6 C กับความสำเร็จของเว็บไซต์ ตอนที่ 3 C-Commerce

             C ที่ 3 สำหรับอาทิตย์นี้คือ C-Commerce หรือ การทำการค้าขายผ่านเว็บไซต์ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์ได้ หลายๆคนอาจจะคิดว่า เว็บของคุณไม่ใช่เว็บ E-Commerce แต่เป็นเว็บแนวอื่นๆ หรือเว็บประเภทใดก็ตาม เช่นเว็บข้อมูล (Content), เว็บโปรแกรมมิ่ง, เว็บ Community, หรือเว็บโป๊  ก็สามารถทำ E-Commerce ได้เหรอออ..! ทำได้ครับ ทำได้ไม่ยากด้วย.!

E-Commerce หรือการค้า อาจจะเป็นชิ้นส่วน (Module) ชิ้น หนึ่งที่สามารถนำไปเพิ่ม หรือเสริมให้กับเว็บไซต์ทุกประเภทได้ เพื่อทำให้เว็บไซต์คุณมีบริการ, มีข้อมูล ที่หลากหลายให้กับผู้ใช้บริการภายในเว็บไซต์ของคุณ

 

 

 

เตรียมตัวก่อนที่จะขายของทำ E-Commerce ในเว็บของคุณ

            ก่อนที่จะขายของในเว็บไซต์ของคุณ คุณเองต้องสำรวจดูเว็บไซต์ของคุณก่อนว่า เว็บไซต์คุณมีองค์ประกอบอะไรบ้างที่จะ ช่วยทำให้การทำ E-Commerce ประสพความสำเร็จในเว็บไซต์คุณ

 

-          เลือกสินค้าให้ตรงกับกลุ่มคนที่เข้ามาใช้เว็บไซต์

ควร เลือกสินค้าที่จะนำมาขายภายในเว็บให้ตรงกับกลุ่มผู้ใช้บริการภายในเว็บไซต์ ของคุณ เพราะโอกาสที่ลูกค้าจะ ซื้อสินค้าของคุณจะมีมากกว่าที่คุณจะเอาสินค้า ที่ไม่ตรงกับความต้องการของคนเหล่านั้นมาขาย เช่น เว็บไซต์ www.TrekingThai.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการเดินป่า ภายในจะมีข้อมูลเกี่ยวกับการเดินป่าต่างๆ มากมาย มีเว็บบอร์ดการเดินป่า ซึ่งเป็นส่วนสร้างสังคม (Community) ให้กับเว็บไซต์และส่วน E-Commerce ที่ เว็บนี้มีคือการขายสินค้าอุปกรณ์เดินป่า ซึ่งเว็บไซต์นี้เป็นคนขายเอง โดยคุณสามารถเลือกซื้อ เปล, มีดเดินป่า, หนังสือ ที่นี้ได้เลย ซึ่งสินค้าทีนำมาขายเป็นสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้ที่เข้ามา เว็บไซต์นี้อยู่แล้ว เพราะส่วนใหญ่ที่เข้ามาที่เว็บไซต์นี้จะคนที่รักหรือสนใจการเดินป่าเป็น ส่วนมาก ทำให้สินค้าเหล่านี้มีโอกาสขายได้ดีกว่า

 

-          เลือกสินค้าที่น่าสนใจและเหมาะสม

การเลือกสินค้ามาขายผ่านเว็บไซต์ มีหลายวิธี สินค้าที่ขายผ่าน E-Commerce แล้วเวิรก์สุดก็คือสินค้าที่เป็นประเภทสื่อดิจิตอล (Digital Goods) เช่นเพลง, ภาพ, Software เป็นต้น หรือสิ่งของที่สามารถจับต้องได้ (Tangible Goods) คือสินค้าทั่วไป อ่านรายละเอียดของเลือกหาสินค้ามาขายผ่าน E-Commerce ดีที่สุดได้จากบทความครั้งก่อนๆครับ (http://www.pawoot.com/node/79)

<!--[if !supportLineBreakNewLine]-->
<!--[endif]-->

การหาสินค้ามาขายผ่านหน้าเว็บ
การหาสินค้ามาขายผ่านหน้าเว็บไซต์คุณมีหลายวิธีซึ่งแต่ละวิธีก็มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปได้แก่

  1. การซื้อสินค้ามาเก็บไว้
        คุณอาจจะหาซื้อสินค้า แล้วนำมาขายผ่านหน้าเว็บไซต์ได้เลย แต่วิธีนี้อาจจะต้องลงทุนก่อนในตอนแรก เพราะต้องซื้อมาก่อน เพื่อลงประกาศขายผ่านหน้าเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งคุณอาจจะต้องเสี่ยงต่อการที่สินค้าขายไม่หมดและสินค้าอาจจะเหลือได้ หากไม่สามารถขายสินค้าได้หมด

  2. การนำสินค้าจากแคตตาล๊อกมาขาย (จับเสือมือเปล่า)
        คุณอาจจะไปสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า ซึ่งหลังจากสมัคร คุณจะได้แคตตาล๊อกสินค้า และสามารถนำข้อมูลสินค้าจาก แคตาล๊อกสินค้ามาลงประกาศขายผ่านหน้าเว็บเลยก็ได้เลย โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าเหล่านั้นมาเก็บไว้ก่อน โดยหากมีผู้ที่สนใจสั่งซื้อสินค้าเข้ามา คุณก็สามารถทำการสั่งซื้อสินค้าจากแคตตาล๊อก แล้วนำไปส่งให้กับลูกค้าคุณได้ แต่สิ่งที่คุณต้องระมัดระวังในการทำรูปแบบนี้คือ ระยะเวลาที่ส่งสินค้าให้กับลูกค้า และต้องแน่ใจว่าสินค้าที่นำมาขายจากแค๊ตตาล๊อกนั้นมีจริง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่สะดวกและสามารถหาสินค้าที่หลากหลายมาลงขายไว้ในเว็บไซต์ตัวเองได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีสินค้าอยู่เลย

  3. การนำสินค้าจากพันธมิตรมาขาย
        คุณสามารถติดต่อพันธมิตร (Partner) ที่มีสินค้าที่ตรงกับความต้องการกับลูกค้าของเว็บไซต์คุณ และขอนำสินค้ามาวางขายที่หน้าเว็บไซต์ของคุณ และเมื่อมีการขายสินค้าได้ คุณอาจจะของค่าคอมมิชชั่นในการขายสินค้าทีสามารถขายผ่านได้จากหน้าเว็บไซต์ของคุณ โดยมีการตกลงส่วนแบ่งรายได้ที่ชัดเจนไว้ก่อน โดยวิธีนี้จะคล้ายๆ กับการฝากขายสินค้า ซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น
         - เมื่อมีการขายได้ผ่านหน้าเว็บ คุณจะส่งรายการการสั่งซื้อจากลูกค้าของคุณให้ทางพันธมิตรเป็นคนส่งสินค้าให้
         - คุณเก็บสินค้าเอาไว้ และเมื่อมีการขายได้ คุณก็เป็นคนส่งเอง
    ซึ่งแต่ละวิธีก็จะมีรูปแบบความเหมาะสมแตกต่างกันออกไป โดยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกของคุณและพันธมิตร อ่านบทความนี้เต็มๆ ได้ที่ www.pawoot.com/node/152

นี้คือองค์ประกอบ C อีกตัวหนึ่งที่จำเป็นสำหรับการทำเว็บไซต์ให้น่าสนใจ และประสพความสำเร็จ  เพราะ ยิ่งหากเว็บคุณมีคนเข้ามาดูมากแล้ว และยิ่งสามารถขายสินค้าผ่านในเว็บไซต์คุณได้ด้วย ก็ยิ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์คุณได้อีกทาง ลองเริ่มมองหาสินค้าที่จะนำมาขายในหน้าเว็บไซต์คุณได้แล้วนะครับ

Pawoot P. 18/7/04

 

 

 

6 C กับความสำเร็จของเว็บไซต์ (ทั้งหมด)

1. ตอนที่ 1 C-Content : http://www.pawoot.com/node/116
2. ตอนที่ 2 C-Community : http://www.pawoot.com/node/120/
3. ตอนที่ 3 C-Commerce  : http://www.pawoot.com/node/169
4. ตอนที่ 4 C-Communication  : http://www.pawoot.com/node/170
5. ตอนที่ 5 C-Customization  : http://www.pawoot.com/node/171/
6. ตอนที่ 6 C-Convenience : http://www.pawoot.com/node/274
 
 
บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หากต้องการนำไปใช้ที่อื่นๆ แจ้งนิดนึงนะครับที่ pawoot@tarad.com

 

Comments

คุณ วรวุธ เมื่อวันก่อนผมเปิดวิทยุฟังที่คุณพุดถึงเรื่องการเข้าเป็นสมาชิกในสมาคมอะไรซักอย่าง เพื่อจะมีส่วนช่วยลดราคาค่าส่งกับทางไปรษณีย์ เพราะทางผมเองก็มีการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตเช่นกัน และ ต้องส่งสินค้าให้ลูกค้าด้วย อีเอ็มเอส ทุกครั้ง หากการเข้าเป็นสมาชิกจะช่วยลดต้นทุนทางนี้ได้ ผมรบกวนขอทราบรายละเอียดด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นรดร(ปอนด์)

กำลังเรียนเกี่ยวกับ E-commerce อยู่พอดีคะ ได้ความรู้เพิ่มเยอะดีคะ
แล้วก็มีความรู้ด้านนี้มากขึ้นเพราะต้องค้นขว้าส่งอาจารย์ด้วยคะ
เป็นเว็บที่มีประโยชน์มากคะ

PXQ20100416 From 1920 onwards, Gucci of Italy's luxury fashion brand is known. All along, she was leading the popular trend of wearing high-quality, regardless of the price of her addition of expensive,Gucci Handbags Sale has always been far ahead of. No wonder Gucci is the world's best-selling Italian brand! You see, Madonna has often appeared carrying a Gucci Handbag, Kate Winslet, Cameron Diaz is also preferred Gucci.In 2010, the Gucci creative director, Frida Giannini,released a new Designer Handbag of it,do please look forward to.

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
CAPTCHA
This question is for testing whether you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.
Image CAPTCHA
Copy the characters (respecting upper/lower case) from the image.