ไปออกรายการช่างคุย (Changkui.com) คุยเรื่องอนาคตของวงการเว็บไซต์ไทย เป็น Podcast

ผมได้เจอกับพี่ภาสกร เจ้าของเว็บช่างคุย (www.Changkui.com) ที่ร้านกาแฟ วาวี #wawee ที่พบปะของชาว twitter มาหลายๆ ครั้งแล้ว และวันนึงผมก็เขียนบทความเรื่อง "วิเคราะห์อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยปี 2009 แบบไม่เกรงใจใคร" ขึ้นมา ซึ่งหลังจากนั้นพี่ภาสกรก็ติดต่อเข้ามา อยากคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ ลองมาผมกับพี่เค้าคุยเรื่องนี้กันดีกว่าครับ ว่าหากเรามองดูวิเคราะห์อุตสหกรรมเว็บไซต์ไทยของเรา มันเป็นอย่างไร และคนทีทำงานด้านอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ควรทำอย่างไรครับ…

>> ฟังกันได้ที่นี่ครับ  
(หากมี ipod หรือ iphone จะยัดลงไปฟังตอนเดินทางในรูปแบบ podcast ก็ได้นะครับ)

6 เหตุผลที่ผู้บริหารควรเอาตัวเองเข้าไปกระแทก Social Network

** บทความนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารที่ไม่รู้ค่อยรู้เรื่อง Internet และหากคุณเป็นลูกน้องต้องการอัพเดทกบาลหัวหน้าหรือผู้บริหารของคุณ ลอง Print หน้านี้ออกไปวางไว้บนโต๊ะให้เค้าอ่านสิครับ

 

อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังถึง "เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ" ตอนนี้ก็เริ่มมีหลายๆ องค์กรเริ่มนำ Social Network เข้ามาใช้ในธุรกิจ หลายแห่งก็ยังไม่ได้ทำ แต่สำหรับผู้บริหารหรือหัวหน้าที่ยังไม่ได้เอาตัวเองเข้าไปใช้ Social Network หรือผมเรียกว่า "เอาตัวเองเข้าไปกระแทก" นั้น มาดูกันว่า ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดการใช้ Social Network ซึ่ง Social Network ในที่นี้ผมขอเน้นไปที่ Facebook.com และ Twitter.com นะครับ

 

1. ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่เร็วและ แร๊ง..งง 

ด้วยรูปแบบของการใช้ Social Network ที่ผู้บริหารสามารถควบคุมและดูแลได้ด้วยตัวเอง ทำให้สามารถส่งข้อความ ที่ตัวเองต้องการส่งได้เมื่อไรก็ได้ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเราได้ทันที และยังสามารถสื่อสารออกไปในวงกว้างได้อีกด้วย จึงถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพมากในยุคของสื่ออินเทอร์เน็ตเช่นนี้

 

2. แนบชิดกับลูกค้า และคนในองค์กร

ผู้บริหารสามารถความเป็นกันเองกับ ลูกค้า หรือคนในองค์กรของคุณ ด้วยการใช้ Social Network โดยไม่จำเป็นต้องส่งเฉพาะเรื่องงานเข้าไปเท่านั้น การส่งเรื่องส่วนตัว หรือกิจกรรมต่างๆ ของตนในแต่ละวัน ก็จะทำให้ผู้รับข้อมูลรู้สึกเป็นกันเอง และรู้สึกใกล้ชิดกับผู้บริหารมากขึ้น ทำให้เกิดความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งระหว่างคุณกับลูกค้าหรือแม้แต่กับคนในองค์กรของคุณ และนอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องมือทำให้คุณรู้ว่า คนในองค์กรของคุณตอนนี้เค้าคิดหรือทำอะไรอยู่บ้าง ทำให้คุณสามารถเข้าใจคนในองค์กรของคุณได้ดีมากขึ้น นอกเหนือจากมุมมองด้านการงานเพียงอย่างเดียว 

 

3. ลดการนินทาว่าร้ายจากคนในองค์กร

เมื่อคุณอยู่ในโลก Social Network เดียวกับคนในองค์กรของคุณ และทำให้คนในองค์กรคุณที่รู้ว่าคุณอยู่ในนี้เช่นเดียวกันจะ "มีการระมัดระวังการพูดจาหรือกล่าวร้ายต่อองค์หรือตัวคุณได้" เพราะมีหลายๆ ครั้งที่คนในองค์กรมักจะเขียนอะไรที่ไม่ดีต่อองค์กรที่ตนทำงานอยู่ หรือ ผู้บริหารที่ได้ทำงานด้วย เพราะส่วนใหญ่มักคิดว่า เขียนไปแล้ว ผู้บริหารหรือองค์กรจะไม่มีทางมาเจอข้อมูลเหล่านี้ และบางครั้งมักเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งการที่คุณอยู่ใน Social Network เดียวกับเค้า จะช่วยลดเหตุการณ์แบบนี้ลงไปได้มากๆ เลยทีเดียว

 

4. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กร

ตอนนี้หากผู้บริหารมีการใช้ Social Network เป็นช่องทางในการสื่อสารอีกวิธีหนึ่ง สื่อหรือสังคมก็จะเริ่มให้ความสนใจกับ การพัฒนาของผู้บริหารที่มีการนำเทคโนโลยีรูปแบบใหม่มาใช้กับการสื่อสาร ทำให้ภาพลักษณ์ของผู้บริหารและองค์กรมีความทันสมัย และภาพลักษณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น

 

5. ช่องทางกระจายองค์ความรู้

ผู้บริหารหลายๆ คนมักเป็นคนเก่ง แต่มักไม่มีโอกาสในการถ่ายทอดความรู้ หรือเทคนิคอะไรดีๆ ดังนั้นการมี Social Network จะทำให้ผู้บริหารสามารถใช้เป็นช่องทางในการ กระจายความรู้ที่ตัวเองแก่คนทั่วไป และคนในองค์กรได้อีกด้วย เพียงทิปเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณสื่อสารออกมา อาจจะะเป็นความรู้สิ่งใหม่สำหรับคนอื่นๆ ได้อย่างมากเลยทีเดียว

 

6. สร้างความได้เปรียบในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆ

หลากครั้งที่ผู้บริหารมักไม่เข้าใจ เรื่องของ Internet และเทคโนโลยีใหม่ๆ การเอาตัวเองเข้ามาอยู่ในโลกของ Social Network จะทำให้คุณได้เปิดโอกาสการเรียนรู้สิ่งใหม่ ที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผ่าน Social Network และ Internet  ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารมีมุมมองที่กว้างไกลมากขึ้น เมื่อคุณสามารถเข้าใจเทคโนโลยี และรู้จัก รวมถึงการนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้

 

ทั้งหมดนี้สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปสมัครใช้บริการของ Social Network ต่างๆ อย่าง Facebook.com หรือ Twitter.com ส่วนตัวผมขอแนะนำ Twitter.com เพราะสามารถใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และสามารถใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับคนที่สนใจจะใช้ Twitter ลองอ่านที่นี่ครับ (http://www.pawoot.com/twitter) อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อย่าลังเลครับ รีบเปิดแล้วเข้าไปสมัครเว็บ Twitter.com หรือ Facebook.com เลยครับ อย่าปล่อยให้โอกาสของการเปลี่ยนแปลงขององค์กรของคุณผ่านไปครับ….

หากมี twitter กันแล้ว ก็ add ผมมาได้เลยนะครับ http://www.twitter.com/pawoot 

 

วิเคราะห์อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยปี 2009 แบบไม่เกรงใจใคร

ก่อนอื่น ขอบอก่อนครับว่าข้อความที่จะอ่านต่อจากนี้เป็น เกิดขึ้นตอนสติไม่ค่อยดีเท่าไร (มึนๆ นิดๆ) อาจจะมีภาษาอะไรไม่สุภาพบ้าง ก็ต้องขออภัยมา ณ. ที่นี่ด้วยครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในคือวันที่ 11 มกราคม 2010 เวลา เทียงคืนนิดๆ เป็นข้อความที่รวมมาจาก Twitter ของผม อาจจะไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าไร แต่ก็น่าจะพอได้อะไรบ้างครับ

Pawoot P.

มันเริ่มจาก ฝรั่งเศสเล็งเก็บภาษี เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่

    ขอวิเคราะห์ เหตุการณ์ "ฝรั่งเศสเล็งเก็บภาษี เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ Google, Yahoo, Facebook " ผมเองรู้สึกและกำลังจับตามองเรื่องนี้มานานแล้วละครับ อย่างเหตการณ์ในปัจจุบัน เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ในโลกหลายแห่ง กำลังสนุกสนานกับการสร้างรายได้อย่าง "มหาศาล" จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างมากมายในรูปแบบของ Long Tail คือหาโมเดลรายได้เก็บเงินนิดหน่อยๆ แต่เก็บจากคนทั่วโลก ก็สามารถทำให้เกิดรายได้มหาศาล โดยใช้โอกาสให้ผู้ซื้อทั่วโลกสามารถชำระเงินผ่านออนไลน์ ผ่านบัตรเครดิตชำระตรงไปที่ บริษัทเแต่ละแห่งในประเทศนั้นๆ ได้เลย (บริษัทบางแห่งอาจจะมีการวางแผนการรับเงินโดย เปิดบริษัทในประเทศบางประเทศที่มีสิทธิทางด้านภาษี ทำให้เค้าสามารถ ได้ผลประโยชน์ทางด้านภาษีมาก) ทั้งนี้เพื่อให้เกิดกำไรสูงสุด จึงทำให้ปัญหาบางอย่าง เพราะการ "จ่ายเงินตรงและออกไปยังประเทศของบริษัทเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ต่างๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต"  ทำให้ เว็บไซต์ใหญ่ๆ ไม่ต้อง "เสียภาษี" ให้กับรัฐบาลของหลายๆ ประเทศทั่วโลก เพราะการชำระเงินผ่านสามารถส่งผ่านอินเทอร์เน็ต ข้ามไปยังประเทศของเค้าเลย ซึ่งจะเห็นได้ว่า หลายๆ ประเทศมีการจ่ายเงินผ่านออกช่องทางออนไลน์ ไปยังประเทศที่บริษัทเว็บไซต์ใหญ่ ๆอยู่ อาจจะมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทหรือพันล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว นี้คือ "ความเสียเปรียบ ของประเทศที่เว็บไซต์ใหญ่ ๆหลายๆ แห่งไม่ได้มีบริษัทตั้งอยู่" เพราะ "การจ่ายเงินตรงออกไปยังประเทศที่บริษัททเว็บไซต์ใหญ่ๆ อยู่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือประโยชน์อะไรกับภาครัฐหรือประเทศที่เว็บไซต์นั้นไม่ได้ตั้งอยู่เลย" ประเทศเหล่านั้นไม่ได้แม้แต่เงินค่าภาษีการจ้างคน ภาษีธุรกิจ ซักบาท เพราะบริษัทเว็บไซต์ใหญ่ๆ จะจ้างคนประเทศนั้นๆ ไปรวมอยู่ประเทศอื่นๆ ใกล้เคียงเอาไว้รวมกัน เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ และประหยัดค่าใช้จ่าย นีื้คือความได้ เปรียบของธุรกิจที่อยู่ในโลกออนไลน์ ที่สามารถ "กำหนดเส้นทางการเดินทางของเงินได้" ไม่ยาก โดยไม่ต้องเสียภาษีให้กับแต่ละประเทศ กลับมามองเมืองไทย ธุรกิจต่างๆ ของไทย "ใช้ความได้เปรียบด้านนี้ น้อยมากๆ" มีเพียงน้อยนิดของธุรกิจออนไลน์ที่ใช้ความได้เปรียบนี้ ส่วนใหญ่ เราจะเป็นผู้ "ซื้อ" มากกว่า ดังนั้นการผมเห็นข่าวของ รัฐบาลฝรั่งเศส จะออกมาเก็บภาษีกับเว็บใหญ่ๆ เช่น Google, Yahoo, Facebook ตามข่าวนี่ ผมเห็นด้วย 100%

 

วิธีการแก้ปัญหาของเรื่องนี้

       ทางออกของวิธีการเก็บภาษี นี้ไม่ยากครับ คือ การผลักดันให้เว็บใหญ่ๆ เปิดสาขาในประเทศที่ไปเปิดให้บริการ กำหนดให้เค้ามีการรับรายได้ผ่านสาขาในประเทศ เมื่อมีการกำหนดให้ มีการเกิดรับรายได้ผ่านสาขาในประเทศนั้นๆ ข้อดีคือ ประเทศนั้นๆ สามารถเก็บภาษีและสามารถช่วยเหลือสนับสนุนท้องถิ่นๆนั้นๆ ได้ แต่คำถามคือ เว็บใหญ่ๆ จะยอมหรือเปล่า?? คำตอบคือ "ยอม" หากภาครัฐ ออกกฏและเข้ามาดูตรงนี้อย่างชัดเจนอย่างที่ รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังจะทำ (ขอให้ +1 สำหรับเค้า) หากเราไม่ทำวันนี้ ต่อๆไป เราจะเสียเปรียบและสูญเสียรายได้ปีนึงหลายพันล้านบาท จากการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านทางออนไลน์ออกไปตรงๆ มีบริษัทเว็บไซต์ ตปท.หลายๆ บริษัทในปัจจุบันที่มีรายได้มหาศาลจากคนไทย แต่ไม่เคยเสียภาษีให้ประเทศไทยเลย เช่น Amazon, Ebay, Google, Yahoo การผลักดันให้บริษัทต่างๆ เหล่านั้นเข้ามา ตั้ง office ในไทยช่วยอะไรได้หลาย ๆ อย่าง เช่น การพัฒนาด้านคน, เทคโนโลยี, การได้ภาษีมาพัฒนาอุตสหกรรมด้านนี้ และอีกมาก ที่่ผ่านมา รัฐบาลจีนยังทำได้.. อย่าไปยอมเค้าสิ โดยวิธีการ Block ปิด หรือหันไปสนับสนุน local web แทนครับ แบบที่หลายปท.ทำ มีคำถามเกิดขึ้นกันว่า หากเราทำแบบนี้แล้ว จะทำให้ผู้บริโภคคือผู้รับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือเปล่า? < ผมเชื่อว่ามันไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้มาก เพราะโครงสร้างด้านราคามันมี Global Standard และ rate คุมเอาไว้อยู่

 

มองด้านดีของเรื่องนี้.!

     แต่อย่ามองแต่ในด้านไม่ดีอย่างเดียวของปัญหานี้ เราก็ต้องมองอีกมุมด้วยว่า การจ่ายเงินออกไปเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ ของต่างประเทศโดยตรง บางครั้งก็นำมาซื้อรายได้ให้กับผู้ประกอบการในประเทศด้วยเหมือนกัน เช่น คนไทยที่ค้าขายใน Ebay อยู่ก็ได้รายเพิ่มมากขึ้น, คนที่ไปลงโฆษณาออนไลน์ในเว็บไซต์ต่างๆ ก็ได้คนเข้ามามากขึ้นเช่นกัน แต่สิ่งที่น่าสนใจ ผู้ประกอบการเหล่านี้ มักจะไม่มีการเสียภาษีให้กับภาครั ซึ่งหากมองมุมมองภาครัฐเราก็คงสูญเสียรายได้ไปบางส่วน ดังนั้นเราคงต้องมา เปรียบเทียบและวิเคราะห์ดูว่า สิ่งเราได้มา กับสิ่งเราเสียไป มันคุ้มกันหรือไม่ นี้คือสิ่งที่ น่าจะพลักดันให้ หน่วยงาน หรือองค์กรไหน หรือใครก็ได้ มาศึกษาและวิเคราะห์ตัวเลขดู น่าทำเน๊อะ

 

วิเคราะห์อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยอย่างเปิดเผยดีกว่า

      แต่สิ่งทีน่าสนใจที่สุดคือ "การสนับสนุนให้เว็บไซต์ไทย เปิดหูเปิดตา ไปออกตลาดโลกบ้าง" อย่างมัวอยู่แต่ในกะลาแบบนี้ ขอโทษนะ หากจะพูดอะไรแรงๆ ออกไป แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ การรวมตัว พื้นฐานของ ธุรกิจเว็บไซต์ในเมืองไทยอ่อนแอมากๆ เรียกว่า "เหลวเป๋วได้เลย" สิ่งที่หลายๆ คนเคยบอกว่า "ภาษาไทย" จะเป็นตัวกั้นให้ ต่างชาติเข้ามาได้ยาก แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว.

      ตัวอย่างเจ๋งๆ เช่น Facebook เคสการเข้ามาในเมืองไทยของ Facebook น่าสนใจมาก .. เค้าเข้ามาโดยอาศัย concept ของ "Social Contribution" คือ ให้คนท้องถิ่นช่วยกันแปล Facebook เป็น Version ภาษาท้องถิ่น.. แค่นี้ Facebook ก็สามารถพัฒนา Facebook Version ไทยออกมาได้ดีๆ แล้ว โดยอาศัยคนไทยด้วยกัน "ช่วยกันแปล" เจ๋งมาก +100 สำหรับ Facebook แต่ในมุมกลับกัน คนไทย มั่วแต่พัฒนาเว็บไซต์เพื่อ "ตอบสนองคนไทยอย่างเดียว" มันก็แค่ตลาดเล็กๆ เท่านั้น ผมอยากเปิดตาคนพัฒนาเว็บไซต์ไทย ว่าออกไปสู่ตลาดโลกเหอะ "เมืองไทย เล็กไปสำหรับคนทำเว็บเมืองไทย" มองอะไรกว้างๆ หน่อย… พี่น้อง..!

http://translate.camfrog.com/< ขอบคุณมากครับ นีืคืออีกตัวอย่าง ที่อาศัย "Social Contribution" ที่อาศํยคนในท้องถิ่นที่ช่วยกันของทาง Camfrog

อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยอ่อนแอมากๆ

     ปัญหามันอยู่ตรง ที่ "ฐานของอุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทย มันอ่อนแอมากๆ" – เราเป็นผู้เสพมากว่าผู้สร้าง.! เราต้องการ "ผุ้สร้างใหม่ๆ" มากกว่านี้ ท้าเลย.. หากคุณคิดอะไรเกี่ยวกับเว็บไซต์แบบดีๆ เหี้ยๆ ทำเลยครับ… คิดว่าไม่ไหวใช้วิธี "สร้างทีม" และปรึกษาคนเก่งๆ "ทำให้เป็นจริงๆ ให้ได้" คนไทยเก่งๆ เยอะนะ แบบว่า เยอะฉิบหายเลยละ แต่ส่วนใหญ่ "ไม่กล้า ไม่เอาจริง หรือเอาจริงแล้วชอบลุยเดียว" สรุปสุดท้ายก็คือ.. จอดสนิท ผมไม่โทษใครหรอกแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอุตสหกรรมไทยตอนนี้คือ "เราต้องการตัวอย่างดีๆ ที่สำเร็จ ที่เป็นตัวอย่าให้คนอื่นๆ เดินตาม" หากเรามีกลุ่มคนกลุ่มนี้เยอะๆ ผมว่ามันคือการวางรากฐาน และสร้างตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จให้คนอื่นๆ ได้เห็น และสร้างมุมมองดีๆ ว่าเราเองก็ทำได้เช่นกัน

ทางออกของอุตสาหกรรมเว็บไทย

       ผมแนะนำเลยนะ สำหรับคนทำเว็บไซต์ ไอเดียดี + ทีมงานดี + Vision ดี + execution ดี ผมว่าคุณสำเร็จได้ไม่ยากเลยครับ ขาดอันไหน หาเติมเอาเลย ไม่ยากแล้วเดียวนี้ อยากให้ทุกคนที่ อ่านอยู่ หลับตา แล้วลองคิดเล่นๆ ว่า "กูอยากทำโปรเจ็กอะไร ให้คนทั่วโลก หรือคนทั่วเอเซียใช้ดีวะ?" ทำให้ตัวเองเห็นมุมมองนี้ก่อน คนทำเว็บไทย "ลองเลิกคิด ว่า กูจะทำเว็บให้คนไทยใช้สิ" เปิดมุมมองออกไปกว้างๆ หน่อยสิ.. เสียดาย เรายังขาดตัวอย่างเจ๋งๆ น่ะ ผมว่าเรามีคนทำเว็บ รุ่นใหม่ อยู่ใน Twitter นี้เยอะ จำคำผมเอาไว้ คิดงานอะไร "คิดเพื่อคนทั่วโลก" แล้วผมเชื่อว่าโอกาสคุณจะเปิดกว้างมั่กๆ เลย อย่าอ่าน tweet ผมเพลินครับ ผมว่า "คุณ" เองก็สามารถมีไอเดียดีๆ ที่สามารถทำให้เว็บไทยโตไปในระดับโลกได้ คิดสิ คิดเว้ย.. อย่าเอาแต่อ่าน เป้าผมตอนนี้ ทำให้ E-Commerce ไทยออกไประดับโลก… แต่ผมคนเดียวคงไม่พอ… ผมอยากเห็นคนไทยอีกหลายๆ ทำอะไรที่แตกต่าง ทีมงานดี ๆมีอยู่รอบตัวครับ.! มีหลายเว็บเปิดโอกาสสร้างทีมได้ อย่ามั่วแต่ RT คำพูดผม ผมว่าไอเดียในหัวคุณ จะสามารถสร้างมุมมองให้คนอื่นๆ คิดได้… งัดมันออกมาเว้ย.! ฮ่าๆ ทำยังไงกันดี   อ่าน Tweet ผมแล้ว "คุณมีไฟ" สร้างเป้าหมายของคุณเอาไว้ตอนนี้เลย (ก่อนที่มันจะหายไป) แล้วจับจ้องกับมัน นึกถึงมันในวันต่อๆ ไปแล้วหาทางทำมัน.!

จำคำผมว่า "ถ้าเอาแต่คิด แล้วไม่ได้ทำ ยังไงคุณก็ไม่โตหรอก" คิดแล้วทำ.. พลาดแล้วคือ ประสบการณ์ยังไงคุณก็โต.!

ขอวิเคราะห์ เหตุการณ์ "ฝรั่งเศสเล็งเก็บภาษี เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ Google, Yahoo, Facebook "ผมเองรู้สึกและกำลังจับตามองเรื่องนี้มานานแล้วละครับ อย่างเหตการณ์ใน ปัจจุบัน เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง สามารถสร้างรายได้ "มหาศาล" จากคนในประเทศ แต่ละประเทศแต่ใช้โอกาส การชำระเงินผ่านออนไลน์ โดย "ผุ้ใช้" สามารถชำระเงินผ่านบัตรเครดิตไปที่ USA หรือประเทศที่ แต่ละเว็บวางแผนเอาไว้ เพื่อให้เกิดกำไรสูงสุด จึงทำให้ปัญหาบางอย่าง เพราะการ "จ่ายเงิน" ตรงและออกไปยังตปท.โดยตรง ทำให้ เว็บไซต์ใหญ่ๆ ไม่ต้อง "เสียภาษี" ให้กับรัฐบาลแต่ละ ประเทศ แต่สามารถดึงเงินหลายร้อยล้านออก นึกคือ "ความเสียเปรียบ" ของประเทศที่เว็บไซ ต์ใหญ่ ๆหลายๆ แห่งไม่ได้มีบริษัทตั้งอยู่ เพราะ "ไม่เกิดรายได้ หรือประโยชน์อะไรกับภาครัฐ หรือประเทศ" เราไม่ได้แม้แต่เงินค่าภาษีการจ้างคน ซักบาท เพราะบริษัทเว็บไซต์ใหญ่ๆ จะจ้าง คนประเทศนั้นๆ ไปรวมอยู่ประเทศอื่นๆ ใกล้เคียง นีื้คือความได้ เปรียบของธุรกิจที่อยู่ในโลกออ นไลน์ ที่สามารถ "กำหนดเส้นทางการเดินทางของเงินได้" ไม่ยาก โดยไม่ต้องเสียภาษีให้กับแต่ ละประเทศ แต่เมืองไทย "เราใช้ความได้เปรียบด้านนี้ น้อยมากๆ" มีเพียงน้อยนิดของธุรกิจออ นไลน์ที่ใช้ความได้เปรียบนี้ ส่วนใหญ่ เราจะเป็นผู้ "ซื้อ" มากกว่า ดังนั้นการผมเห็นข่าวของ รบ.ฝรั่งเศส จะออกมาเก็บภาษีกับเว็บใหญ่ๆ เช่น Google, Yahoo, Facebook ตามข่าว http://bit.ly/4AkeN5 ผมเห็นด้วย 100% ทางออกของวิธีการ นี้ไม่ยากครับ คือการผลักดันให้ เว็บใหญ่ๆ เปิดสาขาในประเทศที่ไปเปิดให้บริการ กำหนดให้เค้ามีการรับรายได้ผ่านสาขาใน ประเทศ เมื่อมีการกำหนดให้ มีการเกิดรับรายได้ผ่านสาขาในประเทศนั้นๆ ข้อดีคือ ประเทศนั้นๆ สามารถเก็บภาษีและสามารถช่วยเหลือสนับสนุนท้องถิ่นๆนั้นๆ ได้ แต่คำถามคือ เว็บใหญ่ๆ จะ ยอมหรือเปล่า?? คำตอบคือ "ยอม" หากภาครัฐ ออกกฏและเข้ามาดูตรงนี้อย่างชัดเจนอย่างที่ รบ.ฝรั่งเศสกำลังจะทำ +1 สำหรับเค้า หากเราไม่ทำวันนี้ ต่อๆไป เราจะเสียเปรียบและสูญเสีย รายได้ปีนึงหลายพันล้านบาท จากการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านทางออนไลน์ออกไปตรงๆ มีบริษัท เว็บไซต์ ตปท.หลายๆ บริษัทในปัจจุบันที่มีรายได้มหาศาลจากคนไทย แต่ไม่เคยเสียภาษีให้ ประเทศไทยเลย เช่น Amazon, Ebay, Google, Yahoo การผลักดันให้ บริษัทต่างๆ เหล่านั้น เข้ามา ตั้ง office ในไทยช่วยอะไรได้หลาย ๆอย่าง เช่น การพัฒนาด้าน คน, เทคโนโลยี, Tax และอีกมาก รบ.จีนยังทำได้.. อย่าไปยอมเค้าสิ โดยวิธีการ Block ปิด หรือหันไปสนับสนุน local web แทนครับ แบบที่หลายปท.ทำ แต่ผู้บริโภคคือผู้รับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น? < ผมเชื่อว่ามันไม่ สามารถเพิ่มขึ้นได้มาก เพราะมันมี Global Standard และ rate คุม แต่สิ่งทีน่าสนใจที่สุดคือ "การสนับสนุนให้เว็บไซต์ไทย เปิดหูเปิดตา ไปออกตลาดโลกบ้าง" อย่างมัวอยู่แต่ในกะลาแบบนี้ ขอโทษนะ หากจะพูดอะไรแรงๆ ออกไป "เมา" ครับตอนนี้ ฮ่าๆๆ แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ การรวมตัว พื้นฐานของ ธุรกิจเว็บไซต์ในเมืองไทยอ่อนแอมากๆ เรียกว่า "เหลวเป๋วได้เลย" สิ่งที่หลายๆ คนเคยบอกว่า "ภาษาไทย" จะเป็นตัวกั้นให้ ต่างชาติเข้ามาได้ยาก แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว. ตัวอย่างเจ๋งๆ เช่น Facebook เคสการเข้ามาในเมืองไทยของ Facebook น่าสนใจมาก .. เค้าเข้ามาโดยอาศัย concept ของ "Social Contribution" คือ คนช่วยกันแปล.. แค่นี้ Facebook ก็สามารถพัฒนา Facebook Version ไทยออกมาได้ดีๆ แล้ว โดยอาศัยคนไทย ด้วยกัน "ช่วยกันแปล" เจ๋งมาก +100 สำหรับ Facebook แต่ในมุมกลับกัน คนไทย มั่วแต่พัฒนา เว็บไซต์เพื่อ "ตอบสนองคนไทยอย่างเดียว" อยากเปิดตาคนพัฒนาเว็บไซต์ไทย ว่าออกไปสู่ ตลาดโลกเหอะ "เมืองไทย เล็กไปสำหรับคนทำเว็บเมืองไทย" มองอะไรกว้างๆ หน่อย… พี่น้อง..! http://bit.ly/5obtL3 < ขอบคุณมากครับ นีืคืออีกตัวอย่าง ที่อาศัย "Social Contribution" ที่อา ศํยคนในท้องถิ่นที่ช่วยกัน ปัญหามันอยู่ตรง ที่ "ฐานของอุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทย มันอ่อนแอมากๆ" – เราเป็นผู้เเสพ มากว่าผู้สร้าง.! เราต้องการ "ผุ้สร้างใหม่ๆ" มากกว่านี้ ท้าเลย.. คุณคิดอะไรเกี่ยวกับเว็บไซต์ แบบดีๆ เหี้ยๆ ทำเลยครับ… คิดว่าไม่ไหวใช้วิธี "สร้างทีม" และปรึกษาคนเก่งๆ "ทำให้เป็นจริงๆ ให้ได้" คนไทยเก่งๆ เยอะนะ แบบว่า เยอะฉิบหายเลยละ แต่ส่วนใหญ่ "ไม่กล้า ไม่เอาจริง หรือ เอาจริงแล้วชอบลุยเดียว" สรุปสุดท้ายก็คือ.. จอดสนิท ผมไม่โทษใครหรอกแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำ หรับอุตสหกรรมไทยตอนนี้คือ "ตัวอย่างดีๆ ที่สำเร็จ ที่เป็นตัวอย่าให้คนอื่นๆ เดินตาม" เราทำได้ ผมแนะนำเลยนะ สำหรับคนทำเว็บ ไอเดียดี + ทีมงานดี + Vision ดี + execution ดี ผมว่าคุณ สำเร็จได้ไม่ยากเลยครับ ขาดอันไหน หาเติมเอาเลย ไม่ยากแล้ว อยากให้ทุกคนที่ อ่านอยู่ หลับ ตา แล้วลองคิดเล่นๆ ว่า "กูอยากทำโปรเจ็กอะไร ให้คนทั่วโลก หรือคนทั่วเอเซียใช้ดีวะ?" ทำให้ ตัวเองเห็นมุมมองนี้ก่อน คนทำเว็บไทย "ลองเลิกคิด ว่า กูจะทำเว็บให้คนไทยใช้สิ" เปิดมุม มองออกไปกว้างๆ หน่อยสิ.. เสียดาย เรายังขาดตัวอย่างเจ๋งๆ น่ะ ผมว่าเรามีคนทำเว็บ รุ่นใหม่ อยู่ ใน Twitter นี้เยอะ จำคำผมเอาไว้ คิดงานอะไร "คิดเพื่อคนทั่วโลก" แล้วผมเชื่อว่าโอกาสคุณจะ เปิดกว้างมั่กๆ เลย อย่าอ่าน tweet ผมเพลินครับ ผมว่า "คุณ" เองก็สามารถมีไอเดียดีๆ ที่ สามารถทำให้เว็บไทยโตไปในระดับโลกได้ คิดสิ คิดเว้ย.. อย่าเอาแต่อ่าน เป้าผมตอนนี้ ทำให้ E-Commerce ไทยออกไประดับโลก… แต่ผมคนเดียวคงไม่พอ… ผมอยากเห็นคนไทยอีกหลายๆ ทำอะไรที่แตกต่าง ทีมงานดี ๆมีอยู่รอบตัวครับ.! มีหลายเว็บเปิดโอกาสสร้างทีมได้ อย่ามั่วแต่ RT คำพูดผม ผมว่าไอเดียในหัวคุณ จะสามารถสร้างมุมมองให้คนอื่นๆ คิดได้… งัดมันออกมาเว้ย.! ฮ่าๆ ทำยังไงกันดี อ่าน Tweet ผมแล้ว "คุณมีไฟ" สร้างเป้าหมายของคุณเอาไว้ตอนนี้เลย (ก่อน ที่มันจะหายไป) แล้วจับจ้องกับมัน นึกถึงมันในวันต่อๆ ไปแล้วหาทางทำมัน.! จำคำผมว่า "ถ้าเอาแต่คิด แล้วไม่ได้ทำ ยังไงคุณก็ไม่โตหรอก" คิดแล้วทำ.. พลาดแล้วคือ ประสบการณ์ยังไงคุณก็โต.!

อ่านมาถึงตรงนี้ อย่าคาดหวังว่าประเทศเราจะโตได้อย่างไร หากคุณ "ไม่คิดจะเริ่มจากตัวคุณเอง"  คิดแล้วก็ทำ สนุกกับมัน เลิกคิดได้แล้วว่า มันทำไม่ได้ มีอุปสรรคนั้น นู้น เพราะแค่ "คุณคิดว่ามันทำไม่ได้ มันก็ทำไม่ได้ตั้งแต่คุณคิดแล้วละ"  เปลี่ยนความคิดแล้วมาคิดกันว่า "จะทำยังไง เพื่อที่จะทำมัน ให้ได้ดีกว่า"

 

รับสมัครลูกศิษย์ เข้าสำนัก TARAD.com

ตอนนี้ ผมกำลังหา เด็กใหม่ไฟแรง ที่ต้องการเข้ามาเรียนรู้ และทำงานร่วมกันในโลกของการค้าขายออนไลน์ ที่ TARAD.com ตำแหน่งนี้เราเรียกว่า ที่ปรึกษาการค้าออนไลน์ ตำแหน่งนี้ ทำอะไรบ้าง…

“คุณ” เองก็ช่วยได้ชาติได้ แม้อยู่หน้าคอม – TNOC

"คุณเองนั้นแหละ ที่มีอำนาจอยู่ปลายนิ้วของคุณ" ทำไมไม่ ใช้มันให้เกิดประโยชน์กับประเทศบ้าง ในการกระจายสิ่งดีๆ ของประเทศไทย ออกไปสู่สายตาชาวโลก ผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะสื่อนี้แหละ ไปได้เร็วกว่าสำนักข่าวระดับโลกไมว่าจะเป็น CNN ซินหัว หรือ อัลจาซีร่า ดังนั้นคุณเองก็มีส่วนช่วยได้ไม่ยากเลย

คิดเองแบบง่ายๆ ครับ National Online Campaign
***************************************************
คือทำแผนการตลาดออนไลน์ ให้คนทั่วโลกรู้จักประเทศไทย ในสิ่งที่สวยงาม แหล่งท่องเที่ยว วัฒนะธรรม และหลายอย่างอีกมากมาย ผมเชื่อว่า ยังมีอีกหลายๆ คนที่ยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ในประเทศไทย ดังนั้นการดึงคนกลุ่มนี้มา จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยาก

วางแผนออนไลน์แคมเปญ โดยใช้อินเทอร์เน็ต
**********************************************
เราก็ระดมคนที่ทำงานด้าน Online ทั้งเซียนและเทพทั้งหมาย รวมถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาช่วยกันทำให้แคมเปญนี้ มันกลายเป็นจริงๆ โดยแบ่งงานออกไปเป็นหลาย ๆ ส่วน ได้แก่

ฟังสัมภาษณ์เทคนิคการนำไอที เข้ามาช่วยลดต้นทุน-เพิ่มศักยภาพในการทำูธุรกิจของคุณ

      ผมได้ไปออกสัมภาษณ์รายการ SME Today ครั้งนี้ ได้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีด้าน ไอที มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินการ และเพิ่มประสิทธิภาพ (ศักยภาพ) ในการทำธุรกิจได้อย่างง่ายๆ โดยเคสส่วนใหญ่ ที่เล่าไป จะเป็นกรณีของธุรกิจของผมเอง ที่นำไอทีเข้ามาใช้ในการ บริหารและจัดการในบริษัทของผม เช่น VOIP PABX, E-FAX Server, CRM, Accouting Application ซึ่งมันได้ผล ลดต้นทุน รวมถึงการ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และการจัดการข้อมูลได้ดีมากๆ อีกด้วย ลองมาฟังกันครับ

เทคนิคการนำไอที เข้ามาช่วยลดต้นทุน-เพิ่มศักยภาพในการทำูธุรกิจของคุณ (ตอนที่ 1)

 

E-Commerce_Decrease_Budget1_24-10-08.mp3 –

 

เทคนิคการนำไอที เข้ามาช่วยลดต้นทุน-เพิ่มศักยภาพในการทำูธุรกิจของคุณ (ตอนที่ 2)

 

E-Commerce_Decrease_Budget2_31-10-08.mp3 –

 

 

วางแผนธุรกิจเริ่มต้นยังไง ? ดาวน์โหลด ฟรี.! เทมเพลท แผนธรุกิจ-การเงิน-การตลาด สำเร็จรูป

ดาวน์โหลด ฟรี.!
"ไฟล์เทมเพลท การวางแผนธุรกิจ-การเงิน-การตลาด สำเร็จรูป สำหรับที่อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจ หรือมีธุรกิจอยู่แล้ว"

         หลายๆ ครั้งที่ผมให้คำปรึกษา กับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ หรือบางคนเริ่มต้นทำธุรกิจไปแล้ว "เกือบ 100% ผมมักจะพบกว่า เกือบทุกๆ ท่านที่มาคุยกับผม ไม่ได้ีมีการวางแผนการเงิน และการตลาดไว้เลย" บางคนบอกว่ามี แต่พอคุยกันจริงๆ ก็พบว่า มีแค่แผนอยู่ในหัว ไม่ได้ถูกนำออกมาวางเป็นแผนงานอย่างชัดเจน ไม่ได้กำหนดเป้าหมายว่าจะเสร็จเมื่อไร และใครจะทำ!  นี้แหละครับ ทำให้คนที่ทำธุรกิจ มักจะประสบปัญหาการวางแผนงานที่ชัดเจน ซึ่งหากวางแผนงานไม่ชัดเจน ที่จะตามมา คือ ทำงานไปไม่มีเป้าหมาย ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป ทำงานไปวันๆ ไปเรื่อยๆ แบบมีมาก็ทำ คิดออกก็ทำ ซึ่งแบบนี้ ผิดมหัตนต์…..

หลังจากได้คุยกับผู้ประกอบการหลายๆ เจ้า ผมก็เลยทำ เทมเพลต แผนการเงิน + แผนการตลาด สำเร็จรูป ง่ายๆ ให้ดาวน์โหลด ได้ฟรี.! ออกมา เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปใช้งานแผนงานของตนได้เอง โดยเพียงแค่กรอกข้อมูลลงไป เท่านั้น ก็จะสามารถได้แผนธุรกิจขนาดย่อมๆ ออกมาได้แล้ว

เทคนิคการนำแสดงสินค้า ในงานแสดงสินค้า ออกบูท

ช่วงนี้ ผมไปออกงาน และได้มีโอกาสไปเดินทางแสดงสินค้าบ่อยๆ ครับ ต้องยอมรับว่าการไปออกงานแสดงสินค้า หรือ Exhibition ในง่าย ต่าง จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คุณจะสามารถนำ เสนอสินค้าและิบริการให้กับคนทั่วไป หรือกลุ่มเป้าหมายของคุณได้ ซึ่งลองมาดูกันว่า เราจะมีแนวทางในการ นำเสนอสินค้ายังไงดี เมื่อเราไปออกงานแสดงสินค้า

การออกบูท เดียวนี้มีบูทสำเร็จรูปรูปแบบต่างๆ

    หากคุณไปออกบูทแล้วไม่มีอุปกรณ์ หรือเครื่องมือ ช่วยในการนำเสนอสินค้าหรือบริการ อาจจะทำให้คน เห็นสินค้าหรือบริการของคุณน้อยลง ดังนั้นการมีการตกแต่งบูทที่ดี  Display ทีน่าสนใจ จะช่วยทำใ้ห้คนเห้นและสนใจ ซึ่งจะช่วยทำให้เค้าเดิน เข้า้มาหาที่บูทของคุณ ซึ่งนั้นหมายถึงโอกาสการขาย หรือการได้เจอลูกค้าของคุณเข้ามาแล้ว….

มารู้จัก Google ทุกมุมมองผ่านรายการ บันทึกโลก ดูเป็น VDO กันเลย

หากท่านอยากจะรู้จักกับ Google ให้มากขึ้น ในทุกๆ มุมมอง ขอแนะนำให้ลองดูรายการของ บันทึกโลก ช่อง MCOT 9 มี 4 ตอน (แต่หามาได้แค่ 3 ตอนขาดตอนแรกไปครับ)

 

ที่มาของคำว่า Below the line และ Above the line ในวงการสื่อโฆษณาและเอเยนซี่

    หากคุณเป็นคนหนึ่งที่พอรู้จักเกี่ยวกับแวดวงสื่อ การตลาด หรือ Agency อาจจะเคยได้ยินคำว่าสื่อ below the line และ above the line สื่อ Above the line ก็สื่อประเภท ทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์ แต่ส่วนสื่อที่เป็น below the line จะเป็นสื่อที่ไม่ใช่ above the line เช่น การจัดอีเวนต์ กิจกรรมพิเศษ, การส่งเสริมการขาย, การจัด Road Show ซึ่งสาเหตุที่เรียกกันแบบนี้เพราะ ตอนที่ Agency ต้องวางบิลให้กับลูกค้า ก็จะมีรายการชี้แจงว่า โฆษณาแคมเปญไหน "มีค่าใช้จ่ายสื่อหรือมีเดียอะไรบ้าง" เช่น สื่อประเภท ทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์ ซึ่งพอหมดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ทาง Agency ก็มักจะขีดเส้นใต้เอาไว้เพื่อให้รู้ว่ามีค่าใช้จ่ายยอดรวมตรงส่วนนี้เท่าไร

ศัพท์ด้านการเงิน และการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่คุณควรรู้

   หากคุณเป็นคนนึงที่มีธุรกิจ หรือ อยากจะมีธรุกิจ สิ่งหนึ่งที่จำเป็นและควรจะรู้ หรือ "ต้องรู้" คือทักษะด้านการเงิน และการบัญชี หากอยากลองเีรียนรู้ง่ายๆ ก็อาจจะต้องลองศึกษา งบการเงิน หรือ ตลาดหุ้น ดุ (ฟังดูแค่นี้ สำหรับคนที่ไม่สนใจเลยก็น่าเบื่อแล้ว ผมเป็นคนนึงที่เคยเป็นแบบนั้น) แต่หากเราอยากให้ธุรกิจของเราเติบโตอย่าง ยั่งยืน และอย่างเป็น professional เราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ว่าเราต้องศึกษาเรื่องพวกนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
       เคยไหมครับ ที่เปิดหนังสือธุรกิจหน้ากลาง หน้าทีเ่ป็นข้อมูลตลาดหุ้น แล้วดูไม่รู้เรื่อง?
      เคยไหม ที่เปิดทีวีมา ตอนกลางวัน เห็นตัวอะไรวิ่งด้านล่าง เป็นตัวย่อ และก็มีตัวเลขเยอะ ๆ แล้วก็ดูไม่รู้เรื่อง…..

       ฮ่า ผมก็เคยเป็นแบบนั้น แต่เดียวนี้ใช่ว่าจะเก่งครับ แต่ก็ต้องบอกว่า พอดูออก และเข้าใจมากขึ้น ในตลาดทุน (ตลาดหุ้น) ของเมืองไทย และต่างประเทศ เพราะหากคุณพอเข้าใจมันแล้ว มันจะช่วยทำให้คุณเข้าใจ และศึกษา ระบบเศรษฐกิจในระดับ มหภาคได้ (Macro Economic) ซึงมันจะมีส่วนช่วยทำให้คุณเข้าใจในการทำุธุรกิจมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจแบบ Macro Economy แปรผันตรงกับ Micro Economy  แต่ก่อนอื่น ที่จะไปไกล พอดีไปเจอ ข้อมูล ที่น่าสนใจสำหรับที่จะอยากจะอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ตลาดหลักทรัพย์รู้เรื่อง

การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis)

      ่ช่วงนี้เรียนหนัก หนึ่งในวิชาที่เรียนคือ Corporate Finance ซึ่งมีเรื่องตัวเลข และการดูงบดุลต่างๆ มากมาย ซึ่ง"จำเป็น" มากๆ สำหรับคนที่ทำธุรกิจ หรือนักบริหาร นี้คือส่วนการวิเคราะห์ธุรกิจว่า ธุรกิจเราเป็นยังไงบ้าง นอกเหนือจากการดูแค่ รายรับ-รายจ่าย หรือกำไร-ขาดทุน มุมมองการเงินมีอะไรให้ ศึกษาและวิเคราะห์มากกว่านั้นเยอะ…ช่วงนี้เลย เป็นข้อมูลเกี่ยวกับ ด้านการเงินมาฝากกัน จะเก่งทั้งทีต้องเก่งทุกด้านครับ ด้านการเงินก็เป็นด้านหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ มาดูกัน

ปล. คนที่จะพออ่านบทความด้านล่างนี้ พอรู้เรื่อง ต้องพออ่านงบดุล เป็นบ้าง

5 กลุ่มของผู้บริโภค แ่บ่งยังไงเอย

  1. Inventor เป็นกลุ่มที่ชอบลองของใหม่ๆ เมื่อมีอะไรออกมาใหม่ๆ มี 2.5% ของคนทั้งหมด
  2. Early Adoptor  กลุ่มที่ปรับตัวง่าย ศึกษาข้อมูลทุกอย่างก่อนจะซื้อ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มมีความสำคัญมาก เพราะหากไม่มีกลุ่มนี้ ก็จะไม่มีกลุ่มต่อไป เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลกับกลุ่มอื่นๆ มี 13.5%
  3. Early Majority เป็นกลุ่มที่จะตามกลุ่ม Early Adoptor มีความระมัดระวัง แต่มักตามคำแนะนำ จากคนที่มีประสพการณ์มาแล้ว กลุ่มนี้มี 34%
  4. Late Majority เป็นกลุ่มที่เริ่มเ้ข้ามาเมื่อสินค้า เริ่มเป็นของที่ยอมรับโดยทั่วไป กลุ่มนี้มี 34%
  5. Laggards เป็นกล่มที่ไม่ยอมการเปลี่ยนแปลง ไม่ค่อยมีการปรับตัวเท่าไร จะเลือกของใหม่ๆ ก็ต่อเมื่อไม่มีของเก่าให้ใช้แล้ว  กลุ่มนี้มี 16%

     

 

กลยุทธ์ด้านราคา หากคู่แข่งทำราคาออกมาต่ำกว่าทำยังไง? (Pricing Strategy)

ถ้าคู่แข่งของคุณสร้างสินค้าออกมา เหมือนคุณ แต่ราคาถูกกว่าจะทำยังไงดี วันนี้เรามาดูแผนการตั้งรับสำหรับ สงครามราคาได้จาก Prof. Dipak Jain จาก Kellogg Schoool of Management กันครับ

    วิธีการที่คุณควรจะตั้งรับกับคู่แข่งของคุณ หากคู่แข่งของคุณกำลังเล่น สงครามราคากับคุณ ลองนำการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจของคุณ

สร้าง Value Creation Strategy คือคำตอบ
**********************************
1. สร้างตลาดใหม่ (Redefine the Market)
2. สร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ (Resegment the Market)
3. กลยุทธ แซนด์วิช "Sandwich" Approach
สร้างแบรน์ดเดิม ให้ดีขึ้น เป็น Premium Segment และสร้าง Fighting Brand ลงมาสู้ ตีคู่กับคู่แข่งของคุณ Standard Segement ดังนั้นการสร้าง Value Creation คือการสร้าง บริการใหม่ ให้ดีกว่าคู่แข่ง โดย และส่วนของ Fighting Brand ก็คงราคาให้เท่ากับคู่แข่ง อย่าลดราคาลงต่ำกว่าคู่แข่ง เพราะคู่แข่งจะดึงคุณเข้าสู่ "สงครามราคา (Price War)"

การเปลี่ยนแปลงของวงการ Internet ไทย จากงาน Web Wednesday ครั้งที่ 1

งาน Web Wednesday เป็นงานรวมตัวคนทำงานด้านโฆษณาออนไลน์และอินเทอร์เน็ต จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2008 โดยมีการรวมตัวของหลายๆ ฝ่าย และองค์กร ซึ่งงานวันนั้นมีเชิญคนมาพูดถึงแนวโน้มอนาคตของ Internet เมืองไทยครับโดยมี พี่วันฉัตรจาก พี่สรจาก Nation, Pantip.com ผม (ภาวุธ จาก TARAD.com), และพี่กันจาก Sony ลองมาดูกันละกันครับว่าเป็นยังไงบ้าง

 

 

 

 

 

%d bloggers like this: