากได้แจ้งไปแล้วข้อมูลร้านค้าข้อมูลนี้ จะถูกส่งต่อไปยังโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ อย่าง เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ทำให้เพื่อนๆ ของคนเหล่านั้นรู้ว่าเค้าอยู่ไหน ซึ่งหากคนนึง เช็กอินที่ร้านค้าคุณ นั้นหมายถึงเค้าจะบอกเพื่อนเค้าในโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ ออกต่อไปอีกเป็นพันๆ หมื่นๆ คนทันที ทำให้เป็นการโปรโมทธุรกิจของคุณอีกวิธีที่หนึ่ง ซึ่งหลายๆ ธุรกิจที่เข้ามาใช้ สามารถเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้ทันที

 

Google Map & Google Place

ตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่ใช้กูเกิ้ลเกือบ 99% ค้นหาข้อมูลและ กูเกิ้ลแผนที่ (Google Map) บริการแสดงแผนที่ทั่วโลก เริ่มเป็นบริการที่คนนิยมใช้ค้นหาแผนที่หรือตำแหน่งของสถานที่ต่างๆ กันมากขึ้น เช่น ผมมักใช้ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว หรือโรงแรมตอนไปต่างจังหวัด และหลายๆ ครั้งที่ผมค้นหาโรงแรมที่ผมต้องการไม่เจอในกูเกิ้ลแผนที่ มันก็ทำโอกาสการได้ลูกค้าคุณหายไป ซึ่งคุณสามารถสร้างตำแหน่งของคุณธุรกิจคุณในกูเกิ้ลแผนที่ได้อย่างง่ายๆมากๆ 

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเทคโนโลยีบางส่วนที่จะทำให้ธุรกิจของคุณไปแสดงอยู่ในโลกออนไลน์ที่ จะทำให้ลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ของธุรกิจคุณ สามารถค้นหาเจอธุรกิิจคุณและยังสามารถกระตุ้นให้เค้าเหล่านั้นมาซื้อสินค้าของคุณถึงหน้าร้านค้าได้ทันที หากสนใจเพิ่มเติม ว่าจะมีการทำจริงๆ ทำอย่างไร และรู้จักถึงเทคโนโลยีตัวอื่นๆ คุณสามารถไปร่วมงานสัมมนา "Location Marketing บอกพิกัด มัดใจลูกค้า เพิ่มมูลค่าธุรกิจ" วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2554 เวลา 8.30 – 16.30 ณ.หอประชุมมหาวิทยาลัยศรีปทุมบางเขน ฟรีตลอดงาน ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.winter.co.th/event/location-marketing หรือโทร 086-330-1665 ครับ

 

5 เทคนิคการนำตำแหน่งของลูกค้า (Location-Base) เพิ่มศักยภาพธุรกิจ

 บริการออนไลน์ในรุปแบบของ “การบริการตามตำแหน่งผู้ใช้ หรือ Location-based” อย่าง Foursquare หรือ Gowalla กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน (ในไทยตอนนี้ Foursquare ได้รับความนิยมามากกว่า Gowalla มาก) หรือล่าสุดทาง Facebook ได้เปิดบริการที่มีการนำ “ตำแหน่ง (Location)” ของผู้ใช้มาในชื่อบริการ “Facebook Place” แล้วด้วยเช่นกัน จึงได้ว่า แนวโน้มของเทคโนโลยี Location-based กำลังมาแรงและเริ่มเข้ามาบทบาทกับธุรกิจอย่างมาในอนาคตกันใกล้นี้แน่ๆ  แต่สำหรับคนที่ทำงานและทำธุรกิจคำถามคือ เราจะสามารถนำเทคโนโลยี Location-Based มาใช้กับธุรกิจของงานของเราได้อย่างไรบ้าง? เดียววันนี้เรามาดูกันครับ
 

เปิดโลกการค้าอนาคต “รู้ตำแหน่งและผสานโลกเสมือน” กับ TARAD.com (Location + Augmented Reality E-Commerce)

เมื่อเราก้าวเข้าสู่ยุคของ social network และยุคที่เทคโนโลยีสามารถระบุตำแหน่งของเราได้ไม่ยาก จากเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หรือเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ทำให้เมื่อการรู้ตำแหน่งของคุณ ณ.ขณะนั้นมาผนวกเข้ากับเว็บไซต์ ทำให้การให้บริการของเว็บไซต์ ซึ่งจากเดิมจะเป็นบริการที่ให้แบบโดยรวมๆ ทั่วๆ ไป เปลี่ยนมาสามารถนำเสนอ ข้อมูลสินค้าและข้อมูลได้แม่นยำมากขึ้น โดยใช้ตำแหน่งพื้นที่ของคนที่เข้ามา เป็นตัวเลือกข้อมูลมานำเสนอให้เหมาะสมกับคนๆ นั้นได้

 

ล่าสุด TARAD.com ได้พัฒนาระบบ "ค้นหาสินค้าอัจฉริยะ (Product Search Engine)" ที่ http://search.tarad.com ทึ่สามารถค้นหาสินค้าที่คุณต้องการได้ จากแหล่งข้อมูลสินค้านับล้านๆ รายการ โดยล่าสุดระบบค้นหาสินค้านี้ได้มีการ นำระบบการระบุตำแหน่งของคุณเข้าไปเชื่อมโยงกับผลลัพย์ของการค้นหาสินค้า ทำให้ผลลัพย์สินค้าที่ได้มีความแม่นยำ และเป็นสินค้าที่อยู่ใกล้กับผู้ที่ค้นหา ณ. ขณะนั้นได้ทันที

 

รู้ตำแหน่ง (Location) ผู้ใช้แล้วดียังไง?

วิธีการทำงานง่ายๆ ของระบบนี้คือ เช่น ผมอยู่แถว ตลิ่งชั่น ผมค้นหาโทรศัพท์ "iphone" เมื่อผมค้นหา ระบบของ http://search.tarad.com ก็จะทำการค้นหา iphone ที่อยู่ใกล้ๆ ตำแหน่งผมมานำเสนอได้ทันที ทำให้ผมสามารถเลือกซื้อ iphone ได้กับ ร้านค้าที่ขายอยู่ใกล้ๆ ซึ่งจะทำให้ผมสามารถซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น และง่ายมากขึ้น ในด้านการเดินทาง และรู้ตำแหน่งของผู้ขายอีกด้วย นี้คือข้อดีของการใช้ตำแหน่ง (Location) มาช่วยทำให้การขายสินค้า (E-Commerce) เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากขึ้น

 

ทำอย่างไร เรารู้ข้อมูล?

เนื่องจากสินค้าที่มาค้าขายส่วนใหญ่ ผู้ขายบางคนจะมีการระบุตำแหน่งของร้านค้าของตัวเองเอาไว้ เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถมาหา และรู้จักร้านค้าได้ง่าย เมื่อเราเอาตำแหน่งของผู้ขายสินค้า มาผนวก (Mashup) กับเทคโนโลยีของ Google Map และ ตำแหน่งของผู้ใช้เว็บไซต์ ณ.ขณะนั้น ก็จะทำให้การทำงานของ "การค้าขายตอบสนองตำแหน่งผู้ซื้อ" Location Base E-Commerce เป็นเรื่องที่เป็นไปได้

 

 

มองเห็นสินค้าออนไลน์ ในโลกเสมือนจริง ด้วย Augmented Reality E-Commerce

    หากคุณเคยอ่าน การ์ตูน Dragon Ball คุณอาจจะเคยเห็น ดราก้อนเรดาห์ ที่เอาไว้ค้นหาลูกดราก้อนบอล  โดยจะเป็นเรดาห์ ที่สามารถค้นหาและบอกตำแหน่งของๆได้ ซึ่งตอนนี้เทคโนโลยีนี้ เกิดขึ้นจริงๆ แล้วโดยทางทีมงาน TARAD.com ได้นำเทคโนโลยี Augmented Reality (อ่านว่า อ๊อกเมนเต็ด เรียลลิตี้ หรือ AR) มันคือการผสมผสานระหว่างโลกจริงๆ กับโลกเสมือน โดยเมื่อเทคโนโลยีนี้ มาผนวกกับ การค้าออนไลน์ หรือ E-Commerce ทำให้เกิดรูปแบบของการค้ารูปแบบใหม่ ที่ผมเรียกว่า "การค้าขายผสานโลกเสมือนจริง (Augmented Reality E-Commerce)"  ที่จะทำให้ผู้ซื้อ สามารถค้นหาสินค้าที่ตัวเองต้องการ โดยสามารถรู้ตำแหน่งของสินค้าว่าอยู่ที่ไหน? ทิศทางไหน  และอยู่ไกลเท่าไร จากตำแหน่งที่เค้าอยู่ โดยเพียงแค่มองผ่านโทรศัพท์มือถือ ที่ลงโปรแกรม ลายาร์ (Layar)

(Layar คือโปรแกรมบราวเซอร์รูปแบบใหม่ ที่มีผสมผสานเทคโนโลยี Augmented Reality เข้าไปอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้เราสามารถมองเห็น การผสมผสานของโลกแห่งความจริงๆ กับโลกออนไลน์เสมือนจริงเข้าด้วยกันอย่างน่าตกใจ สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมนี้ในโทรศัพท์ระบบ Andriod หรือ iphone ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.Layar.com )
 

วิธีการเข้าสู่โลกการค้าแบบใหม่

เพียงคุณลงโปรแกรม Layar ในโทรศัพท์มือถือ Andriod (Download ฟรีได้จาก Android Market) หรือ iphone  (Download ฟรีได้จาก AppStore) คุณเลือกที่แถบเมนู "Local" หรือ จะค้นหา (Search) โดยใช้คำว่า TARAD เพียงเท่านี้ ระบบ "Product AR Search by TARAD.com" ก็จะแสดงออกมาให้คุณเห็น


หน้าจอตอนเปิดโปรแกรม layar ขึ้นมา

หน้าจอตอนเลือกโมดูล การใช้งานของ TARAD.com ในส่วนของ Local

หน้าจอเลือก Module การใช้งานในส่วนของการค้นหา
 

เมื่อกดเข้าสู่ระบบ "Product AR Search by TARAD.com"  คุณก็จะหน้าจอ "Filter Settings" ที่หน้านี้คุณสามารถ เลือกได้ว่า "คุณจะค้นหาสินค้าอะไร?" เลือกขอบเขตของการค้นหา จากตำแหน่งของคุณตอนนี้ว่าจะค้นหาไกลออกไปกี่กิโลเมตร โดยค้นหาได้ไกลสูงสุด 10 กิโลเมตร และนอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกหมวดหมู่ของสินค้าที่คุณต้องการเลือกได้อีกด้วย ว่าคุณจะค้นหาในหมวดไหน เพื่อผลลัพย์ที่ออกมาได้แม่นยำมากขึ้น และก็กด Apply


หน้าจอตอนที่คูณเลือกว่าจะค้นหาสินค้าอะไร? อาณาเขตกว้างไกลเท่าไร? และ หมวดหมู่สินค้าอะไร?
 

หลังจากนั้น ระบบก็จะทำการ "ค้นหาสินค้าที่คุณได้ทำการเลือกเอาไว้ ในขอบเขตๆ รอบๆตัวตัวของคุณ" ว่ามีสินค้าอะไรบ้าง ที่อยู่รอบตัวคุณตอนนี้ อย่างเช่นผมค้นหา "ipod"  จากผลลัพย์ จะเห็นว่า ด้านมุมขวาด้านบนของหน้าจอในโทรศัพท์จะมีเรดาห์ขึ้นมา และจุดๆ ที่เราเห็นคือตำแหน่งของ ipod ที่อยู่ในทิศทางนั้น ซึ่งเมื่อเราหมุดโทรศัพท์ไปในทิศทางที่จุดนั้นอยู่ ภาพก็จะเปลี่ยนไปตามตำแหน่งที่เราเลื่อนกล้องของโทรศัพท์ไป


หน้าแสดงข้อมูลสินค้าที่ค้นหาออกมา จุดสีขาวๆ กลางจอคือตำแหน่งของสินค้า และมุมขวาบน คือเรดาห์ของตำแหน่งของสินค้าที่ค้นหาเจอ
 

และเมื่อกดที่ปุ่มสีขาว หรือข้อมุลด้านล่าง ระบบก็จะแสดงข้อมูลของสินค้าชิ้นนั้นออกมา พร้อมตำแหน่งของสินค้าชิ้นนั้น และยังสามารถเลือกได้ว่ากดเพื่อไปดู


เมื่อกดดูข้อมุลสินค้า จะมีรายละเอียดที่เราสามารถดูเพิ่มเติมได้

 

  • ข้อมูลของเว็บไซต์ร้านค้าร้านค้า  (Link to Shop) จะเปิดไปที่หน้าเว็บของร้านค้าๆน้ัน
  • ข้อมูลของเว็บไซต์หน้าสินค้าชิ้นนั้นที่คุณค้น (Link to Product) จะเปิดไปที่หน้าของสินค้าชิ้นน้ันๆ
  • พาฉันไปที่ตำแหน่งสินค้านี้หน่อย (Take me there) ระบบจะพาคำนวนเส้นทางของคุณในปัจจุบัน และคำนวนหาวิธีการเดินไปหาสินค้าชิ้นนั้นๆ ให้

การให้ระบบพาฉันไปที่ตำแหน่งสินค้านี้หน่อย (Take me there)

ข้อมูลของเว็บไซต์หน้าสินค้าชิ้นนั้นที่คุณค้น (Link to Product)

มีหลายวิธีการดูตำแหน่งสินค้า
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

  1. ดูผ่านกล้องของโทรศัพท์ (Augment Reality)
    วิธีนี้จะดูผ่านกล้องขอโทรศัพท์ ซึ่งคุณอยากรู้ว่าตำแหน่งสินค้าอยู่ที่ไหน คุณก็แค่เอากล้องในโทรศัพท์กวาดไปในทิศทางที่สินค้าอยู่
2. ดูแบบแผนที่ (Map)
คุณสามารถรู้ตำแหน่งของสินค้าที่ อยู่รอบๆ ตัวคุณจากแผนที่
3. ดูเป็นรายการ (list)
เป็นการแสดงรายการสินค้าเป็น รายการๆ ลงมา


 


ทั้งหมดนี้เป็นการผสมผสานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ากับเทคโนโลยีทางการค้าในโลกออนไลน์ หรือ E-Commerce เข้ามาบรรจบกัน ซึ่งส่วนตัวผมมองว่าเทคโนโลยี Augmented หรือ Location เป็นเทคโนโลยีที่สามารถพัฒนาได้แล้วไม่ยาก ซึ่งทีมงานของ TARAD.com ได้พัฒนาออกมาให้เห็นกันแล้ว นี้คือ บริการแรก Location + Augmented Reality E-Commerce อันแรกของเมืองไทยเลยในตอนนี้ สำหรับผมนี้คือแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ผมเชื่อว่าคนไทยหลายๆ น่าจะเห็นตัวอย่างจริงๆ กันแล้ว แล้วทีก็ต้องตาคุณแล้วละครับ ว่าคุณจะนำเทคโนโลยี Location หรือ Augemented มาใช้กับธุรกิจหรืองานของคุณยังไงได้บ้าง?

ปล.
– ขอบคุณคุณ @thangman22 @ifew ที่เป็นส่วนหนึ่งในการพลักดันให้เทคโนโลยีเกิดขึ้นได้จริงๆ
– ขอบคุณณัฐวัชร์ ผู้บริหาร HTC ประเทศไทย ที่สนับสนุน การพัฒนา Android ของไทย
– ขอบคุณงานจิบกาแฟคนทำเว็บ (Webpresso) ตอน "Location-based service ต่อยอดความคิดสู่เว็บยุคใหม่" ที่ทำให้ผมและทีมงานเราได้ไอเดียดีๆ จากงานนี้
 

วิเคราะห์ Foursquare และอนาคตในไทยต่อจากนี้

      เมื่อตำแหน่งของคุณ (Location) ถูกผสานเข้ากับ สังคมโครงข่ายออนไลน์ (Social Network) เรื่องปาฏิหาญบางอย่างก็เกิดขึ้น ครั้งแรกที่ผมรู้จักกับ Foursquare.com ก็พบว่ามันเป็นอีกก้าวของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ มันแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า หลังจากจากที่ผมได้รู้จัก และได้เขียน Blog เกี่ยวกับ Foursquare ที่ www.pawoot.com/foursquare เพียงไม่นาน กระแสของ Foursquare ก็โด่งดังอย่างรวดเร็วมากๆ ตัวเลขของคนที่เข้ามาใช้บริการของ Foursquare ในเมืองไทย เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งปัจจุบันน่าจะมีคนใช้หลายพันคนแล้ว จากเพียงเวลาเพียงไม่นาน  และจำนวนของสถานที่ check-in ใน Foursquare ภายในประเทศก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก เพราะคนที่ใช้บริการในไทยหลายๆ คนเริ่มเพิ่ม สถานที่ใหม่ๆ เข้าไป และ check-in  สื่อหลายๆ สื่อให้ความสนใจกับ Foursquare เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ หนังสือพิมพ์ งานสัมมนา หรือแม้แต่หนังสือที่อยู่ในมือของคุณตอนนี้  ต้องยอมรับว่า กระแสของ Social Network รูปแบบใหม่ หากเข้ามาแล้วถูกหรือเข้ากับกลุ่มคนใช้กับคนที่ใช้ Social Network เดิมอยู่ ก็จะเติบโต ขึ้นอย่างอย่างจนน่าตกใจ โดยดูอย่าง Foursquare เป็นตัวอย่างได้


สิ่งทีน่าสนใจของ Foursquare.com ผมขอแบ่งออกเป็น 3 มุมมอง

1. มุมมองคนทั่วไป
ผมมีช่องทางใหม่ในการใช้บอกกับเพื่อนผ่านทาง Social Network ผ่าน Foursquare ได้ง่ายมากขึ้น เพราะ Foursquare สามารถเชื่อมโยงกับ Twitter และ Facebook ได้ง่าย อีกทั้งยัง มีระบบการเก็บคะแนน และยังสามารถสร้างความเป็นตัวตนได้ง่ายผ่าน Social Network ของ Foursquare

2. มุมของธุรกิจ
ธุรกิจออฟไลน์ ที่มีหน้าร้านค้า สามารถนำ Foursquare ไปใช้เป็นเครื่องมือสร้างความจงรักภักดี หรือสร้าวความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้ หรือบางแห่งนำไปใช้เป็นเป็นเครื่องมือสะสมแต้มได้ง่ายๆ และยังสามารถเช็กหรือติดตามว่าใครคือ ลูกค้าที่เป็นลูกค้าจริงๆ ของเรา

3. มุมนักพัฒนา
แนวทางการพัฒนาของ Foursquare ถือเป็นวิธีการที่น่าสนใจมากๆ โดยมีการนำ Social Network มาใช้ร่วมกับ Location ได้อย่างลงตัว โดยใช้วิธีการ เก็บคะแนน (Point) และการได้ป้าย (Badge) พิเศษ เป็นตัวกระตุ้นให้คนเข้ามาใช้บริการ รวมถึงยังมี ให้บริการหลายๆ Device Platform เช่น iphone, Android, Blackberry ซึ่งทำให้กลุ่มคนใช้สามารถเข้าถึงบริการของ Foursquare ได้ง่ายมากขึ้น และยังมีระบบ API ที่ทำให้เกิดการเชื่อมโยงของเว็บนี้ไปยังเว็บอื่นๆ ได้ง่ายมากขึ้น
ทั้งหมดนี้เป็นวิธีการคิดและการวางรูปแบบการให้บริการเว็บไซต์ที่แยบยลมากๆ ซึ่งทำให้เว็บ Foursquare สำเร็จได้ไม่ยากเลย ซึ่งวิธีการนี้ ผมอยากให้นักพัฒนา นำไปใช้และดูเป็นแนวทาง

อนาคตของ Foursquare ในไทย?
จุดที่น่าสนใจของ Foursquare คือการแข่งขันกับเพื่อนๆ ใน network ของเค้า ซึ่งตอนนี้เกิดขึ้นแล้วในเมืองไทย และคนไทยหลายๆ คนเริ่มแข่งขันในการเก็บคะแนน และการเป็นเจ้าถิ่น (Mayor) ในสถานที่ต่าง แต่ในมุมมองของ ธุรกิจที่จะเริ่มนำ Foursquare เข้าไปใช้ ตอนนี้อาจจะยังไม่เยอะ การที่ Foursquare จะเกิดได้ในเมืองไทยมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น โทรศัพท์มือถือ Smart Phone ที่เติบโตมากขึ้น, การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ, ภาษาที่ส่วนใหญ่ยังเป็นภาษาอังกฤษ เป็นต้น นี้คือปัจจัยบางส่วนของ Foursquare ที่จะเติบโตได้ในเมืองไทยอย่างต่อเนื่องจากนี้ครับ จริงๆ มันสามารถประยุกต์ใช้ได้กับ Application หรือบริการอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน จากมุมของผม

เทคนิคอื่นๆ เกี่ยวกับ FourSquare.com

ไม่น่าเชื่อว่า หลังจากที่ผมแนะนำ Foursquare.com ไปไม่นาน จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ ที่คนไทยเริ่มเข้ามาใช้ Foursquare กันอย่างล้นหลาม ทีนี้เรามาดูเทคนิคต่างๆ ในการใช้ FourSquare ให้สนุกหรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานดีกว่าครับ 

เทคนิคการ Check-in สถานที่ให้แม่นยำมากขึ้น
หลากครั้งที่คุณ Check-in ในพื้นที่ของคุณ แต่คุณหาตำแหน่งที่คุณอยู่ไม่เจอ คุณก็เลยใช้วิธีการ "เพิ่มสถานที่ (Add Venue)" แต่ เมื่อคุณกลับมาสถานที่นั้นอีกที พอคุณกลับมา Check-in อีกที คุณกลับหาสถานที่คุณเพิ่มไปครั้งก่อนไม่เจอ ต้องมา "ค้นหา (Search)" เอาทุกครั้ง ถึงจะเจอสถานที่คุณ add ไว้ หรือต้องการ
 

ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น?เพราะ Foursquare ใช้วิธีการรู้ตำแหน่งของคุณจาก "เสาโทรศัพท์มือถือ (Cell Site)" ที่ โทรศัพท์มือถือคุณเชื่อมต่ออยู่ ซึ่งบางครั้งเกิดความผิดพลาดของการบอกตำแหน่งของเสามือถือของคุณ ทำให้ ตำแหน่งที่คุณ เพิ่มเข้าไป ไปโผล่ที่ตำแหน่งอื่นๆ ไกลๆ แทน ทำให้พอคุณกลับมาในพื้นที่นั้นอีกครั้ง พอคุณ check-in ถึงไม่เจอสถานที่คุณเพิ่มเอาไว้
 

วิธีการแก้ไข?
คุณต้องแก้ไข โดยการกลับเข้าไปใน Foursquare บนเว็บไซต์

  1. "ค้นหา" สถานที่ๆ คุณเคยเพิ่มเอาไว้ โดยเมื่อเข้าไปใน สถานที่คุณ Add เอาไว้
  2. เพิ่มข้อมูลเข้าไปโดยกดปุ่มรูป "ดินสอ" เมื่อกดเข้าไป เราก็จะสามารถแก้ไข ที่อยู่ตำแหน่งนั้นได้
    เพิ่มเติมนิดนึงนะครับ คุณจะแก้ไขสถานที่นั้นได้ก็ต่อเมื่อ คุณเป็นคนเพิ่มสถานที่นั้นเข้าไปเอง 2. หรือคุณเป็น super user
    คือเราต้อง Check-in ต่างพื้นที่ 50 แห่งขึ้นไป ถึงจะได้เป็น

     

  3. เมื่อเข้าไปหน้าแก้ไขข้อมูลแล้ว ให้ระบุตำแหน่ง ของสถานที่ของคุณ โดยอ้างอิงจาก Google Map เพราะ Foursquare ใช้ระบบแผนที่ของ Google Map ดังน้น หากจะให้ตำแหน่งของสถานที่ของเราแม่นๆ เราต้องเข้าไป เช็กตำแหน่งของสถานที่ของเราใน Google Map ก่อน โดยกดคลิกขวา ที่ตำแหน่งที่เราต้องการข้อมูลเลือก "What’s here" จากนั้น Google Map ก็จะให้ตำแหน่งของสถานที่ตรงๆ นั้นออกมา แล้วก็นำข้อมูลที่ได้จาก Google Map ไปใส่ใน Foursquare เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ ตำแหน่งของสถานที่ของคุณ ที่แม่นยำมากขึ้นครับ

หน้าแก้ไขข้อมูลหลังจากด รูปดินสอ มาแล้ว

การระบุตำแหน่งของสถานที่โดยใช้ Google Map
 

 

 

 

ตะโกนบอกโลกให้รู้ว่าคุณอยู่ไหนกับ foursquare.com – Social Network สายพันธุ์ใหม่

FourSquare คืออะไร?

Foursquare คือ การผสมผสานกันของ Social Network และ สถานที่ (Location) ซึ่งเมื่อทั้งสองอย่างมาร่วมกันเลยเกิดเป็น "Location-Based Social Network" เป็นบริการบนเว็บไซต์ + โทรศัพท์มือถือ ที่เปิดโอกาศให้คนที่เป็นสมาชิกสามารถบอกเพื่อนๆ ใน Network ของเค้าว่า ตอนนี้เค้าอยู่ไหน โดยเราเรียกการแจ้งว่าเราอยู่ไหนผ่านโทรศัพท์มือถือใช้เราเรียกว่าการ "Check-in" โดยทุกครั้งที่คุณ Check-in คุณก็จะได้ แต้ม (Point) เป็นรางวัลในแต่ละครั้งที่ โดยคุณสามารถแจ้งได้ทั้งในวันทำงาน และวันหยุด และยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Social Network ดังๆ ได้อีกด้วย เช่น facebook และ Twitter ฟังดูแค่นี้ก็น่าสนุกแล้วเน้อะมารายละเอียดกัน

 

%d bloggers like this: