เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในทีมและองค์กรด้วยเครื่องมือทางออนไลน์

 คุณเชื่อไหมว่ายิ่งองค์กรหรือทีมของคุณยิ่งสามารถสื่อสาร และเข้าใจว่าแต่คนหรือแต่ละทีมทำอะไรกันอยู่ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันอยู่เสมอ จะทำให้องค์กรของคุณสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆ สำหรับองค์กรขนาดเล็กๆ เพราะด้วยความที่เล็ก ทำให้การสื่อสารกันได้ง่าย แต่หากคุณเป็นองค์กรหรือทีมที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น การสื่อสารในองค์กรหรือทีมก็เริ่มจะมีความซับซ้อนมากขึ้น มีหลายขั้นลำดับชั้นมากขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพของการสื่องสารก็ลดต่ำลง นั่นหมายถึง การตัดสินใจ และความคล่องตัวในการทำธุรกิจก็ลดต่ำลงเช่นกัน มันจะดีไหมครับ หากเราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในองค์กรคุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย สื่อออนไลน์หลากรูปแบบที่ผมจะมาแนะนำในวันนี้ครับ

เที่ยวต่างประเทศให้สนุก ประหยัด ลดค่าใช้จ่ายกับ Smart Phone เครื่องเดียว

สำหรับคนที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ วันนี้ผมมีคำแนะนำในการใช้โทรศัพท์ประเภทสมารท์โฟนให้คุ้มค่ากับการเดินทางไปต่างประเทศเนื่องจากเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา (Jul 2 – 10, 2011) ที่ผ่านมาผมไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น และบอกได้เลยว่าผมสามารถใช้ความสามารถของสมารท์โฟนได้อย่างเต็มที่ มาดูกันว่าโทรศัพท์สมารท์โฟนมันสามารถช่วยอะไรคุณได้บ้าง เวลาคุณไปอยู่ต่างประเทศ 

อุปกรณ์และสิ่งที่ต้องมี  (Devices)

  1. โทรศัพท์มือถือสมารท์โฟน ประเภท Android (ผมใช้ HTC Desire-S) และ HTC Flyer Tablet ในการเดินทางไปครั้งนี้ 
  2. ซิมโทรศัพท์ ผมใช้เบอร์ของ AIS อยู่แล้ว และได้เปิดบริการโรมมิ่งข้อมูล (Internet Data Roaming) สามารถรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตไม่จำกัด (Unlimited Data)  โดยผมเปิดแพ็กเก็จ 5 วัน เหมารวม 2,000 บาท (เฉลี่ยวันละ 400 บาท) เป็นแพ็กเก็จที่เปิดให้บริการ ณ.ช่วงเวลาที่ผมไป
  3. ที่ชารต์แบ็ตแบบพกพา [จำเป็นมากๆ เพราะแบ็ตก้อนเดียวเอาไม่อยู่ครับ]

เทคนิคการใช้มือถือให้เป็นมากกว่ามือถือ ที่คุณต้องอ่าน

คุณใช้มือถืออะไรอยู่ครับ? ตอนนี้น่าจะเป็นเรื่องปกติที่เราเห็นคนไทยหลายๆคน ต่างเปลี่ยนโทรศัพท์ไปเป็นโทรศัพท์ประเภทสมารท์โฟนที่มีความสามารถมากกว่าโทรศัพท์ปกติ ไม่ว่าจะเป็น ไอโฟน, แอนดรอยด์ หรือ แบล็คเบอรี่ ส่วนตัวผมสังเกตุว่าผู้คนรอบตัวผมเกือบ 70-80% เริ่มหันมาใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเด็กวัยรุ่น ยันไปถึงคนทำงานอายุ 50-60 กันเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ผมสังเกตุดูพบว่าหลายๆ คนที่ใช้สมาร์ทโฟน มักจะใช้กันอยู่ไม่กี่อย่างในความสามารถที่มันมี เช่นวัยรุ่นก็มักจะใช้เล่นเกมส์, ถ่ายภาพ, เชื่อมต่อโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ หรือยิ่งเป็นผู้ใหญ่ที่อายุมากหน่อย ใช้เป็นโทรศัพท์พูดคุยอยู่อย่างเดียวบางทียังส่ง SMS หรือ บันทึกชื่อคนลงไปโทรศัพท์ยังไม่ได้เลย ทำให้เห็นชัดว่าโทรศัพท์สมารท์โฟนที่เราซื้อมาเครื่องนึง 1-2 หมื่นบาท เราอาจจะใช้อยู่แค่ 500 บาทเท่านั้นเอง เรามาลองดูกันว่าโทรศัพท์ประเภทสมาร์ทโฟนนอกเหนือจากที่คุยโทรศัพท์ได้แล้ว มันยังจะสามารถทำอะไรได้อีกที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตในแต่ละวันให้กับตัวคุณได้ เรามาดูกันครับ

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย Blackberry

หลายๆ คนที่ใช้โทรศัพท์มือถือค่าย BlackBerry แต่อาจจะใช้เพียงแค่โทรศัพท์เพียงอย่างเดียว จริงๆ แล้ว Blackberry สามารถนำมาใช้กับการทำงานและการทำธุรกิจ ทำให้คุณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมา ลองมาดูกันว่ามันทำอะไรได้บ้าง

 

ความสามารถพื้นฐาน

  • รับส่ง Email (Hotmail, Gmail ถึง 10 Account)
  • Calendar, Address Book (เก็บเบอร์โทรศัพท์ sync กับ BB Server) ตัวอย่างง่ายๆ คือป๊าผมใช้งานรับส่งเมล์ได้  
  • IM (MSN, Gtalk) เชื่อมต่อกับลูกน้องและทีมผ่านระบบส่งข้อความได้ทันที
  • Document (Document togo) โปรแกรมที่เปิดไฟล์แนบ Microsoft Office ได้ทันทีเช่น Excel, Power Point
  • การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ที่ทำได้ตลอดเวลา (แต่อาจจะไม่ค่อยดีนัก)
  • การถ่ายภาพ และ Share กับคนอื่นๆ ได้ทันที (พ่อผมส่งภาพ ที่เจอให้กับทีมในบริษัท)
  • จุดเด่นของ Blackberry และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว้ตลอดเวลา
    ทำให้คุณสามารถตัดสินใจอะไรหลายๆ อย่างได้เร็วมากขึ้น ไม่ต้องรอกลับไปเช็กที่บริษัท เพราะสามารถเช็กผ่านโทรศัพท์ได้ทันที

Short Cut การใช้ Gmail ด้วย Keyboard

วันนี้เิปิด gmail วันนี้เิปิด gmail (Google App Version) แล้วพบว่าหน้าตาได้เปลี่ยนไปหลายอย่าง เมนูที่จะใช้หลายๆ ตัวหายไป เช่น การเลือก email แบบ unread, read, none, all เลยต้องมานั่งหา Keyboard Shortcut ใช้ เลยนำมาแบ่งปันทุกๆ คนที่ใช้ Gmail เพราะหากคุณใช้ Keyboard Shortcut คุณจะทำงานผ่าน Gmail ได้เร็วขึ้นเกือบ 10% เลยนะครับ แนะนำๆ/p>

เตรียมปิดบริษัท หรือเตรียมขยายออกไปนอกประเทศ เมื่อเปิด AEC เรื่องใกล้ตัวที่คุณ “ต้องรู้”

 ผมเองได้มีโอกาสพบปะกับหน่วยงานด้าน SME ของเมืองไทยเยอะมาก และพบว่าตอนนี้หลายๆ หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ต่างพากันพูดถึงแต่เรื่อง AEC ตอนแรกๆ ก็เฉยๆ แต่พอฟังๆ ไปและได้ยินบ่อยขึ้น และมาวิเคราะห์ตาม พบว่า AEC มันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากของคนทำธุรกิจในเมืองไทย เพราะหากคุณสามารถปรับตัวได้ มันจะเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจคุณได้อย่างมาก แต่หากคุณปรับตัวไม่ทัน ธุรกิจของคุณอาจจะโดนคู่แข่งจากต่างประเทศมากขายแข่งกับคุณได้ง่ายๆ ผมได้นำข้อมูลมาจาก คุณมานะผล ภู่สมบุญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานกรรมการบริหารสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI)

AEC คืออะไร?
AEC คือ ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) จุดมุ่งหมายหลักคือ การนำเอาอาเซียนไปสู่การรวมตัวเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน (Single Market and Single Pro duction Base) คล้ายๆ กับการรวมตัวของกลุ่มประเทศในฝรั่งยุโรปหรือ EU โดยมีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีใน 5 สาขาได้แก่  1.สินค้า 2. บริการ 3. การลงทุน 4. เงินทุน และ 5. แรงงานฝีมือ 

คุณคิดอะไรอยู่?

เสวนาสื่อออนไลน์กับห้องสมุด

 วันที่ 12 มกราคม 2011 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปพูดให้กับ ศูนย์ห้องสมุด มหาวิยาลัยรังสิต ในงานสัปดาห์ห้องสมุด โดยมี @ceemeagain @ylibraryhub ไปร่วมเสวนาด้วย หัวข้อพูดถึง "สื่อออนไลน์ กับห้องสมุด" ฟังๆ ดู มีหลายๆ คนให้ความเห็นน่าสนใจเลยทีเดียว

อยากเป็นเจ้าของกิจการ หรือเจ้าของธุรกิจมาศึกษาจากประสบการณ์ของผมละกันเน้อ

 ผมได้มีโอกาสไปออกรายการ ช่างคุย www.Changkui.com ของพี่หงษ์ @hongsyok พูดคุยเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของกิจการและประวัติการเริ่มต้นธุรกิจของผม ว่ามีการทำอย่างไร? ผมว่า คุณน่าจะได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์ของผม มีทั้งความสุข ความหื่น ความรู้อยู่ใน VDO ทั้งสองช่วงนี้ครับ

ช่างคุย ๑๘๘. Entrepreneur โดย @Pawoot ตอน ๑-๒
เจอกันมาก็หลายงาน เห็นคุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ (ป้อม) (ติดตามได้ที่ Pawoot.com และ @pawoot) ไปมาหลายงาน ส่วนใหญ่จะชอบถามในเรื่องของ Social Network แต่ดูเหมือนไม่เห็นใครถามในแง่คนที่ล้มลุกคลุกคลานสมัยก่อตั้ง tarad.com มาก่อนบ้าง ก็เลยชวนมาเล่าประสบการณ์ เพื่อเป็นข้อคิดให้คนที่อยากประกอบการ มาลองฟังกันบ้าง มีอาจารย์ศุภเดช สุทธิพงคณาสัย (ติดตามได้ที่ freeware.in.th และ @ripmilla) มาช่วยคุย และมีคุณพิณประภา เหรียญทองมาช่วยทำให้รายการดูสดชื่นขึ้นมาเยอะเลย

ตอนที่ 1

ตอนที่ 2 

 

Help Thailand Water Flood by Donate

 Dear All Friends

As you may know about  flood water in Thailand. According to a report from Department of Disaster Prevention and Mitigation, We have been 814,406 people affected by and 15 died in flood hitting Thailand during Oct 10-21. The flood water have affected 21 provinces in Northern, Northeastern, Eastern and Central areas across the country.

Now many team and organization in Thailand move to each province to helping people in flooding area. I would like you to donate money through online channel to support and helping people in Thailand. If you can help small money can help and safe them from this situation. You I will transfer all money to RedCross Thailand. And want to make sure that I’m exist and trustable guy. My name is Pawoot (Pom) Pongvitayapanu. Managing Director. TARAD.com and Vice President of Thailand E-Commerce Association. Check all my profile here)

Map of Water Flood in Thailand

View Thailand Flood in a larger map

Help us donate 
You can donate via Credit Card, Paypal, Paysbuy or Counter Service through Online Channel. After system get money it will automatic show report that we get money from you. All money I will give it to The Thai Red Cross Society.

Click Below Link to Start Donate 

How to Donate

  1. Click "Donate" button above
  2. Put your information and also payment channel that you pay
  3. After you paid you can check your name in the donate list
Money will donate to
The Thai Red Cross Society

 


ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

คุณอยากช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมไหมครับ? 
แต่บางทีก็ไม่สะดวกเลย กับการออกไปที่ธนาคาร หรือ ไปโอนเงินช่วยเหลือเค้า..! อยากช่วยก็อยากช่วย แต่มันดูลำบากจัง.! 

 

ในระหว่างที่เรานั่งอยู่อ่านข้อความนี้ผ่านจอคอมอย่างสุขสบาย ตอนนี้มีคนไทยนับล้านคน กำลังเดือนร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ของประเทศ  ผมเชื่อว่าหลายๆ มีความคิดว่า อยากจะช่วย แต่ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะงานก็ต้องทำหรือมีอะไรที่ต้องรับผิดชอบหลายๆ อย่าง ทำให้ไม่สามารถไปร่วมช่วยได้ 

 


 

ผมได้เปิดช่องทางรับ บริจาคเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางออนไลน์ ขึ้นมา เพื่อเป็นช่องทางสำหรับ คนที่อยากจะช่วยเหลือ แต่อาจจะไม่สะดวก หรือบางคนอาจจะอยู่ต่างประเทศ แต่ก็สามารถบริจาคได้ง่ายๆ  โดยสามารถเลือก บริจาคได้ หลายช่องทาง ได้แก่ บัตรเครดิต, PayPal.com, Paysbuy.com และเคาเตอร์เซอร์วิส ซึ่งเมื่อชำระเงินแล้ว ระบบก็จะขึ้นข้อมูลทันทีครับ โดยสามารถกด ด้านล่างเลยนะครับ "ผมจะรวบรวมเงินไปมอบให้กับสภากาชาดไทย" มั่นใจได้แน่นอนครับ ผมมีตัวตนที่เชื่อถือได้ครับ. ระบบนี้สามารถตรวจสอบ ทุกการบริจาคเข้ามาได้ทันทีครับ..  เป็นระบบชำระเงินของ www.TARADpay.com ที่ผมให้บริการร้านค้ามากมายอยู่แล้วครับ แต่อยากนำมาช่วยเหลือคนไทยด้วยกันครับ และต้องบอกเลยครับว่า TARAD.com และ ผมจะไม่คิดรายได้จากบริการนี้อย่างเด็ดขาด สำหรับค่าบริการ หรือ Transaction Fee ตัวผมเองขอรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เองครับ  

ผมเชื่อเสมอว่า การช่วยเหลือเล็กๆ น้อยจากคนไทยด้วยกัน "โดยเริ่มต้นจากตัวเราเอง" จะมีส่วนช่วยเหลือคนไทยผู้เดือดร้อนที่อื่นได้อย่างมาก อย่างเพิ่งหวังว่าจะให้ใครมาช่วยครับ หากเราไม่ทำแล้วคนอื่นจะทำเหรอครับ?

วิธีการบริจาคออนไลน์

  1. กดปุ่ม "บริจาค" ด้านบนเพื่อเข้าสู่หน้าการบริจาค
  2. กรอกข้อมุลผู้บริจาค และวิธีการชำระเงินที่คุณเลือก
  3. หลังจากบริจาคแล้ว รายชื่อของคุณจะไป แสดงที่หน้านี่ 
    (ยกเว้นการชำระผ่านเคาเตอร์เซอร์วิสต้องรอชำระเงินก่อน)
รายได้ทั้งหมดจะมอบให้กับ
สภากาชาดไทย

สำหรับชาวต่างประเทศ

 

และหากท่านมีเพื่อนเป็นชาวต่างประเทศ ท่านสามารถส่งลิงค์ หรือเชิญชวนเพื่อนของท่านมาร่วมบริจาคเงินได้ที่นี่ ผมเชื่อว่า ด้วยเทคโนโลยี จะช่วยทำให้ น้ำใจจากทั่วโลกสามารถไหลมาช่วยคนไทยได้ไม่ยากเลยครับ สามารถ copy ลิงค์ส่งไปหาเพื่อนต่างประเทศผ่านทาง Facebook, twitter หรือ Email ก็ได้ครับ

 

ปล. สำหรับท่านทีอยากจะช่วย ประชาสัมพันธ์ สามารถนำกล่องรับบริจาคไปใส่ไว้ในเว็บและ blog ของคุณได้เลยครับ 

<iframe src="http://www.pawoot.com/_donation/widget.php?W_ID=13" width="200" height="260" frameborder="0" scrolling="no"></iframe>

** ผมว่าผมเขียนอย่างนี้ อาจจะมียังไม่ค่อยเคลียร์เท่าไร ใครมีอะไรก็เมล์มาถามผมได้ที่ pawoot(at)tarad.com หรือ twitter.com/pawoot ครับ จะได้เขียนอธิบายเพิ่มเติมให้กระจ่างขึ้นครับ

สรุปเราได้เงินบริจาครวม 79,477 บาท ผมสมบทคมจนครบ 80,000 บาท และได้ทำการบริจาคให้กับสภากาชาตไปแล้วครับ ดูเอกสารการโอนครับ

 

 

 Map of Water Flood in Thailand

 
View Thailand Flood in a larger map

อนาคต online service ของประเทศไทย

 ผมได้มีโอกาสไปออกรายการ ข่าวเด่นคนดัง ช่องTNN สัมภาษณ์ เกี่ยวกับอนาคต online service ของประเทศไทย และวิธีที่ไม่ให้เม็ดเงินของไทยไหลออกไปสู่ต่างชาติ ลองมาดูมุมมองผมเกี่ยวกับเรื่องนี้กันครับ (สัมภาษณ์ช่วงเดือน กันยายน 2010)

 

เทคนิคการเลือกโปรเจ็กจบ คำแนะนำสำหรับน้องๆ ที่กำลังทำโปรเจ็กจบ

ตอนนี้ผมเป็นอาจารย์ที่ดูแลโปรเจ็กนักศึกษาอยู่ และเห็นน้องๆ หลายๆ คนเวลาคิดโครงงาน หรือโปรเจ็กต่างๆ มักคิดอะไรที่มันไม่ค่อยครบถ้วนและสมบูรณ์เท่าไร ในระหว่างที่นั่งๆ อยู่ผมก็นั่งสรุปอะไรขึ้นมาได้ เลยอยากมาสรุปให้กับน้องๆ คนอื่นๆ ได้เข้าใจกัน

แนวทางการคิดโปรเจ็ก เทคนิคการเลือกทำโปรเจ็กจบ

  1. เลือกหัวข้อโปรเจ็ค
    1. เลือกแบบที่จบง่ายๆ ไม่คำนึงถึงอนาคตตัวเอง (แบบนี้ควรหลีกเลี่ยง)
      ผมเห็นหลายๆ คนมักไม่ค่อยอะไรมาก เอาง่ายๆ สบายๆ แต่มักจะพบว่าเด็กที่เลือกงานแบบนี้ เวลาหางาน มักจะหางานลำบาก เพราะงานโปรเจ็กที่ทำ ไม่ได้พิสูจน์ความสามารถของตัวเองได้ชัด ทำให้บริษัทที่รับสมัครงาน ไม่กล้ารับ เพราะเด็กจบใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์เท่าไร รเลือกทำโปรเจ็กมีแนวทางอยู่ไม่กี่อย่าง ผมแบ่งไว้เป็น 2 แบบ
    2. เลือกที่ตัวเองอยากทำ เกี่ยวข้องกับอนาคตการทำงานของตน 
      โปรเจ็กที่ทำเลือกในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ และควรมีความต่อเนื่องกับงาน ที่ตัวเองอยากทำในอนาคต เพราะ มันจะเป็นฐานทีอ้างอิง ถึงตัวเราที่บริษัท ที่ในอนาคตเราอยากเข้าทำงาน เค้าจะดูงานชิ้นนี้ เช่น อยากทำงานด้านบริษัท เกมส์ ก็ควรจะเลือกทำงานด้านโปรเจ้กเกมส์ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำงานด้านเกมส์
  2. ศึกษาตลาด ความต้องการ
    การศึกษาว่าตลาด และกลุ่มเป้าหมายของเรามีความต้องการมากน้อยแค่ ไหนจะดีมากๆ เพราะความต้องการของลูกค้า จะเป็นสิ่งที่งานของเราต้องเข้าไปตอบโจทย์ลูกค้า ดังนั้นการวิเคราะห์ความต้องการลูกค้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ รวมถึงต้องรู้วา่กลุ่มเป้่าหมายเราเป็นใคร ลองไป อ่าน 5W1H ดูนะครับ
  3. ศึกษาคู่แข่ง ว่าเราจะทำอะไรที่แตกต่าง และดีกว่าคู่แข่งอย่างไร
  4. ศึกษาตัวเองว่า ตัวเองมีความพร้อมหรือเปล่า
  5. โปรเจ็กที่ทำ ตอบโจทย์ "วัตถุประสงค์ของโครงการหรือเปล่า" 
    เช่นผมจะทำเว็บ "วัดออนไลน์" โจทย์ของผมคือ จะทำยังไงให้คนรู้สึกว่า เค้าได้บุญ และรู้สึกว่าได้รับรู้เกี่ยวกับธรรมะ ดังนั้นการทำเว็บแล้วมีภาพวัด หรือภาพพระ มีการเดินเป็น 3D เข้าไปในวัดได้ ก็ไม่ตอบโจทย์ และวัตถุประสงค์ของโปรเจ็กเลย มันเป็นเพียงแค่การนำเทคโนโลยีไปตอบสนองกับความต้องการของคุณเท่านั้น ดังนั้น เราต้องคิดให้ดีๆ ว่า "อะไรในโปรเจ็กเราหรือโครงการของเรา ไปสร้างหรือทำให้คนที่เข้ามาใช้งาน รูสึกได้บุญและรับรู้เกี่ยวกับธรรมะจริงๆ" จงตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของโีครงการ ไม่ใ่ช่แค่ตอบโจทย์ทางด้านเทคโนโลยีว่ามันเจ๋ง และ cool บางครั้งอะไรง่ายๆ simple แต่ตอบโจทย์ ก็สามารถทำได้ดีกว่า งานที่มีเทคโนโลยีเจ๋งๆ แต่ไม่ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของโครงการ

 

รูปแบบของโปรเจ็กที่ควรจะคิดและทำ

เราควรคิดงานและโปรเจ็กที่มีความแตกต่าง ใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างจากของเดิมๆ ออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือโปรเจ็กที่เกี่ยวกับ internet หรือเว็บไซต์ ผมมักจะบอกกับน้องๆ นักศึกษาที่ทำโปรเจ็กบอกว่า เราแบ่งยุคของ internet เป็น 2 ยุค 

  • ยุคที่ 1 (Web 1.0)  : เว็บรูปแบบเก็บข้อมูล เราทำข้อมูลเอง และบริหารจัดการทุกาอย่างอยู่กับตัวเอง เช่นกันพัฒนาเว็บของตัวเองขึ้นมาโดดๆ หรือการทำพวก E-Learning ง่ายๆ 
     
  • ยุคที่ 2 (Web 2.0)  : เว็บที่พัฒนาโดยมีการเชื่อมโยงกับเว็บอื่นๆ ผ่าน Web Service หรือ API มีการใช้ความสามารถของระบบอื่นๆ ในระบบของตน รวมถึงการคิดและวิเคราะห์ในเชิงลึกมากขึ้น หรือการเชื่อมโยงเข้ากับ Social Network Service

ผมเลยมันจะบอกนักศึกษาว่า หากคุณจะทำโปรเจ็กเว็บ คุณควรจะทำโปรเจ็กเว็บ Web 2.0 เพราะยุคของคุณตอนนี้ อยู่ในยุคนี้แล้ิว อย่างถอยกลับไปในเว็บยุคเก่า เพราะมันไม่สร้างมูลค่าอะไรให้กับตัวคุณเองเลย

เขียนไว้ก่อนแค่นี้ เดียวมีเวลาจะมาเขียนต่อ

 

ทางออกประเทศไทยง่ายๆ เมื่อ “เราเอง” คิดบวกบวก (Double Positive Thinking)

 คุณเชื่อไหม! ว่าการข้อความ หรือข้อมูล ที่คนอื่นๆ ส่งต่อๆ กันมาในอินเทอร์เน็ต หรือ Social Network บางครั้งมันสามารถสร้างความแตกแยก ให้กับคนในประเทศได้ โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแดง เสื้อเหลือง คนนั้น คนนู้น คนนี้เล่าว่า หรือภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทุกอย่าง ล้วนเกิดผลลัพย์ ตามมาโดยที่เราไม่รู้ตัวว่า เรากำลังปลูกฝั่ง หรือรับข้อมูลเหล่านั้น ซึ่งมันจะทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างคนไทยด้วยกันเองไปโดยไม่รู้ตัว เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร?

 

ในสถานะการณ์เช่นนี้ ประเทศไทยไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากการที่จะให้คนในชาติกลับมาเป็นปึกแผ่น และ "เลิกมองว่าคนนู้นคือเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อหลากสี หรือเสื้อสีอะไรก็ตาม" เราต้องพูดคำว่าเราคือ "คนไทย" ด้วยกัน ซึ่งการแสดงออกง่าย คือการลด ละ เลิก การเขียน หรือส่งต่อข้อมูลที่จะทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างเรากับคนอื่นๆ ในสังคมไทยด้วยกัน เพราะบางครั้ง คำพูดบางคำ หรือภาพบางภาพ มันทำให้เกิดความแตกแยก และรวมถึงการสร้าง มุมมองที่ดี มุมมองที่บวกให้กับตัวเอง และกับคนรอบข้าง นี้คือที่มาของการจะทำให้ประเทศไทย สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้

 

ตอนนี้ก็มีการรวมตัวกันของกลุ่มคน ที่กำลังพลักดันในให้คนไทยมาร่วมกัน "คิดบวกบวก" โดยมีการเริ่มรณรงค์ให้คนไทยทุกคนเริ่มหันมา "พูด-คิด-ทำ แต่เรื่องบวกบวก" และรวมตัวกันโดยใช้ชื่อว่า "พรรคพลังบวก" ต้องบอกก่อนว่านี้ไม่ใช่พรรคการเมืองนะครับ แต่เป็นการรวมตัวของคนที่คิดเรื่องบวกบวก โดยได้มีการสร้าง Facebook ขึ้นมาสำหรับคนที่สนใจจะเข้ามาร่วมสามารถเข้าร่วมได้ที่  http://www.facebook.com/PositiveParty และสามารถร่วมเข้าการคิดบวกบวกๆ ได้โดยการ เปลี่ยนภาพของคุณ หรืออาวาร์ต้า (Avartar) ในเว็บโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ของคุณ ให้มีเครื่องหมาย "บวก บวก" อยู่ในภาพของคุณ เพื่อเป็นการบอกกับตัวเองได้ และกับคนอื่นๆ ว่าเรามีแนวความคิด บวกบวก โดยคุณสามารถไปเข้าร่วมเปลี่ยนภาพของคุณได้ที่ http://bit.ly/thailand2plus และในการพูดหรือสื่อสาร คุณสามารถใส่แท็ก #Thailand++ เป็นการแจ้งให้คนอื่นทราบถึงว่า ข้อความนี้ เป็นข้อความที่ มีความเป็น "บวกบวก"

 

 

โดยหลังจากเปิดกลุ่มนี้ขึ้นมาไม่นาน ก็มีคนในโลกออนไลน์ทั้งใน Facebook และ Twitter ต่างเข้าร่วมโครงการนี้กันอย่างมาก โดยตอนนี้ มีคนเปลี่ยนภาพอาวาร์ต้าของตัวเอง มากกว่า 3 พันคน และ มีผู้เข้าร่วมผ่าน Facebook เกือบ 900 คนแล้วภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 วัน ถือว่าเป็นการเติบโตที่รวดเร็วมากๆ ในโลกออนไลน์ นี้คือรูปแบบของการเคลื่อนไหว และการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในโลกของ Social Network ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วมากๆ 

 

หากคุณได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในโลกของโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter แล้ว ผมจึงอยากเชิญชวนคุณ (นั้นแหละ) เข้ามาร่วมในโครงการดีๆ แบบนี้ และเริ่มต้นการสื่อสารในโลกของโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ ที่คุณใช้อยู่ในปัจจุบันอย่างสร้างสรรค์ "คิดบวกบวก" สร้างความเป็น "คนไทย" ร่วมกันผ่านสังคมออนไลน์ที่มีศักยภาพและสามารถเข้าถึงคนไทยได้เป็นจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น การเริ่มต้น การคิดบวกบวก มันเริ่มง่ายๆ จากตัวคุณเอง เอาละเรามาเริ่มต้นกันดีกว่าครับ.! 

 

ได้มีโอกาสไปออกรายการสุริวิภา ช่อง 9 มาครับ

 เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2010 ผมได้มีโอกาสไปออกรายการ "สุริวิภา" ของพี่หนูแหม่ม โดยเป็นช่วงตอนพิเศษ "Make it Bold" ที่เค้าได้ทำการเลือกคนรุ่นใหม่ (รึเปล่าอะ) 4 คนมาพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์ ซึ่งคนแรก ก็คือ คุณนิ้วกลมนักเขียน ที่มีผลงานเขียนออกมาหลายเล่ม และผมก็เป็น "คนที่สอง" ที่ได้รับเลือก และมีโอกาสไปสัมภาษณ์ในรายการนี้ ต้องบอกว่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว ที่ได้มีโอกาสไปออกรายการระดับประเทศแบบนี้ การสัมภาษณ์แบ่งออกเป็นหลายๆ ช่วงตั้งแต่ ชีวิตของผม, ชีวิตการทำงาน, หลักแนวความคิด ชีวิตครอบครัว ซึ่งทุกอย่างจะมี Internet เข้ามาสอดผสานอย่างกลมกลืนเลยทีเดียว ผมค่อนข้างสบายๆ ขำๆ ตลกๆ สไตล์ผมน่ะ  โดยเฉพาะช่วงเปิดตัวในรายการ มันช่างดู Internet มากๆ มาดูกันครับ ว่าการเนื้อหาการสัมภาษณ์วันนั้นเป็นอย่างไรบ้าง จาก Youtube แบ่งออกเป็น 4 ตอนนะครับ

 

 

 

 

%d bloggers like this: