Dynamic Marketing การตลาดออนไลน์แห่งอนาคต

 

ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ได้กลายเป็นเครื่องมือในการทำการตลาด ที่เจ้าของผลิตภัณฑ์หรือสินค้าต่างๆ เริ่มสนใจและนำมาใช้ในการทำการตลาดมากขึ้น  แต่หากมองย้อนดูการตลาดออนไลน์ในอดีต การทำการตลาดออนไลน์ส่วนใหญ่ เป็นเพียงแค่การทำโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยรูปแบบและวิธีง่าย ๆ เช่น การทำป้ายโฆษณา (แบนเนอร์) ในเว็บไซต์ต่างๆ, การส่งอีเมล์ไปยังกลุ่มลูกค้า เป็นต้น ซึ่งเป็นลักษณะการโฆษณาลงไปที่กลุ่มเป้าหมายกว้างๆ ไม่ได้ระบุชี้ชัดลงไปยังแต่ละบุคคล

 แต่ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีด้านต่างๆ เข้ามาผสมผสานทำให้รูปแบบของ ทำการตลาดออนไลน์มีความหลากหลาย, มีประสิทธิภาพและ สามารถเข้าถึงใจลูกค้าได้มากขึ้น โดยรูปแบบการตลาดลักษณะนี้สามารถ เก็บข้อมูลและเรียนรู้ รวมถึงการสร้างรูปแบบการตอบสนองลูกค้าได้อย่างอัตโนมัติ ผมขอเรียกการตลาดออนไลน์ลักษณะนี้ว่า "การตลาดแบบพลวัตร (Dynamic Marketing)" โดยการตลาดลักษณะนี้ อาศัยเทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้ ซึ่งรูปแบบของ การตลาดไดนามิก มีหลายรูปแบบ ได้แก่

 

E-Marketing คืออะไร? ประกอบด้วยอะไร และทำอย่างไร?

 การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การดำเนินกิจกรรมทางการตลาดใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจการทางการตลาดกับกลุ่มเป้าหมาย เป็นกิจกรรมที่เป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง และกิจกรรมที่นักการตลาดสามารถติดต่อกับผู้บริโภคได้ทั่วโลกและตลอดเวลา

TCM

หลาย ๆ คนที่อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจเว็บไซต์ หรือ ทำ E-Commerce มักจะมาถามผมว่า จะเริ่มต้นทำธุรกิจเว็บไซต์ต้องทำอย่างไร และต้องใช้อะไรบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ผมก็มักจะถามเค้ากลับไปว่า คุณได้วิเคราะห์ธุรกิจที่คุณจะทำรึยังว่ามีความพร้อมแค่ไหน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะถามกลับมาว่า เค้าต้องวิเคราะห์อะไรบ้าง? และจะต้องทำอย่างไร?

 

วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ธุรกิจเว็บไซต์ของคุณเติบโตได้คือ คุณต้องเข้าใจว่า ลูกค้า ของคุณ ต้องการ อะไร? และคุณก็หา วิธีการ ที่คุณจะนำมามาตอบสนองความต้องการของลูกค้าคุณให้ได้ โดยการวางแผนเริ่มต้นธุรกิจเว็บไซต์ หรือธุรกิจทั่วๆไป คุณอาจจะต้องไปนั่งวางแผนกันเป็นอาทิตย์ๆ เพื่อที่จะได้แผนในการเริ่มต้นและดำเนินธุรกิจออกมา แต่ผมมีแค่คำถามง่ายๆ 6 ข้อ ถ้าหากคุณตอบได้ทั้งหมด ธุรกิจเว็บไซต์ที่คุณจะทำก็คงจะสามารถทำให้ประสพความสำเร็จได้ไม่ยาก โดยใน 6 ข้อนี้ประกอบไปด้วย 5W กับ 1H

 

TCM วิธีการทำเว็บไซต์ให้เป็นเครื่องมือสร้างลูกค้า

หลายคนๆ มักคิดว่าตัวเองมีเว็บไซต์ที่ออกแบบได้เจ๋ง หรือสวยงามมากๆ แล้วจะสามารถเพิ่มยอดขายได้มากมาย ซึ่งคุณอาจจะคิดผิดเพราะมันจะดูกลายเป็นแค่การลงทุนที่ไร้ค่า ถ้าหากคุณไม่สามารถเปลี่ยน "ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์" เป็น "ลูกค้า" ได้ ซึ่งหลักการ ง่ายๆ ที่จะช่วยทำให้เว็บไซต์ของคุณสามารถ "สร้างลูกค้า" ได้อย่างสำเร็จคุณควรคำนึกถึงหลัก "TCM"

 

5 เหตุผล ทำไมคนไม่เข้าเว็บไซต์คุณ

                 ผมเชื่อว่าหลายๆ คนที่อ่านบทความนี้อยู่ อาจจะมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง หรือเป็นของที่องค์กรของคุณ ซึ่งคุณเคยรู้ไหมว่า เว็บไซต์ของคุณวันนึงๆ มีคนเข้ามาวันละเท่าไรบ้าง? หากยังไม่รู้  วิธีง่ายๆ ที่จะให้คุณสามารถข้อมูลเหล่านั้นได้ก็คือ ลองไปใช้บริการเก็บสถิติคนเข้าเว็บไซต์ฟรีจาก www.Truehits.net เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถทราบจำนวนคนและพฤติกรรมผู้ที่เข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณ ได้อย่างง่ายดาย (อ่านเรื่อง Truehits เพิ่มเติมที่ http://www.pawoot.com/content/display/detail_preview.asp?CONT_ID=67)

หลายๆ เว็บไซต์ที่ทำเสร็จแล้วหรือเปิดให้บริการอยู่ ซี่งบางเว็บไซต์อาจมีการออกแบบและจัดทำเว็บไซต์ไว้อย่างเริ่ดหรูอลังการงานสร้าง หรือบางแห่งถึงกับใช้เงินนับแสนๆ บาทเพื่อจัดทำเว็บขึ้นมา แ ส่วนใหญ่มักพบปัญหาคือ ไม่ค่อยมีคนเข้าเว็บเท่าไร วันนี้เราลองมาวิเคราะห์สาเหตุส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยมีคนเข้าเว็บไซต์กันคืออะไรกัน

กลยุทธ์การตลาดแบบคลิกต่อคลิก

ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า “การตลาดแบบปากต่อปาก” ของสำนักพิมพ์เอ.อาร์.บิซิเนสเพรส ซึ่งจากเนื้อหาของหนังสือทำให้ผมนึกต่อภาพไปถึงสภาพแวดล้อมบนอินเทอร์เน็ตที่เอื้อต่อการใช้ลูกเล่นการตลาดทำนองนี้ได้เป็นอย่างดี ผมเรียกมันว่า “การตลาดแบบคลิกต่อคลิก”

เว็บไซต์ที่ผู้ใช้ “ติดหนึบ” มากที่สุดในโลก

เห็นชื่อบทความแล้ว คุณผู้อ่านอาจสงสัยเต็มกำลังว่า ‘ติดหนึบ’ ในที่นี้ผมหมายถึงอะไร อันที่จริงความหมายก็ตรงตามที่เห็น เพราะผมกำลังจะพูดถึงเว็บไซต์แห่งหนึ่งที่มีผู้ชมมากมายที่แวะเวียนเว็บไซต์แห่งนี้เป็นประจำ และทุกครั้งจะใช้เวลากับเว็บไซต์มากกว่าชั่วโมงขึ้นไป อยากรู้จักเว็บไซต์แห่งนี้แล้วใช่ไหมครับ

ชุมชนบนโลกไซเบอร์ (Cybercommunity)

ชุมชนบนโลกไซเบอร์ (Cybercommunity)

เมืองเก่ากำลังเปลี่ยนเป็นเมืองดิจิตัล (Old City VS City of Bits)

วิลเลี่ยม มิชเชล แห่ง MIT ได้กล่าวไว้ในหนังสือ City of Bits ของเขาว่า
“เป็นไปได้หรือไม่ที่ในอนาคตจะไม่มีสำนักงานให้คนเดินทางไปทำงานอีกต่อไป” ร้านหน้งสือ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย ธนาคาร จะเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นสถานที่เสมือนบนอินเทอร์เน็ต; ระยะทางในการเดินทางอาจไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป หากความเร็วในการต่อเชื่อมกับอินเทอร์เน็ตเพื่อส่งและรับข้อมูลกลับกลายเป็นปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง; การสื่อสารโดยการเห็นหน้ากัน (Face-to-Face) อาจไม่สำคัญเท่ากับการออกแบบหน้าจอส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (User Interface) ให้ตอบสนองพฤติกรรมของผู้ใช้; คนอาจจะต้องการ Broadband ที่มีความเร็วสูงมากกว่าถนนหนทางใหญ่โต หรือการที่ต้องไปยังสถานที่นั้นๆเพื่อรับรู้หรือเรียนรู้ข้อมูลที่สำคัญอาจเปลี่ยนวิธีการมาอยู่บนอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่;
การปฏิสัมพันธ์กับข้อมูลของคนกับอินเทอร์เน็ตมีจำนวนมากขึ้นและกลายเป็นพฤติกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

%d bloggers like this: